“สวัสดีทุกคน วันนี้ต้องมาฟังอธิบายเื่ต่างๆ เยอะหน่อยนะ ช่วยอดทนหน่อยละกัน”
ทันทีที่ชายร่างใหญ่ซึ่งเป็ฮิวมอนสิงโตพูดขึ้นนั้น ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องเรียกชื่อคุณเลออนจากเหล่าเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนฝึกหัด ดังก้องไปทั่ว
“ฉันมาที่นี่ก็บ่อยนะ ปกติไม่เห็นใครตื่นเต้นที่ได้เจอพ่อขนาดนี้เลย”
ลีออนที่เห็นหน่วยบริการประชาชนคนอื่นที่ตื่นเต้นเมื่อเห็นพ่อของเขา ก็อดแปลกใจไม่ได้ จนหันไปคุญกับอินที่อยู่ข้างๆ
“ปกติคนที่นี่เจอพ่อของนายประจำเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่ยังไงพ่อของนายก็ได้ชื่อว่าเป็หนึ่งในวีรบุรุษของประเทศนี้ คนทั่วไปจะตื่นเต้นก็ไม่แปลกหรอก”
“นั้นสินะ คนทั่วไปคงตื่นเต้นที่เห็นพ่อฉัน แต่ทำไมไอ้หมอนี้ถึง”
ลีออนที่พยักหน้าเข้าใจคำพูดของอินก็อดไม่ได้ที่จะชี้ให้อินมองไปที่เพื่อนที่อยู่ข้างกายของอิน ซึ่งเป็ภาพของฟินน์ที่กำลังะโร้องชื่อของคุณเลออนเหมือนกับหน่วยบริการประชาชนคนอื่นๆ
แต่ดูเหมือนจะมีลีออนคนเดียวที่รู้สึกประหลาดใจกับฟินน์ เพราะอินเพื่อนของเขาอีกคนนั้นทำเป็ไม่สนใจและไม่หันมองไปที่ฟินน์เลย ถึงแม้ลีออนจะสะกิดให้เขาหันไปมองก็ตามที
“ฉันไม่ได้รู้ไปหมดทุกเื่นะ บางเื่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน นายอย่าไปสนใจเลย”
อินรีบตอบปัดลีออนที่พยายามให้เขาอธิบายท่าทีของฟินน์ออกไป ทำให้เมื่อลีออนเห็นว่าอินแก้ความสงสัยด้วยการทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น เขาก็เลือกที่จะทำตามอินและเลิกสนใจไป
ทุกคนต่างตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของเลออนจนเรียกชื่อของเขาออกมาไม่หยุด ทำให้เลออนที่กำลังรอพูดหลังจากเสียงความตื่นเต้นของทุกคนเงียบลง ก็รอไม่ไหวและเริ่มหงุดหงิดจนมีวิเศษปรากฏขึ้นที่ดวงตาของเขา
เลออนหลับตาของเขาลง่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับวิเศษที่กระจายออกมาจากดวงตา เพียงแค่เขามองไปที่เหล่าหน่วยบริการประชาชน บางคนที่สังเกตเห็นแววตาของเขาก็เริ่มเงียบลง
เลออนอ้าปากของเขาเพียงเล็กน้อยให้มีละอองวิเศษไหลออกมา ก่อนที่จะคำรามในปากออกมาเบาๆ “กรรร” เพียงเสียงคำรามเบาๆ ของเลออน ก็ทำให้เหล่าหน่วยบริการประชาชนฝึกหัดต่างเงียบเสียงของพวกเขาลง พร้อมกับก้มหน้าตัวสั่นด้วยความกลัว มีเพียงก็แต่ ละแวก ละแวกและลีออนเท่านั้น ที่ยืนอยู่แบบปกติ เพราะทันทีที่พวกเขาเห็นเลออนกำลังจะใช้พลัง ก็ได้ใช้นิ้วของตนอุดไปที่หูทั้งสองข้างพร้อมกับหลับตาของพวกเขาลงเพื่อไม่ให้ได้ผลกระทบไปด้วย
“อย่าว่าฉันใจร้ายเลยนะ คิดซะว่าเป็การฝึกรับมือกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกลัวละกัน”
ทันทีที่เสียงของเลออนดังขึ้น หน่วยบริการประชาชนหน้าใหม่ที่ตกอยู่ในความกลัวเมื่อกี้ก็เริ่มรู้สึกตัวกัน
“ก่อนอื่นเลย พวกนายคงสังเกตเห็นตัวอักษร E บนบัตรประจำตัวของพวกนายกันแล้ว นั้นนะเป็ตัวบ่งชี้ว่าพวกนายเป็หน้าใหม่ โดยทุกๆ ปีที่สำนักงานใหญ่จะจัดให้พวกนายได้รับการประเมินความสามารถระดับพลังวิเศษของพวกนาย โดยจะแบ่งเป็ระดับ E D C B A และ S ตามลำดับ
แต่พวกนายก็คงรู้อยู่แล้วว่าหน่วยบริการประชาชนของเรานั้นไม่ได้มีลำดับยศ ระดับที่แสดงบนบัตรนั้นจะเป็ตัวกำหนดระดับเมื่อเกิดา และยังเป็ตัวช่วยบ่งชี้ว่าพวกนายมีความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ในระดับใดได้ หน้าที่ของหน่วยเราเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นจะใช้ความสามัคคีของทุกคน โดยพวกนายจะต้องใช้วิจารณญาณกันเอาเองว่าระดับความสามารถของตัวเองนั้นพร้อมรับมือกับสถานการณ์นั้นหรือไม่ หรือควรจะควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อนเพื่อรอให้ผู้ที่มีความสามารถมากกว่ามาช่วยเหลือ แต่ในอนาคตพวกนายก็จะได้ฝึกใช้เทคโนโลยีต่างๆ ของเราที่จะช่วยลด่ว่างของระดับพลังนั้นได้อยู่แล้ว
อีกอย่างที่สำคัญคือ ยิ่งระดับวิเศษนายสูงเท่าไรก็จะมีเงินสมทบพิเศษเพิ่มให้”
เมื่อเลออนพูดจบแล้วนั้น เขาก็เดินลงจากเวทีทันที ปล่อยให้แอนภรรยาของเขาได้เดินขึ้นมาเพื่อเตรียมพูดต่อ
การปรากฏตัวของแอได้สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าหน่วยบริการประชาชนไม่แพ้กับเลออนเลย แต่ที่ต่างกันคือเสียงโห่ร้องเรียกชื่อของแอนนั้นเงียบลงอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขากลัวซ้ำรอยกับตอนของเลออน
“สวัสดีนะ ฉันจะเป็คนอธิบายพวกเธอเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยบริการประชาชน เพื่อให้การทำงานของพวกเรานั้นดูเรียบง่าย หน่วยบริการประชาชนของพวกเราจึงได้ตัดระเบียบปฏิบัติต่างๆ ที่พบเห็นได้ในตำรวจของประเทศอื่นออกไป การทำงานของเรานั้นจะเน้นที่จำนวนเป็หลักพวกเธอสามารถเริ่มงานได้ทันทีตามละแวกบ้านของพวกเธอ เราจะไม่มีขอปฏิบัติอะไรทั้งนั้นหน้าที่ของเราคือการช่วยเหลือประชาชนในทุกเื่ไม่ว่าจะเื่อะไรก็แล้วแต่
การช่วยเหลือนั้นสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เช่น เมื่อมีชายแก่แจ้งว่าพลังงานวิเศษในบ้านของเขาหมด พวกเธอสามารถบริการเขาด้วยการเติมวิเศษเขาไปในตัวจ่ายวิเศษที่บ้านของเขา หรือในกรณีที่วิเศษของเธอไม่เพียงพอ ก็สามารถนำตัวจ่ายวิเศษของเขาไปเติมที่สถานีวิเศษให้แก่เขาเพื่อเป็การอำนวยความสะดวกก็ได้
และเพื่อเป็การไม่แย่งอาชีพของประชาชนคนอื่นฉันจะยกขึ้นมาอีกกรณี เมื่อมีอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านของผู้ขอความช่วยเหลือเสียหาย ถ้ามันเป็งานช่างที่เฉพาะทางพวกเธอสามารถตามช่างให้แก่เขาเพื่อมาซ่อมแซมอุปกรณ์นั้นได้
เมื่อพวกเธอให้การช่วยเหลือประชาชนแล้วสามารถยืนบัตรประจำตัวของพวกเธอเพื่อให้ผู้รับการบริการใส่รายละเอียดการช่วยเหลือของเธอลงไปในบัตร โดยผลงานของพวกเธอนั้นจะส่งผมต่อโบนัสพิเศษที่จะได้ด้วย ซึ่งจะมากกว่าเงินพิเศษที่สมทบให้ตามระดับวิเศษอีก
สิ่งที่ฉันจะพูดก็มีแค่นี้ละ วันนี้พวกเธอสามารถแยกย้ายกันเริ่มงานหรือจะกลับไปพักผ่อนก็ตามสบายเลยถ้ามีการจัดกิจกรรมหรือข่าวสารที่เรา้าแจ้ง จะส่งไปยังสมาร์ทโฟนที่พวกเธอลงทะเบียนไว้ แต่ละวันอย่าลืมไปดูคำร้องขอของประชาชนที่ไปแจ้งไว้ตามสถานีหน่วยบริการประชาชนตามละแวกบ้านของพวกเธอหรือในแอปของเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนด้วยล่ะ ถ้าสงสัยอะไรก็สามารถไปสอบถามตามสถานีหน่วยบริการประชาชนที่พวกเธอสังกัดได้เลย”
“ไม่ตามไปคุยกับคุณเมย์จะดีหรอ ดูจะเหมือนเธอโกรธมากนะ”
ลีออนที่นึกถึงท่าทีของเมย์ขึ้นมาได้ หลังจากที่แม่ของเขาพูดจบก็ถามไปที่อิน
“เดียวค่อยตามไปคุยที่หลัง ถ้าไปคุยตอนนี้เดียวเธอโวยวายขึ้นมาจะลำบากเอา คนเยอะแยะ”
“คงไม่ได้บอกสินะ ว่าจะมาเขาหน่วยบริการประชาชน”
“อืม”
“ฉันพึ่งเคยเห็นคุณเมย์โกรธอย่างนี้ จะไม่เป็อะไรแน่นะ”
ถึงแม้อินจะบอกให้ไม่ต้องห่วงแต่ฟินน์ก็ยังมีสีหน้าไม่สบายใจอยู่ เพราะคิดว่าเขาเป็คนทำให้อินโดนโกรธ
“โกรธอย่างนั้นหรอ เคยเห็นจนเบื่อเลยละ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก พวกนายคงได้เห็นอีกบ่อย ปานนี้คงพาลโกรธพวกนายไปด้วยแล้ว”
“ฮาๆๆ”
เสียงหัวเราะของลีออนดังขึ้นมาทันที ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจเื่ที่จะโดนโกรธเท่าไร ผิดกลับฟินน์ที่ตอนนี้รู้สึกผิดจนโค้งตัวขอโทษแก้อิน
เมื่อฟินน์ยึดตัวกลับมาหลังจากที่ทำท่าโค้งขอโทษอินไป เขาก็เสียหลักเล็กน้อยและเซไปข้างหลังจนชนเข้ากับใครบางคน และทำให้ฟินน์รีบหันไปขอโทษเธอแต่ก็หยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่าเป็...
“คุณแคร์”
“พวกเธอทั้งสามคนตามฉันมาหน่อย”
ฟินน์ ลีออนและอิน มองหน้ากันสักพัก ก่อนที่จะเดินตามแคร์ไปโดยไม่ได้ถามอะไรออกมาจนถึงโดมขนาดใหญ่ ที่แยกออกมาจากสำนักงานหน่วยบริการประชาชน เมื่อเข้ามาด้านในก็เต็มไปด้วยเก้าอี้ที่จัดเป็ขั้นบันได ล้อมรอบลานกว้างตรงกลาง เหมือนสนามประลองของโรงเรียน แคร์นำพวกเขาไปจนถึงลานกว้างตรงกลางซึ่งมีชายหนุ่มที่ดูแก่กว่าพวกเขาไม่มากยืนรออยู่ด้วย
“พวกเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าเราสังกัดสถานีหน่วยบริการประชาชนเดียวกัน”
เมื่อแคร์พูดขึ้นฟินน์ก็พยักหน้าให้กับแคร์ เพราะที่อยู่ของพวกเขานั้นอยู่ใกล้กัน
“ที่ฉันเรียกพวกเธอมาก็เพื่อจะทดสอบพลังพิเศษของพวกเธอเพิ่มเติม ยังไงเราก็ต้องทำงานด้วยกัน ฉันเลยอยากรู้ความสามารถของพวกเธอก่อน”
“สวัสดีครับ”
จู่ๆ ชายหนุ่มที่ยืนรอพวกเขาอยู่ก็ได้โบกมือทักทายแก่ทั้งสามคน ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“นี้คือนิคาซิโอ้อยู่หน่วยบริการประชาชนที่อยู่สถานีเดียวกับเรา ฉันให้เขามาช่วยทดสอบพวกเธอน่ะ”
หลังจากที่แคร์แนะนำ นิคาซิโอ้ให้แก่ฟินน์ ลีออนและอิน พวกเขาทั้งสามก็โค้งหัวเป็การทักทายแก่นิคาซิโอ้
“ไม่ต้องมีมารยาทกับผมมากก็ได้ครับ ผมอายุมากกว่าพวกคุณแค่ไม่กี่ปีเอง”
“เราจะทดสอบพลังกันยังไงครับ” ฟินน์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองไปยังโดยรอบของเขา
“พวกเธอฝึกฝนการต่อสู้มาสินะ แค่ลองต่อสู้กับนิคาซิโอ้ดูเท่านั้นเอง ฉันจะคอยสังเกตพลังพิเศษของพวกเธออยู่ห่างๆ ส่วนที่ลานกิจกรรมนี้ฉันขออนุญาตไว้แล้ว แต่ใช้ได้ไม่นานนะเดี๋ยวจะมีคนมาใช้ต่อ”
เมื่อแคร์พูดจบเธอก็เดินไปยังที่นั่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อรอดูการต่อสู้ของพวกเขา
“ดูเหมือนคุณแคร์จะให้ความสนใจกับพวกเธอมากนะ ถึงขนาดแยกมาดูความสามารถขนาดนี้”
“ครับ”
ฟินน์ที่ได้ฟังนิคาซิโอ้พูดก็จ้องมองไปที่แคร์ที่กำลังนั่งดูพวกเขาอยู่ทำให้นิคาซิโอ้ที่เห็นท่าทางของฟินน์ก็ทำสีหน้าสังสัยออกมา ก่อนจะหัวเราะร่าเหมือนเข้าใจบางอย่าง
“ฮาๆ ฉันหมายถึงว่าพวกคนใหญ่คนโตเขาต่างสนใจพวกนาย แต่นายจะเข้าใจไปแบบนั้นก็ไม่เป็ไรนะ เราเริ่มกันเลยเถอะ”
หลังจากที่เขาพูดจบของเหลวสีทองก็ลอยออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา และทรงตัวลอยอยู่บนอากาศ ก่อนที่มันจะลอยไปมารอบตัวของนิคาซิโอ้อย่างไร้รูปลักษณ์แน่นอน จนสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งสามคนที่เป็คู่ต่อสู้ของเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีใครเริ่มทำอะไร จนนิคาซิโอ้เอ่ยถามฟินน์ขึ้น
“เมื่อไรจะเข้ามาละ”
“ให้ใครเริ่มก่อนครับ? คุณนิคาซิโอ้”
“ทั้งสามคนเลยไง พวกนายเขามาได้เลย”