ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 2 ตอนที่ 7 แยกย้าย 1/2

    "ขออภัยทุกท่าน ขอให้ข้าได้เล่าบางสิ่งก่อน เมื่อราวๆ สิบเดือนก่อนหลังจากที่ร่างกายของข้าได้หายดีจนสามารถฝึกยุทธ์ได้ อยู่ๆ ข้าก็ได้พบกับนิยายเรื่องนี้ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ในตอนแรกที่ได้อ่านข้าก็คิดว่ามันเป็นเพียงนิยายแปลกประหลาดที่ใช้ชื่อของบุคคลและสถานที่ที่มีอยู่จริงเท่านั้น จนกระทั่งตระกูลจงโดนสังหารล้างตระกูลตามที่นิยายเขียนจริง และยังเกิดเหตุแปลกๆ กับสัตว์อสูรรอบๆ เมืองล่องเมฆา เมืองปีกเพลิง (เมืองของถงต้าเหวย) เมืองล่องสายลม (เมืองของกวนซ่างซี) สัตว์อสูรที่อยู่ใกล้เมืองแต่ละเมืองเกิดการคลุ้มคลั่ง"อูหลินเฟิงอธิบายโดยปิดเรื่องการรวมวิญญาณของเขาไว้

    "หือ? จะบอกว่านิยายเรื่องนี้เขียนอนาคตไว้อย่างนั้นหรือ"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ถาม นางเริ่มรู้สึกว่าการเข้าร่วมครั้งนี้อาจไม่เสียเปล่าแล้ว

    "หากเป็นไปตามนิยาย ตระกูลของข้าจะต้องถูกทำลายเหมือนตระกูลจงของสหาย ข้าจึงพยายามทำหลายสิ่ง จนวันนี้สามารถปกป้องตระกูลของตนไว้ได้"อูหลินเฟิงกล่าว

    "โอวหยางชิงหลง ลองนำนิยายเรื่องนั้นมาให้ข้า"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าวกับโอวหยางชิงหลงที่ถือนิยายอยู่

    "นี่พ่ะย่ะค่ะท่านหญิง"โอวหยางชิงหลงมอบนิยายให้แก่เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ นางรับไปจากนั้นอูหลินเฟิงสังเกตเห็นเปลวไฟสีทองในดวงตาของนาง นัยน์ตาของนางราวกับมีเปลวไฟสีทองลุกโชนอยู่ เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์เปิดนิยายเล่มหนาอ่านด้วยความเร็วสูง ไม่ถึงสิบวินาทีก็อ่านสามารถอ่านจบทั้งยังสามารถจดจำรายละเอียดทั้งเล่มได้

    "น่าสนใจไม่น้อย เลยทีเดียว"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าวจบหลังจากที่อ่านจนจบแล้ว แม้ปากจะปากว่าน่าสนใจแต่สีหน้ากลับเคร่งเครียดไม่ไอ้สบายใจเหมือนตอนแรกอีกต่อไป

    "เป็นอย่างไรหรือเสร็จพี่" เฟิ่งหวงหยางชุนถามพี่สาวของตน

    "เจ้าควรอ่านเองดีกว่า หลังจากนี้จะได้คุยกันรู้เรื่อง"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าว เฟิ่งหวงหยางชุนจึงได้ทำแบบเดียวกันกับเฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์แต่ว่าเพลิงที่ปรากฏขึ้นข้างในดวงตากลับไม่ใช้สีทองแต่เป็นสีแดงเข้มที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง

    "นี่มัน!!...จะบอกว่า ราชวงศ์ราชันโลหิตกับราชวงศ์จันทราทมิฬรอดมาได้แล้วร่วมมือกันงั้นหรือ"เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ในใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

    "อะไรนะ!! ท่านชาย ท่านว่าราชวงศ์ราชันโลหิตกับราชวงศ์จันทราทมิฬอย่างนั้นหรือ"โอวหยางชิงหลงถาม น่าเสียดายที่เขาไม่มีวิชาในการอ่านแบบทั้งสอง หากให้อ่านนิยายเรื่องนี้จบคงใช้เวลามากแน่นอน

    "ข้าขอถามหน่อย...เหตุใดข้าจะต้องเชื่อสิ่งที่นิยายเรื่องนี้เขียน เหตุตระกูลจงโดนฆ่าล้างตระกูลอาจบังเอิญก็ได้"เฟิ่งหวงหยางชุนถาม มีหลายจุดที่ไม่ได้เหมือนในนิยาย เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ต่างกันเกินไป

    "หากท่านอ่านนิยายแล้ว อสุรกายไร้ผิวในเทือกเขาหมื่นอสูรคือตัวทดลองที่ยังไม่สมบูรณ์ของอสุรกายที่ใช้สายเลือดของราชวงศ์ราชันโลหิตสร้างขึ้นมา อสุรกายนั่นคือหลักฐาน ท่านคิดว่าอสุรกายที่แข็งแกร่งขนาดนั้นหากจะสร้างขึ้นมาสองตัว ทรัพยากรของตระกูลระดับกลางหรือสูงจะทำได้หรือไม่"อูหลินเฟิงถามกลับไปยังทั้งสอง

    "นี่มัน.."เฟิ่งหวงหยางชุนถึงกับพูดไม่ออกหากว่านี้เป็นเรื่องจริงเรื่องนี้ไม่เพียงจะส่งผลให้ทวีปลมปราณฟ้าวุ่นวายแต่ทั่วโลกแห่งนี้อาจวุ่นวายทั้งหมดก็ได้ หากสองราชวงศ์ที่มีพลังอันน่ากลัวยังเหลือรอดอยู่

    "หากเชื่อตามนิยายที่เจ้าว่า ครั้งต่อไปที่พวกมันจะลงมือคือ การปล้นคลังสมบัติตระกูลโอวหยางสินะ"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าว น่าแปลกนักที่นางคิดว่าเรื่องนี้น่าเชื่อถือ

    "อะไรนะ!! ตระกูลโอวหยางจะโดนบุกงั้นหรือ"โอวหยางชิงหลงถามออกมาอย่างตื่นตระหนก "แม้จะเป็นคนจากสองราชวงศ์แต่ว่าก็เป็นเพียงผู้รอดจากแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ล่มสลายเท่านั้น คิดว่าตนเองจะสามารถบุกตระกูลของข้าได้อย่างง่ายๆ งั้นหรือ"แต่เพียงไม่นานโอวหยางชิงหลงก็ปรับอารมณ์ กล่าวด้วยความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตระกูลโอวหยาง

    "ท่านว่าที่ประมุขโอวหยาง ไม่ใช่ตระกูลท่านอ่อนแอแต่ว่าพวกมันใช้คนของท่านในการแทรกซึมเข้ามา"อูหลินเฟิงกล่าว แต่คำพูดของอูหลินเฟิงทำให้โอวหยางชิงหลงที่ไม่ได้อ่านนิยายและไม่รู้ความสามารถของศัตรูถึงกับโมโห

    "จะบอกว่ามีคนทรยศในตระกูลโอวหยางอย่างนั้นหรือ"โอวหยางชิงหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็ง คำพูดของอูหลินเฟิงราวกับกำลังดูดถูกตระกูลของเขา

    "อสุรกายไร้ผิวที่สมบูรณ์แล้วสินะ"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ที่อ่านนิยายจบแล้วกล่าว

    "ขอรับ ในนิยายเขียนไว้ว่าอสุรกายไร้ผิวที่สมบูรณ์ จะถูกเรียกว่าอสุรกายโลหิต สามารถแปลงร่างเป็นผู้ใดก็ตามที่มันได้กลืนกินเข้าไป และยังสามารถเข้าถึงความทรงจำต่างๆ ใช้วิชาลมปราณได้แบบเดียวกับร่างที่กินเข้าไป แม้ว่าลมปราณจะเป็นลมปราณในรูปแบบขีดจำกัดสายเลือดก็ตาม"อูหลินเฟิงถาม เมื่อได้ยินแบบนั้นโอวหยางชิงหลงก็ใจเย็นลงที่ไม่มีคนทรยศในตระกูล แต่ว่าก็รู้สึกขนลุกแทน เพราะว่าความสามารถแบบนี้จะแยกได้อย่างไรว่าคนคนนั้นถูกกินไปแล้วหรือไม่ ผู้ใดคือตัวจริงและตัวปลอม

    "ในนิยายผู้ใดที่ถูกกลืนกินงั้นหรือ"โอวหยางชิงหลงถามด้วยท่าทีร้อนรนหากรู้ก่อนย่อมสามารถบอกให้คนคนนั้นระวังตัวหรือวางแผนโต้กลับก่อนผู้กลืนกินได้

    "ผู้อาวุโสสี่ตระกูลโอวหยาง โอวหยางหลาง"ผู้ที่ตอบกลับเป็นเฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ นางแทบจะเชื่อเรื่องนี้เกือบเก้าส่วน

    หลังจากที่โอวหยางชิงหลงได้ยินแบบนั้นก็ปลดปราณกั้นเสียงออก แล้วได้เรียกคนของตระกูลโอวหยางมาเพื่อสอบถาม

    "ตอนนี้ผู้อาวุโสสี่อยู่ที่ไหน"โอวหยางชิงหลงได้ถามคนของตนที่เข้ามา

    "ตอนนี้ผู้อาวุโสสี่อยู่เทือกเขาหมื่นอสูรขอรับ กำลังตามหาร่องรอยของอสุรกายไร้ผิวที่ปรากฏตัวเมื่อเดือนที่แล้ว"จอมยุทธ์ผู้มาใหม่รายงาน

    "ตามเขากลับมายังตระกูล เดี๋ยวนี้!!"โอวหยางชิงหลงกล่าว แต่ว่าจอมยุทธ์ที่เขามารายงานกลับมีสีหน้าลำบาก

    "มีอะไรงั้นหรือ"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ที่สังเกตเห็นถาม

    "ทุกทุกวันผู้อาวุโสสี่จะคอยรายงานความคืบหน้าของเบาะแสในเทือกเขาหมื่นอสูรในเวลาเดิมทุกวัน แต่ว่าวันนี้ผู้อาวุโสสี่ยังไม่รายงานเบาะแสกลับมา ทางเราก็ไม่สามารถติดต่อผู้อาวุโสสี่ได้เช่นกันขอรับ"จอมยุทธ์ผู้นั้นกล่าว เมื่อได้ยินเช่นนั้นโอวหยางชิงหลงก็รู้สึกไม่ดี เขาเพ่งกระแสจิตของตัวเองไปยังวัตถุผูกวิญญาณของผู้อาวุโสสี่ทันที เมื่อพบว่าวัตถุนั้นไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเขาก็ดีขึ้น นี่หมายความว่าผู้อาวุโสสี่ยังไม่ตาย ทำให้เขาโล่งใจอย่างยิ่ง

    อูหลินเฟิงที่สามารถสัมผัสถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของโอวหยางชิงหลง ราวกับรับรู้ความคิดของได้กล่าวแทรกว่า "ว่าที่ประมุขโอวหยาง ต้องขออภัยที่ข้าต้องกล่าวเช่นนี้ แต่ว่าเรื่องการกลืนกินนั้น ผู้ที่ถูกกลืนกินจะถูกกลืนกินทั้งเป็น"

    "อะไรนะ"ได้ยินเช่นนั้นโอวหยางถึงกับขนลุกชันเย็นวาบไปทั้งตัว

    "เกรงว่าชะตาของผู้อาวุโสโอวหยางหลางตอนนี้จะเลวร้ายมากกว่าดี"อูหลินเฟิงกล่าว ทันทีที่พูดจบอุณหภูมิในห้องราวกับเย็นลงอย่างรวดเร็ว

    "อะไรกัน โอวหยางหลางอาจแค่กำลังยุ่งอยู่จึงไม่สามารถตอบกลับได้ก็แค่นั้น"เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าว ยังคงเป็นเขาที่ยังไม่ยอมเชื่อ

    "โอวหยางชิงหลง หลังจากนี้หากโอวหยางหลางกลับมายังตระกูล ให้ทำทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ให้คนสนิทของโอวหยางหลางคอยสังเกตอย่างใกล้ชิด แม้จะสามารถเข้าถึงความทรงจำได้แต่นิสัยส่วนตัว หากไม่ใช่ตัวจริงย่อมทำบางอย่างแปลกไป"กลับเป็นเฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ที่กล่าวราวกับเชื่อสนิทใจว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นตามนิยายที่ได้อ่าน

    "เสร็จพี่ท่านเชื่อเรื่องนี้งั้นหรือ"เฟิ่งหวงหยางชุนถาม

    "การระวังตัวไว้ ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ดีกว่าชะล่าใจจนเกิดเรื่องร้าย ในนิยายกล่าวว่าการบุกรุกจะเกิดในงานเทศกาลฉลองโคมไฟประจำปีของเมืองจรัสแสง เท่ากับว่าเรามีเวลาถึงสี่เดือนในการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของโอวหยางหลาง"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าว

    "ทราบแล้วขอรับ ข้าจะทำตามที่ท่านหญิงสั่ง"โอวหยางชิงหลงรับคำสั่ง ภายในใจภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาที่จะไม่เกิดขึ้นจริง

    เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์มองไปยังอูหลินเฟิงและจงหมิ่นที่ตั้งแต่เขามาก็ยังไม่พูดอะไร สองในหกยอดอัจฉริยะแห่งงานประลองล่าสัตว์อสูร ความสามารถพอๆ กับคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ น่าเสียดายที่คนหนึ่งก็เป็นศิษย์ของปราชญ์ถึงสองคน อีกคนก็เป็นศิษย์ของปราชญ์ที่แข็งแกร่งที่สุด จึงไม่อาจดึงให้เข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ได้โดยง่าย

    "เรื่องในนิยาย หลังจากนี้จะจริงหรือไม่ภายในสี่เดือนนี้เราจะได้รู้กัน ภายในวันเทศกาลโคมไฟพวกเจ้าทั้งสองก็จงมาที่ตระกูลโอวหยางซะ"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าวพร้อมกับหันไปหาน้องชายตน

    "เจ้าเองก็ควรมาด้วย มาพิสูจน์กับตาของเจ้าว่าสิ่งที่ได้อ่านมานั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าวเสียงแข็งกับน้องชายของตน

    "อะไรกัน เหตุใดท่านถึงไม่มาเอง"เฟิ่งหวงหยางชุนถามกลับอย่างไม่ยอม

    "ข้าเองก็จะมา ก็ได้..หากไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา แต่ว่าหากนี้เป็นเรื่องจริงจนสามารถพิสูจน์การคงอยู่ของสองราชวงศ์ได้..ข้าจะเก็บผลงานไว้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กล่าว เมื่อได้ยินแบบนั้นเฟิ่งหวงหยางชุนก็ทำท่าไม่ยอมกล่าวว่า

    "เช่นนั้นข้าก็จะมาด้วย ข้าจะนำกำลังของข้ามาด้วยเช่นกัน"

    เมื่อได้ยินเช่นกันเฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์ก็ยกยิ้มราวกับผู้ชนะ ลุกขึ้นจากเก้าอี้จะลุกเดินออกจากห้องไปแต่ก่อนที่จะออกจากห้องไปนางได้หันไปหาโอวหยางชิงหลงแล้วกล่าวว่า

    "จำไว้ อย่าได้ทำอะไรแปลกไปจากเดิม ให้เพียงคนสนิทของโอวหยางหลางสังเกตพฤติกรรมเท่านั้น"เฟิ่งหวงเซียนเอ๋อร์กำชับ

    "รับทราบพ่ะย่ะค่ะท่านหญิง"โอวหยางชิงหลงรับคำ

    "ดี"พูดเพียงเท่านั้นโอวหยางเซียนเอ๋อร์ก็เดินออกไปจากห้องทันที

    ..

    ..

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน