วรรณรสนั่งอยู่หน้าบ้าน พ่อแม่เข้าไปในสวนส่วนน้องสาวของเธออยู่ชั้นสอง น่าจะดูซีรี่ย์เกาหลีแล้วเผลอหลับไปพรุ่งนี้ชินภัทรก็จะมารับกลับกรุงเทพแล้ววรรณรสได้กินยาแล้วรู้สึกอาการแพ้ท้องเริ่มดีขึ้นวรรณรสกำลังจะลุกขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปสบทบกับน้องสาวแต่ก็ได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้านก่อน วรรณรสรีบเดินออกมา
“มาหาใครเหรอคะ” วรรณรสถาม เพราะเขาไม่คุ้นหน้า สงสัยจะไม่ใช่คนแถวนี้
“ใช่คุณวรรณรสหรือเปล่าครับ”
“ใช่คะ” หลังจากวรรณรสตอบว่าใช่ผู้ชายคนนั้นก็เอาผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกเขา แล้ววรรณรสก็สลบไปเลยแล้วชายอีกคนก็ลงมาจากรถตู้อุ้มวรรณรสขึ้นรถตู้แล้วสตาร์ทรถออกอย่างเร็ว
“เอ้ย นั้นมันยายวรรณ ทำไมต้องมีคนมาอุ้มไปละแย่แล้ว” ป้าศรีข้างบ้านตะโกนร้องเรียก
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” แล้วป้าศรีก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเพื่อไปหาพ่อแม่ของวรรณรส
“ตานวย แย่แล้ว ตานวย มีคนมาจับลูกสาวแกไปแล้วรีบไปเร็ว ๆ”
“อะไรนะป้า ใครมาจับใคร”
“ก็ฉันเห็นมีรถตู้สีขาว อุ้มตัวยายวรรณไปแล้ว ฉันถึงวิ่งมาบอกแกนี้ไงรีบไปเถอะ ฉันว่ายายวรรณน่าจะตกอยู่ในอันตรายนะ รีบไปเร็ว”พ่อแม่วรรณรสรีบเดินกลับบ้านอย่างเร็ว
“นุ่น นุ่น อยู่ไหนนี้ รีบโทรไปหาคุณชินภัทรเร็ว ๆยายวรรณโดนเขาจับตัวไป” เสียงตะโกนเสียงดังโวยวาย ทำให้นุ่นวิ่งลงมาจากชั้นสอง
“แม่เกิดอะไรขึ้น พูดช้า ๆ หนูฟังไม่เข้าใจ”
“ป้าศรีบอกว่ามีรถตู้มาจับตัวพี่แกไปแล้ว รีบโทรหาคุณชินภัทรเร็ว ๆเลย ตอนนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว”
“ตายแล้วแม่ ใครทำแบบนี้”
“ไม่รู้แกรีบโทรไปก่อน”
“คะแม่” นุ่นน้องสาวของวรรณรสรีบโทรหาชินภัทร
ชินภัทรได้รับโทรศัพท์รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขากังวลใจเป็นอย่างมาก
“ลุงครับ ช่วยผมด้วยครับ ตอนนี้คุณวรรณ โดนจับตัวไปครับคือผมไม่รู้เลยว่าทำไมต้องจับตัวเมียผมไปทำไม วรรณเขาก็ไม่เคยมีศรัตรูที่ไหนนะครับลุงช่วยให้เพื่อนลุงช่วยหน่อยนะครับ”
“เกิดอะไรขึ้นนี้ เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้วรรณเขากำลังตั้งครรภ์ได้ 5สัปดาห์แล้ว ผมกำลังจะมีลูกครับลุง ลุงช่วยลูกผมด้วยครับ”
“ใจเย็นก่อนนะชิน เดี๋ยวลุงจัดการให้ ส่งที่อยู่บ้านของวรรณรสมาให้ลุงหน่อยจะให้เพื่อนลุงเขาตรวจสอบเส้นทางว่าคนร้ายขับรถไปเส้นทางไหนจะได้สกัดคนร้ายได้”
“ครับลุง”
วรรณรสตื่นขึ้นมาแบบมึนงง เพราะฤทธิ์ของยาสลบ เขากวาดสายตาไปรอบ ๆแต่ก็ไม่คุ้นกับสถานที่นี้ เขาพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นพอได้สติวรรณรสถึงกับสะดุ้งเอือก
“นี่ปล่อยฉันนะมาจับฉันทำไม พวกคุณเป็นใคร เราเคยรู้จักกันเหรอ”วรรณรสตะโกนร้องถามคนที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง ซึ่งเป็นตึกร้างที่ห่างไกลจากผู้คนเหลือเกิน
“นี่ไม่ต้องถามมากเลยนะ เดี๋ยวอีกไม่นานก็จะได้ไปขึ้นสวรรค์แล้ว”
“อะไรนะ พวกคุณจะทำอะไรกับฉันนี้ เราไม่เคยรู้จักกันเลย”
“นักฆ่าเขาไม่จำเป็นต้องรู้จักใคร เขาก็ฆ่าได้หมดแหละ”
“อะไรนะ จะฆ่ากันทำไม ฉันไปทำอะไรพวกคุณ แค่หน้าก็เพิ่งเห็นกันวันนี้ได้โปรดเถอะ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกำลังจะมีลูก ตอนนี้ฉันกำลังท้องสงสารฉันด้วยเถอะนะ” วรรณรสอ้อนวอนขอชีวิต
“อะไรนะ กำลังท้อง เอ้ยตอนเรารับงานมาเขาบอกว่าผู้หญิงคนเดียวแล้วนี้ทำไมโผล่มีลูกอีก”
“เออวะ แบบนี้เราต้องฆ่า 2 คนเลยเหรอ เอายังไงดีวะ”
“กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ารับงานนี้ มันเสี่ยงเขาเป็นเมียของนักธุรกิจใหญ่ ลุงมันเป็นคนกว้างรู้จักนายตำรวจใหญ่ทั้งนั้นงานนี้เราจะรอดไหม”
“มึงจะกลัวทำไมเราแค่ลั่นไกแล้วก็เอามันไปทิ้งในป่าไกล ๆใครมันจะหาเจอวะ”
“แล้วตอนนี้เรารอไรวะ ทำไมไม่ฆ่ามันเลยวะจะได้จบเร็ว ๆ กูไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ มันดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ แล้วกูก็มีลางไม่ค่อยดีเลย”
“อะไรวะมึงเป็นนักฆ่า มึงจะกลัวอะไรวะกับความมืดนายใหญ่เขาบอกว่าให้รอดึกก่อน แล้วค่อยลงมือจะได้ไปทิ้งศพมันง่าย”วรรณรสได้ยินการสนทนาของทั้งสองคนถึงกับทรุดลงกับพื้น
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยด้วยเถอะคะ ลูกกำลังมีลูกน้อย ขอให้เด็กน้อยของแม่ได้เกิดมาลืมตาดูโลกด้วยเถอะอย่าให้เขามาตายทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าโลกนี้เป็นยังไง ช่วยด้วยเถอะคะ”
วรรณรสอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาพยายามทบทวนว่าเหตุการณ์แบบนี้ใครเป็นคนทำ เขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหนเลยและคิดว่าชินภัทรก็ไม่มีศัตรูด้วย และใครกันที่พยายามจะฆ่าเขา ฆ่าเขาแล้วได้ผลประโยชน์อะไรคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก และตอนนี้เขารู้สึกหิวมากร่างกายเริ่มอิดโรย ลูกของแม่ลูกหิวแล้วใช่ไหม ช่วยดลบรรดาลให้เราปลอดภัยให้พ่อตามมาเจอเราเร็ว ๆ นะลูก
“ฮัลโหล เจ้านายครับ จะให้ลงมือเลยไหมครับ”เสียงเจ้านายใหญ่โทรสั่งการ
“ลงมือเลย อย่าให้สาวตัวมาถึงฉันได้นะ”
“ครับเจ้านาย” สิ้นเสียงโทรศัพท์สองคนร้ายก็เตรียมเก็บหลักฐานทุกอย่างเตรียมเคลื่อนย้ายวรรณรสออกจากบ้านร้าง
“เอ้ย เร็ว ๆมึงไปเก็บตรงโน้นให้หมดนะ เดี๋ยวกูจะเคลียร์ตรงนี้ เราจะออกเดินทางกันเลย” หลังจากพูดจากันเสร็จสองคนร้ายก็รีบพาวรรณรสลงมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านล่าง
“พี่จ๋าลูกฉันหิวข้าวมากแล้วแวะซื้ออะไรให้ฉันกินก่อนได้ไหมจ๊ะ” วรรณรสร้องขอ
“มึงจะกินทำไม ไหนก็ต้องตายอยู่แล้วอย่าวุ่นวายได้ไหม คนยิ่งรีบ ๆ อยู่ เดี๋ยวก็ฆ่าตรงนี้เสียเลยนี้”
“กูว่าแวะซื้อให้มันหน่อยเถอะ สงสารมันอะลูกมันน่าจะหิวจริง ๆ”
“นี่มึงใจอ่อนอีกแล้วความใจอ่อนของมึงจะทำให้เราฉิบหาย กูบอกมึงแล้วใช่ไหมถ้ามึงจะเป็นนักฆ่ามึงต้องเด็ดขาดอย่าวกแวก ฆ่าคือฆ่า”
ตอนนี้มีรถตู้ขับรถมุ่งหน้าไปทางจังหวัดเพชรบุรีสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นรถตู้สีขาว ทะเบียน ชญ-4723 เพชรบุรี คาดว่าน่าจะเป็นรถคนร้ายขอให้ทุกด่านเตรียมสกัด ตำรวจต่างใช้วิทยุสื่อสารถึงกัน
“เอ้ย กูว่ากลิ่นไม่ดีแล้ววะ”
“ทำไมวะ”
“กูว่า เรากำลังโดนตำรวจตาม แล้วข้างหน้าน่าจะมีด่านสกัดของตำรวจด้วย”
“เห็นไหมกูบอกมึงแล้วว่าอย่ารับงานนี้ มึงก็ไม่เชื่อกู”
“ทำไงได้วะ เราเอาเงินเขามาแล้ว เราก็ต้องทำให้สำเร็จ มึงรีบขับไปเถอะ”
“จะขับไปไหนวะ กูว่าข้างหน้าต้องมีด่านแน่ ๆ และตอนนี้ตำรวจก็รู้แล้วรถเราเป็นรถคนร้าย”
“งั้นมึงรีบจอดข้างหน้าแล้วเราจะเอาอีนี้ไปฆ่าตรงป่าข้างทางนั้น”
“กูว่าเราจอดรถไว้ตรงนี้แล้วหนีกันก่อนดีกว่านะ เอาตัวให้รอดก่อนก่อนที่เราจะตายกันหมด”
“มึงอย่ากลัวเลย เดี๋ยวพอเราเข้าไปในป่านั้นเราฆ่ามันทิ้งแล้วเราก็หนีออกฝั่งโน้นแล้วเราก็รอดแล้วตำรวจเขาไม่รู้หรอกว่าใครเป็นฆ่า เร็วรีบไป”
สองคนร้ายจอดรถไว้ข้างทาง แล้วรีบพาวรรณรสเข้าไปในป่า วรรณรสหมดแรงแทบจะเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว ตอนนี้มืดจนมองอะไรไม่ไหว เขาต้องหาทางหนีจากสองคนให้ได้ว่าแล้ววรรณรสก็คว้าไม้ที่อยู่ระหว่างทาง ทุบไปกลางหลังของคนร้ายอย่างจัง
ตุ๊บ! ตุ๊บ! คนร้ายคนแรกล้มลง จนไม่ได้สติ เพราะโดนวรรณรสตีอย่างแรงเขารีบวิ่งหนีออกมาอย่างเร็ว
“เอ้ย อีนี้ มึงช่างกล้า มึงตายแน่ เดี๋ยวกูยิงให้ตายเลย”แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น ตำรวจพอได้ยินเสียงปืนก็กรูกันเข้าไปตามเสียงปืน
“ทุกคนเตรียมพร้อม ป้องกันตัวประกันด้วย”
วรรณรสวิ่งหลบเสียงปืนมาอีกทาง หนทางช่างมืดมิด วรรณรสจะตะโกนร้องเรียกก็ไม่ได้เพราะอาจทำให้คนร้ายได้ยินเสียงของเขาได้
“คุณลุงครับ เมียกับลูกผมจะปลอดภัยไหมครับ”
“ปลอดภัยซิ ตอนนี้ตำรวจเขาล้อมคนร้ายไว้หมดแล้วมันต้องเอาตัวมันให้รอดก่อน มันไม่คิดจะทำร้ายใครหรอกลุงว่าตอนนี้กำลังหาทางหนีแล้ว” ลุงพูดปลอบใจหลาน
“ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ ขอให้ไว้ใจพวกเรา”
“ครับ”
ชินภัทร, ลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบรุดตัวเข้าไปในป่าเสียงปืนก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ใจของชินภัทรแทบจะขาด
วรรณรสพยายามพยุงร่างตัวเองเพื่อมาแอบอยู่หลังพุ่มไม้ เขาค่อย ๆเดินแบบเงียบ ๆ เขามั่นใจว่าตอนนี้คนร้ายกำลังเดินตามเขามาวรรณรสพยายามเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้คนร้ายได้ยินเสียงหายใจของเขาวรรณรสได้ยินเสียงก้าวเดินของคนร้าย เขาภาวนาให้ตำรวจมาเร็ว ๆก่อนที่คนร้ายจะเห็นเขา