ตอนที่ 76เสือสอบธรรม โรงเรียนสอบถาม
สำหรับงานนำเสนอขาย‘คอร์สนักเรียนเตรียมทหาร’
ทุกอย่างเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมเมื่อผู้ปกครองทั้งหลายเข้ามาโรงเรียน ในวันอาทิตย์ที่ได้นัดหมายกันเอาไว้
ทางพี่แดนกับพี่บีม ทั้งสองคนก็ออกมาช่วยกันต้อนรับขับสู้อย่างสุดฤทธิ์ส่วนทางไอ้เข้มช่างภาพประจำตัวเสือน้อยก็มาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไว้อยู่
การนำเสนอกับผู้ปกครองก็เป็นไปได้ด้วยดีเสือน้อยยังคงซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
โดยให้พี่บีมเน้นย้ำว่า“การที่ทุกคนมาเรียน และก็เสียเงินแพง ๆ มันไม่ได้หมายความว่าจะสอบติด!แต่เพิ่มโอกาสให้สูงขึ้นโดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญเท่านั้น!”จากนั้นก็ยกสถิติขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด
จบการนำเสนอคอร์สวันนั้นเสือน้อยให้ผู้ปกครองมีโอกาสตัดสินใจอีกหนึ่งอาทิตย์
เพราะจำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ ส่วนเสือน้อยขึ้นป้ายโฆษณาไม่รอใครแล้วงานที่ทั้งสองคนทำก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหากเอาไปเทียบกับบริษัททำสื่อโฆษณาที่เขาจ้างประจำแล้วยังมีช่องว่างให้เห็นอยู่เยอะมาก
แต่นี่เป็นเพียงแค่คลิปที่ประกาศรับสมัครพร้อมใส่รูปที่มีลงไปแบบง่าย ๆ เพื่อรับสมัครนักเรียนบางครั้งมีคนที่ทำงานแบบนี้ได้ติดบริษัทไว้ก็ไม่เสียหาย
……
ยิ่งใกล้ปิดเทอมกิจกรรมยิ่งง่วนมากขึ้นทุกทีช่วงนี้ทุกคนกำลังเตรียมตัวสอบนักธรรมอยู่ ไม่ได้มีเวลาว่างเท่าไหร่นัก
ส่วนเสือน้อยก็ยุ่งเหมือนกันแต่ยุ่งอยู่กับเหมือนฝัน…
ทุกวันยามเมื่อมีเวลาว่างเขาไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ผ่านไปเลย ขณะที่เหมือนฝันกำลังติวเตรียมสอบนักธรรมเสือน้อยก็มานั่งให้กำลังใจ
แต่พอเห็น ‘ไอ้ทรพี’เดินผ่านมา เขาก็ยิ้มแย้มให้อีกฝ่ายด้วยท่าทีกวนโอ๊ย!
ใบหน้าอีกฝ่ายบอกบุญไม่รับหน้าพยับเมฆเดินหนีไปทั้งอย่างงั้น เพราะไม่กล้าไปมีเรื่องกับไอ้ลูกแมวนั่น “ถ้าไม่อย่างนั้น…”
และก็เป็นน้าสมรแม่ของไอ้พีโทรมาขอร้องให้เสือน้อยเป็นสายสืบรายงานพฤติกรรมให้แลกกับที่เจ้าตัวจะต้องขายที่ดินให้เสือน้อยแปลงงาม ๆ โดยมีส่วนลดพิเศษ
เขาจึงรายงานความเลวของไอ้พีให้เธอฟังอยู่เป็นประจำไม่เคยขาดรายงานเลย ยิ่งอีกฝ่ายติดค้างเขามากเท่าไหร่เวลาเจรจาธุรกิจกันก็จะได้ง่าย เสือน้อยยิ้มในใจ
ยิ่งนานวัน พีจะทำอะไรก็ยิ่งลำบาก แค่กระดิกตัวก็โดนแม่ตำหนิแล้วเขาเริ่มไม่พอใจแม่ตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่สั่งห้ามโน่นห้ามนี่เพราะถูกแม่กดดันทุกหนทาง ทั้งจะตัดค่าขนมทั้งยังขู่สารพัดเกี่ยวกับเรื่องการมั่วผู้หญิงไม่เลือกของเขา
ทำเอาเจ้าตัวอดอยากปากแห้งทั้งที่มีแฟนคบกันเป็นจริงเป็นจังอยู่แล้ว
ซึ่งก็คือรุ่นพี่สาวสวยที่ตอนนี้อยู่ม.4 ชื่อว่าจิตดี และยิ่งนับวันเธอก็ยิ่งสวยมากยิ่งขึ้น นั่นคงเป็นเพราะได้ไว้ผมยาวบวกกับหน้าอกเติบโตขึ้นตามช่วงอายุ มันจึงช่วยเพิ่มเสน่ห์ของเธอได้มากกว่าเดิมจริงๆ ในทุกวันนี้มีคนดี ๆ เดินเข้ามาในชีวิตมากมาย
เธอจึงเริ่มมีความสัมพันธ์ระหองระแหงกับพียิ่งนานเธอก็รู้สึกแย่ ผิดหวังในตัวแฟนคนนี้ จึงพยายามหาข้ออ้างบอกเลิกใช้เรื่องความเจ้าชู้ของพี แต่ไม่มีโอกาสให้เลย
เพราะช่วงนี้เจ้าตัวสงบเสงี่ยมแบบแปลกๆ แต่เธอก็ตัดสินใจบอกเลิกไปเมื่อวันก่อนแล้ว
จึงเป็นที่มาของใบหน้าบอกบุญไม่รับของอีกฝ่ายซึ่งแน่นอนว่าทางเสือน้อยย่อมรู้ข่าวจึงรายงานไปเหมือนเคย
วันสอบนักธรรมก็มาถึงเป็นช่วงก่อนปิดเทอมสามอาทิตย์ เพราะอาทิตย์หน้าจะเข้าสู่งานกีฬาสีส่วนอาทิตย์สุดท้ายก็ต้องเริ่มเตรียมสอบปลายภาค!
……
สำหรับการสอบนักธรรมของเสือน้อยก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เขาเขียนหลักธรรมที่พระมหาไผ่สอนเรื่องทาน ศีล ภาวนา กับการนำไปใช้ในชีวิตจริง เป็นหัวข้อ เขียนอธิบายหลายหน้ามาก โดยไม่ได้อาศัยการมโนขึ้นมาเองแต่อย่างใด
ระหว่างที่เขียนเสร็จใช้เวลาไม่นานเขาก็บรรยายได้หมด แต่เวลาสอบเหลืออีกตั้งสองชั่วโมง เมื่อไม่มีอะไรทำเขาจึงเหม่อลอยนึกคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ทุกวันนี้ร้านทองสุขมีเจ้าลิปกับออย ช่วยกันดูแลร้านตั้งแต่เปิดร้านตีสาม
ผลัดกันคนละวันตอนเช้า ๆ จะมีคนมาออกันที่หน้าร้านไม่ขาดสาย บางคนถึงขั้นมาตั้งแต่ตีสามเพื่อมาดักรอคิวแรก ๆ เพราะค่าพิมพ์เอกสารก็ได้ส่วนลดลงเยอะมากถูกกว่าในโรงเรียนเสียอีก
ในตอนที่ท่าน ผอ.นัยนารู้ข่าวเธอก็เรียกเสือน้อยไปถามว่า ต้องการได้ความช่วยเหลืออะไรจากโรงเรียนบ้างมั้ย?
เสือน้อยพูดไปตามที่คิดว่ามันจะเป็นประโยชน์เขาอยากขอให้เลิกการใช้กระดาษหน้าเดียวแล้วทิ้งและพวกสันปกรายงานก็เช่นกันควรนำกลับมาใช้ใหม่ กระดาษถ้าเลิกเย็บได้จะดีมากเพราะจะได้สะดวกเวลานำใส่เครื่องปริ้น
ถ้าทางโรงเรียนไม่รู้จะเอากระดาษกับสันปกไปทำอะไรเอามาบริจาคให้เขาเสียดีกว่า หรือไม่ก็ตั้งไว้ในห้องคอมให้เด็กนักเรียนได้หยิบใช้
ไม่น่าเชื่อว่าแค่เสือน้อยเสนอความคิดออกไปแต่ครูนัยนากลับทำจริง ทุกวันนี้สันปกกระดาษถูกนำมาใช้ใหม่ที่ห้องคอมทั้งยังเอามาบริจาคที่ร้าน ส่วนกระดาษอันไหนที่ยังอยู่ในสภาพดีไม่เลอะเทอะจนเกินไป ทางโรงเรียนก็อนุญาตให้นำกลับมาใช้ใหม่
ซึ่งประกาศให้ครูและนักเรียนทราบกันถ้วนหน้าเสาธงและถ้าเกิดครูคนไหนคิดที่จะหักคะแนนเพียงเพราะนำกระดาษเก่ามาใช้ใหม่ให้มาร้องเรียนกับเธอโดยตรง
แต่ทว่าต้องอยู่บนเงื่อนไขของความพอดีไม่ใช่เอากระดาษที่อ่านไม่ออกมาส่ง แบบนี้ก็เกินไปให้หักคะแนนได้เลย
จึงทำให้เด็ก ๆที่มีฐานะยากจนลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก ๆ มีเงินเหลือเก็บไว้ไปทำอย่างอื่น!
ทุกวันนี้ตอนตีสามตีสี่ทางร้านก็จะตั้งกระดาษที่เหลือใช้มาไว้ให้นักเรียนเข้ามาหยิบไปใช้ อีกทั้งสันปกที่ทางโรงเรียนให้มาก็แยกไว้ต่างหากกับสันปกใหม่ของทางร้าน
แน่นอนว่าทางร้านทำกำไรได้น้อยลงแต่ว่ามันก็ไม่ลดลงถึงขนาดที่ว่าเป็นเดือดเป็นร้อน เพราะหลังจากหกโมงเช้า คนที่มีเงินมีทองย่อมไม่อยากเสียเวลาไปหยิบกระดาษเก่าๆ กับพวกสันปกเก่า ๆ
ส่วนมากมาถึงก็สั่งพิมพ์ตามความเคยชินส่วนสันปกแจกฟรี ปกติก็หมดแทบจะภายในวันเดียวกว่าโรงเรียนจะรวบรวมมาให้อีกทีก็ใช้เวลาหลายวัน
ส่วนทางเจมส์และฉายกำลังง่วนอยู่กับงานใหม่ซึ่งมีคนมาติดต่อลงโฆษณาเยอะมาก
จึงต้องทำงานเจรจาของตัวเองให้ดีนายน้อยยังบอกพวกเขาอีกว่า “นี่เพียงแค่ป้ายเดียวเท่านั้นยังเหลือที่หน้าตึกเทพทันใจ กับป้ายที่กำลังทยอย ๆ ติดตามมาอีกในอนาคต ทั้งสองคนจะต้องคุมคนให้ได้คุมระบบให้ดีอย่าให้ผิดพลาด”
ทางด้าน ‘โรงงานร่มเย็น’ซึ่งตั้งมาจากนามสกุลของครอบครัว
โดยเสือน้อยเป็นคนคิดชื่อเองตอนนี้มีคนมาสมัครงานไม่ขาดสาย ทั้งเด็กจบใหม่ทั้งคนที่เคยทำโรงงานอยู่แล้วแต่อยากทำงานใกล้ ๆ มีมากมายนักเพราะได้เห็นโฆษณาตรงสี่แยก
ตำแหน่งแรกที่ต้องรับสมัครคือฝ่ายบุคคลพี่ทับทิมก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่ต้องให้แม่ชบาคอยช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยเธอประเมินขนาดของโรงงาน เอาข้อดีและข้อเสียของโรงงานเก่ามาปรับปรุงให้เป็นรูปแบบของตัวเอง
ส่วนพี่ชายของเธออย่างทบในตอนนี้กำลังหาสถานที่วิ่งกับสระว่ายน้ำอยู่…
เพราะจำเป็นต้องใช้สอนเด็กที่เข้าคอร์สเตรียมทหารยังไม่รู้ว่ามีมากน้อยเท่าไหร่ เพราะยังไม่ได้ประกาศปิดรับสมัครแต่ก็จำต้องเตรียมเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้
ยอดของนักเรียนที่มาสมัครเข้ากวดวิชาเตรียมทหารมีมากกว่าที่เสือน้อยคิดไว้
จนถึงตอนนี้จะเปิดรับสมัครถึงตอนปิดเทอมเท่านั้นโฆษณาก็ขึ้นอยู่ทุกวี่วัน ส่วนที่เหลือก็ให้ลูกน้องไปกระจายข่าวตามโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งวิธีที่สองได้ผลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิธีแรกเลยนั่นก็คือวิธีบอกต่อแบบปากต่อปาก
จนยอดรวมตอนนี้เกือบสามร้อยคนแล้ว!ทว่ายังไม่มีใครจ่ายตังค์ทั้งนั้น เสือน้อยรอให้ถึงเวลาค่อยว่ากันถ้าไม่มีตังค์ก็อดเรียนไปตามระเบียบ เขาไม่ได้ใจดีกับคนอื่นถึงขนาดนั้น…
ส่วนลูกน้องข้างกายใครอยากเรียนเขาจะให้เรียนอันนี้มันย่อมแตกต่างถือเป็นสิทธิพิเศษ ที่มอบให้แก่คนที่ทำงานให้เขา
เสือน้อยนับนิ้วดู“ถ้ายอดถึงห้าร้อยคน…โอ้โฮไม่รวยแย่เลยหรือ!?”ธุรกิจนี้เขาต้องจับไว้ให้ดีบุคลากรต้องเอาคนมีคุณภาพมาสอนเพื่อต่อยอดในปีต่อ ๆ ไป
เพราะมีสอบมาทุกปีไม่ต้องกลัวว่าจะอดตายเลย เขายังคิดต่อยอดไปถึง การสอบนายสิบของเด็ก ม.6 และสอบเข้าแพทย์มหาลัยต่าง ๆทุกวันนี้รวบรวมข้อมูลมาได้เยอะพอสมควร
แต่ดูเหมือนควรจะค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า“อย่าได้ผลีผลาม!” เขาติดคำพูดของพระครูมหาไผ่มา…
ระหว่างที่กำลังเหม่อลอยรอหมดเวลาสอบพระครูก็เดินมาข้าง ๆ เจ้าเสือน้อย ก่อนพูดว่า “ทำเสร็จแล้วหรือ?” เสียงคุ้นหูปลุกให้เสือน้อยตื่นจากภวังค์
“ทำเสร็จแล้วครับพระครู”เสือน้อยยิ้มตอบอย่างซื่อสัตย์
“ตรวจทานดูให้ดีก่อนอย่าได้ผลีผลาม” มหาไผ่ย้ำอีกครั้งก่อนเดินไปดูคนอื่น ๆ ต่อ
เสือน้อยก็คลี่ยิ้มติดคำพูดพระครูมานี่แหละเขาว่าคนเป็นครูสอนยังไงพวกศิษย์ก็จะออกมาเป็นในแบบนั้น ก่อนที่จะเปิดกระดาษข้อสอบตรวจทานตามคำบอกของพระครู
มีคนเตือนสติไว้ย่อมดีกว่าเพราะนั่นหมายความว่าคนเหล่านี้หวังดีกับเรา
เสือน้อยนึกคิดไปเล่นๆ เช่น เวลามีคนบอก “ระวังตัวไว้นะ!”คนเขาก็อุตส่าห์มาพูดด้วยความเป็นห่วง แต่กลับไปคิดในแง่ร้ายเสียได้
จากนั้นเสือน้อยก็แอบหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเล่นมุกเองชงเองแล้วก็ตบเอง ช่วงนี้เขาอยู่กับพวกแก๊งตลกโปกฮาอยู่บ่อย ๆจำติดมาเช่นกัน อย่างกับโรคระบาด