Part's ครูเขมชาติ ผมชื่อเขมชาติหรือเรียกสั้นๆ ว่าเขมครับ ผมจบคุรุศาสตรบัณฑิต เอกภาษาอังกฤษ ผมจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากการสอบเอ็นทรานส์ติด ผมจบมาได้ปีกว่าแล้ว ผมอายุ 23 ปีบริบูรณ์ ผมเป็ลูกชายคนเล็ก พ่อผมเป็อดีตนักการทูตเพราะว่าพ่อผมเสียไปแล้ว ส่วนผมพอเรียนจบก็ดูแลแม่เพราะว่าแม่อยู่บ้านคนเดียว ผมมีพี่ชายสองคน คนโตเป็ปลัดอำเภอ ตอนนีไปประจำอยู่ที่เชียงใหม่ พ่อผมพึ่งจะเสียไปได้สามปีครึ่ง ผมไม่ได้เข้าสอบบรรจุครูทันที ผมเข้าไปเป็ครูติวเตอร์ที่ศูนย์ติวเตอร์แห่งหนึ่ง เพื่อนๆ ผมก็ไปเป็ติวเตอร์ที่นั่น เพราะว่าเงินก็ดีและไม่ต้องมานั่งทำเอกสารและเ้าของติวเตอร์ก็เป็อาจารย์ของพวกผมเองด้วย รายได้ก็เรียกได้ว่าดีพอสมควรแต่มันอาจจะไม่ค่อยยั่งยืนเหมือนเป็ครูประจำ
และเพื่อนๆของผม ไม่อยากไปบรรจุเป็ครูก็ด้วยคำร่ำลือมาจากรุ่นพี่หลายๆคนของพวกผมที่ได้บรรจุเป็ครู โดยเฉพาะภาครัฐ เขาบอกว่าไม่ได้สอนเหนื่อยอย่างเดียวนะ งานเอกสารก็เยอะ ประเมินนั้นประเมินนี้เยอะแยะไปหมด แต่ทว่าความฝันของผมก็คือการได้รับราชการและเป็ครูเต็มตัวเหมือนแม่ของผม อดีตครูสอนวิชาคหกรรมตอนนี้แม่ผมรีไทม์ั้แ่ตอนที่พ่อผมป่วยหนักและกลับมาพักที่บ้าน แม่ก็ออกจากงานมาดูแลจนพ่อผมเสียชีวิต ตอนนี้ผมก็ตัดสินใจไปสอบ กพ พอผมสอบผ่าน ผมก็ได้รับจดหมายให้มาเป็ครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็โรงเรียนที่มีนักเรียนประจำและไปกลับ เท่าที่ผมทราบคร่าวๆ และค่อนข้างไกลจากกรุงเทพฯไปหน่อย ขับรถเกือบสี่ชั่วโมงได้
“เมื่อไหร่ะถึงซะทีละเขม นั่งเมื่อยแล้วเนี๊ยะ!” ณัฐกานต์ คนนี้คือแฟนของผม ณัฐกานต์จบบัญชีและเขาก็เข้าทำงานที่ธนาคารทันทีที่เรียนจบ ก็เพราะว่าครอบครัวเขาเป็นักธุรกิจ ประเภทรีสอร์ตทำให้มีเงินเข้าหมุนเวียนเยอะ เขาก็เลยได้สิทธิ์ตรงนี้ไปด้วยั้แ่ฝึกงานแล้ว
“ใกล้แล้วครับกานต์ ถ้ากานต์ง่วงหลับก่อนไหมครับ เพื่อว่าจะดีขึ้น” ผมหันไปแตะต้นแขนณัฐกานต์เพราะว่าเขาดูหงุดหงิดนะตอนนี้ อันที่จริงก็ปกตินะ ณัฐกานต์จะหงุดหงิดง่ายมากและนี้ดันอดนอนเมื่อคืนเพราะว่าไปเที่ยวกับเพื่อนกลับมาตีสองกว่าๆ ทั้งที่ผมบอกว่าผมจะชวนมาโรงเรียนใหม่ที่ผมจะได้มาบรรจุเป็ครู
“ใครจะไปนอนลง มันนอนสบายที่ไหนละเขมในรถนะ” ณัฐกานต์หันมาหัวเสียใส่ผม ผมหันไปมอง
“อันที่จริงกานต์ไม่ต้องมาส่งเขมก็ได้นิ ถ้า...กานต์เหนื่อยและง่วงมาก” ผมพูดและหันไปมองทางอื่นแทน ผมนะพยายามจะไม่ชวนณัฐกานต์ทะเลาะ แต่ก็ไม่วายต้องทะเลาะกันบ่อยๆ จนบางทีผมรู้สึกว่าเหมือนเราจะไปกันไม่รอดแต่ผมก็พยายามยื้อ เพราะว่าผมไม่อยากให้ใครมองว่าความรักแบบผมนะเป็ความรักที่ไม่มีวันยั่งยืนเหมือนคู่รักหนุ่มสาว ไม่มีอนาคตและเปลี่ยนคู่บ่อย
“นี้จะมาชวนทะเลาะเพราะว่ากานต์ไปเที่ยวกับเพื่อนและกลับมาตีสอง อย่างนั้นเหรอเขม” ณัฐกานต์พูดขึ้น เขาหันมามองหน้าผม ผมก็หันไปมองหน้าณัฐกานต์
“กานต์เป็คนชวนเขมทะเลาะเองนะ ไม่ใช่เขมเองที่อยากทะเลาะกับกานต์” ผมพูด
“และเขมก็บอกกานต์ว่าจะกลับดึก กานต์ก็ไม่ฟังเขมและมาหงุดหงิดใส่เขมแบบนี้ มันถูกเหรอกานต์” ผมณัฐกานต์
“ก็แค่ไปเที่ยวกับเพื่อนและที่ไปเพราะว่ากานต์เครียด…. ดันมีหัวหน้าก็คอยจับผิด มีแฟนก็มานั่งห้ามนั้นห้ามนี้ น่าเบื่อนะเขม” ณัฐกานต์พูดอย่างหัวเสีย ผมก็พ่นลมหายใจยาวๆ ไป เหตุที่กานต์บอกว่าเครียดผมน่ะเข้าใจแต่นี้เล่นไปทุกอาทิตย์แบบนี้
“ก็เวลากานต์ไปกินเหล้านะ มันหมดไปกี่บาท ไหนเราจะสร้างครอบครัวกันไงครับ “ผมพูดหันบอกณัฐกานต์และหันมามองถนนหนทางต่อ
“ยิ่งพ่อแม่ของกานต์ พวกท่านก็พูดอยู่ว่าความรักของเรามันไม่มีวันไปได้ไกลและมันดูไม่มีอานาคต ดังนั้นเราควรจะทำมันให้ทุกคนเห็นซิกานต์ “ผมหันไปพูดกับณัฐกานต์ ที่นั่งกอดอก
“เราต้องช่วยกันเก็บหอมรอมริบ นี้เขมก็อยากมีความมั่นคง เขมเลยเลือกที่จะมาเป็ครูเต็มตัวเพราะมันทำให้เขมดูมีอนาคตที่แน่นอน” ผมบอกณัฐกานต์ ดูท่าเขาจะไม่ได้อยากจะฟังผมเท่าไหร่
“อนาคตจะไปไกลได้ยังไง ทำไมถึงเลือกมาเป็ครูซะไกลขนาดนี้ กันดาร ทำไมไม่เป็ครูที่กรุงเทพละ” ณัฐกานต์ถามผม เขาคิดแค่ว่าถ้าได้อยู่ในที่เจริญเท่านั้นชีวิตถึงจะดี
“และถ้าเขมได้บรรจุที่นี้ กานต์ไม่ย้ายมาอยู่ด้วยหรอกนะ ไกลและห่างเพื่อนกานต์แบบนี้ ไม่เอาด้วยหรอก” ณัฐกานต์พูด ผมก็เหลือบมองแผนที่บนกูเกิล ที่บอกผมว่าใกล้จะถึงแล้วและเมื่อผมขับไปได้สักพัก็เห็นป้ายชื่อโรงเรียน
“ถึงแล้วกานต์” ผมบอกคนที่นั่งกอดอกหน้างอ ณัฐกานต์ก็พยักหน้าแบบขอไปที ผมเลี้ยวรถเข้าไปทันที ก่อนจะผ่าน รปภ ของโรงเรียน
“สวัสดีครับ ผมเป็ครูคนใหม่ครับ” ผมบอกคนที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เขาก็พยักหน้าและออกมาเปิดประตูให้รถผมแล่นเข้าไปได้
“รบกวนเซนต์ชื่อในสมุดด้วยครับ” ลุงคนที่นั่งอยู่ที่ป้อมดูแลการเข้าของที่ตรงประตูโรงเรียน บอกผมและยื่นสมุดมาให้ผมเซนต์ชื่อในรถ ผมก็ส่งกลับคืนให้เขา "มาเป็ครูที่นี้เหรอครับคุณ" ลุงเขาถามผม "ใช่ครับ ผมมาเป็ครูที่นี้ครับ ครูสอนภาษาอังกฤษครับ" ผมพูด เขาเงยหน้ามองหน้าผมก่อนจะมองคนที่นั่งทำหน้างอในรถของผม "มาแทนครูมิ้งแน่ๆ เลย งั้นก็โชคดีนะครับครู" ลุงเขาพูด
“ขอบคุณนะครับ” ผมพูด และขับรถเข้าไปด้านในทันที
“จะไปขอบคุณเขาทำไม ก็มันหน้าที่เขาเขม” ณัฐกานต์ อันนี้ก็อีกเื่หนึ่ง เื่ของการดูถูกคนของณัฐกานต์ ผมหันไปมองและส่ายหัวเพราะไม่อยากชวนเขาทะเลาะกันมากไปกว่านี้ ผมนำรถเข้าไปจอดในที่จอดรถที่ร่มๆ หน่อยรถจะได้ไม่ร้อน รถคันนี้เป็รถของพ่อผมที่ผมรักมาก ไม่อยากซื้อใหม่ แม้ว่าณัฐกานต์จะคะยั้นคะยอผมให้ผมซื้อก็ตาม แต่ผมคิดว่าผมอยากจะเก็บเงินสักหน่อย ผมอยากซื้อบ้านสักหลังอยู่ใกล้ๆ แม่ผมด้วยยิ่งดี
“นี้เหรอโรงเรียน มีแค่ตึกเดียวและเออ เหมือนจะเป็โรงอาหาร นักเรียนกี่ร้อยคนเนี๊ยะ” ณัฐกานต์ก้าวเท้าลงมาได้ก็บ่นถึงสภาพโรงเรียนทันที
“ที่นี้มีนักเรียนทั้งหมด 630 คนและเป็เด็กกินนอนที่นี้ก็ประมาณ 350 คน เขามีตึกเดียวก็จริงแต่เขามีบ้านพักให้เด็กๆ อยู่ด้านหลังโน้นนะกานต์” ผมบอกณัฐกานต์ เขาก็พยักหน้าแต่ผมดูก็รู้ว่ามันไม่พอสำหรับณัฐกานต์ เขาเชื่อว่าโรงเรียนใหญ่ๆ และมีนีกเรียนเยอะๆ นั้นจะบ่งบอกว่าผมจะได้ตำแหน่งดีดี และเงินที่ดีตามมาด้วย
“แล้วนี่จะไปไหนต่อล่ะ” ณัฐกานต์ถามผม
“จะขึ้นไปห้องธุรการก่อนครับ “ผมบอกณัฐกานต์
“ถ้าอย่างนั้นรอข้างล่างนี้นะเขม ไม่อยากขึ้นไปนั่ง มันอึดอัดที่จะเห็นชะนีมอง...เหมือนเป็ตัวประหลาด” ณัฐกานต์พูดพร้อมกับหันหลังออก ผมก็ทำได้แค่พ่นลมหายใจออกมา ผมพยักหน้าก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ ณํฐกานต์เป็คนไม่ชอบอดทนความลำบาก ผมรีบเดินหันหลังไปขึ้นตึกที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเดินขึ้นไปขอจัดปกเสื้อซะหน่อย ดูดีหรือยังก็ไม่รู้ ผมสูดลมหายใจเข้าปอดแบบเต็มและเดินหน้าขึ้นไปทันทีแต่ทวะผมกลับได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเหมือนจะลงมาทางผม
“ตึงๆ” เสียงน้ำหนักเท้าบอกได้ว่าคงจะเป็เด็กโตแน่ๆ เพราะนี้มันโรงเรียนมัธยมแล้วนะ จังหวะนั้นผมก็เงยหน้าขึ้นไปมอง ผมเดินขึ้นมาได้ครึ่งทางแล้วและผมก็ต้องผงะเพราะว่ามีเด็กผู้ชายวิ่งส่วนลงมา ตรงช่องทางเดินเดียวกันกับผมพอดี ผมถึงกับทำท่าจะหงายหลัง
“หมับ” มันช่างเหมือนในหนังหรือซีรี่ย์เกาหลีไม่มีผิดเพี้ยนพระเอกคว้ามือนางเอกไว้ได้ก่อนที่จะหงายหลังตกบันได มันเป็ภาพสโลโมชั่นมากและมันทำให้สายตาผมจับภาพใบหน้าหนุ่มคนนั้นได้หมด ติ้วที่ดูรกแต่มีเสน่ห์และนัยต์ตาคู่นั้น มีสีฟ้าไม่น่าจะใช้คนไทยแน่นอน สีผมที่ไม่ดำและไม่แดง เหมือนคนโกรกสีผมที่มีประกายแดงเวลาออกแดด จมูกที่โด่งบอกได้ว่านี้ไม่ใช่มาตราฐานชายไทยแน่น้อย หุ่นที่สูงและดูก็รู้ว่านักกีฬอีกต่างหาก แต่ทำไมผมถึงได้พิจารณาเขาได้ละเอียดได้เยอะแบบนี้ เหมือนวิดีโอที่กดค้างเอาไว้
“เปี๊ยะ” เสียงดีดนิ้วเรียกสติผม ผมกรีบยืนทรงตัวให้ได้ทันที
“เกือบแล้ว เกือบได้ทำศัลยกรรมแล้วไหมล่ะ ถ้าตกไป ถึงจะแค่ห้าหกขึ้นก็ตาม” เด็กคนนั้นพูดแซวผม ผมมองที่มือของเขาที่จับคว้าแขนของผมเอาไว้ เขาก็ปล่อยและยิ้มให้ผม พร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ชายเสื้อที่หลุดห้อยออกมา ขณะที่ผมก้มลงมอง
“หึ” มีเลิกคิ้วมองผม
“แธวกิ้ว โซ มัธ” ผมพูดบอกขอบคุณเขาเป็ภาษาอังกฤษ เพราะว่าหน้าเขามันบอกได้ว่าไม่ใช่คนไทยแน่นอน.
“พูดไทยก็ได้มั้งครับ ที่นี้ประเทศไทย” เพล้ง! หน้าผมครับ
“ขอบคุณครับ” ผมเลยต้องกลับมาพูดภาษาไทยกับหนุ่มตรงหน้า หน้าตาที่ออกไปทางชาวต่างชาติมากกว่า น่าจะเกินคำว่าลูกครึ่งเพราะว่าฝรั่งจ้าขนาดนี้ เขาหยักคิ้วให้ผมสองทีติด ผมยิ้มๆ ให้เขาและนึกในใจ นี้ยังไม่ทันได้ทำหน้าที่ครูเลยเจอดีแล้วไงไอ้เขมเอ๊ย!
“ไอ้คริสสสส ทำไมมึงไม่รอกูวะ มึงจะรีบไปตามควายที่ไหน” เสียงที่ดังมาก่อนที่ตัวจะมาถึง ผมก็เงบหน้ามองคนที่มายืนอยู่ชั้นบน
“ก็มึงช้านี้หว่า ลงมาดิจะได้ไป...ฉี่” เด็กคนนี้นพูดและหันมาเน้นคำนั้นตรงหน้าผมก่อนจะฉีกยิ้มให้ผมแม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะเท่มากก็เถอะแต่ทำไมสายตาผมมันลดลงมามองตรงเป้าหว่า หรือว่าเพราะผมจินตนาการต่ำไป เงยหน้าขึ้นมามองหน้าตากวนๆ นั้น แต่จัวหวะนั้นก็มีเสียงที่ทำให้การจินตนาการของผมหยุดชะงัก
“นายคริส!” เอาฉายเสื้อใส่ในกางเกงเดี๋ยวนี้นะ อยู่ในเขตโรงเรียนและนี้มันเป็เวลาเรียน! “
“ซวยแล้วววมึง วิ่งดิว่ะ แม่มึงมา” เสียงครูะโลงมา ผมหันไปมองตาม ดูซิวิ่งซะ ผมก็หันกลับไปมองครูที่ยืนอยู่ที่ชั้นบน ครูเขาก็ใที่เห็นผมเช่นกัน
“อุ้ย!” ครูสาวใยกมือขึ้นทาบอกทันที ผมก็ส่งยิ้มให้
“สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” คุณครูรีบถามผม ผมหันไปมองสองคนนั้นที่วิ่งหายไป และหันกลับมาตอบครูที่ยืนอยู่้า
“ผมมารายงานตัวที่จะเป็ครูบรรจุที่นี้ครับ ผมชื่อเขมชาติครับ” ผมบอกครูที่ยืนอยู่้าและก้าวเดินเพื่อขึ้น
“อ้อ ครูเขมชาติใช่ไหมคะ เชิญคะ ท่านผู้อำนวยการรออยู่คะ มาเร็วนะชับรถจากกรุงเทพเลย” ผมพยักหน้า ครูคนนี้ซิน่ะที่คอยประสานงานและต่อกับผมตลอด
“ดิฉันชื่อครูสมพิศค่ะ เป็ครูที่นี้และเป็เลขาท่านผู้อำนวยการด้วยค่ะ” ครูสมพิศบอกผม ผมพยักหน้ารับทราบ
“เดินทางมาคนเดียวเหรอคะ เก่งจังค่ะ” ครูสมพิศพูด
“ผมมากับ..เพื่อนครับ “ผมบอกครูสมพิศ
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเชิญครูเขมด้านในห้องผู้อำนวยการเลยค่ะเพราะว่าท่านจะรีบไปประชุมต่อค่ะ” ครูสมพิศบอกผม ผมพยักหน้าและเดินไปตามที่ครูสมพิศผายมือบอกผม หน้าห้องผู้อำนวยการ ผมเดินเข้าไปในห้อง ผมเห็นผู้อำนวยการที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พร้อมกับกำลังคุยโทรศัพท์ไปด้วย ท่านดูไม่แก่จนเกินไป วัยกลางคนอายุก็ราวๆ50 ปีเห็นจะได้ ผมยกมือไหว้ท่าน
“เชิญครับ “ท่านพูดให้ผมอ่านปากและผายมือให้ผมนั่งลงตรงข้ามกับท่าน ผมก็นั่งลงและไม่นานท่านก็กดวางสายที่ท่านคุยอยู่ทันที
“ผมมารายตัวที่จะเป็ครูที่นี้ครับ ผมชื่อเขมชาติครับ” ผมบอกผู้อำนวยการ ท่านก็หยิบแฟ้มหนึ่งข้างๆ ท่านออกมาเปิดและมองผมพร้อมกับมองลงไปเอกสาร น่าจะรูปที่ติดแปะไว้
“แม้โชคดีจัง ตัวจริงดูดีกว่ารูปแต่ก็ยังหล่ออยู่ดีนั่นแหละครับ “ผู้อำนวยการพูด ผมก็ยิ้มๆ ให้ท่าน
“คุณเชมชาติใช่ไหมครับ จบจากคณะครุศาสตรบัณฑิตมาถูกต้องไหมครับ” ผมพยักหน้า
“ครับ” ผมตอบแค่นั้น
“ประสบการณ์ เป็ครูที่ศูนย์ติวเตอร์ไม่เคยเป็ครูในโรงเรียนมาก่อน ถูกต้องไหมครับ” ท่านถามผมก็พยักหน้าเบาๆ ว่าใช่
“ลูกหลานผมก็เรียนติวเตอร์กันหมด นี้คือสาเหตุที่ผมเลือกรับครูเข้ามา คุณรู้ไหมว่าเพราะอะไรครับ” ผู้อำนวยการถามผม ผมก็ส่ายหัวทันทีว่าไม่รู้
“เพราะว่าครูติวเตอร์นี้เอ็นเตอเทรนเก่งนะ เด็กตั้งใจเรียนน่าดู เลยลองเอาครูติวเตอร์มาเป็ครูโรงเรียนบ้างท่าจะดี” ผู้อำนวยการบอกผม ผมก็ยิ้มๆ แก้เขิน
“เด็กๆ ที่นี้อ่อนภาษาอังกฤษกันมีเก่งไม่กี่คน ผมหวังว่าครูจะทำให้นักเรียนของเราเก่งภาษาอังกฤษกันขึ้นนะครับ เพราะว่า AEC เข้ามาภาษาอังกฤษก็จะต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นนะครับ “ผู้อำนวนการพูด ผมก็ได้แค่ยิ้ม
“ครูแต่งงานหรือยังครับ” ผู้อำนวยการถามผม
“เออ..ยังครับ” ผมตอบ
“มีแพลนไหมครับ” ผู้อำนวยการถามผม ผมก็ทำหน้างง
“คือเออ... ผมว่ายังครับ” ผมพูดและทำท่าคิด ผมว่าณัฐกานต์คงไม่คิดเื่นั้นตอนนี้แน่นอนเขายังรักสนุกอยู่เลยและทางครอบครัวเขาก็คงไม่ได้คิดให้ผมแต่งกันแน่ๆ
“ที่ผมถามคือว่า ถ้าแพลนแต่งก็อาจจะอยู่ไม่นานก็ย้ายตามกันไป อยากได้ครูที่อยู่กับเรานานๆ สักหน่อย อย่างน้อยห้าปีนะ “ผู้อำนวยการพูด
“คือจะ.... ให้ผมโสดจนถึงห้าปีเลยเหรอครับ” ผมถามท่านผู้อำนวยการ ท่านเงยหน้ามองผม
“ผมล้อเล่นนะครับแต่อยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ หน่อย อย่าเพิ่งรีบย้ายไปไหนเลย นะครูนะ” ผู้อำนวยการตอบผมแอบขำผมด้วย
“แต่ผมอยากเป็ครู ผมว่าถ้าให้ผมอยู่สิบปีก็ได้ครับ เพราะว่าผมรักในอาชีพครูและผมไม่คิดจะทิ้งนักเรียนผมไปไหนแน่นอน” ผมบอกผู้อำนวยการ ท่านก็พยักหน้า
“ครูเข้ามาตอนนี้ก็คือมาแทนครูมิ้งนะครับ อันนี้ไม่ได้แต่งงานกับใครหรอกแต่หายไปกับนักเรียนซะงั้น มาอยู่เป็ครูได้สามเดือน พานักเรียนผมไปด้วยไปสอนกันที่ไหนก็ไม่รู้ ไปแล้วไปเลย “ผู้อำนวยการบอกผม ผมก็ทำสีหน้าใ แต่ท่านนะพูดไปขำไป
“เออ ถ้าอย่างนั้นผมคงจะให้ครูสมพิศจัดการทุกอย่างให้ก่อนนะครับ ผมต้องรีบไปประชุมที่เขตนะครับ วันนี้ครูก็พักผ่อน จัดบ้านก่อนแล้วกันนะครับ วันจันทร์ก็เข้าสอนตามปกติได้เลย ครูสมพิศจะแจงเื่ตารางการสอนให้นะครับ ครูเขม “ผู้อำนวยการพูด "ครูสมพิศ เธอรับผิดชอบเื่นี้อยู่ มีอะไรก็บอกครูสมพิศเธอได้เลยนะครับครูเขม"ผู้อำนวยการบอกผม ผมพยักหน้า
“อีกเื่หนึ่งคือ ทางโรงเรียนนี้ จะมีนักเรียนกินนอนกับเราดังนั้นเราจะมีการสอนพิเศษให้เด็กๆ หลังจากทานอาหารเย็นแต่ก็มีเด็กที่ไม่ได้กินนอนเข้าเรียนด้วย แต่ก็ไม่เยอะมากเพราะว่าพ่อแม่พากันไปหาที่เรียนพิเศษแพงๆ ดีกว่าเขาว่างั้น” ผู้อำนวยการพูดผมก็พยักหน้า
“แต่ครูก็คงสักอาทิตย์แล้วกันนะครับ รอให้อะไรๆ เข้าที่เข้าทางก่อนแล้วกันครับ แล้วค่อยสอนพิเศษเด็กนะครับ” ผู้อำนวยกันหันมาบอกผมก่อนจะหันไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตประจำโรงเรียนมาสวมใส่
“มีอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดนะครับ พรุ่งนี้จะมีเรียนพิเศษดังนั้นห้องอาหารจะเปิดทั้งวันครับครู ที่นี้มีแม่ค้าและแม่ครัวทำอาหารให้ทานตลอดไม่ต้องกลัวผอมครับครู” ผู้อำนวยการพูด ผมก็ยิ้มให้ท่าน ผมว่าดูท่านจะกันเองดีจนผมรู้สึกดูขึ้นจากที่เกร็งๆ ในตอนแรกว่าจะสัมภาษณ์ยังไง
“ครับท่าน ขอบคุณนะครับ” ผมยกมือไหว้ท่านและเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ ผมเดินกลับไปยังห้องธุรการทันที ผมเห็นครูที่พาผมไปหาท่าน ครูสมพิศนั้นเอง
“คุยกับผู้อำนวยการเสร็จแล้วคะ “ครูสมพิศถามผม
“ครับผม” ผมตอบ
“อันนี้แฟ้มเอกสารประกอบการสอนนะคะ และบัตรประจำตัวของครูค่ะ “ครูสมพิศยื่นแฟ้มใสๆ ให้ผม ผมก็รับมาถือไว้
“และนี้นะคะ กุญแจบ้านพักครูของครูเขมอยู่หลังที่สามนะคะ หลังเดียวกับครูมิ้งเลยค่ะ โชคดีนะคะ “ครูสมพิศบอกผม ขณะที่ส่งกุญแจบ้านพักให้ผม ผมก็หันไปมองว่ามันหมายความว่ายังไงโชคดีนะคะ
“คือ บ้านหลังนี้ ครูที่ย้ายมาอยู่ไม่นานสักคน ล่าสุดครูมิ้งก็แค่สามเดือนค่ะ “ผมพยักหน้า ผมคงต้องไปตามหาว่าใครคือครูมิ้งและเขาหายไปกับนักเรียนที่นี้ เหมือนที่ผู้อำนวยการพูดจริงหรือไม่
“และหายไปกับนักเรียน” ครูสมพิศพูดขึ้นแต่ก็ทำหน้าใซะเองพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะหันซ้ายและขวา ผมก็ว่าไม่น่าจะมีใครแล้วนอกจากผมกับครู
“แถมยังมีคนบอกครูมิ้ง พานักเรียนที่นี้ไปนอนที่บ้านนั้นด้วยค่ะ ทั้งที่เด็กคนนั้นเป็ผู้ชาย” ครูสมพิศขึ้น
“อุ้ย! ครูพูดเยอะไปขอโทษนะคะ ขอโทษนะคะ ถ้ายังไงดิฉันมีสอนขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับครู ผมก็ขอตัวเช่นกันครับ ขอบคุณครูสมพิศมากนะครับ “ผมพูดแต่สายตาผมก็ยังมองครูสมพิศตามไป มันทำให้ผมคิดแต่ผมก็ต้องเลือกที่จะก้าวขาเดินออกไป นี้ผมมาเป็ครูต่อเพราะว่ามีครูที่หายไป พร้อมกับลูกศิษย์อย่างนั้นรึ แถมครูสมพิศยังอบกอีกว่าบ้านที่ผมจะเข้าพักส่วนใหญ่ครูที่มาจะอยู่ไม่นานอีก เหมือนเป็ลางเลย ผมเดินลงมาก็เห็นณัฐกานต์ที่กำลังแชทคุยกับใครสักคนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว
“กานต์” ผมเรียกชื่อเขา และมันก็ทำให้ณัฐกานต์ใจนทำมือถือหล่นลงไปที่พื้น ณัฐกานต์เงยหน้ามองผมด้วยสายตาที่บอกได้ว่าไม่สบอารมณ์ที่ผมทำแบบนั้น เรียกชื่อของเขาแบบนั้นจนทำให้เขาใ
“เขมขอโทษ ก็เขมเห็นกำลังคุยดูมีความสุขน่าดูนิครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
“แล้วจะะโเสียงดังใส่ทำไหมล่ะเขม เรียกธรรมดาก็ได้นิ! “ณัฐกานต์หันพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจผม ก่อนจะลุกขึ้นและเก็บมือถือที่ตกลงพื้นขึ้นมาด้ว ผมก็รีบหยิบมาเพื่อจะเช็ดให้แต่ณัฐกานต์สะบัดมือผมออก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้โกรธผมมากขนาดนี้นะและยังรีบคว้าโทรศัพท์คืนไปทันที ทั้งที่ผมทำท่าจะเช็ดให้เขา
“ร้อนอ่ะ ขอไปล้างมือก่อนนะ มือเหนียวไปหมดแล้ว” ณัฐกานต์พูดและเดินนำหน้าผมไปทันที ผมก็เดินตามไป มีอ่างที่เป็รางน้ำถอดยาวและมีเด็กๆ มาเปิดล้างมือกัน ่นี้น่าจะเป็่เปลี่ยนคาบเรียนวิชาตอนนี้
“แกดูซิ ครูใหม่หรือเปล่าอ่ะ หล่อจังเลยอ่ะ ชอให้สอนห้องเรานะ อยากได้แบบนี้” นักเรียนหญิงสองสามคนกระซิบและหันมามองผมพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม ผมก็ยิ้มตอบกลับไป
“อะแฮ้ม...ตั้งใจเรียนก่อนจะดีกว่าไหม แล้วค่อยตั้งตาหาผัวดีกว่าไหมครับ นักเรียน!” ณัฐกานต์พูด ทำเอาสาวๆ เงยหน้าขึ้นมามองผมและคนที่ก้มหน้าก้มตาล้างมือนั้นคือณัฐกานต์
“เมียหรือเปล่าวะ” นักเรียนต่างพากันกระซิบและรีบเดินออกไปทันที
“ณัฐกานต์ ทำไมพูดจาแบบนั้นละ เขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ผมถามณัฐกานต์ และณัฐกานต์ก็หันมามองผม
“เด็กแก่แดดไง หรือว่าอยากเปลี่ยน...รสนิยมละ” ณัฐกานต์พูดและมองหน้าผม
“นี้เราคบกันมาสี่ปีครึ่งแล้วนะกานต์ กานต์ยังไม่รู้นิสัยของเขมอีกเหรอ” ผมพูดกับกานต์
“แล้วไง ดูซิ ดูเด็กพวกนี้ซิ อ่อยน่าดู ระวังนะ เขมอาจจะตะบะแตกเพราะเด็กพวกนี้ก็ได้น่ะ” ณัฐกาต์หันมาพูดกับผม น้ำเสียงบ่งบอกได้ว่าเขากำลังประชดผมอยู่ นี้คืออาการหึงของเขา
“กานต์” ผมเรียกชื่อเขา ผมพยายามระงับตัวเองไม่ให้โกรธ
“ไปห้องพักเถอะและนั่งพักสักครู่ค่อยขับรถกลับนะ หรือจะค้างด้วยกันก็ได้นะ “ผมบอกณัฐกานต์ ณัฐกานต์มองหน้าผม ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“เดี๋ยวเขมเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ “ผมบอกณัฐกานต์
“งั้นกานต์ไปรอที่รถนะเขม ร้อนเหงื่อออกทั้งตัวแล้วเนี๊ยะ! “ณัฐกานต์พูดพร้อมกับบ่นผมไปด้วย ผมพยักหน้า ณัฐการต์เขามีกุญแจรถคงเข้าไปสตาร์ทรถรอผมได้ ผมก็เดินเข้าไปในห้องน้ำชายทันที ห้องน้ำก็ดูสะอาดดี ผมจัดการธุระตัวเองให้เรียบร้อยและออกมาล้างมือที่ตรงอ่างล้างมือที่เรียงกันอยู่
“เฮ้ย!!” ผมนี้ใเพราะว่าตอนก่อนที่ผมจะก้มลงล้างมือที่อ่างผมไม่เห็นใครแต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็มีหนุ่มในตาสีฟ้านั้นมายืนกอดอกอยู่ด้านหลังผม ผมหันไปมองเขาก็ยิ้มที่มุมปาก
“แฟนเหรอ ดุดีเนอะ พันธุ์อะไรอะจะได้หามาไว้บ้าง” เด็กคนนั้นพูด ผมก็ไม่อยากต่อปากต่อคำให้มากไปกว่านี้ ผมก็ทำท่าจะเดินออก
“จะมาเป็ครูที่นี้ คิดดีแล้วเหรอ” เด็กคนนั้นพูด ผมหันมามองหน้าเขา
“ฉันเรียนจบด้านนี้มาเพื่อจะมาเป็ครู คงไม่ต้องไปนั่งคิดให้มันมากหรอกก่อนที่จะไปทำหน้าที่ครูที่ไหนๆ” ผมพูด
“เพราะว่าทุกที่้าครู ว่าแต่นาย อยู่ชั้นไหนละ” ผมหันมาถามเด็กที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าอย่างเท่ เขาสูงเท่าๆ กับผมเลย ดูท่าจะสูงขึ้นไปอีกนะนายคนนี้
“จะเอาชื่อไปตัดคะแนนความประพฤติเหรอครับครู “ เด็กคนนั้นถามผม
“ฉันไม่ใช่คนที่จะเอาแต่หักคะแนนเด็กเล่นไปวันๆ มันต้องมีเหตุผลที่สมควร “ผมหันมากอดอกมอง
“อยากรู้ว่าอยู่ชั้นไหน หาเอาดิครับ คุณครูเขมชาติ “เด็กคนนั้นพูดและเอ่ยชื่อผม ผมก็ทำหน้าฉงนแปลกใจว่าทำไมเด็กนั้นรู้ชื่อผมได้ ผมเหลือบมองอ้อ ในแฟ้มเอกสารที่ครูสมพิศมอบให้ผมเป็ตารางการสอนและบัตรประจำตัวครู มันมีชื่ออยู่ เด็กคนนั้นก็หันหลังจะเดินเข้าห้องน้ำแต่เขากลับหันมาหาผมอีก
“หรือจะตามมาคุยกับผมในห้องน้ำก็ได้นะครับ ผมจะได้ไม่ล๊อกประตู” หันมาเชิญผมไปคุยกับเขาในห้องน้ำนี้นะ และยังผงกศีรษะเพื่อเชื่อเชิญผมด้วย
“ไม่ละ ฉันรีบ” ผมพูดและรีบเดินออกทันที ผมจะหน้าแดงทำไมวะ แค่เด็กมันเชื้อเชิญ ผมรีบเดินผ่านสายตาเด็กผู้หญิงโต๊ะหนึ่ง ผมจำได้ว่าเป็กลุ่มเดียวกันกับที่ณัฐกานต์ได้พูดจาต่อว่าไป ผมส่งยิ้มให้เป็การขอโทษแทน
“แกจะเป็เหมือนครูมิ้งไหมวะ เสียดายตายเลยแก” เด็กๆ พูดกับถึงครูที่ครูผู้อำนวยการบอกผม แสดงว่าคงเป็ที่ทอล์คออฟเดอะทาวน์ประจำของในโรงเรียนแน่ๆ เลย และถ้าทุกคนรู้ว่าผมก็ชอบผู้ชายนี้คงได้จับจ้องมองว่าผมจะทำเหมือนครูมิ้งอีกคนไหมแน่ๆ แต่เอาวะ ผมเลือกมาเป็ครูที่นี้แล้วต้องทำให้ดีที่สุด
TBC….