พี่มาร์คพูดด้วยใบหน้าติดรอยยิ้มแต่เป็รอยยิ้มที่ทำเอาเสียวสันหลังวาบตาคมมองไม่ไปยังคู่กรณีจนอีกฝ่ายเหงื่อแต่ผลัก ๆรังสีความไม่พอใจของเ้าตัวแผ่กระจายออกมารอบตัวทำเอาผมแอบขนลุกซู่นี่ขนาดว่าผมเป็คนที่โดนช่วยไว้นะยังแอบกลัวพี่แกเลย
“ฝากไว้ก่อนเถอะไปกันพวกมึง แล้วยืนมองอะไรกันซ้อมกันต่อสิวะ”ในเมื่อทำอะไรผมไม่ได้ก็เป็ฝ่ายเดินจากไป
“ไม่เป็อะไรนะ”พออีกฝ่ายลับสายตาไปพี่มาร์คก็หันมาคุยกับผม
“ก็เกือบเป็เหมือนกัน”
“มันยังไม่เลิกหาเื่นายอีกเหรอ”
“ปกติก็ไม่อะไรขนาดนี้หรอกพี่แต่วันนี้พี่จินยองไม่อยู่แล้วก่อนหน้านี้เขามีปากเสียงกับพี่แจบอมมาก่อนด้วยเพราะพี่แจบอมมาช่วยผมตอนพี่มันเข้ามาด่าพอผมอยู่คนเดียวเลยโดนเล่นงานน่ะ”ผมรีบบอกความจริงออกไป
“ถ้ายังเป็แบบนี้ฉันว่านายออกจากชมรมดีกว่าไหม”จู่ ๆ พี่มาร์คก็พูดในสิ่งที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุดออก
“ไม่มีทางผมไม่ยอมออกจากชมรมเด็ดขาดพี่ก็รู้ว่าผมว่าผมรักมัน”ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดในชีวิต
“ฉันรู้แต่ถ้ามันยังหาเื่นายขึ้นมาอีกล่ะจะทำยังไง” พี่มาร์คถอนหายใจ
“ผมมีพวกพี่จินยองกับพี่แจบอมแล้วตอนนี้ยังมีบีมเพิ่มมาด้วยอีกคนแล้วนะแล้วก็...ยังไงผมก็มีพี่คอยหนุนหลังอยู่ทั้งคนผมยังต้องกลัวใครอีกล่ะ” ผมยิ้มอ้อนๆ ให้พี่มาร์คหวังว่าพี่มาร์คจะคลายความโกรธลงไปได้บ้างผมรู้ว่าพี่มาร์คเป็ห่วงและไม่ชอบให้เกิดความวุ่นวายในโรงเรียนซึ่งเป็หน้าที่ความรับผิดชอบของพี่มาร์คด้วย
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้ใส่เลยนะ”พี่มาร์คผลักหน้าผมออกเบา ๆ เพราะนึกหมั่นไส้
“อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่ไหม”
“ใครอารมณ์เสียไม่มีสักหน่อยแค่ไม่ชอบที่คนก่อเื่ในโรงเรียนก็เท่านั้น”คนปากแข็งไม่ยอมรับเบือนหน้าหนีผมไปอีกทาง
“แล้วพี่มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”ผมเปลี่ยนเื่
“พอดีเห็นจินยองมันไปประชุมเลยแวะมาดู”
“แล้วน้ำนี่ล่ะซื้อมาให้ผมเหรอ” อย่าบอกนะว่าแวะซื้อน้ำมาให้ผมพอคิดแบบนั้นใจผมก็เต้นแรงอีกแล้ว
“เปล่าซื้อมากินเองต่างหาก”แป่วนั่นสิพี่มาร์คจะซื้อมาให้ผมทำไมพอไม่ได้เป็อย่างที่คิดผมก็หน้าเจือนลงแบบไม่ได้รู้ตัว จนคนข้าง ๆ จับสังเกตได้
“ล้อเล่นก็ซื้อมาให้เด็กดื้อแถวนี้นี่แหละเห็นจินยองมันไปประชุมก็นึกอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครเตรียมน้ำให้น้อง ๆ กิน”พอได้ยืนที่มาร์คพูดแบบนั้นใจที่ห่อเหี่ยวก็พองโตขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วทำไมซื้อมาแค่ขวดเดียวล่ะพี่”ผมถามด้วยความสงสัยก็พี่มันพูดเหมือนรู้ว่าน้อง ๆจะไม่มีน้ำกินเพราะพี่จินยองไม่อยู่แต่ที่เห็นในมือก็มีแค่ขวดเดียวนี่แต่น้อง ๆที่ว่ามันมีตั้งหลายคนนะ
“เอ่อ...ก็ไอ้แจบอมมันไปเอามาแล้วไง”พี่มาร์คตอบผมแต่สายตามองไปยันบริเวณรอบสนามที่ตอนนี้เหมือนทุกสายตายังคงแอบเหลือบมองพี่มาร์คมาเป็ระยะแอบสังเกตเห็นด้วยว่ามีบางกลุ่มทำหน้าไม่ชอบใจใส่เวลาเห็นผมอยู่กับพี่มัน
“อ่อครับ”ผมพยักหน้ารับไม่ได้ถามอะไรต่อ แค่ยืนดูดน้ำขวดนั้นอยู่ข้าง ๆไม่บ่อยนักหรอกที่พี่มาร์คจะมีเวลามาดูผมซ้อมแบบนี้เพราะพี่มาร์คน่ะงานเยอะจะตายไป
“ซ้อมเป็ยังไงบ้าง”
“สนุกมากเลยพี่ถ้าไม่นับเื่เมื่อกี้น่ะ”ผมยิ้มแหย
“สนุกก็ดีแล้ว”พี่มาร์คยกมือมาลูบหัวผมเบา ๆ ผมใจนแอบหดคอหนีนิด ๆ นึกว่าจะโดนพี่มาร์คตีเสียอีกจนพี่มาร์คอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและเพราะพี่มันหัวเราะคนยิ่งมองพี่มันเยอะกว่าเดิมอีก
“หยุดยิ้มเลยนะพี่”ทั้งที่ผมชอบรอยยิ้มพี่มาร์คขนาดนี้แต่ผมก็ยังบอกให้พี่มาร์คหุบยิ้ม
“ทำไม”หยุดยิ้มแล้วหันมาทำหน้างงใส่แทน
“ผมหวง”ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ว่าไงนะ?”
“เปล่าเวลาพี่ยิ้มมันน่าเกลียดชะมัด หยุดยิ้มเลย” น่าเกลียดบ้าอะไรล่ะมันดูดีจนผมรู้สึกหวงขึ้นมาต่างหาก อยากจะตบปากตัวเองจริง ๆที่กล้าพูดแบบนั้นออกไปมึงกล้าว่าคนที่ฮอทที่สุดในโรงเรียนว่าน่าเกลียดได้ไงวะไอ้แบม
“งั้นเหรอ”ไอ้พี่บ้านี่ก็ทำเป็เชื่อผมอีกพี่มันแค่กวนประสาทผมเท่านั้นแหละพี่มาร์คออกจะมั่นหน้าซะขนาดนนั้นคงจะเชื่อคำพูดผมหรอก
ตึกตึก ตึก
“แฮกเกิดอะไรขึ้นวะ”
เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันต่อเพราะหันไปมองหน้าพี่แจบอมที่วิ่งแบกแพคน้ำมาหน้าดำหน้าแดง
“ใจเย็นๆ ค่อย ๆ พูด”พี่มาร์คเบรกเพื่อนตัวเองไว้เพราะพี่แจบอมทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาผมอย่างเดียวเลย
“ไม่เป็อะไรใช่ไหมไอ้แบมน้องมินวิ่งไปบอกฉันว่านายกำลังมีเื่กับไอโฟนฉันเลยรีบวิ่งกลับมา”ผมมองเลยไปข้างหลังพี่แจบอมก็เห็นมินตราเพื่อนรุ่นเดียวกับผมแอบอยู่ตรงมุมประตูห่างออกไป
“ไม่เป็ไรแล้วพี่ไม่ต้องเป็ห่วงพอดีมีฮีโร่เข้ามาช่วยไว้ดี”คนที่โดนผมแซวว่าเป็ฮีโร่มองหน้าที่ผมด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“ค่อยยังชั่วขอบใจนะไอ้มาร์ค”
“ขอบใจอะไรของมึง”อะไรจู่ ๆ พี่มาร์คก็ทำหน้าไม่พอใจซะงั้น
“ก็ที่ช่วยไอ้แบมไว้ไง”
“ไม่ต้องขอบใจกูหรอกหน้าที่ดูแลไอ้เด็กนี่มันเป็ของฉันั้แ่แรกอยู่แล้ว”
พอพี่มาร์คพูดจบเราทั้งหมดก็เงียบไปพี่แจบอมดูจะอึ้งไม่น้อยที่เพื่อนตัวเองพูดออกมาแบบนั้นส่วนผมน่ะเหรอหัวใจเต้นแรงจนจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว คำพูดพี่มาร์คเหมือนจะพูดไปงั้น ๆและสายตาที่มองมานั้นมันสื่อมาว่าพี่มาร์คหมายความแบบนั้นจริง ๆผมที่เริ่มทำตัวไปถูกจึงขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำก่อนขอเวลาให้ผมได้หายใจแป๊บหนึ่งซ้อมมาตั้งหลายชั่วโมงยังไม่เหนื่อยเท่าเวลาที่ได้อยู่ใกล้พี่มาร์คคเพียงไม่กี่นาทีเลยหัวใจผมมันจะทำงานหนักเกินไปแล้ว พอหัวใจยอมรับว่าชอบพี่มาร์คทุกการกระทำของพี่มาร์คล้วนมีผลต่อหัวใจผมทั้งสิ้นแค่พี่มาร์คทำอะไรให้นิด ๆ หน่อยๆ ใจมันก็ฟูไปหมด ผมล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกจากห้องน้ำมาเจอมินตราคนที่ช่วยเอาเื่ที่ผมโดนหาเื่ไปบอกพี่แจบอมให้
“นี่เธอ”ผมเรียกอีกฝ่าย จนเธอสะดุ้ง
“เอ่อว่าไง” เธอดูกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะพูดกับผมแหะ
“ขอบใจนะเื่วันนี้”ผมยิ้มให้เธอ
“เอ่อ...”เธอดูอึ้ง ๆ
“ที่เธอวิ่งไปบอกพี่แจบอมให้ไง”
“อื้ม...ไม่เป็ไร”
“นึกว่าจะมีแต่คนเกลียดฉันเสียอีก”ผมพึมพำกับตัวเองเบาไม่รู้ตัวเลยว่าสีหน้าตัวเองสลดลงแค่ไหนเวลาพูดถึงเื่เพื่อนแบบนี้
“ไม่นะ...ไม่มีใครเกลียดนายเสียหน่อย”มินตราว่าขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของผม
“เธอหมายความว่าไง”
“คือ...คนอื่นฉันก็ไม่รู้หรอกนะแต่พวกฉันไม่ได้เกลียดนายจริง ๆ นะ”
“...” ผมทำหน้าไม่เข้าใจ
“พวกเราแค่ไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยเพราะนายดูน่ากลัวน่ะ เพราะวันแรกที่มานายก็มีเื่กับพวกรุ่นพี่แล้ว” มินตราพูดออกมารัวเร็วจนผมแทบฟังไม่ทัน
“ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลย”ผมชี้หน้าตัวเองเหวอ ๆ
“อื้มแล้วรอบตัวนายก็มีแต่พวกรุ่นพี่ด้วย” อ้อแบบนี้นี่เองผมเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
“เธอเป็คนดีกว่าที่ฉันคิดนะ”ผมว่าเพราะไม่ค่อยมีใครอยากเข้ามายุ่งกับผมเท่าไหร่
“นายก็เหมือนกันไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอบคุณจากนายด้วย”
“ฉันก็มีจิตสำนึกน่ะเห็นแบบนี้ก็เถอะ”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะฉันหมายถึง...”มินตราเลิ่กลักพยายามแก้ตัวไม่ให้ผมเข้าใจตัวเองผิด
“ฉันรู้ๆ ไม่ต้องอธิบายหรอก ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ” ผมก้มหัวให้เธอนิด ๆมินตราทำตัวไม่ถูกเธอเลิ่กลักจนผมอดหัวเราะไม่ได้
“อึก”แต่พอผมยิ้มเธอก็นิ่งไป
“...”
“เวลานายยิ้มนายน่ารักมากเลย”พอโดนคนอื่นชมแบบนี้ผมก็เริ่มทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
“งะงั้นเหรอ” ผมเกาคอตัวเองแก้เก้อ
“งั้นต่อไปนี่เรามาเป็เพื่อนกันนะมีอะไรที่พอช่วยได้ก็บอกได้เลยนะ”
“อะอื้ม ขอคุณนะ” เธอส่งยิ้มให้ผมอีกครั้งก็จะวิ่งออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนตัวเองพวกเพื่อนเธอก็มองมาที่ผมด้วยผมทำตัวไม่ถูกก็พยักหน้าตอบกลับเบา ๆอีกฝ่ายก็ยิ้มให้ ทำให้ผมที่เป็คนไม่ค่อยมีเพื่อนรู้สึกหัวใจฟู ๆขึ้นมาเลยนี่หรือเปล่าความรู้สึกเวลาถูกคนยอมรับ
“วันนี้จะไปกินข้าวที่บ้านฉันไหม”ผมถามหลังจากที่เราสองคนถึงบ้าน
“ไม่ล่ะพี่วันนี้แม่บอกจะกลับเร็วให้รอกินข้าวด้วยกัน”วันนี้แบมแบมดูร่าเริงเป็พิเศษผมไม่ได้ถามอะไรมากแค่เห็นมันมีความสุขได้แบบนี้ก็ดีแล้ว
“แบบนี้ข้าวที่บ้านฉันก็เหลือน่ะสิไม่มีคนช่วยเก็บกิน”ผมแกล้งหยอกให้โดนเด็กมันค้อนกลับมาให้
“ผมไม่ใช่หมานะพี่มาร์ค”แบมแบมแยกเขี้ยวใส่ผม
“อ่าวเหรอเห็นชอบเก็บกินจนเกลี้ยงทุกทีไหนจะชอบให้ลูบหัวอีกเลยนึกว่าเป็หมา”ผมยิ้มแกล้งแบมแบมก็เป็งานอดิเรกอีกอย่างที่ผมชอบเวลาเห็นน้องมันหัวเสียขู่ฟ่อ ๆแบบนี้แล้วมีความสุขแปลก ๆ
“ไอ้พี่มาร์คบ้า”
“ไอ้ลูกหมาอ้วน”
“ผมไม่ได้อ้วนแล้วไม่ใช่หมาด้วย”
“หึ”ผมยิ้ม
“โว้ยไม่คุยด้วยแล้ว”แบมแบมโกรธจนหน้าดำหน้าแดงวิ่งหนีเข้าบ้านไปแล้ว
“แซวแค่นี้ต้องโกรธจนหน้าแดงเลยเหรอวะ”ผมพึมพำกับตัวเอง
จอดรถให้เข้าที่เรียบร้อยผมก็เดินเข้าบ้านหอมแก้มทักทายคุณนายเข้าเสียหน่อยแล้วก็ถูกไล่ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมากินข้าวอาบน้ำเสร็จผมก็ทาครีมบำรุงผิวเสียหน่อยถึงจะหล่อแค่ไหนก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองบ้างทาเสร็จผมก็สำรวจใบหน้าอันแสนภาคภูมิใจของตัวเองในกระจกเสียงของเด็กบางคนก็ดังขึ้นในหัว
เวลาพี่ยิ้มมันน่าเกลียดชะมัด
ผมลองยิ้มใส่กระจกหนึ่งครั้งแบบที่ยิ้มวันนี้มองหน้าตัวเองในกระจกไม่เห็นจะน่าเกลียดสักนิด ออกจากหล่อเหลาบาดใจขนาดนี้เดี๋ยวนี้หัดโกหกกันแล้วน่ะไอ้เด็กแสบเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย