ปล่อยโลกของลูซี่ไว้สักพัก เนื่องจากหลังปล่อยวัคซีนออกไปบริษัท ‘ร่ม’ ก็ได้รับความนิยมล้นหลาม
แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มอำนาจที่อิจฉา แต่อย่างใดก็ดี ด้วยตัวแทนของเนี่ยฝานในฝ่ายรัฐบาลกลางซึ่งถูกแทนที่ด้วยมนุษย์โคลน หลายบริษัทที่พยายามเข้ามาหาเรื่อง ต่างต้องประสบกับภาษีย้อนหลังโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ก็โดนการทดลองที่ผิดสิทธิมนุษยชนเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้บริษัทต้องล้มละลาย
กลับมาถึงโลกหลัก แม้ว่าเวลาจะถูกแช่แข็งแต่เนี่ยฝานกลับคิดถึงทุกคน
โดยเฉพาะลูกชายสองคนของเขาซึ่งตอนนี้เหมือนว่าจะอายุน้อยกว่ามิโนว่าแล้ว
“ติ้ง...เนื่องจากไม่ได้เดินทางมานาน เสี่ยวชิงจึงจะออกเดินทางไปต่างโลกเพื่อค้นหาสมบัติวิเศษ มาให้เจ้าของพัฒนาความแข็งแกร่ง”
กลับเข้ามาในห้องเนี่ยฝานตกใจเมื่อได้รับการแจ้งเตือนที่ไม่ได้ยินมานาน
เขาหันไปมองเจ้ากบน้อย ก่อนจะซื้อข้าวกล่องและอาวุธใหม่ให้มันก่อนออกเดินทาง
“เกือบลืมกบไปเลยแฮะ เพราะหลังจากที่เราได้ประตูแห่งโลกภาพยนตร์ ความจำเป็นของเจ้านี่ก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ เหมือนกับนิ้วทองที่ไร้ประโยชน์” นั่นคือสิ่งที่เนี่ยฝานคิด และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้สึกปลอดภัยที่มีนิ้วทองเป็นสิ่งมีชีวิต ยังคงระวังทุกฝีเท้า
........
เมื่อใช้เวลากับที่บ้านไปหลายวัน เหวินจิงที่พักฟื้นหลังจากคลอดลูกก็เตรียมเปิดอู่ที่สอง หน้าอกของเธอใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ก็ว่าได้ นอกจากนั้นยังผลิตน้ำนมทุกวัน อย่างไรก็ตามร่างกายต้องการสารอาหารมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างโปรตีนอย่างมีนัยยะสำคัญ
สำหรับการมีเพศสัมพันธ์กับเหวินจิงเนี่ยฝานไม่ได้ปฏิเสธ นอกจากนั้นเขาจึงไปเรียนหลังจากอยู่โลกแห่งภาพยนตร์มาเป็นหนึ่งปี
เมื่อมาถึงก็พบกับหวังปู้อี้ สาวน้อยที่มักจะมัดแกะบ่อยๆ เธอโบกมือให้กับเนี่ยฝาน แล้วส่งข้อความมาหาทางโทรศัพท์
เนี่ยฝานหัวเราะเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ออกจากบ้านเพราะไม่อยากกินขนมหรืออาหารฝีมือแม่ เพราะมือพี่ชายสามารถผลิตขี้ได้จากอากาศบางๆ ความสามารถนี้ท้าทายสรรค์มาก และมันเหมาะกับปั่นป่วนคู่ต่อสู้มากกว่านวดแป้งขนมปังขาย
“เนี่ยฝาน เธอมารบเร้าฉันจนไม่ไหวแล้ว ถ้ายังไงคืนนี้เรา...มาทำกันไหม”
พักเที่ยงของวันเนี่ยฝานพบกับซูฉี นักศึกษามหาวิทยาลัยที่ตนเลี้ยงดู
“ไม่ละ ไว้วันหลังนะ” เนี่ยฝานปฏิเสธทันควัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีเซ็กส์กับหล่อน เพียงแต่ช่วงเวลานี้มีเซ็กส์กับภรรยาไม่ได้พัก ไหนจะต้องจัดการเรื่องสกุลหวังอีก คงไม่มีเวลาส่วนตัวให้กับซูฉีหรอก
ซูฉีทำได้เพียงพยักหน้าแล้วเดินกลับออกไป
..........
เย็นวันนั้นเนี่ยฝานไปที่คอนโดแบล็กโบว์ชั้น 29 ซึ่งเป็นชั้นที่เตรียมไว้สำหรับหวังปู้อี้โดยเฉพาะ
หญิงสาวชื่นชอบที่นี่เป็นอย่างมาก แม้ว่าแม่ของเธอจะคัดค้านเรื่องการออกจากบ้าน แต่ใครล่ะจะอยากฟังเรื่องน่าปวดหัว
“นายน้อยเนี่ยขอบใจมากนะคะ หากมีอะไรในอนาคตที่ฉันพอช่วยเหลือได้ ฉันยินดีพร้อมทำ”
ความหมายนั้นชัดเจน แต่เนี่ยฝานไม่รีบร้อนที่จะกินหล่อน
“วันนี้เราไปข้างนอกกันเถอะ ผมจำได้ว่าเธอเคยบอกใช่ไหมว่าพี่ชายเปิดบาร์แห่งหนึ่งน่ะ”
“ใช่ค่ะ ทำกับหวังสงไป๋ ญาติห่างๆ ที่หายตัวไปสิบปี แต่อยู่ๆ ก็กลับมาแล้วชวนพี่ชาย ผู้ชายคนนี้ฉันรู้สึกว่าเขาไว้ใจไม่ค่อยได้ เหมือนกับคนเลว และน่าจะเป็นคนที่ทำให้พี่ชายเสียคน”
เนี่ยฝานต้องยอมรับวงจรสมองของหวังปู้อี้ ความจริงแล้วทั้งคู่เป็นพระเอกที่ไม่ใช่คนดี แต่ก็นั่นแหละ หากออกมาจากปากคนเลวอย่างเนี่ยฝานก็ยังไงอยู่
.....
บาร์เสือดำ
สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างคึกคักด้วยนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมาก แต่ว่าเมื่อเร็วๆ นี้เจ้าของร้านถูกรุมกระทืบ นอกจากนั้นยังมีข่าวลือเกี่ยวกับขี้วิเศษ ทำให้กิจการที่คึกคักของร้านเริ่มหดตัวลง ลูกค้าน้อย รายได้หาย หวังสงไป๋และหวังเทียนซือจึงกำลังนั่งปรึกษาว่าจะเอายังไงต่อดี
“จริงสิ ได้ข่าวว่าน้องสาวของนายออกจากบ้านเหรอ เธอไปอยู่ที่ไหน หรือว่ามีแฟนแล้ว” หวังสงไป๋ถาม
“เฮ้อ เด็กกำลังอยู่ในวัยที่ต่อต้าน แม้ว่าแม่กับฉันพยายามห้ามน้องแล้วแต่เธอก็ไม่ฟัง เหมือนว่าต้องการอิสระน่ะ” หวังเทียนซือลูบใบหน้าที่ยังเจ็บ ไม่สิสิ่งนี้ไม่เจ็บเท่ากับก้นที่ถูกกระทำหรอก
“อีกอย่างหนึ่งเทียนซือ ทำไมพักนี้นายไม่ค่อยกระตือรือร้นที่จะแสดงพลังเลย โดยเฉพาะลูกเตะดูอ่อนแรงไปนะ แถมยังเดินบิดขาแปลกๆ เป็นไปได้ไหมที่นายรู้สึกเจ็บขาน่ะ” หวังสงไป๋ถามด้วยความเป็นห่วง
หวังเทียนซือกลืนน้ำลาย “ไม่เป็นไร ร่างกายของฉันแข็งแรงดี แค่ออกกำลังกายผิดท่าเท่านั้น”
เนี่ยฝานที่นั่งอยู่บนรถมองพวกเขากำลังนั่งคุยกันที่บาร์ไม่ได้ยินเสียงว่าคุยอะไรกัน แต่ดูจากสีหน้าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
“นายน้อยเนี่ย ทำไมเราต้องมาแอบดูพี่ชายกันละคะ” หวังปู้อี้ถาม หล่อนค่อนข้างมีความสุขที่ได้นั่งรถลีมูซีน แต่การต้องมานั่งดูพี่ชายนานสองนานน่ะไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์เลยซักนิด
“ขอโทษทีนะ พอดีผมรู้สึกสนใจธุรกิจพวกนี้น่ะ มันสามารถทำกำไรได้มาก ดังนั้นเลยอยากมีเวลาพูดคุยกับเขาเท่านั้นเอง”
“นายน้อยเนี่ยล้อเล่นแล้ว ด้วยทรัพย์สินตระกูลเนี่ย เป็นไปได้ยังไงที่จะสนใจธุรกิจเล็กๆ ของพี่ชาย”
เนี่ยฝานเพียงแค่ยิ้มแล้วหันไปมองแก๊งรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับเข้ามาจอดหน้าร้าน เพียงแค่เห็นคนลงจากรถ ใบหน้าของหวังเทียนซือถึงกับเปลี่ยนไป
“ไอ้พวกเวรนี่มาอีกแล้ว พวกมันต้องการอะไรกันแน่ คราวก่อนก็หลอกฉันไปแข่งรถทีหนึ่ง” หวังสงไป๋ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับคนนับสิบด้วยไฟที่ลุกโชน
“ใจเย็นๆ เทียนซือ พวกนี้มีธุระกับฉันน่ะ เดี๋ยวฉันจะไปกับพวกมันเอง” หวังเทียนซือกลัวว่าความลับจะแตก จึงเข้าไปหยุดการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสอง
“ฮิฮิ เข้าใจแล้วก็รีบตามมา พี่ตุ้มกำลังรออยู่” ชายหัวล้านกล่าว แล้วยื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้
“เทียนซือนายจะไปกับมันจริงๆ เหรอ” หวังสงไป๋ถาม
“อื้อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวอีกไม่นานฉันก็กลับมาแล้ว ฝากดูแลร้านด้วยแล้วกัน” หวังเทียนซือตบไหล่อีกฝ่ายแล้วขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ ขับตามแก๊งรถของน้องตุ้ม
“เราตามไปดูกันเถอะ” เนี่ยฝานแค่อยากมาดูสภาพของหวังเทียนซือเท่านั้นเอง แต่ไม่คิดว่าจะได้พบกับคนของน้องตุ้มที่นี่
.....
รถลีมูซีนขับตามมาเรื่อยๆ จนถึงโรงแรมม่านรูด ป้ายบอกราคาชั่วโมงละ 60 หยวน ถือว่าถูกมากๆ หากเทียบกับโรงแรมราคาแพง
“ทำไมพี่ถึงมาโรงแรม เป็นไปได้ไหมว่าเป็นธุรกิจที่ต้องคุยกันเป็นความลับ” หวังปู้อี้พึมพำ
“เด็กโง่ ธุรกิจอะไรที่ต้องเข้าไปในม่านรูด เห็นอย่างชัดๆ ว่าพี่ชายของเธอนัดกับใครบางคนไว้เพื่อมีเซ็กส์” เนี่ยฝานอดไม่ได้ต้องลูบผมของเธอ
“เอ๋...พี่ชายมีแฟนเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง นายน้อยเนี่ยคะ เราเช่าสักห้องหนึ่งเพื่อแอบฟังเถอะค่ะ”
เนี่ยฝานพยักหน้าแล้วบอกรัมให้ขับรถเข้าไป หลังจากได้ห้องว่างเนี่ยฝานจึงพาหวังปู้อี้ลงจากรถ โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าข้างนอกเองก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมาตลอดทาง
“ที่นี่แย่มาก มิน่าล่ะมันถึงได้ราคาถูกขนาดนี้” หลังจากเข้ามาในห้องพักหวังปู้อี้จึงเริ่มบ่น
“ฮ่าฮ่า เป็นเรื่องธรรมดาน่ะ ราคานี้มีไว้สำหรับนักศึกษานะ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่าเราอย่าคุยกันเลย ลองฟังดูสิ ห้องข้างๆ เหมือนว่าจะมีเสียงอะไรบางอย่าง”
ห้องราคาถูกมักไม่เก็บเสียง ผ่านการมีเพศสัมพันธ์จึงได้ยินเสียงข้างห้องเป็นธรรมดา
หวังปู่อี้หน้าแดงเถือกหลังจากรับฟัง แต่ต่อมาใบหน้าของเธอกลับเปลี่ยนไป เพราะเสียงนั้นช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
“เป็นไปได้ไหมนี่คือเสียงพี่ชาย แต่ทำไมเสียงคนที่อยู่ใกล้ๆ เองก็เป็นผู้ชายด้วย ไม่ใช่ผู้หญิงเหรอ หรือว่าจะ...”
หวังปู้อี้ไม่เคยปิดกั้นพี่ชายเรื่องมีแฟน แค่นึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้
“ความรักไร้ขอบเขต ไม่สนใจเรื่องเพศ ดังนั้นหวังเทียนซือจึงสามารถรักคนๆ นั้นได้” เนี่ยฝานกล่าวราวกับมีหัวใจที่เปิดกว้าง แต่หากหวังเทียนซือมาได้ยินคงกระอักเลือดคำโต
“สมกับเป็นนายน้อยเนี่ย แต่ว่านะ ฉันยังทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ ถ้ายังไงเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ”
มันไม่ใช่ความโรแมนติก เพราะยิ่งฟังก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความป่าเถื่อนราวกับสัตว์ร้ายในกรง
หวังปู้อี้ดึงมือของเนี่ยฝาออกมาจากห้องเช่ารายชั่วโมง ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าข้างนอกห้องอยู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ขับพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ชนกับรถลีมูซีนที่จอดในโรงรถอย่างจัง
วอดก้าและรัมที่รออยู่ในรถรีบเปิดประตูออกมา เฝ้าอารักขาเนี่ยฝานราวกับพบศัตรูที่เข้ามาทำอันตราย
มีชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อคเดินเข้ามา ร่างกายของเขาสูงถึง 2 เมตร เมื่อมองดูจะรู้สึกถึงภัยคุกคาม
“หวังปู้อี้ ฉันเฝ้าติดตามเธอมามาตลอดตั้งแต่เห็นเธอในมหาลัย ฉันตกหลุมรักเธอ แต่เธอดันไม่ยอมรับรักฉันและไปกับคนที่รวยกว่าสินะ และวันนี้เข้ามาในม่านรูดด้วยกัน สงสัยคงหิวกล้วยล่ะสิท่าอีกะหรี่!” ชายใต้หมวกกันน็อคกันฟันแน่นด้วยความโกรธเมื่อเห็นหวังปู้อี้ยืนอยู่ข้างๆ เนี่ยฝาน