บทที่ 13 ชายขี้แย
หลู่ชีฉางกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บแค้น เขาได้สาบานกับตนเองแล้วว่าหลังจากนี้เป็ต้นไป เขาจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้นังหญิงอัปลักษณ์สารเลวคนนี้ต้องเป็ฝ่ายมาคุกเข่าแทบเท้าของเขากับท่านแม่ และแน่นอนว่าต้องให้นางมาขอขมาบรรพบุรุษของเขาทั้งสิบแปดรุ่นอีกด้วย! “ข้าขอโทษ...”
“หืม? ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ยิน”
จริง ๆ อวิ๋นซิ่วชิงได้ยินที่อีกฝ่ายขอโทษ แต่ความคับแค้นใจที่นางได้รับจากแม่ลูกตระกูลหลู่ในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถลบล้างได้ด้วยคำขอโทษเพียงคำเดียว
"เ้า!!" หลู่ชีฉางเืขึ้นหน้า เขาไม่คิดเลยว่าอวิ๋นซิ่วชิงจะไร้ยางอาย ขนาดนี้
“ข้า?” อวิ๋นซิ่วชิงชี้ไปที่จมูกของนางพร้อมดวงตาเบิกกว้าง “มีอะไรจะพูดกับข้าอย่างนั้นหรือ? ”
"อวิ๋นซิ่วชิง! อย่าให้มันมากเกินไปนัก!" หลู่ชีฉางจ้องที่อวิ๋นซิ่วชิงอย่างกินเืกินเนื้อ
อวิ๋นซิ่วชิงเยาะเย้ย "หลู่ชีฉาง วันนี้ข้าไม่สามารถจบเื่นี้กับท่านได้ง่าย ๆ หากท่านอับอายนัก จะะโลงสะพานหนีความอายไปเลยก็ได้นะ”
หลู่ชีฉางเหลือบมองไปที่แม่น้ำใต้สะพาน แม่น้ำในฤดูใบไม้ร่วงนั้นทั้งไหลเชี่ยวและเย็นะเื หากเขาะโลงไป ต่อให้ไม่ตายก็คงคางเหลืองแน่นอน!
อวิ๋นซิ่วชิงเห็นความขี้ขลาดจากแววตาของหลู่ชีฉาง จากนั้นก็เยาะเย้ย "ในเมื่อท่านไม่กล้าะโลงไป ก็รีบขอโทษข้าอีกครั้งให้เสียงดัง ๆ ข้ากำลังรอฟังอยู่ และคนข้างล่างก็รอไม่ไหวแล้วด้วย!"
หลู่ชีฉางกัดฟัน เขาไม่กล้าะโจริง ๆ เขากลัวตาย!
ตอนนี้เขาอุตส่าห์สอบผ่านซิ่วไฉมาแล้ว และอาจจะได้เป็จอหงวนในอนาคต เขาจะตายไม่ได้ หลู่ชีฉางไม่้าที่จะตายเพราะนังผู้หญิงอัปลักษณ์ไร้ยางอายเช่นนี้ และจะไม่มีวันปล่อยวางความแค้นจากนางด้วย!
ในเวลานี้ ชาวบ้านที่ยืนอยู่ใต้สะพานชักจะเริ่มหมดความอดทนแล้ว พวกเขาต่างโห่ร้องและเร่งเร้าให้หลู่ชีฉางขอโทษอวิ๋นซิ่วชิงเสีย!
หลู่ชีฉางกัดฟันแล้วหลับตาลง จากนั้นก็พูดด้วยเสียงอันดังก้อง "ข้าขอโทษ!!!"
ข้าขอโทษ...!!
ทั้งหมู่บ้านได้ยินเสียงของหลู่ชีฉาง อวิ๋นซิ่วชิงกำลังคิดที่จะสอนบทเรียน หลู่ชีฉางอีกครั้ง แต่นางก็คาดไม่ถึงว่าหลู่ชีฉางจะยอมทำตามได้จริง ๆ จนเริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นมา
เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงหันไป นางก็เห็นน้ำตาในดวงตาของหลู่ชีฉาง
"หลู่ชีฉาง เ้าเป็ชายร่างใหญ่ที่กลับร้องไห้เยี่ยงคนอ่อนแอ"
เสียงอันดังของอวิ๋นซิ่วชิงทำให้หลู่ชีฉางร้องไห้ออกมาเป็เผาเต่า ความโกลาหลและเสียงเอะอะดังขึ้นจากเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ แล้วก็เริ่มล้อเลียนเขา
“ก็เ้าผายลม ผายลมของเ้าซัดเข้าตาของข้า!!” หลู่ชีฉางเช็ดดวงตาของตัวเองด้วยแขนเสื้อ และแก้ตัวออกมาดัง ๆ ทว่าคำอธิบายของเขากลับได้รับการต้อนรับด้วยเสียงหัวเราะที่ดังยิ่งกว่าเก่าจากชาวบ้านโดยรอบ
“อวิ๋นซิ่วชิง! นังบ้า! ข้าจะฆ่าเ้า! นังหญิงสารเลว!!!!”
แม่เฒ่าหลู่ยืนอยู่ใต้สะพาน เมื่อเห็นอวิ๋นซิ่วชิงดูถูกลูกชายของนางเช่นนี้ นางก็กรีดร้องเสียงแหลม ก่อนจะรีบไปที่สะพานเพื่อผลักอวิ๋นซิ่วชิง
เมื่อแม่เฒ่าหลู่ขึ้นไปถึงสะพาน อวิ๋นซิ่วชิงก็หลบทัน ทำให้แม่เฒ่าหลู่เป็ฝ่ายตกลงจากสะพานลงแม่น้ำเสียเอง
แม่เฒ่าหลู่ที่อยู่ใต้สะพานร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่หลู่ชีฉางก็ร้องเรียกหาแม่ของตนเช่นกัน
น้ำในแม่น้ำเย็นเฉียบถึงกระดูก แม่และลูกชายของตระกูลหลู่มีนิสัยไม่ดีจนเป็ที่เหม็นขี้หน้าชาวบ้านอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เต็มใจที่จะช่วยนาง
แต่แล้วในที่สุด ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านก็พูดขึ้นและช่วยชีวิตแม่เฒ่าหลู่
อวิ๋นซิ่วชิงเพียงชำเลืองมองแม่เฒ่าหลู่ที่ตกลงไปในแม่น้ำแล้วหันหลังจากไป
นางไม่ใช่คนชั่ว แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนดีมีน้ำใจอะไรขนาดนั้น ดังนั้นนางจึงไม่ได้มีน้ำใจงามพอที่จะช่วยคนที่ทำร้ายนางได้อย่างสนิทใจ
อวิ๋นซิ่วชิงเดินลงสะพานและกลับบ้านอย่างสบายใจ นางก็บังเอิญเจอผูเว่ยชางที่กำลังดูความสนุกอยู่ "ทำไมเ้าถึงมาที่นี่?"
“ข้าแค่ผ่านมาน่ะ พอเห็นว่าเป็เื่สนุกที่เ้ากำลังเล่นอยู่ ข้าก็หยุดดู แต่ก็ไม่นึกว่าเ้าจะจัดการเขาจนร้องไห้จ้าได้” ผูเว่ยชางเดินข้างอวิ๋นซิ่วชิงพลางพูดด้วยรอยยิ้ม
อวิ๋นซิ่วชิงหัวเราะ “คนแบบนั้นเสแสร้งใส่หน้ากากเป็คนดีมีคุณธรรมเก่ง ข้าก็แค่ใช้สติปัญญาเล็กน้อยในการเผยธาตุแท้ของเขาออกมา”
ผูเว่ยชางก็หรี่ลงเมื่อเขายิ้ม เขาไม่ได้คาดหวังว่าสาวน้อยตัวอ้วนคนนี้จะน่าสนใจทีเดียว แล้วจากนั้นเขาก็พูดต่อ “แล้วเ้าไม่กลัวหรือ ว่าแม่ลูกตระกูลหลู่จะกลับมาแก้แค้นเ้าในอนาคต”
ชายหนุ่มถามนางด้วยความกังวล
แต่อวิ๋นซิ่วชิงยังคงใจเย็น “จะมีอะไรให้ต้องกลัวกัน? จากเหตุการณ์เมื่อครู่ ข้าว่าพวกเขาทั้งสองคงไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้อีกสองเดือนนั่นแหละ”
……………………………………………………………………………………………………………………..