สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ชายชราผู้นั้นพลันตกตะลึงจนถึงขีดสุด นัยน์ตาของเขาเบิกกว้าง ราวกับเห็นภาพที่เกินกว่าจินตนาการ
ริมฝีปากของเขาเผยอออกเล็กน้อย ประหนึ่งสามารถยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งใบ ขณะที่หัวใจของเขาเต้นรัวและเร็วยิ่งกว่ากลองศึก จนมันแทบจะกระดอนออกมาจากบริเวณอก
“จะ.. จะ.. เป็นไปได้อย่างไร!?”
เสียงของเขาสั่นเครือ แววตาสั่นไหวไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนก
“เจ้าเป็นเซียนกลับชาติมาเกิดใหม่หรืออย่างไรกัน!? ค่ายกลระดับนี้.. ”
“เจ้ากลับมองมันออกได้ด้วยรึ!?”
เขาอุทานขึ้นเสียงดัง ราวกับได้พบเจอกับสุดยอดผู้ยิ่งใหญ่จากยุคเซียนโบราณ
ชายชราผู้นี้เป็นถึงยอดฝีมือในโลก
แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตัวของมันได้พบกับสิ่งที่เหนือสามัญสำนึกถึงเพียงนี้
แต่แทนที่ตัวของเทียนจุนจะตื่นเต้นหรือโอ้อวดในสิ่งที่ตนทำได้ เขากลับแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ
“ข้าน่ะเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความลึกล้ำ
“ข้าไม่ใช่เซียนที่แท้จริงหรอก”
เขาหลุบตามองคัมภีร์ที่เปล่งแสงเรืองรองอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะกล่าวต่อ
“ข้าก็เป็นเพียงผู้ที่ก้าวเดินอยู่บนเส้นทางแห่งสายพุทธะ และโชคชะตาทั้งหมดก็อยู่เคียงข้างตัวของข้าก็เท่านั้นเอง!”
คำพูดของเขา เป็นนัยบอกว่าชายชราไม่จำเป็นต้องรู้มากกว่านี้ จนทำให้เกิดเป็นสายลมที่พัดโชยเข้ามาภายในโรงเตี้ยม
ชายชรากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังคัมภีร์มหาอำนาจที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ
ผ่านไปเพียงชั่วครู่เดียว
คัมภีร์ที่เคยถูกฉีกขาดออกเป็นนับพันแผ่น บัดนี้มันได้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์อีกครั้ง
คัมภีร์มหาอำนาจ 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต' ได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่
ม้วนคัมภีร์ลอยเด่นอยู่เหนืออากาศเบื้องหน้าของทั้งสอง แสงสีเขียวเรืองรองส่องประกายไปทั่วห้อง และแสงนั้นมิใช่แสงแห่งเพลิงหรือพลังแห่งสายฟ้า หากแต่เป็นแสงแห่งชีวิตอันไร้ขีดจำกัด
ประหนึ่งว่าพฤกษาทั้งมวลในใต้หล้า กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่อีกครั้ง
“ตำนาน... ได้กลับมาแล้ว!”
ชายชราพึมพำเสียงเบา ขณะที่แสงจากคัมภีร์แผ่ขยายออกไปรอบบริเวณ
“พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต..”
“ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง!”
ขณะที่กล่าว ฝ่ามือของชายชราก็ค่อยๆเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ และมันสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่ใบหน้าของชายชราก็แดงก่ำขึ้น
ลมหายใจหนักแน่น ร่างกายของเขาสั่นระริก ราวกับกำลังตื่นเต้นจนถึงขีดสุด
“ข้า.. ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย!”
เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา
ในที่สุด คัมภีร์ที่ลอยเหนืออากาศก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาอยู่ในฝ่ามือของเขา พร้อมกับที่ชายชราได้รับมันเอาไว้ด้วยมือที่ยังสั่นไหว ราวกับว่าสิ่งนี้เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา
จากนั้นตัวของเขาก็ค่อยๆกดมือทั้งสองลงบนปกคัมภีร์ จับมันเอาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มดึงเชือกที่ผูกมัดมันไว้ออก
แผ่นกระดาษโบราณค่อยๆคลี่ออกอย่างช้าๆ และในวินาทีถัดมา
“ขะ.. ข้าทำสำเร็จแล้ว!”
เมื่อได้เห็นตัวอักษรเซียนที่สลักอยู่ภายในคัมภีร์ ดวงตาของชายชราก็พลันเบิกกว้าง
อักขระแต่ละตัวเปล่งแสงสีเขียวจางๆ ประหนึ่งพลังชีวิตจากสวรรค์กำลังไหลเวียนอยู่ภายในมัน
ข้างในไม่ได้มีเพียงแค่อักษรโบราณ แต่ยังมีภาพประกอบของวิธีการฝึกฝน หนึ่งในวิชาบ่มเพาะมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขตได้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
ชายชรากำม้วนคัมภีร์ในมือแน่น
ร่างกายของเขาสั่นไหวราวกับกำลังแบกรับพลังอำนาจบางอย่างเอาไว้
“ของจริง... นี่คือของจริง..”
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก
สองมือกอดกระชับคัมภีร์แนบอก ราวกับมันคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
“ขอบคุณสวรรค์!”
“ขอบคุณพระเจ้า!”
และจากนั้น น้ำตาของชายชราก็ร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขากัดฟันแน่น ขณะที่เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
“ท่านหญิง.. ในที่สุดท่านก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง..”
“ท่านสามารถฝึกฝนได้แล้ว.. ท่านสามารถกลายมาเป็นผู้บำเพ็ญเพียรได้แล้ว!”
เสียงของชายชราสั่นเครือ เต็มไปด้วยความตื้นตันใจและความหวัง
เขาเอื้อมมือไปลูบไล้ตัวอักษรบนคัมภีร์ ราวกับมันเป็นชีวิตของคนสำคัญที่ตนปกป้องมาตลอดชีวิต
เทียนจุนที่ยืนมองอยู่ด้านข้างพอรับฟังก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านหญิง? หมายความว่าอย่างไร?”
“หากเป็นเช่นนี้.. คนที่ต้องการคัมภีร์นี้จะต้องถูกคำสาปหรืออาจมีกายศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามจากยุคเซียนโบราณติดตัวอยู่แน่นอน!”
“ไม่เช่นนั้น ชายชราคงไม่พยายามอย่างหนักถึงเพียงนี้”
เทียนจุนครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ โดยที่ชายชรายังคงกอดคัมภีร์ไว้แน่น ไม่ต่างจากผู้ที่สูญเสียทุกอย่างไป แล้วจู่ๆก็ได้มันกลับคืนมา
เขาร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ร่างกายทั้งร่างเต็มไปด้วยความปิติ
ผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง
ในที่สุด ชายชราก็ค่อยๆสูดลมหายใจเข้า พลางยกแขนเสื้อขึ้นมา เช็ดน้ำตาและสูดน้ำมูกของตนเอง ก่อนจะหันกลับมามองเทียนจุนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“เจ้าหนู..”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“ข้าขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง..”
“หากไม่มีเจ้า ข้าคงไม่มีวันได้เห็นวันนี้”
เขาประสานมือให้เทียนจุน โค้งศีรษะลงต่ำอย่างเต็มใจ
“เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นสิ่งตอบแทน?”
“ข้ายอมมอบทุกสิ่งให้เจ้า..”
“ขอเพียงเจ้ากล่าวมาเถอะ!”
เทียนจุนไม่ได้ตอบในทันที
เขาเพียงแค่จ้องมองชายชราตรงหน้า ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้กล่าวสิ่งใดออกมา ชายชราก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้
เขาตบหน้าผากตัวเองเบาๆ
ก่อนจะหัวเราะออกมา
“อ้อ! ลืมแนะนำตัวไปเลย”
“ข้ามีนามว่า หลินเหมิงหวู่”
ชายชราพูด พลางยืดหลังตรงและมองไปยังเทียนจุนด้วยแววตาแน่วแน่
“ข้ามาจากตระกูลหลินโบราณที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์!”