หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    เมืองโจวเดือดพล่าน

    เมื่อเฟยหรงไปแล้ว ลั่วอู่หลินเองก็เข้าไปหาลูกสาวเช่นเดียวกัน ในตอนนี้เจ้าหญิงตัวน้อยได้หลับปุ๋ยไปแล้วด้านข้างมีซีอวิ้นผู้เป็นแม่ดูแลไม่ห่างกาย

     

    ลั่วอู่หลินหอมแก้มนางฟอดใหญ่และไม่ได้รบกวนการหลับของนางอีกต่อไป เขาออกมาด้านนอกและบินกลับเข้าเมืองโจวไป แต่ทว่าก็ต้องหรี่ตามองด้วยความสงสัยอีกคราเนื่องจากว่าตอนนี้บนท้องฟ้าเหนือเมืองปรากฏนาวาขนาดใหญ่กำลังลอยเด่นอีกทั้งยังประดับด้วยธงสัญลักษณ์มังกรสีฟ้าคราม

     

    "ข้าเหมือนจะเคยเห็นสัญลักษณ์แบบนี้ที่ไหนมาก่อนนะ.....ช่างเถอะๆถึงอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับข้า"ลั่วอู่หลินเขาก็เดินกลับเข้าไปยังด้านในเมืองทว่าเมื่อมองเข้าก็ก็ต้องชะงักฝีเท้า เนื่องจากมันเงียบสงัดราวป่าช้าไม่เหลือเค้ารางเดิมเลยแม้แต่น้อย

     

    "เกิดอะไรขึ้นกัน?"ลั่วอู่หลินอุทานออกมาอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไรนัก ดังนั้นจึงเดินหาโรงเตี้ยมและเข้าไปในทันที ปรากฏว่าด้านในมีคนอยู่หลายต่อหลายคนด้วยกันแถมยังเป็นผู้ฝึกตนทั้งหมดอีกด้วย

     

    ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เลือกโต๊ะว่างนั่งลงสั่งอาหารพอเป็นพิธีและเงี่ยหูฟังว่าพวกเขาเหล่านี้พูดคุยเรื่องอะไรกัน

     

    "เห้อ คิดไม่ถึงว่าตระกูลฮุยจะกล้าก่อกบฏต่อตระกูลโจว เจ้าพวกนั้นมันบ้าจริงๆที่ทำเช่นนั้น"

     

    "อืม พวกมันก็บ้าจริงๆนั่นแหละถึงขนาดที่ร่วมมือกับพวกครึ่งอสูรเชียวนะ นี่ยังดีที่ตระกูลโจวส่งข่าวให้ตระกูลราชามังกรวารีที่อยู่เบื้องหลังได้ทัน ไม่เช่นนั้นเมืองโจวแห่งนี้คงได้เปลี่ยนเจ้าเมืองไปแล้ว"

     

    "เห้อ ทำเอาชาวบ้านเขาอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมด ถ้าหากตระกูลโจวล่มสลายละก็ได้เงียบเป็นป่าช้าแบบนี้ทุกวันแน่"

     

    เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ ลั่วอู่หลินก็กระจ่างแก่ใจ ที่แท้ก็เรื่องการก่อกบฏภายในเมืองเพราะความอยากเป็นใหญ่ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องหน้าแปลกอะไร แต่ที่ทำให้อดคิ้วขมวดไม่ได้ก็คือเรื่องของครึ่งอสูรที่ผู้คนเหล่านั้นพากันกล่าวขานถึง เนื่องจากมันทำให้เขานึกถึงองค์กรหนึ่งที่เต็มไปด้วยครึ่งอสูรนั่นก็คือ เซิ่งหุน

     

    "ถ้าหากเป็นแบบที่ข้าคิดจริงๆพวกมันก็กล้ามากเลยทีเดียวที่มาแหย่เมืองในอาณัติของตระกูลจากแดนสวรรค์เช่นนี้ ทั้งยังเป็นเมืองที่ตระกูลราชามังกรวารีคุ้มครองอีกด้วย"ลั่วอู่หลินบ่นพึมพำ ลุกขึ้นเช่าห้องพักหนึ่งหนึ่งคืนเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ

     

    เมื่อมาถึงช่วงค่ำคืนของวัน ขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังนั่งอยู่ขอบหน้าต่างและแผ่จิตตรวจสอบออกไป ไฉ่เยว่เอ่อร์ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในทะเลจิตใจพร้อมกับเด็กตัวน้อยที่นอนหลับอยู่บนตักก็กล่าวถามขึ้นมา "นี่ๆเจ้าคิดว่ามันจะเกิดเรื่องในคืนนี้จริงๆน่ะหรือ"

     

    "ข้าเองก็ไม่รู้ แต่สัญชาติญาณของข้าบอกเช่นนั้น ว่าแต่ท่านเถอะวันนี้เห็นเงียบทั้งวันเลยไม่ใช่หรือ รู้สึกหวาดกลัวในพระเจ้าหรืออย่างไร"ชายหนุ่มได้ทีก็เอ่ยปากหยอกล้อนาง ไฉ่เยว่เอ่อร์พลันทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

     

    "จริงด้วย เจ้าบอกว่าชายคนนั้นเป็นระดับพระเจ้า แล้วเขาเข้ามาในโลกได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าโลกใบนี้รองรับพลังแค่ขั้นมหาเทพหรอกหรือ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถาม

     

    "ไม่ผิดๆหากเป็นระดับข้ามสวรรค์ไปถึงพระเจ้าสองชั้นฟ้าย่อมไม่สามารถเข้ามายังโลกได้ เพราะกฏเกณฑ์โลกมันรองรับพลังของคนเหล่านั้นไม่ไหว แต่ชายที่ท่านเห็นเมื่อช่วงกลางวันคือพระเจ้าไร้ขอบเขต ขั้นนี้อยู่เหนือกฏส่วนใหญ่ของจักรวาลดังนั้นแค่เข้ามายังโลกโดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"

     

    ไฉ่เยว่เอ่อร์ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งตกตะลึงในใจ โลกทัศน์ของนางบัดนี้กว้างไกลกว่าแต่ก่อนมากเพียงแค่ได้สนทนากับลั่วอู่หลินที่พึ่งฟื้นคืนความทรงจำ

     

    "โอ้ ได้เวลาแล้ว"ลั่วอู่หลินหันไปยังพระราชวังสีทองพร้อมกับยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็พลันดังขึ้นมาไม่ขาดสายพร้อมกับกลุ่นชายชุดดำหลายต่อหลายคนที่พุ่งทะยานท่ามกลางฟากฟ้าออกไปยังนอกเมือง ตามมาด้วยกลุ่มชายหญิงอาภรณ์ขาวที่มีมากกว่าถึงสองเท่าที่ไล่จี้ไปติดๆ

     

    ลั่วอู่หลินกระโดดออกจากหน้าต่าง ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือผู้คนเหล่านั้นและเฝ้าสังเกตุการณ์ด้วยความสนใจ "ระดับเซียนปฐพีเกือบทั้งหมดจะมีเพียงผู้นำที่อยู่ระดับเซียนสวรรค์ขั้นปลายกันทั้งคู่ การต่อสู้ครั้งนี้เหมือนจะดูน่าสนุกขึ้นมาบ้างแล้วสิ"

     

    ชายหนุ่มยกยิ้ม ทันใดนั้นด้านล่างก็เกิดการปะทะกันขึ้นมา เซียนสวรรค์ซึ่งเป็นผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้เริ่มต่อสู้กันแล้ว ส่วนเหล่าเซียนปฐพียังคงวิ่งไล่จับกันไปจนเข้าไปด้านในป่าใหญ่

     

    "ยอมจำนนท์ซะเถอะ เจ้าหนีไม่รอดหรอก"ชายผู้นำกลุ่มคนอาภรณ์ขาวกล่าว ตอนนี้ทั่วทั้งตัวของเขาอยู่ในชุดเกราะมังกรวารีในมือถือหอกน้ำเล่มหนึ่งที่ราวกับจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตามต้องการ ชายคนนี้มีนามว่า ไห่เฉิน เป็นผู้สืบทอดตระกูลรุ่นเยาว์ของตระกูลราชามังกรวารี

     

    "หึ อย่าคิดว่าเป็นตระกูลราชามังกรวารีแล้วพวกเราก็หวั่นเกรง"ชายชุดดำปิดหน้าปิดตาเค้นเสียงเย็น ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นจนเสื้อผ้าฉีกขาดและปรากฏขนสีขาวปกคลุมร่างกาย ใบหน้าที่แสนชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาพร้อมกับมีเส้นขนปกคลุมเช่นเดียวกัน

     

    เมื่อไห่เฉินได้เห็นดังนั้นก็พลันหรี่ตามองอย่างช่วยไม่ได้ "ครึ่งอสูรหมีขาวทรราช"

     

    กล่าวจบไห่เฉินก็ไม่รอช้ากระชับหอกในมือและพุ่งเข้าโจมตีโดยฉับพลัน ครึ่งอสูรหมีขาวที่เห็นดังนั้นก็ฟาดกรงเล็บปราณสีขาวเข้าปะทะอย่างทันท่วงทีจนไห่เฉินต้องถอยหล่นไป

     

    "ฮ่าๆๆนี่หีือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของแดนสวรรค์จริงๆก็ไม่เห็นเท่าไหร่"มันกล่าวเยอะเย้ย

     

    ไห่เฉินไม่ได้กล่าวตอบโต้ใดๆ เขาชูหอกขึ้นแสงสีฟ้าพุ่งขึ้นท้องนภาไปจากนั้นก็มีหอกวารีนับหมื่นเล่มปรากฏขึ้นมาแล้วเตรียมโจมตีราวกับห่าฝน

     

    "หอกพิรุณโปรยปราย"

     

    ไห่เฉินเค้นเสียงเย็น ทว่าอีกฝ่ายเมื่อเห็นก็ยกยิ้มเยาะเย้นในทันที หอกนับหมื่นพุ่งตรงมาที่ครึ่งอสูรหมีขาวทรราชและเต็มไปจิตสังหารที่ฟุ้งกระจาย

     

    "ก็แค่จำนวน ไม่สามารถทำอะไรข้าได้"

     

    "เกราะเพชร!"

     

    ครึ่งอสูรหมีขาวทรราชตะโกนกึงก้อง ลำตัวราวกับถูกเคลือบจากเพชรที่เป็นประกายวาววับ ทว่าเมื่อเข้าปะทะกันเพียงแค่หอกห้าพันเล่มก็ทำให้มันกระเด็นไปไกล

     

    "อะไรกัน!! ร่างกายข้าแข็งแกร่งดังเพชรแล้วมันเจาะทะลุมาได้อย่างไร"อสูรหมีขาวทรราชเกิดความตะลึงพรึงเพริดในใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าทันใดนั้นหอกอีกห้าพันเล่มที่เหลือก็พุ่งเข้าใส่ตัวมันอีกคราจนทำให้เกราะเพชรที่เหลืออยู่แตกละเอียดในทันทีพร้อมกับทั่วทั้งร่างกายที่ตอนนี้มีบาดแผลเกิดขึ้นดูน่าสยดสยอง ไม่น่ามองอย่างยิ่ง

     

    "ศักดิ์ศรีของตระกูลราชามังกรวารีหาใช่สิ่งที่เจ้าลบหลู่ได้"เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ครึ่งอสูรหมีถึงกับดวงตาเบิกกว้างในทันใด ก่อนที่มันจะหันไปหอกน้ำของอีกฝ่ายก็ได้แทงทะลุหน้าอกของมันเป็นที่เรียบร้อย

     

    "สวบ!"

     

    "อั๊ก!"ครึ่งอสูรหมีทรราชกระอักเลือดคำโตออกมา มือทั้งสองข้างจับหอกน้ำเอาไว้ รอยยิ้มที่โหดเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน จากนั้นพลังของมันก็สูงขึ้นพร้อมกับตัวที่บวมเป่งราวกับสูบลมเข้าไป

     

    "ต่อให้ตาย ข้าก็จะพาเจ้าไปด้วย!!"มันเค้นเสียงเย็น ไห่เฉินที่ได้ยินก็ปล่อยมือออกจากหอกของตนเองในทันทีพร้อมกับถอยหนีอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว

     

    "บูม!!!!"

     

    เเรงระเบิดของระดับเซียนสวรรค์ไม่ใช่ธรรมดา ภายในระยะยี่สิบลี้ถูกกลืนหายไปจากแรงระเบิดนั้น ไห่เฉินเองก็หนีไม่ทันหลับตาสนิทราวกับยินยอมรับความตาย

     

    "ระฆังทองคุ้มกายร้อยชั้น"ในขณะที่ไห่เฉินกำลังสิ้นหวัง แสงสีทองพลันปกคลุมเขาจนเกิดเป็นระฆังทองขนาดใหญ่ แต่เมื่อมันกระทบเข้ากับแรงระเบิดก็พังทะลายลงอย่างง่ายดาย จนเพียงไม่กี่ลมหายใจก็เหลือเพียงชั้นสุดท้ายเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน