TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 48 ผู้หมวดเฟิร์สวัน

    ตอนที่ 48 ผู้หมวดเฟิร์สวัน


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    เฟิร์สจัดการซื้อรถใหม่ด้วยวงเงินกู้ของเขาก่อนจะไปรายงานตัว


    แน่นอนว่าการเคลียร์หนี้ที่นิวโฮปพูดถึงคือหนี้จำนวนเต็มหนึ่งหมื่นล้านของทั้งสองพ่อลูก นั่นหมายความว่าเงินจำนวนนี้คือค่าจ้างเซ็นสัญญา


    ดังนั้นทั้งเฟิร์สและคุณหมอสมคิดจึงสามารถใช้เงินจำนวนนี้ได้อย่างสบาย


    ในตอนแรกคุณหมอสมคิดต้องการยกเงินเครดิตจำนวนนี้ให้กับเฟิร์สทั้งหมด แต่เฟิร์สไม่รับและต้องการให้พ่อของเขาไว้ใช้จ่าย


    พวกเขาทั้งสองคนเหลือเงินในจำนวนเงินกู้คนละพันกว่าล้าน 


    เฟิร์สเชื่อว่าเงินจำนวนนี้สามารถทำให้พ่อของเขาอยู่ได้อย่างสุขสบาย


    ส่วนตัวเขานั้น แน่นอนว่านิวโฮปต้องดูแลเป็นอย่างดี


    เฟิร์สให้พ่อขับรถยนต์ของเขามารายงานตัว เมื่อเขาได้รับบัตรพนักงานแล้วเขาจะขับมันกลับด้วยตัวเอง


    การดำเนินงานของนิวโฮปค่อนข้างถอดแบบมาจากส่วนราชการ อย่างไรก็ตามที่นี่ก็นับว่าเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง แม้จะมีความคล่องตัวมากกว่า แต่ก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐ


    เฟิร์สจึงกลายเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบไม่รู้ตัว มันสามารถเรียกได้ว่าสิทธิ์ของเขาดีกว่าพนักงานคนอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ


    ในวันที่ไปรายงานตัวสองพ่อลูกลงจากรถแล้วตรงขึ้นไปที่อาคารร้อยสิบเจ็ดชั้นที่เป็นสำนักงานของนิวโฮปเขตภาคเหนือ


    เมื่อแจ้งกับประชาสัมพันธ์ด้านล่างแล้วพวกเขาก็ถูกพาไปพบกับฝ่ายบุคคลเพื่อทำตามระเบียบขององค์กร


    ขั้นตอนการทำเรื่องต่างๆ พวกเขาใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน ในที่สุดเฟิร์สก็ถูกบรรจุเป็นพนักงานระดับหกของนิวโฮป


    “ผู้หมวดเฟิร์สวัน นี่บัตรประจำตัวและเครื่องแบบของคุณค่ะ” พนักงานสาวในชุดสูทสีขาวส่งของให้กับเด็กหนุ่ม


    รูปร่างของเธอและเฟิร์สมีความสูงไม่ต่างกันมาก


    ในสายตาของหญิงสาวจึงมองว่าเขานั้นเป็นผู้หมวดที่ดูเด็กเป็นอย่างมาก


    นิวโฮปเป็นองค์กรที่มารากมาจากส่วนราชการ ดังนั้นระดับขั้นที่หกของเฟิร์สจึงถูกเรียกว่า “ผู้หมวด” 

    เมื่อเข้าสู่ระดับเจ็ดจะเรียกว่า “ผู้กอง” 

    ระดับแปดจะถูกเรียกว่า “สารวัตร” 

    ระดับสิบจะเรียกว่า “ผู้กำกับ” 

    ระดับสิบเอ็ดเรียกว่า “ผู้อำนวยการฝ่าย”

    ระดับสิบสองเรียกว่า “รองผู้การ”

    ระดับสิบสามซึ่งเป็นระดับสูงสุดคือ “ผู้การ”


    ทั้งหมดนี้คือคำเรียกนำหน้าอย่างไม่เป็นทางการของหน่วยงาน ซึ่งคนในหน่วยงานมักจะใช้เรียกนำหน้ายศตำแหน่งของคนในองค์กร


    การที่เด็กอายุสิบหกปีอย่างเฟิร์สกลายเป็นผู้หมวด นั่นจึงทำให้ผู้คนสนใจไม่น้อย


    แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่เขาเป็นผู้มีความสามารถพิเศษก็ไม่ได้เป็นความลับ แต่สำหรับเรื่องการเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ สารวัตรเอไอไม่ได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป


    “ขอบคุณครับ” เฟิร์สรับของทั้งหมดมา เขามองไปที่ชุดสูทสีขาวในมือและมองเข็มที่มีสัญลักษณ์ดาวสีเงินสามดวง ที่คนของนิวโฮปมักจะติดไว้ที่หน้าออกข้างซ้าย


    “เชิญผู้หมวดไปที่ห้องรับรองชั้นห้าสิบหกค่ะ สารวัตรกวินรอคุณอยู่ที่นั่นแล้ว” พนักงานสาวเอ่ย


    แน่นอนว่าเฟิร์สไม่รู้จักสารวัตรกวิน แต่มันคงเดาได้ไม่ยากว่าคนคนนั้นคงเป็นชายที่มีฉายานามว่า “เอไอ” ที่ติดต่อเขาในวันนั้น


    สองพ่อลูกขึ้นไปยังชั้นห้าสิบหก เมื่อพวกเขามาถึงคุณหมอสมคิดก็ถูกนำตัวไปห้องรับรอง เพราะด้านในไม่สามารถให้คนนอกเข้าไปได้หากไม่ได้รับอนุญาต


    สำหรับเฟิร์สที่เป็นผู้หมวดใหม่แล้ว เขาถูกนำตัวไปยังห้องทำงานใหญ่ของสารวัตรกวิน


    ระหว่างทางเขาได้พบกับเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยที่กำลังงานอยู่ในห้องต่างๆ


    สายตามากมายมองมาที่เขาอย่างสงสัย


    จนกระทั่งเขาได้พบกับหญิงสาวสวมแว่นที่คุ้นตา


    “เอ๋ะ?” ทั้งสองมองหน้ากัน


    เฟิร์สเหลือบไปมองเข็มกลัดที่อยู่ตรงหน้าของข้างซ้ายของหญิงสาว มันมีดาวสีเงินเหมือนกับเขาสามดวง แต่ดาวของเธอดูเล็กกว่า


    นั่นหมายความว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสาม


    “สวัสดีครับ เราพบกันอีกแล้ว” เฟิร์สกล่าวก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของสารวัตรกวิน


    ใช่แล้ว เธอคนนี้ก็คือวอชเชอร์สาวที่เคยร่วมลงเทรดอบิสกับเฟิร์ส


    “เขามาทำอะไรที่นี่?” หญิงสาวเอ่ยพึมพำอย่างแปลกใจ เพราะเฟิร์สในตอนนี้ยังอยู่ในชุดไปรเวท ชุดเครื่องแบบใหม่นั้นอยู่กับพ่อของเขาที่รออยู่ในห้องรับรอง


    “นั่นใครกัน?”


    “เด็กคนนั้นเข้าไปที่ห้องสารวัตรแล้ว มันไม่บ่อยนะที่จะมีแขกมาหาสารวัตรแบบนี้”


    “พี่ชาคริสรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?” 


    พนักงานที่พบกับเด็กหนุ่มต่างส่งเสียงพูดคุย


    “พี่ว่าน้องรินน่าจะรู้จักเขาดีกว่าพี่นะ” พนักงานชายคนนั้นหันไปเอ่ยกับสาวแว่น


    “น้องริน น้องรินรู้หรอว่าเขาเป็นใคร?”


    สายตาจำนวนไม่น้องจ้องมองมาที่เธอ จนหญิงสาวแทบทำตัวไม่ถูก


    “รินเคยลงเทรดกับเขาค่ะ เขาคือเด็กคนเดียวกันกับที่เป็นข่าวการหายตัวไปในเหมือง พี่ชาคริสเองก็รู้เรื่องนี้ไม่ใช่หรอ?”


    ความสนใจกลับไปที่ชายหนุ่มอีกครั้ง


    ชาคริสยกมือเกาต้นคอและยิ้มแหยๆ ออกมา


    “เอาล่ะๆ ยังไงอีกไม่นานทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ถือว่าบอกกันตรงนี้เลยละกัน เด็กคนเมื่อกี้จะมาเป็นพนักงานใหม่ของที่นี่ ... และห้องของเขาอยู่ตรงนั้น” ชาคริสชี้ไปที่ห้องว่างห้องหนึ่งที่มีคนเข้ามาทำความสะอาดได้ไม่นาน


    “หา ... เขาจะมาเป็นผู้หมวดหรอ? เด็กคนนั้นเนี้ยนะ!”


    “เป็นไปได้ยังไงกัน เด็กคนนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ พึ่งเข้างานก็มาอยู่ระดับนี้แล้วหรอ?”


    หลายคนเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


    “คงจะเส้นใหญ่น่าดู”


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เส้นใหญ่อย่างนั้นหรอ? จะว่างั้นก็ได้ครับ เพราะการที่เด็กคนนี้เข้ามา หน่วยงานของเราก็จ่ายไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว” 


    “หืม ... นี่มันอะไรกัน บอกมาให้หมดเดี๋ยวนี้นะชาคริส”


    “โอ้ยๆ อย่ามารุมผมสิ ผมจะบอกเดี๋ยวนี้แหละ ...”


    ผู้คนกำลังพูดคุยกันหรือจะเรียกว่านินทาก็ไม่เชิงนัก เพราะสังคมราชการมักจะมีเรื่องแบบนี้ ไม่ว่าเรื่องน้อยใหญ่ของคนในที่ทำงานล้วนสามารถนำมาเป็นเรื่องพูดคุยได้ทั้งสิ้น


    เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเฟิร์สเป็นผู้มีพรสวรรค์และผู้มีความสามารถพิเศษ พวกเขาก็พากันตกใจเป็นอย่างมาก 


    ต้องรู้ไว้ว่าความพิเศษเหล่านี้ เพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็น่าทึ่งพอแล้ว


    แต่พวกเขากลับแปลกใจมากกว่าที่ทำไมเด็กหนุ่มถึงไม่เข้าไปอยู่ในสังกัดแคลน แต่กลับเลือกที่จะอยู่ในกรงขังขององค์กรแบบนี้


    ระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดคุยเรื่องของเฟิร์สอย่างออกรส เด็กหนุ่มก็ได้เผชิญหน้าชายผู้ซึ่งมีชื่อว่าสารวัตรกวิน


    “สวัสดีผู้หมวดเฟิร์ส” ชายวัยกลางคนเอ่ยขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน


    “สวัสดีครับ ผมต้องเรียกคุณว่าสารวัตรเอไอหรือสารวัตรกวินดี?” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ


    “เรียกผมว่าหัวหน้าก็ได้ครับ ต่อไปคุณจะขึ้นอยู่กับผมโดยตรง”


    “ได้ครับหัวหน้า”


    “เชิญนั่งก่อน” สารวัตรกวินเอ่ย


    เฟิร์สนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตรงข้ามกับสารวัตร


    “ภารกิจของคุณจะอัพเดจเมื่อคุณเข้าระบบในกำไล คุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ทุกวัน เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นคุณจะต้องเข้ามารายงานที่นี่ ในส่วนทรัพยากรที่พวกเราได้ตกลงกันคุณกับพ่อของคุณสามารถเบิกได้ที่ร้านค้านิวโฮปทุกสาขาโดยจะจำกัดจำนวนที่ระดับการบ่มเพาะของคุณ” สารวัตรกวินกล่าวอธิบาย


    ในตอนนี้เฟิร์สอยู่ในระดับดาราขาวเจ็ดแฉก ดังนั้นเขาจะต้องใช้แกนสปีริตบ่มเพาะอีกหนึ่งหมื่นเก้าพันสองร้อยก้อน อีกทั้งพ่อของเขายังสามารถบ่มเพาะตามได้อีก


    เรียกได้ว่าแกนสปีริตเหล่านี้เป็นค่าตัวที่คิดแล้วเป็นมูลค่ามหาศาล


    เฟิร์สเมื่อฟังทั้งหมดแล้วก็รู้สึกพอใจ 


    “แล้วข้อเสนอในการสำรวจอบิสของผม”


    “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงผู้หมวด ผมจะให้คุณทำหน้าที่เป็นวอชเชอร์ก่อนที่คุณจะบรรลุเป็นเวเนเตอร์ดาราแดง ซึ่งในระหว่างที่คุณไม่มีแผนกำหนดการในงาน คุณสามารถเข้าไปสำรวจอบิสแห่งใดก็ได้ตามที่คุณต้องการในระดับอบิสสีขาว ส่วนระดับสีแดงเราจะพิจารณาตามความปลอดภัยของคุณ” สารวัตรกวินหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ


    “ที่สำคัญก็คือการสำรวจของคุณนั้นไม่สามารถเก็บเกี่ยวสิ่งของใดๆ ในอบิสได้ เว้นแต่จะเป็นแกนสปีริตที่คุณล่าได้ แต่หากคุณสามารถหาสมุนไพรหายากได้ คุณก็สามารถเก็บมันมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับนิวโฮปได้เช่นกัน ส่วนแร่ต่างๆ คุณไม่มีสิทธิ์นำมันออกมา ต้องบอกไว้ก่อนว่าการตรวจสอบของนิวโฮปนั้นเข้มงวดมาก คุณไม่สามารถยักยอกสิ่งของขององค์กรได้”


    เฟิร์สพยักหน้าและเอ่ย “ผมเข้าใจแล้ว”


    “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับไปพักผ่อนเถอะ ส่วนรายละเอียดของงานวอชเชอร์จะถูกส่งเข้าไปในกำไลของคุณ โปรดไปถึงสถานที่ทำงานตามกำหนดการด้วย”


    สารวัตรกวินแจงรายละเอียดงานอีกนิดหน่อยก็ปล่อยให้เฟิร์สกลับไป


    เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขากับพ่อก็ขับรถกลับบ้าน


    ในระหว่างทางเฟิร์สนั้นคิดเรื่องต่างๆ มากมาย


    ‘ตอนนี้ฉันมีทรัพยากรเพียงพอแล้ว ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาวิธีทะลวงจุดชีพจรให้ได้โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องหยุดบ่มเพาะไว้ชั่วคราว’ เฟิร์สคิดในใจ

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน