ความเงียบเข้าครอบงำศาลากลางสวนอย่างสมบูรณ์แบบ
คำกล่าวอันแสนซื่อตรงและเห็นอกเห็นใจของหลงเทียนเฟย เป็นดั่งค้อนที่มองไม่เห็นทุบทำลายความเย่อหยิ่งของหลงเฟยอ้าวลงอย่างย่อยยับ บัณฑิตหนุ่มจากตระกูลสาขาผู้นั้นยืนอ้าปากค้าง สมองของเขาว่างเปล่า เขาเตรียมคำพูดมามากมายเพื่อเย้ยหยันและข่มเหงคนไร้ค่า แต่กลับไม่เคยเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่คนผู้นั้นจะเห็นด้วยกับเขาทุกประการ
ความอัปยศอดสูแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่บดบังเหตุผล "เจ้า...เจ้ากล้าดียังไงมาล้อเล่นกับข้า"
สิ้นเสียงตะคอก หลงเฟยอ้าวก็รวบรวมพลังปราณไว้ที่หมัดขวา แสงสีแดงจางๆ ของผู้ฝึกตนขั้นสัมผัสปราณระดับหกพลันปรากฏขึ้น เขาพุ่งเข้าใส่หลงเทียนเฟยด้วยความเดือดดาล หมายจะสั่งสอนให้คุณชายไร้ค่าผู้นี้ได้รู้สำนึก
หลี่ ชิงเหยาที่เฝ้ามองอยู่หรี่ตาลงเล็กน้อย นางมิได้คิดจะเข้าขัดขวาง แต่กำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอย่างพินิจพิเคราะห์ นี่คือบททดสอบที่แท้จริง
เมื่อหมัดที่แฝงพลังปราณพุ่งเข้ามาใกล้ หลงเทียนเฟยกลับแสดงท่าทีตกใจอย่างสุดขีด ดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เขาทำท่าจะยกมือขึ้นป้องกันแต่ก็ดูเชื่องช้าและเงอะงะงุ่มง่ามไปหมด
ช่างเป็นการออกแรงที่ไร้ซึ่งความสง่างามโดยแท้
ในเสี้ยววินาทีที่หมัดของหลงเฟยอ้าวเกือบจะถึงตัว ร่างของหลงเทียนเฟยก็พลัน "สะดุด" ขาของตนเอง เขาก้าวพลาดถอยหลังไปอย่างทุลักทุเล แขนทั้งสองข้างปัดป่ายไปมาในอากาศอย่างสับสนเพื่อรักษาสมดุล
มันคือภาพของคนที่อ่อนแอและขลาดเขลาโดยแท้
ทว่า...ในจังหวะที่แขนของเขากำลังปัดป่ายไปมานั้น ฝ่ามือข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มกลับ "บังเอิญ" แตะลงบนข้อมือของหลงเฟยอ้าวอย่างแผ่วเบา
เปรี๊ยะ
เสียงที่ดังไม่ต่างจากกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นอย่างชัดเจน
พลังทั้งหมดในหมัดของหลงเฟยอ้าวพลันสลายหายไปในพริบตา ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสและเฉียบพลันแล่นปราดจากข้อมือขึ้นไปถึงหัวไหล่ ทำให้ร่างที่เสียสมดุลถลาไปข้างหน้าสองสามก้าว ก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้น
"อ๊ากกก แขนข้า"
เสียงร้องโหยหวนของเขาทำลายความเงียบงันในสวนหลวงจนหมดสิ้น
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในทันที ลูกสมุนของหลงเฟยอ้าวรีบวิ่งเข้ามาดูนายของตนด้วยความตื่นตระหนก หนึ่งในนั้นหันมาจ้องหลงเทียนเฟยด้วยความโกรธแค้นแล้วผลักเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง
"เป็นเพราะเจ้า"
หลงเทียนเฟยที่ยังคงทำหน้าซื่อๆ และดู "ตกใจ" กับเหตุการณ์เบื้องหน้า ถูกผลักจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างง่ายดาย
ทว่า...เด็กหนุ่มกลับลุกขึ้นยืนในทันที เขากุมหน้าอกของตนเอง แสร้งทำเป็นเจ็บปวดสาหัสด้วยใบหน้าที่ซื่อตรงที่บัดนี้ซีดเผือดลงเล็กน้อย ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่ต้องมาเล่นละครอันน่าเหนื่อยหน่ายนี้
หลี่ ชิงเหยามองเห็นทุกอย่าง ดวงตาที่เยือกเย็นของนางพลันปรากฏประกายแห่งความสับสนที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม การสะดุดที่พอดิบพอดีเกินไป การสัมผัสที่แม่นยำราวกับจับวาง และการล้มลงไปโดยไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย
ทุกอย่างมันดูเหมือนอุบัติเหตุ แต่กลับสมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นอุบัติเหตุได้
หลงเทียนเฟยไอออกมาสองสามครั้ง พลางพึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "โอ้...การปะทะเมื่อครู่รุนแรงยิ่งนัก ข้าน้อย...รู้สึกเจ็บปวดภายในเหลือเกิน"
คำพูดนั้นทำให้หลงเฟยอ้าวที่กำลังเจ็บปวดต้องเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความงุนงงยิ่งกว่าเดิม
หลงเทียนเฟยใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสับสนกล่าวต่อ "ข้าคงต้องขอตัวกลับไปรักษาตัวก่อนนะขอรับ"
พูดจบเด็กหนุ่มก็รีบหมุนตัวเดินจากไปอย่างทุลักทุเลและดูเจ็บปวด ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความงุนงงไว้เบื้องหลัง
หลี่ ชิงเหยามองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ ลับหายไปของเขา ดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย
บุรุษผู้นี้...ซ่อนสิ่งใดไว้กันแน่
(จบตอนที่ 50)