
....ทันทีที่หานเหวินก้มคำนับกราบป้ายวิญญาณตระกูลอวี้ รูปปั้นเทพสวรรค์ ที่ตั้งตระหง่านเหนือแท่นบูชาก็สั่นสะเทือน! เสียงก้องดังกระหึ่มราวฟ้าคำราม ภายในโถงหอบรรพชนที่เงียบงันกลับปั่นป่วนราวมหาสมุทรเดือดพล่าน
แสงทองอันศักดิ์สิทธิ์พลันระเบิดออกจากรูปปั้น แสงนั้นมิใช่เพียงส่อง แต่พุ่งเป็นลำตรงเข้าสู่ร่างเล็กของหานเหวิน!
“อ๊ะ!!” ร่างเด็กชายสะท้านเฮือก ลมหายใจขาดห้วง ขณะที่เส้นปราณในกายถูกเปิดทีละเส้นเหมือนประตูที่ถูกบังคับให้แง้มออกทีละบาน พลังอำนาจมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่กายจนแทบแตกสลาย
อวี้ปิงตะลึงพรึงเพิด ดวงตาสั่นไหวด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เจ้า…เจ้าคือคนในคำพยากรณ์ของบรรพชนจริงๆ ด้วย!”
เสียงของเขาก้องสะท้อน ราวกับสวรรค์และแผ่นดินร่วมรับรู้
ทันใดนั้น ทุกป้ายวิญญาณในหอก็เริ่มสั่นสะเทือนทีละแท่น กลิ่นอายพลังบรรพชนโบราณพวยพุ่งราวกับวิญญาณบรรพชนลุกขึ้นมาพร้อมกันหลายสิบรุ่น เสียงประสานจากสวรรค์และนรกก้องกังวานทั่วท้องฟ้า
"โลหิตนอกตระกูลผู้มีรักแท้ จะจบวังวนแห่งโศกนาฏกรรมให้สิ้นสุด"
หานเหวินตัวสั่น ดวงตาเบิกกว้าง เสียงโบราณบางอย่างดังแว่วขึ้นในหูของเขา มิใช่เสียงใครในโลกนี้ หากแต่เป็นเสียงที่เล็ดลอดมาจากกาลเวลาก้องสะท้อนราวทั้งสวรรค์และบรรพชนเอ่ยพร้อมกัน
หัวใจหานเหวินเต้นแรงจนแทบทะลุอก เขาไม่เข้าใจทั้งหมด แต่รู้เพียงว่าคำนี้ถูกตราตรึงลงในวิญญาณของตนเองอย่างมิอาจลบเลือน
อวี้ปิงที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง ก้าวเข้ามาด้วยสายตาตื่นตะลึง น้ำเสียงสั่นสะท้านพูดอีกครั้งว่า
“จริงด้วย…เจ้าคือคนตามคำพยากรณ์ของบรรพชน”
แสงสีทองค่อย ๆ สลายไป เหลือเพียงความเงียบสงัดในห้องบรรพชน หัวใจของหานเหวินยังคงสะท้อนเสียงพยากรณ์นั้นไม่หยุด
ทันใดนั้น เสียงแตกหักก็ดังก้องสนั่นไปทั่วห้องบรรพชน รูปปั้นเทพสวรรค์ผู้ถือดาบพลันสั่นสะเทือน ดาบหินในมือรูปปั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นด้วยเสียงกังวานสะท้าน ราวกับสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งสวรรค์
หานเหวินเงยหน้าขึ้นตะลึง ดาบที่ตกลงมามิได้แตกสลาย หากแต่เปล่งประกายแสงออกมาจากรอยร้าว แสงนั้นรุนแรงจนบาดตา ก่อนที่ผิวหินจะแตกออก เผยให้เห็นโลหะสีเงินขาวบริสุทธิ์ที่ส่องสว่างราวดวงดาวนับพันรวมตัวกัน
เปลวแสงทองลุกไหม้รอบใบดาบ ราวกับโลหิตและวิญญาณกำลังถูกปลุกขึ้นมาใหม่ จากหินศักดิ์สิทธิ์ไร้ชีวิต กลายเป็นกระบี่โลหะอันทรงพลัง มีลมหายใจของตนเอง
"เจ้าแซ่หลี่ รับไปนี่คือกระบี่สวรรค์ลู่หัวที่บรรพชนมอบให้ มันเป็นของเจ้าแล้ว"
อวี้ปิงพูดด้วยใบหน้าซับซ้อน
หานเหวินเอื้อมมือไปจับกระบี่นั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา มันอบอุ่น พลังปราณในกายเขาเพิ่มพูนจนทะลุขีด
พลังปราณโพยพุ่ง หานเหวินลอยเหนือพื้นเล็กน้อย เขาอั้นไม่อยู่ปลดปล่อยพลังออกมาจนแผ่ซ่ายไปทั่วทั้งห้อง
แล้วหานเหวินก็บรรลุระดับ 3 ก่อปราณขั้นต้น!!
"เจ้าต้องฝึกไปให้ถึงระดับ 5 ปราณวิญญาณเหมือนพวกข้า แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าจะสามารถใช้พลังกระบี่สวรรค์นี้ได้ 1 ใน 1,000 แล้ว"
หานเหวินฟังอวี้ปิงพูดจบก็หยิบกระบี่ขึ้นมามอง "เจ้าเลือกข้า ข้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง"
"อะไรคือโศกนาฏกรรม?"
หานเหวินหันไปถามอวี้ปิง
อวี้ปิงมองหน้าแบบไม่อยากจะตอบ เขาหันไปมองทุกๆป้ายวิญญาณ
"โปรดบอกข้าเถอะ"
อวี้ปิงยังยืนนิ่ง เขาไม่กล้าสบตาหานเหวิน
"ข้าสัญญาว่าข้าจะช่วยเหลือตระกูลอวี้ของท่าน"
อวี้ปิงกัดฟัน
"ได้! ข้าจะบอกเจ้า เท่าที่ข้ารู้นะ"
"หานเหวิน เจ้าคิดว่า...พี่ข้า แปลกไหม?"
"แปลกสิ เขาแปลกมาก เขาเหมือนเด็ก แต่เขาเก่ง บางครั้งเขาเหมือนรู้อะไรมากมายเกินอายุ"
"แต่....ที่ข้าตกใจที่สุดคือ..."
"อะไร??" อวี้ปิงถาม
"เขามีรูปร่างหน้าตา นิสัย ท่าทาง เหมือนใครสักคนที่ข้าเคยผูกพันกับเขามาก แต่ข้าพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก"
อวี้ปิงตะลึงในคำตอบนี้
เขาดึงมือคนแซ่หลี่ออกไปด้านนอก ตรงสวนสมุนไพรเล็กๆในบ้านบรรพชน
เขาเด็ดผลไม้ผลหนึ่งจากต้นไม้เล็กๆที่อยู่ตรงกลางสวนนั้น
"เจ้ารู้ไหมว่านี่มีชื่อว่าอะไร?"
"อ๋อ นั่นคือผลไม้แสงจันทร์ ใช้ขยายพลังจิตและเปิดช่องปราณ"
"แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันคือผลไม้แสงจันทร์?"
"นี่คือสมุนไพรเซียนระดับ 5 ที่ไม่มีใครบนดาวนี้เคยเห็นมาก่อนเชียวนะ!"
หานเหวินตกใจ
"แล้วเจ้าไปฝึกวิชาสมุนไพรพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ข...ข้า..."
หานเหวินไม่มีคำตอบ เพราะเขาก็ตกใจตัวเองเหมือนกัน เขามีความรู้เหล่านี้ได้อย่างไร ก็ในเมื่อตั้งแต่เด็กๆเขาก็ฝึกแต่วิชากระบี่
อวี้เฟิงทำหน้าตาซับซ้อนมองมาที่หานเหวิน
"นั่นเพราะเจ้าเคยอยู่สำนักปรุงยามาก่อนไง"
"แต่เพราะดอกไม้บ้าๆนั่นมันลบความทรงจำของเจ้า"
อวี้ปิงชี้ไปที่ปานรูปดอกไม้สีแดงบนกายหานเหวิน
"เจ้าต้องกลับไปสำนักสมุนไพรที่เจ้าจากมา เพื่อหาคำตอบ...."
หมายเหตุ ลู่หัว = กระบี่แห่งโชคชะตาและความรักแท้