เทียนสัมผัสได้ว่ายังมีปลาปีศาจที่อยู่ในสายน้ำแห่งนี้อีกเป็นจำนวนมาก เทียนเริ่มใช้พลังอัสนีสังหารพวกมันให้หมด ไม่ให้โตขึ้นมาแล้ว มาล่าสังหารมนุษย์อีกต่อไป สายฟ้านับร้อยนับพันเริ่ม พุ่งออกมาจากฟ้า ทันใดนั้น ก็มีแสงพุ่งวาบลงมาจากฟ้า ปรากฏร่างคนผู้หนึ่ง ตัวสีเขียวสวมชุดเกราะสีทอง คล้ายขุนพลสวรรค์ ใช้ง้าวฟาดสายฟ้าทั้งหมดกระจายหายไปจนหมด เทียนถึงกับตกใจ ไม่คิดว่าจะมีใครสามารถทำลายพลังอัสนี ระดับนี้ได้
“ เจ้ามนุษย์นี่เจ้าบังอาจสังหารลูกหลาน เผ่าพันธุ์ของข้า และยังจะคิดล้างพวกมันให้สิ้นไปไม่มีเหลืออีกหรือ”
“ ฟ้าเป็นของนก น้ำเป็นของปลา แผ่นดินเป็นของมนุษย์ แต่ปลาปีศาจลูกหลานของเจ้ากลับหาญกล้าท้าทายมนุษย์บุกขึ้นบนพื้นดิน สังหารมนุษย์ แหกกฏธรรมชาติ
หากแม้นมันอยู่ในน้ำ ข้าหาได้สนใจไม่ แต่นี่มันไม่ใช่ เจ้าเป็นเซียนแท้ๆ กลับให้พลังที่ผิดกฏสวรรค์กับลูกหลานเช่นนี้ หากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงจ้าวสวรรค์ ข้าอยากรู้นัก เจ้าจะแก้ตัวอย่างไร” เทียนย้อนออกไปอย่างไม่กลัวเกรง ทำให้เซียนปีศาจปลาที่มองแล้วไม่ค่อยฉลาดเท่าไรนัก เริ่มตกใจ ไม่คิดว่ามนุษย์ผู้นี้ ถึงกับรู้เรื่องกฏสวรรค์แบบนี้ด้วย
“ สังหารมนุษย์อย่างเจ้าแค่คนเดียว ก็ไม่มีใครรู้แล้ว” เซียนปีศาจปลาเริ่มมองหน้าเทียนด้วยจิตใจที่อมหิต จากนั้นก็ใช้ง้าวคล้ายสามง่ามสีเขียว ส่องไปที่ร่างของเทียนทันที ตูม เสียงระเบิด แตกกระจายไปทั่วพื้น เป็นหลุมใหญ่ แต่ว่าไม่มีร่างเทียนแม้แต่เงา
แต่เทียนกลายร่างเป็นลมเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ แล้วฟาดฝ่ามือยูไลท่าที่ 7 กลายเป็นฝ่ามือยักษ์มีสัญลักษณ์สวัสดิกะเพลิงที่กลางฝ่ามือ เข้าใส่ร่างเซียนปีศาจปลา โครม ! แต่ว่าเซียนปีศาจปลามีปราณเซียนคุ้มกัน จึงได้แต่ถอยหลังไปหลายเก้า มันแสดงสีหน้าตกใจ
“ ฝ่ามือยูไลปราบเซียน นี่เจ้าเป็นใครกันแน่” เซียนปีศาจปลาเริ่มมองไปรอบ ๆ คิดว่าเทียนคงจะเป็นศิษย์ พระยูไลแน่ มิเช่นนั้นจะฝึกฝ่ามือยูไลนี้ได้อย่างไร
“ ข้าใช้วิชาฝ่ามือยูไลนี้ได้ เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าข้ามีความสัมพันธ์กับพระอาจารย์ยูไลอย่างไร” เทียนขู่มันไปอีกที เพราะรู้ว่าฝ่ามือยูไลไม่สามารถทำอะไรเซียนปีศาจได้เลย เพราะถ้าจะใช้ปราบเซียนได้นั้น ต้องฝึกขั้นเซียนให้ได้เสียก่อน
“ เจ้าอย่ามาขู่ข้า พระยูไลไม่เคยรับศิษย์มาก่อน พลังที่เจ้าใช้ ทำลายได้แค่ปีศาจกระจอกได้เท่านั้น แต่ทำอะไรเซียนอย่างข้าไม่ได้หรอก” เซียนปีศาจเอ่ยออกไปแบบนั้น แต่ในใจก็กลัวขึ้นมาบ้างแล้ว
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าอยากรู้นัก ว่าท่าต่อไป ศิษย์พี่ของเจ้ายังต้องยอมแพ้ แล้วเจ้าจะรับมือได้หรือไม่” เทียนเริ่มลองใช้ฝ่ามือท่าที่แปด ที่ใช้สะกดซุนหงอคง ส่วนปีศาจปลาตัวนี้เทียนเริ่มมั่นใจแล้วว่ามันเป็นศิษย์น้องของ ซุนหงอคง หรือ ปีศาจปลาซัวเจ๋ง ท้องฟ้าเรื่อมืดคลื้มขึ้นมาทันที ร่างเงาของเทียนขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นภาพเงาขององค์พระยูไลนั่งสมาธิอยู่ด้านหลัง เทียนกำลังทำท่าจะยกมือ ก็มีเสียงร้องของเซียนปีศาจซัวเจ๋งออกมาว่า
“ หยุดก่อน” แต่ไม่ทันแล้วเทียนปล่อยฝ่ามือออกไป แต่ปล่อยไปอีกทางโดนภูเขาที่อยู่ห่างไกลพังทลายไปทั้งลูก เทียนเลยหยุดแล้วกล่าวว่า
“ ยังมีอะไรอีก”
“ เรื่องนี้ยุติเท่านี้เถอะ” เซียนปีศาจปลา หันไปมองภูเขาที่หายไป ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี้แค่เป็นพลังมนุษย์ยังขนาดนี้ ถ้าเป็นพลังเซียนจะขนาดไหน ถึงแม้ตอนนี้อาจจะรับได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่า จะมีท่าต่อไปอีกหรือไม่ สู้หยุด แต่เพียงเท่านี้จะดีกว่า แล้วถ้าเกิดพระยูไลทราบเรื่องว่าไปทำร้ายศิษย์ของท่านละก็ หายนะมาเยือนแน่
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะสังหารทายาทของท่านทั้งหมดเดี๋ยวนี้เลย”
“ โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งทำขนาดนั้น ข้ามีวิธี ข้าจะทำลายพลังเซียนที่ข้าให้พวกมันไว้ แล้วต่อไป พวกมันก็จะมีร่างกายขนาดปลาทั่วไป และไม่สามารถขึ้นมาบนดินได้อีก ไม่ทราบว่า เจ้าพอใจหรือไม่”
“ ได้ แต่ว่าพลังเซียนพวกนี้นั้นไม่ต้องทำลาย นำมาให้ข้าแทน ข้ายังต้องใช้ทรัพยากร ที่นำมาฝึกตนอีกเยอะ”
“ ได้ ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้” จากน้้นเซียนปีศาจปลาก็ดึงพลังเซียนทั้งหมดออกมาจากปลาปีศาจ แล้วรวบรวมกลายเป็น มุกสีเขียว ลูกหนึ่ง แล้วส่งมอบให้กับเทียน
“ ขอบคุณ”
“ เรื่องนี้หากว่าท่านพบ ชาวสวรรค์คนใด ขอร้องให้อย่าพูดเรื่องนี้ออกไปอีกเด็ดขาด”
“ ได้ข้าให้สัญญา” จากนั้นเซียนปีศาจซัวเจ๋งก็กลายเป็นแสงขึ้นไปอยู่บนฟ้าหายไป จากนั้นเทียนก็ตามขบวนคุ้มกัน ลูกของเจ้าเมืองทั้งสองคนไป
พอไปถึงทั้งหมดก็ยังไม่ไปรอเทียนอยู่
“ เจ้ามาแล้ว” ลุงหาญรีบเอ่ยทักทันที
“ เรียบร้อยแล้วต่อไป ไม่มีปลาปีศาจทำร้ายคนอีกแล้ว” เทียนบอกกับทุกคน
“ น้องชายเทียน ข้าชื่อ อู๋เซิน น้องสาวข้า อู๋ซวง ต่อไปเจ้า มาติดตามข้า แล้วข้าจะดูแล เจ้าเอง” อู๋เซิน ลูกชายเจ้าเมือง เข้ามาตบไหล่เทียน ส่วนอู๋ซวงมองดูใบหน้าเทียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย เทียนไม่ได้พูดอะไรอีก จนลุงหานบอกทุกคนให้เดินทางกันต่อ
เทียนควบม้าคู่มากับลุงหานและถามถึงข้อสงสัยบางอย่างทันที
“ ทำไมพวกเราไม่นั่งเรือเหาะไปเมืองเจียงอู่ ต้องมาขี่ม้าเพื่ออะไร”
“ อาณาเขตระหว่างเมืองนี้ มีหุบเขาแม่เหล็ก วัตถุบินไม่สามารถบินผ่านได้ มีคนทดลองแล้ว ผลปรากฏว่า ถ้าไม่ตกลงพื้นดิน ก็สูญหายไปในอากาศทั้งหมด” ลุงหานอธิบายอย่างหวาดกลัว เทียนมองไปบนยอดเขาหลายลูก ก็พบว่า ภูเขาเหล่านี้เต็มไปด้วย สนามแม่เหล็กเต็มไปหมด เป็นไปได้จะกลายเป็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแบบในโลกปัจจุบัน
“ อีกสองวันพวกเราคงจะถึงที่หมาย เวลาใกล้ค่ำแล้ว คงต้องหาที่พักกันก่อน”
ลุงหานบอกหน่วยลาดตระเวณ ให้ไปข้างหน้าเพื่อเลือกทำเลที่พัก สำหรับคืนนี้
คืนนี้ทุกคนได้ที่พักอยู่เชิงเขา ซึ่งมีเนินสำหรับกางเต๊นท์พักอย่างสบาย ทุกคนต่างจุดไฟ กันหลายจุดเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย ภายในป่า เทียนถูกเชิญให้มาอยู่ร่วมกับคุณชายและคุณหนู ทั้งสองเพราะลุงหานขอร้องไว้ เทียนคุยถูกคอกับลุงหานเลยไม่อยากขัด ถึงแม้ คุณชายอู๋เซิน จะเป็นคนที่พูดมาก แต่เทียนก็สังเกตว่าส่วนลึกในจิตใจ ล้วนเป็นคนดี ไม่ได้เป็นชั่วร้ายอันใด ผิดกับ น้องสาวที่นิ่งเงียบตลอดทาง ระแวงทุกสิ่ง ทุกอย่างไปหมด แต่เทียนมองภาพโดยรวม ก็เป็นคนดีเช่นกัน แต่อาจถูกอบรมในแบบลูกสาวเจ้าเมือง เลยต้องถือตัวเป็นพิเศษ
คืนนั้นเทียนเข้ากระโจมที่พักแล้วหยิบ มุกเซียนปีศาจปลาออกมา จากนั้นเทียนก็เริ่มซึมซับพลังเซียน ในมุกเม็ดนี้ ทันที พลังระดับเซียนที่เทียนดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายของเทียนเวลานี้เริ่มเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอีกระดับ เหมือนกับว่า
ประสาทรับรู้ของเทียนรับรู้สึกต่างๆได้ เพิ่มมากขึ้น รู้สึกได้ว่าในบริเวณใกล้เคียงมีทะเลสาบ อยู่มีปลาใหญ่กี่ตัว มีพลังอยู่ระดับไหน สามารถฟังภาษาปลาได้รู้เรื่อง
และคิดว่า ตัวเองถ้าได้ลงน้ำไปคงสามารถหายใจในน้ำได้อย่างสบาย เทียนลองหายตัววับไป ที่ทะเลสาบที่ใกล้ที่สุดแล้วลงไปในน้ำ ร่างกายพอเริ่มปรับสภาพได้ ก็หายใจในน้ำได้ทันที เทียนเริ่มได้ยินเสียงปลาคุยกัน เทียนลองเคลื่อนไหวในน้ำ ร่างกายเทียนเริ่มมีคลีบปลา ขึ้นมาสามารถว่ายน้ำได้เหมือนปลา หายใจเป็นปกติเหมือนอยู่บนบก มิใช่แค่นั้น พลังยุทธ์ของเทียน เกิดหมุนเวียนจนเกิดพลังขึ้นมากขึ้น ๆ จนร่างกายรับไม่ได้อีก จนระเบิดออกมา ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ พลังยุทธ์เทียนเพิ่มอีก 5 ระดับ จากระดับที่ 69 เป็น ระดับที่ 74 และวิญญาณยุทธ์ขึ้นไปจากระดับที่ 74 เป็น 79 แล้ว พลังจอมเวทย์ก็ปรับขึ้นเป็น ระดับ 9 แล้ว
เทียนกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าในเจดีย์ แล้วหยิบมุกเซียนปีศาจ ขึ้นมายังมีพลังเซียนเหลืออยู่อีกมาก เสี่ยวไป๋มาเห็นมุกเซียนปีศาจ ก็เข้ามาหาเทียนอ้อนวอนของมุกเม็ดนี้ทันที
“ เจ้านายข้าขอมุกเซียนปีศาจเม็ดนี้ให้ข้าเถอะนะ ได้โปรด มันจะทำให้ข้ามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เจ้านายใช้ไปพลังก็ขึ้นไปอีกไม่เท่าไรหรอก”
เทียนโยนมุกเซียนปีศาจให้มันทันที มันดีใจมากรีบกลืนเข้าปากทันที แล้วมันก็หงายท้องหลับไปเลย เทียนคิดว่ามันคงเป็นวิธีปรับพลังของเสี่ยวไป๋ เทียนนั่งสมาธิปรับพลังอยู่สักครู่ก็ออกไป เพราะได้ยิน ลุงหานส่งเสียงเรียกออกมาเบาๆ
“ อาเทียน อาเทียน ออกมาเร็วมีบางอย่างผิดปกติ” เทียนออกมาจากกระโจมทันที
“เกิดอะไรขึ้น” แต่ลุงหานบอกให้เทียนเงียบก่อน แล้วชี้นิ้วขึ้น ไปบนท้องฟ้า
เริ่มมีตั๊กแตนตัวใหญ่บินออกมาจากท้องฟ้าทีละ ห้าตัวสิบตัวเป็นร้อยตัวพันตัวเทียนมองแล้วมันมาจากมิติอื่น มันค่อยหลุดเข้ามา จนกระทั้งมันหลุดเข้ามาจำนวนเป็นหมื่นๆ ตัว พอมันตกลงมาที่พื้น ทุกคนต่างส่งเสียงกรีดร้อง มันตัวใหญ่กว่ามนุษย์เกือบสิบเท่า มันเริ่มเข้าโจมตี ทหารรับจ้าง ที่นอนกระจัดกระจายไปทั่ว เทียนรีบใช้พลังวายุลมดึงตัวทหารที่ยังไม่รู้ตัวเข้ามาอยู่ด้านใน แล้วเทียนขว้างหยกไปแปดทิศทางแล้วเปิดค่ายกล 5 ธาตุขึ้นมาทันที ตัวตั๊กแตนยักษ์ มากมายพยายามเข้ามาในบริเวณกลุ่มคน แต่ไม่สามารถเข้ามาได้ เทียนเป่าปากอย่างโล่งอก หากช้ากว่านี้ คงได้มีการตาย กันเกลื่อนแน่
เหล่าฝูงแมลงยักษ์ไม่ได้แค่มีเพียงตั๊กแตน แต่มีทั้ง แมลงมุม แมงป่อง ทั้งหมดหลุดออกจากมิติลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันปิดไปเอง เทียนมองเห็นกองทัพฝูงแมลงพวกนี้ หากปล่อยไปเข้าเมืองใดเมืองหนึ่ง มนุษย์คงต้องสูญเสียชีวิตอีกไม่น้อย เทียนได้แต่เรียกแท่นอัญเชิญออกมาด้านข้างแล้วจุดธูปอีก 99 ดอกแล้วจุดไฟ พรึบ ท้องฟ้าที่มืดกลับมีประกายแสงแลบ แปร๊บ ๆ ไปทั่วท้องฟ้า ฝูงแมลงทั้งหลายที่ยังเข้าโจมตี ค่ายกล ต่างถอยหนีกันไปหมดแล้ว สายฟ้าเริ่มก่อตัวเป็นพายุ เข้าโจมตีเหล่าแมลงทั้งหลาย ที่มีเป็นแสน ๆ ตัวกระจายรอบ ๆ บริเวณ
แต่ว่าไม่มีตัวใดรอดพ้นจากพลังพายุอัสนีจากฟากฟ้าได้ เวลาผ่านไปสักระยะ เสียงสายฟ้า ก็สงบลง เหล่าแมลงที่หลุดออกมา ต่างล้มตายกันเกลื่อนไปทั่วบริเวณ รอบๆกลุ่มเทียนอาศัยอยู่ เทียนเก็บแท่นพิธี แล้วบอกให้ทุกคนออกเดินทางทันที เพราะไม่อยากนอนอยู่กับซากแมลงพวกนี้ยันเช้า ทุกคนๆ ได้แต่มองเทียนยังกับเทพเจ้า ไม่คิดว่าการเดินทางคราวนี้ จะต้องมาเจอกับเหตุการณ์มหัศจรรย์เช่นนี้
“ อาจารย์น้อย ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด” อู๋เซินไม่สนใจสิ่งใดแล้วคุกเข่าขอให้เทียนรับเป็นศิษย์ทันที หลังจากที่เห็นเทียนแสดงปาฏิหารย์มาสองครั้ง
และคิดว่าสำนักอักษรสวรรค์ที่จะไปเรียนนั้น ยกเลิกดีกว่า ขอแค่เรียนวิชาอัญเชิญเทพอัสนี กับเทียนวิชาเดียวก็หากินได้ไปชั่วชีวิตแล้ว
“ พี่ใหญ่ลุกขึ้น ทำเช่นนี้ไม่ได้ พี่ใหญ่รับปากท่านพ่อจะไปเรียนวิชาอักษรสวรรค์ สิบปี ลืมแล้วหรือ” อู๋ซวงไม่ยอมให้พี่ใหญ่ทำเช่นนี้เสียชื่อท่านเจ้าเมืองหมด
“ ไม่ต้องมายุ่ง ข้าจะขอเรียนกับท่านอาจารย์เทียน ท่านรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด”
“ ลุกขึ้นเถอะ เจ้าไม่สามารถฝึกวิชาพวกนี้ได้หรอก” เทียนปฏิเสธที่จะรับเช่นกัน
แล้วเทียนก็ขึ้นมาเดินทางนำหน้าไปก่อน จนลุงหาน ต้องมาพยุงคุณชายให้ลุกขึ้น
“ คุณชาย คนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา ถ้าหากคุณชายตั้งใจจริง ต้องจริงจังมากกว่านี้ ตัวเขายังอายุน้อย หากรับใครเป็นศิษย์ เขาคงลำบากใจ แต่ถ้าคุณชายขอคบเขาไว้เป็นเพื่อน เรื่องอื่นๆ มันก็จะง่ายขึ้นมาเอง” ลุงหานแนะนำ อู๋เซินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
แล้วทั้งหมดก็ออกเดินทางออกมาใกล้จะถึงเมืองเจียงอู่ อีกไม่ไกล ลุงหานก็ให้ทุกคนพักกินข้าวเที่ยงกัน อู๋เซินไม่ยอมละความตั้งใจที่อยากเรียนรู้วิชาจากเทียน พยายามเอาใจเทียนสารพัด ตั้งแต่หาน้ำ หาข้าวมาให้ คอยนวดไหล่ นวดหลัง แต่เทียนก็ยังเฉยเมย มีแต่อู๋ซวงได้แต่ตำหนิพี่ชาย ให้ไว้ตัวหน่อย อย่าลืมว่าตัวเองเป็นลูกเจ้าเมือง ส่วนเทียนเป็นแค่ทหารรับจ้างเท่านั้น ส่วนเทียนไม่ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้ ได้แต่สังเกตแผนที่ ว่ามีความใกล้เคียงกับ สถานที่ในความฝันบ้างหรือไม่ มีป่าพิษตรงไหนบ้าง แต่ยังไม่มีในแผนที่แห่งนี้เลย คงต้องไปหาแผนที่ของเมืองเจียงอู่ อาจจะมีก็เป็นได้
ใกล้จะถึงเมืองเจียงอู่ ลุงหานเข้ามาคุยกับเทียน เอ่ยปากขอให้เทียนช่วยเข้าไปในสำนักอักษรสวรรค์ เพื่อช่วยดูแลคุ้มครอง สองคนพี่น้อง สักระยะ แต่ก็รู้สึกเกรงใจเทียน คิดว่าเทียนคงต้องมีธุระต้องทำแน่ ๆ
“ พอดีข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องทำจริง ๆ ไว้ข้ากลับมาก่อนแล้วจะเข้าไปช่วยดูแลพวกเขาให้” เทียนรับปากกับลุงหาน ซึ่งเทียนมองว่า แกมีความจงรักภักดีต่อท่านเจ้าเมืองมาก ทำให้เทียนประทับใจ
“ ได้ แค่เจ้ารับปากก็พอแล้ว ในสำนักอักษรสวรรค์แห่งนี้ เจ้าสำนักคนปัจจุบัน ได้สอนให้คนที่เข้ามาใหม่ต้องเป็นคนเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ดังนั้น จึงไม่ห้ามเรื่องรุ่นพี่
จะทำการรังแกรุ่นน้อง แต่ขออย่าให้ถึงตายก็พอ ดังนั้นที่นี่จึงมีการรังแกรุ่นน้องที่โหดร้ายมาก ท่านเจ้าเมืองอดเป็นห่วงไม่ได้ พวกที่เข้าไปเรียนเป็นเพื่อน ก็ฝีมือไม่เอาไหน หากเจอปัญหา คงไม่สามารถช่วยได้แน่ แต่ถ้าเขาได้เรียนถึงระดับหนึ่ง พวกเขาจะสามารถเอาตัวรอดในชีวิตจริงได้”
“ ทำไมถึงตั้งชื่อสำนักอักษรสวรรค์” เทียนสงสัย
“ สมัยก่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้รับมอบตัวอักษรสวรรค์ทั้งเก้าตัว จากท่านเจียงจื่อหยา คือ ปฐพี วารี วายุ อัคคี กระบี่ ดาบ หมัด จิต เซียน เขาได้ นั่งเพ่งมองตัวอักษรทั้งเก้าตัวอย่างเดียว 80 ปี จนสามารถสำเร็จกลายเป็นเซียน จากนั้นก็ได้มอบเก้าตัวอักษรให้กับศิษย์คนต่อมา ท่านก็ นำตัวอักษรที่ท่านเจียงจื่อหยา นำมาสร้างสำนักอักษรสวรรค์ จนโด่งดังไปทั่วดินแดนแห่งนี้ “ ลุงหานเอ่ยสรุป
“ แค่มองตัวอักษรสวรรค์ทั้งเก้า ก็สามารถสำเร็จกลายเป็นเซียนได้เชี่ยวหรือ”
เทียนเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วคิดว่า ถ้าจัดการเรื่องของหลงเทียนเสร็จ คงต้องเข้าไปสัมผัส ตัวอักษรสวรรค์ดูบ้าง...