ริชาร์ดยืนขึ้นทันทีด้วยสีหน้าที่มืดหม่น วอริเออร์ในชุดเกราะหนังหยิบหอกเล่มที่ 2 ออกมาเตรียมพร้อมโจมตีอีกครั้ง ทว่าลำแสงศักดิ์สิทธิ์ 2 เส้นได้ส่องผ่านสังเวียนมายังร่างทหารของริชาร์ดเสียก่อน เส้นหนึ่งคือคาถาเกรทเทอร์ฮีลในขณะที่อีกเส้นเป็นคาถาป้องกันที่คล้ายกับโล่เวทมนตร์ หลังจาก 2 เส้นแรกผ่านไป ลำแสงอีกเส้นก็ส่องไปยังทหารเพื่อเพิ่มการป้องกันระยะไกลให้กับเขา โดยเส้นที่ 3 นี้เป็นคาถาที่ร่ายโดยทีรามิสุ
ลำแสง 3 เส้นติดต่อกันทำให้ทั่วทั้งสังเวียนตกตะลึงไป วอริเออร์ระดับสูงรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร — ริชาร์ดมีเมจและคนที่มีความศรัทธาแรงกล้าอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขาด้วย ! เมื่อดูจากระยะเวลาที่ห่างกันน้อยมากของคาถาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนั้น คนที่ร่ายมันออกมาอย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับพรีสต์อย่างแน่นอน !
ถึงแม้จะอยู่ในระดับ 12 แต่พรีสต์ในเฟเลอร์ก็ถือว่ามีตำแหน่งที่สูงส่งมากในสังคม ในการต่อสู้นั้นพวกเขาจะมีประโยชน์มากกว่าสตอร์มแฮมเมอร์ระดับ 14 เสียอีก แต่สำหรับเมจในระดับเดียวกันนั้นหรือ ? สถานะของพวกเขาจะเหนือกว่าพรีสต์ด้วยซ้ำ !
ผู้ร้ายถูกคุกคามจนสติหลุดไปครู่หนึ่ง สิ่งเดียวที่เขาจำได้ก็คือการโจมตีครั้งที่ผ่านมาของเขาไม่ได้ทำให้คู่ต่อสู้ถึงตาย และด้วยคาถาเกรทเทอร์ฮีลที่เข้ามานั้น ความสามารถในการต่อสู้ของศัตรูคงจะฟื้นฟูกลับมาแล้วอย่างแน่นอน เขายกแขนขึ้นเตรียมพร้อมอีกครั้งทว่าความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีทำให้เขาสูญเสียโอกาสโจมตีไปตลอดกาล เสียงแหลมดังก้องไปทั่วพื้นที่ขณะที่ขวานของแกงดอร์ลอยตรงมาพร้อมกับที่มันส่งเสียงหวีดดังผ่าความเร็วในอากาศ เสียงฉีกขาดดังขึ้นเมื่อขวานนั้นปะทะเข้ากับร่างกายและตัดร่างของเขาออกเป็น 2 ท่อนโดยที่ผู้ชม 3 คนที่อยู่ในระยะของขวานก็ถูกสังหารด้วยเช่นกันก่อนที่ขวานนั้นจะปักลึกลงไปในแท่นหินแท่นหนึ่งในที่สุด ด้ามจับของมันยังคงส่งเสียงดังอยู่เล็กน้อยแม้หลังจากที่มันได้หยุดลงแล้ว
ริชาร์ดหันไปหาโบเว่นทันทีก่อนเอ่ยถาม “ลูกน้องใคร ?”
โบเว่นต้องการถ่วงเวลาเหมือนที่เขาทำเป็นประจำ ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มมีเสน่ห์ที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของริชาร์ด เขาก็เกือบกระโดดออกจากเก้าอี้ราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็น
“มาร์ค !” เขาตอบเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ริชาร์ดพยักหน้าและส่งไฟร์บอลลูกหนึ่งให้พุ่งเข้าไปทางบริเวณของมาร์คทันที ทันใดนั้นทั้งสังเวียนก็ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย !
“พวกเขามีเมจอีกคน !”
“ไม่นะ วิ่ง ! นั่นมันไฟร์บอล !”
ไฟร์บอลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด แม้ว่าพวกมันไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อวอริเออร์ระดับสูงแต่มันก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสามัญชนคนธรรมดา ใบหน้าของมาร์คบิดเบี้ยวภายใต้การโจมตีของเปลวไฟ ในไม่ช้าเปลวไฟก็ลุกโชนท่วมร่างของบลัดไซท์มาร์คและปกคลุมทุกพื้นที่ในห้อง อีกทั้งยังไหลย้อนกลับออกมาด้านนอก เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากภายในและผนังด้านหลังก็ระเบิดออกเผยให้เห็นทางเดินข้างนอก ครึ่งหนึ่งของแท่นชมขนาดใหญ่ร่วงลงมาจากผนังและชนเข้ากับฝูงชนวุ่นวายที่อยู่ข้างล่าง
ริชาร์พ่นลมหายใจก่อนนั่งลงช้า ๆ “เหอะ หลบหนีกันเร็วดีนี่”
แกงดอร์พาไนท์ 2 คนเดินเข้าสู่สังเวียนและแบกร่างสหายที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปที่ห้องของริชาร์ดเพื่อเริ่มการรักษาทันที ไม่มีผู้คุ้มกันคนใดกล้าเข้าไปขัดขวางการกระทำของเขา เมจ 2 คนกับพรีสต์อีก 1 คนนั้นเป็นมากกว่าการข่มขวัญซะอีก !
ในเวลานี้แนวพื้นดินกลายเป็นความยุ่งเหยิงโดยสมบูรณ์ ผู้คนต่างผลักกันเพื่อแย่งชิงที่จะไปยังทางออก ในทางกลับกันบริเวณชั้น 2 นั้นเงียบกริบ นอกเหนือจากคนของมาร์คที่หลบหนีไปแล้วนั้น โฮวี่ ไครอน และโบเว่นยังคงสงบนิ่งอยู่ตรงที่นั่งของพวกเขาโดยจ้องมองริชาร์ดอย่างไม่วางตา อย่างไรก็ตาม สีหน้าของความไม่สบายใจและความหวาดกลัวก็ฉายอยู่บนใบหน้าของพวกเขาเหล่านั้น ริชาร์ดฉงนเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้แสดงพลังเต็มที่ด้วยซ้ำทว่ามันกลับกดดันพวกเขาได้อย่างหนัก
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาและเริ่มทำท่าทางราวกับเช็ดเศษเถ้าจากไฟร์บอลออกจากฝ่ามือ อย่างไรก็ตาม เปลวไฟแห่งเวทมนตร์นั้นไม่ได้ทิ้งเถ้าใด ๆ เอาไว้เลย สีหน้าของผู้นำทั้งสามเปลี่ยนไปเล็กน้อยหลังจากเห็นการกระทำนั้นของริชาร์ด
แท้จริงแล้วนี่เป็นวิธีที่โฟลว์แซนด์สอนริชาร์ดไว้ นางบอกว่าให้ใช้การกระทำที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อทำให้อีกฝ่ายเกิดความประทับใจต่อเขาให้มากขึ้นและถ่ายทอดอารมณ์ของเขาผ่านสัญญาณทางร่างกาย
ริชาร์ดพูดอย่างเฉยเมยขณะกำลังทำความสะอาดมือของเขา “เจ้าฉลาดนะมิสเตอร์โบเว่นและข้าชอบคนฉลาดซะด้วย บางทีในอนาคตเราอาจทำงานบางอย่างร่วมกันได้”
“ข้าจะตั้งตารอวันนั้น !” โบเว่นตอบ
เมื่อถึงเวลานี้ คนแคระที่จัดการสังเวียนก็รีบเข้ามาในห้องของริชาร์ดและอุทานออกมาเสียงดัง “เจ้ากล้าก่อ —”
แต่แล้วเขายังไม่ทันพูดจบก็ถูกตัดบทโดยเหรียญทอง 10 เหรียญที่ริชาร์ดโยนไปให้ คนแคระรีบหยิบเหรียญทั้งหมดขึ้นมาอย่างเก็บอาการไม่ได้ก่อนขยี้ตาอย่างหนักและนับมันซ้ำ ๆ จากนั้นเขาก็พูดอย่างระมัดระวัง “ผู้คุ้มกันของข้า 2 คนตายไปด้วย พวกเขาเป็นยอดฝีมือท่ามกลางเหล่าวอริเออร์ของชนเผ่าบลัดสโตนออร์คที่งดงาม อีกทั้งยังจงรักภักดีและกล้าหาญมากที่สุด…”
ริชาร์ดโยนเหรียญทองอีก 20 เหรียญให้เขาและถามอย่างเมินเฉย “นี่พอหรือยัง ?”
“พอแล้ว มันเพียงพอแล้ว ! มันมากเกินไปด้วยซ้ำ !” คนแคระพูดขณะรีบหยิบเหรียญทั้งหมดขึ้นดูด้วยตาที่เบิกกว้าง
เก้าอี้ของริชาร์ดหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนแคระ “งั้นรึ ? ดีแล้ว เอาล่ะ แล้วเรื่องที่คนของข้าถูกลอบทำร้ายในสังเวียนของเจ้า เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง ?”
คนแคระสะดุ้งโหยง ดวงตาของเขาล่อกแลกไปมาสองสามครั้ง ในที่สุดเขาก็ยิ้มและเอ่ยตอบ “ท่านก็เห็น มีหลายคนในสังเวียนนี้ตายไปเพราะท่าน ข้าแนะนำให้ท่านลืม ๆ มันไปซะเถอะ”
สายตาของริชาร์ดยังคงเหมือนเดิมขณะที่เขาพูดต่อไป “ลืมมันไปงั้นรึ ? เจ้าจะบอกว่าวอริเออร์ชั้นดีของข้าเทียบเท่ากับพวกผู้คุมไร้ประโยชน์เหล่านี้อย่างงั้นสิ ? ข้าไม่คิดว่าชนเผ่าบลัดสโตนจะคิดเช่นนี้ กฎของสังเวียนเจ้าอนุญาตให้ผู้พ่ายแพ้ลอบโจมตีผู้ชนะได้ตามที่พวกเขาต้องการอย่างหรือยังไง ? นั่นคือเกียรติของครึ่งออร์ค ?”
คนแคระประหลาดใจมากเพราะเขาไม่คิดว่าริชาร์ดจะรอบรู้ในกฎของค่ายและประโยคสุดท้ายนั้นค่อนข้างลึกซึ้ง รอยยิ้มของเขายิ่งประจบประแจงมากขึ้น “ท่านฉลาดมาก ท่านลอร์ด แน่นอนว่าคนธรรมดาพวกนั้นไม่สามารถชดเชยความสูญเสียของท่านได้แน่ แต่ท่านจะได้รับไมตรีจากชนเผ่าบลัดสโตน ข้าเชื่อว่ามันสำคัญกว่าเหรียญทองเพียงไม่กี่เหรียญเสียอีก สำหรับพวกขยะน่ารังเกียจเหล่านั้น พวกเขาจะถูกประณามและลงโทษอย่างสาสม !”
เมื่อเห็นว่าบาดแผลของไนท์ได้รับการดูแลเรียบร้อยแล้ว ริชาร์ดก็ยืนขึ้น “บทลงโทษ ?... ดีมาก ข้าเชื่อในไมตรีของชนเผ่าบลัดสโตน ไปกันเถอะ !”
หลังจากรอให้ริชาร์ดออกไปไกลมากพอแล้ว โบเว่น ไครอน และโฮวี่ก็กลับออกไปเช่นกันหลังจากที่มองตากันเหมือนว่าต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง
เมื่อริชาร์ดกลับมาถึงที่พัก เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไปเป็นชุดที่สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งอย่างรีบเร่งซึ่งไม่นานนักก็มีม้าศึกนับสิบเดินทางออกจากที่พักและมุ่งหน้าเข้าไปในความมืด ทั้ง 2 ฝั่งมีหมาป่าสายลมวิ่งเทียบด้วยความเร็วใกล้เคียงและแม่นยำแม้ว่าพวกมันจะใช้มีดสายลมไปหมดแล้วในการต่อสู้ที่ด่านก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่คาถาเพิ่มพละกำลังของโฟลว์แซนด์รวมถึงการพักผ่อนนานนครึ่งวันทำให้พวกมันมีพลังในการใช้อบิลิตี้นั้นได้อีกครั้ง
คนที่อยู่ด้านหน้าของทหารม้าข้าง ๆ ริชาร์ดก็คือแซม และในเวลานี้มือของเขาชี้ไปข้างหน้าตรงไปยังที่ซ่อนตัวของมาร์ค