Ep 042 :: งานล่าสัตว์ [1]
“เจ้าคิดว่าแคว้นอู๋เอาจริงเพียงใด?”
เทพสงครามนั่งจ้องเปลวเทียน เอ่ยถามเสียงแผ่วคล้ายจะเป็นเสียงพึมพำ เงาที่อยู่ด้านหลังรีบเอ่ยปากบอกกล่าวความคิดของตัวเองทันที
“กระหม่อมก็มิทราบ เพียงแต่แคว้นอู๋ก็เป็นมิตรกับแคว้นฉินมาเนิ่นนาน จะเข้าร่วมกับเว่ยและหม่าแน่หรือ บางทีนี่องค์ชายแห่งอู่อาจจะตั้งใจหยั่งเชิงท่านอ๋องว่าเป็นมิตรแท้หรือไม่ก็เป็นได้นะขอรับ”
“...”
“ท่านอ๋องจะส่งข่าวให้ฝ่าบาทหรือขอรับ?”
“...ยังก่อน ในเมื่อเรายังไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือหลอกลวง เราก็ยังไม่ควรแตกตื่น”
แคว้นอู๋เป็นแคว้นที่ค้าขายสินค้าสำคัญเช่นเกลือ ไม่ว่าแคว้นใดต่างก็ต้องให้ความสำคัญทั้งสิ้น และเนื่องเพราะให้ความสำคัญจึงทำให้แคว้นอู๋เป็นที่หมายปองของแคว้นอื่นมิใช่น้อย การจะลากตนเองมาร่วมสงครามบุกยึดฉินที่เป็นทั้งแคว้นหน้าด่านก่อนถึงแคว้นตนและแคว้นพันธมิตรนั้น...
ต้าหวางแห่งอู๋จะเอาจริงแน่หรือ... มิใช่ว่าแค่อาณาเขตตนเองก็แทบแย่แล้วมิใช่หรือไร?
หากมิใช่สงครามทางน้ำ แคว้นอู๋มิมีทางรบชนะเว่ยหรือหม่าได้ด้วยซ้ำ...
“สั่งให้สายที่แคว้นอู๋ตรวจสอบความแน่นอนของข่าวนี้ให้ละเอียด”
“รับทราบขอรับ แล้วระหว่างนี้ท่านอ๋องจะทำอย่างไรต่อไป”
“ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น”
“...?”
“เปิ่นหวางจะรอดูว่าองค์ชายอู่เซียวเฉินจะมาไม้ไหน ระหว่างนั้นก็จะเข้าร่วมงานล่าสัตว์ประจำปีของแคว้นฉินสักครา”
...เผื่อว่าอนาคตแคว้นฉินอาจจะไม่มีอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์อีกต่อไป...
หลายวันต่อมา
ขบวนรถม้าสำหรับประเพณีล่าสัตว์ของเฟยเกาจงฮ่องเต้หรูหราอย่างเรียบง่ายสื่อถึงความยิ่งใหญ่ ทว่าในสายตาของบรรดาขุนนางและองค์ชายก็ถือว่าพอประมาณ ไม่ผลาญงบภาษีประชาชนไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยจนเกินเหตุ เหล่าปวงประชาต่างกู่ร้องตะโกนถวายพระพรให้ดังสนั่น แสดงถึงความรักและภักดีอันหาที่สุดไม่ได้ รอบด้านเต็มไปด้วยนายทหารในเครื่องแบบเต็มยศอารักขากันอย่างแข็งขัน
“ชินอ๋องคงพร้อมเต็มที่กระมัง”
“นับเป็นเกียรติที่ฝ่าบาทให้กระหม่อมเข้าร่วม”
โดยมีผู้ที่ควบขี่อาชาขนาบข้างเป็นพระโอรสที่เป็นที่เลื่องลือเล่าขานไปทั่วแคว้นทั้งสี่พระองค์ รวมถึงสองผู้มาเยือนอันสูงศักดิ์ก็ได้เข้าร่วมงาม ซ้ำยังควบขี่อาชาด้วยตนเองเผยรูปโฉมอันสูงศักดิ์เคียงคู่ไปกับเหล่าองค์ชาย เรียกสายตาเขินอายของเหล่าสตรีที่มุงดูอยู่สองข้างทางได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งเมื่องานล่าสัตว์ในปีนี้มีกระแสรับสั่งให้บรรดาหญิงงามในเมืองหลวงได้มีโอกาสเข้าร่วมด้วย แม้ว่าคนที่ได้รับโอกาสนั้นจะมีเพียงไม่กี่สิบคน แต่ก็เพียงพอให้ขบวนรถม้ามีรถม้าคันงามสำหรับบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่เพิ่มความยาวความยิ่งใหญ่ของขบวนเข้าไปอีก และก็เพิ่มความอยากรู้อยากเห็นของบรรดาชาวบ้านได้อย่างมากอีกด้วย
...
หญิงงามอันดับหนึ่งเช่นหยางเฟิ่งปิงเอนกายนั่งอยู่ในรถม้าคันหนึ่ง หลับตาเงี่ยหูฟังเสียงร้องกู่ก้องของบรรดาชาวบ้านด้วยความเหนื่อยหน่ายไม่แม้แต่จะใส่ใจสิ่งใด
“พี่ ๆ ทั้งสามล่ะ?”
“ตามรถม้ามาแล้วเจ้าค่ะ”
“งานที่ข้าสั่ง...?”
“เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ”
“ดี... ท่านพ่อกับพี่ใหญ่คงนำขบวนอยู่กระมัง”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้น...ถึงที่หมายเมื่อใดช่วยปลุกข้าด้วยแล้วกัน”
หญิงงามอันดับหนึ่งในอาภรณ์เรียบง่ายคล่องตัวกว่าปกติ แต่ก็ยังคงความสวยงามตามแบบฉบับกุลสตรีเอนกายล้มตัวลงนอนในรถม้าโดยไม่แม้แต่จะสงวนท่าทีตามแบบฉบับคุณหนูสูงศักดิ์ แม้ว่าสาวใช้ข้างกายจะพร่ำบ่นเพียงใดนางก็ไม่คิดจะขยับกายแม้เพียงนิด
นางตื่นมาตั้งแต่ดวงจันทร์พึ่งลอยข้ามหัวไปได้ไม่นานเพื่อขัดสีฉวีวรรณจนตัวเปื่อยยุ่ย ทั้ง ๆ ที่พึ่งได้นอนไปไม่ถึงชั่วยามเพราะนางจำเป็นต้องสั่งงานบรรดาเครือข่ายของตนไว้ก่อน และยังต้องคิดแผนนู่นนี่นั่นกันเกิดเหตุไม่คาดฝันไว้เผื่อเสียมากมาย
สั้น ๆ ว่าตอนนี้...นางง่วงมาก
...
ขบวนรถม้าจำต้องหยุดบริเวณกลางทาง เพราะต่อจากตรงนี้จะเป็นทางขึ้นเขาที่แสนลำบากที่แม้แต่การขี่ม้าก็ยังแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นรถม้าคันใหญ่ไม่สามารถผ่านได้แน่นอน จำเป็นต้องเดินเท้าหรือไม่ก็นั่งเกี้ยวเล็ก ๆ ไปเท่านั้น ส่วนม้าก็จำต้องให้คนลากจูงเอา
ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าบรรดาสาวงามนั้นเลือกที่จะนั่งเกี้ยวมากกว่าการเดินที่เหน็ดเหนื่อยและอาจทำอันตรายต่อรูปโฉมของพวกนางก็เป็นได้
“ฝ่าบาท จากตรงนี้สมควรเร่งเดินทางให้ถึงที่ประทับก่อนค่ำ ทรงประทับเกี้ยวเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่จำเป็น เจิ้นจะเดินเท้า”
“!!!”
“ฝ่าบาท นั่นมิใช่...”
“เจิ้นหาใช่อิสตรี”
“กระหม่อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อโอรสสวรรค์ตรัสเสียงขุ่นเคือง ทหารองครักษ์รักษาพระองค์ก็ได้แต่ก้มหน้าจำยอม สั่งให้คนข้างหน้าจัดการเส้นทางให้ปลอดภัยง่ายแก่การเดินมากกว่าปกติ พร้อมกับตั้งท่าอารักขาโอรสสวรรค์ด้วยความเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม
บรรดาอิสตรีที่ต่างนั่งเกี้ยวกันหมดโดยไม่ต้องยั้งคิด ต่างตั้งท่าชะเง้อชะแง้เมียงมองไปยังด้านหน้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ทุกคนมาดหมายคิดแผนการอันล้ำลึกเพื่อจับกุมหัวใจของบรรดาบุรุษสูงศักดิ์กันอย่างแน่วแน่ ต่างก็เพียงธิดาสกุลหยางที่เปลี่ยนรถม้าเป็นเกี้ยวปุ๊บก็หลับต่อโดยไม่สนใจโลกภายนอกอีกครา
...ปัญหาของบุรุษก็ปล่อยให้บุรุษจัดการกันไป
ไหนเลยจะรู้ว่ามีดวงตาหลายคู่ที่มองนางด้วยสายตาเอ็นดู กับอาการช่างหลับไม่เลือกสถานที่ นึก ๆ แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ว่านางจะร่วงลงมาจากหลังเกี้ยวเอาได้
...
หลังจากมาถึงค่าย ฮ่องเต้ก็กล่าวอะไรเล็กน้อยจึงสั่งให้คนแยกย้ายกันไปพักผ่อนโดยไม่มีงานเลี้ยงอะไรให้วุ่นวายเพราะถือว่าการเดินทางก็ทำให้เพลียมากแล้ว ดังนั้นนางจึงได้นอนพักจนเต็มตามาทั้งวันเต็ม ๆ เช้าตรู่วันต่อมาหยางเฟิ่งปิงจึงค่อยมีกะจิตกะใจลุกขึ้นมาทำอะไรเสียหน่อย
“ปิงเอ๋อร์ หลับสบายดีหรือไม่?”
“สบายดีเจ้าค่ะ แล้วท่านพี่ล่ะเจ้าคะ?”
“แน่นอนพี่ย่อมสบายดี”
หญิงงามพูดคุยกับผู้เป็นพี่ชายด้วยรอยยิ้มสดใส ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันสักพัก หยางหย่งเลี่ยก็ขอตัวไปทำงานต่อ นางจึงหันกายกลับก้าวเท้าไปยังกระโจมของสหายที่ได้รับเชิญมาร่วมงานนี้ด้วย
“หมีกู่ เพ่ยฟาง เจ้าจะเข้าป่าหรือไม่?”
“แน่นอนข้าไม่พลาดแน่”
“ข้าขอผ่าน ข้าขี่ม้าไม่คล่อง จะเป็นตัวถ่วงพวกเจ้าเสียมากกว่า”
สามโฉมงามพูดคุยกันไปในขณะที่พวกนางก็ต้องเร่งลงมือแต่งตัวให้หมีกู่ที่ดูจะงก ๆ เงิ่น ๆ กับการใส่เสื้อผ้าสตรีแบบใหม่ที่เฟิ่งปิงมอบให้
ชุดออกแนวชุดจอมยุทธ์หญิงสวมใส่สะดวก ง่ายแก่การเคลื่อนไหว เหมาะแก่การเข้าป่า เป็นเสื้อผ้าที่นับว่าเหมาะสมกับการจะใส่เข้าป่าล่าสัตว์ในวันนี้ จะมีก็แต่เพ่ยฟางที่สวมชุดกุลสตรีเพียบพร้อมประดับปิ่นงามหยดเช่นปกติ เพราะเจ้าตัวส่ายหน้าไม่เข้าป่าท่าเดียว
“เช่นนั้นวันนี้พวกข้าจะไปกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยพาเจ้าไปขี่ม้าชมทัศนียภาพดีหรือไม่?”
เฟิ่งปิงเสนอก่อนที่มือทั้งสองข้างของนางจะไปวุ่นวายกับการช่วยหมีกู่แต่งกาย
“สามวันนี้พวกเจ้าเล่นกันให้สนุกเถิด กรอบสตรีหาใช่ว่าจะมีโอกาสได้ละเมิดโจ่งแจ้งเช่นนี้บ่อย ๆ ข้าเองก็มิได้ชอบการขี่ม้านัก จะอยู่ชมธรรมชาติที่นี่นั่นแหละ”
“เมื่อเจ้าพูดเช่นนั้นก็ตามใจ พวกข้าจะไม่บังคับ แต่ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ”
หมีกู่ว่ายิ้ม ๆ ท่าทางลิงโลดที่จะได้ตามไปล่าสัตว์ จนเพ่ยฟางลอบกลอกตาพลางกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงตำหนิเชิงดูถูก
“เจ้าต่างหากที่สมควรดูแลตัวเอง ค่ายนี้มีทหารมากมายหาได้อันตรายไม่ เฟิ่งปิงน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เจ้าน่ะสิหมีกู่... เฮ้อ!”
“เจ้าหมายความว่ายังไง!?”
“พอ ๆ แยกย้าย ๆ เดี๋ยวก็สายหรอก รีบออกไปกันเถอะ”
นางตัดสินใจตัดบทของสองเพื่อนสาวที่ตั้งท่าจะวางมวยใส่กันอยู่รอมร่อ จนเผลอไผลกับความสงบสุขตรงหน้าจนลืมคิดไปว่าชีวิตที่หนักหน่วงยิ่งกว่านิยายของนางน่ะรึจะราบรื่นถึงขนาดเล่นสนุกได้ตามใจอยากไปชั่วขณะ
------
ยาวไปๆ ไม่ใช่ไรตอนสั้นดี 5555