ลู่เสี่ยวหยาได้ยินที่หลี่ปิงปิงพูดก็ตกใจขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนกลายเป็นโมโหและฉุนเฉียว “ซูมี่บอกเรื่องนี้กับคุณใช่ไหม เพราะนังนั่นเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องหนี้สินของฉัน”
“ถ้าเป็นฉันบอกแล้วจะทำไม ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าอย่ามาทำให้ครอบครัวของฉันมีปัญหา ฉันก็คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนอย่างเธอจะยอมตามฉันมาที่ชนบททำไม ที่แท้เป้าหมายของเธอคือพี่เป่าจินนี่เอง” ซ่งซูมี่เดินเข้ามากับซิ่วหง “ก่อนหน้านี้ก็คิดจะทำให้พี่สามกับพี่หงมีปัญหากัน มาตอนนี้ก็คิดจะมาทำให้ครอบครัวของพี่ปิงปิงมีปัญหาอีก เธอนี่มันเลวจริงๆ เลยนะเสี่ยวหยา”
“เธอบอกแค่ว่าไม่ให้ฉันทำให้ครอบครัวของพี่หมิงมีปัญหากันแค่นั้นไม่ใช่หรือ แล้วนังปิงปิงเป็นใคร มันไม่ใช่ญาติของเธอเสียหน่อย ทำไมเธอต้องปกป้องมันแล้วเอาเรื่องของฉันออกมาประจานกับมันด้วย” ลู่เสี่ยวหยาตะโกนขึ้น
“ในเมื่อคุณพ่อกับคุณแม่รับพี่ปิงปิงเป็นลูกสาวก็เท่ากับว่าพี่ปิงปิงเป็นพี่สาวของฉันน่ะสิ เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำลายครอบครัวของพี่สาวฉัน ส่วนที่เธอบอกว่าฉันเอาเรื่องหนี้สินของเธอมาประจาน ฉันไม่เคยทำเลย แต่ที่ทุกคนรู้ก็เพราะตัวเธอเอง ถ้าเธอไม่ทำตัวให้น่าสงสัยแล้วพวกเราจะไปสืบหาความจริงทำไมว่าเธอจะพยายามเข้าหาพี่เป่าจินทำไม เธอเป็นคนหัวสูงมาแน่ไหนแต่ไรแล้วเธอจะมาสนใจชาวไร่ธรรมดาๆ อย่างพี่เป่าจินได้ยังไงถ้าไม่ใช่เพราะเงิน” ซ่งซูมี่ตะโกนกลับ “แต่ฉันขอบอกไว้เลยนะว่าถึงแม้พี่เป่าจินจะเป็นแค่คนชนบท แต่เขาก็เป็นคนดีมาก คนเลวๆ อย่างเธอไม่เหมาะกับเขาหรอก”
“ฉันเลวตรงไหน ฉัน...ฉันแค่รักพี่เป่าจิน อีกอย่างพี่เป่าจินก็รักฉัน ไม่เชื่อเธอลองไปถามเขาดูสิ”
“ฉันผิดหวังกับเธอจริงๆ เลยนะเสี่ยวหยา เสียดายที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เธอกลับบ้านของเธอไปเถอะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเธออีกแล้ว และฉันหวังว่าหลังจากนี้พวกเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีก”
“เธอไล่ฉันหรือซูมี่ เธอมีสิทธิ์อะไร บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของเธอ เป็นบ้านของพี่เป่าจิน พี่เป่าจินเท่านั้นที่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน”
“แต่ฉันไล่เธอไปได้นะ เธอกลับบ้านของเธอไปเถอะลู่เสี่ยวหยา และต่อไปก็หวังว่าพวกเราจะไม่ต้องมาเจอกันอีก” หลี่ปิงปิงออกปากไล่อีกฝ่ายทันที
ลู่เสี่ยวหยามองทั้งสามคนตรงหน้าอย่างโมโห เธอไม่คิดเลยว่าแผนการของเธอจะถูกคนมองออก และที่น่าเจ็บใจคือดูเหมือนว่าทุกคนจะมองออกตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ นี่ไม่เท่ากับว่าเธอแสดงความโง่ต่อหน้าทุกคนอยู่หรือ
ด้านจางเป่าจินกับซ่งหมิงก็ทำงานกันอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเมืองหลวงก็ไปพบกับพี่รองซ่งทันที ซึ่งพี่รองซ่งก็ทำงานเร็วไม่แพ้กัน เมื่อได้รับโทรศัพท์จากน้องชาย เขาก็ให้ลูกน้องไปสืบข้อมูลของคุณพ่อลู่ทันที และรู้ว่าคุณพ่อลู่เป็นหนี้ที่บ่อนการพนันของเหวินเซี่ย
ซึ่งก็บังเอิญที่เสี่ยวจื่อรู้จักกับเหวินเซี่ยมาก่อน ตั้งแต่สมัยที่เสี่ยวจื่อยังทำงานเป็นคนคุมบ่อนอยู่นั่นเอง
“คุณเหวินเป็นคนที่คุยด้วยไม่ยากหรอกครับ ขอแค่ใช้หนี้ให้เขาครบคุณเหวินก็จะไม่ทำร้ายใคร ผมจะพาพวกคุณไปพบคุณเหวินเอง” เสี่ยวจื่อบอก
“งั้นเสี่ยวจื่อไปกับฉัน ส่วนนายกลับไปพักที่บ้านก่อนดีไหมเป่าจิน เรื่องนี้เดี๋ยวฉันไปคุยกับคุณเหวินเอง นายไม่ต้องตามฉันไปหรอก” ซ่งหมิงบอก
“พี่จะไปคุยอะไรกับเขาหรือครับ” จางเป่าจินถาม
“คุณพ่ออยากจะรับผิดชอบหนี้สินก้อนนี้ให้กับคุณอาลู่ หลังจากนั้นครอบครัวของเราก็จะตัดขาดกับครอบครัวลู่ทันที คือ...คุณแม่ของฉันท่านขอไว้น่ะ และถือเป็นการให้โอกาสกับครอบครัวลู่เป็นครั้งสุดท้ายด้วย”
“ผมไปกับพี่ด้วยดีกว่าครับ ปล่อยพี่ไปสถานที่แบบนั้นคนเดียวผมไม่ไว้ใจ”
“พวกคุณมาขอพบผมหรือครับ” เหวินเซี่ยเดินเข้ามาในห้องรับรองก็ต้องแปลกใจ “สุภาพบุรุษสองคนนี้เป็นใครหรือเสี่ยวจื่อ”
“สวัสดีครับคุณเหวิน ผมซ่งหมิงครับ และนี่น้องชายของผม พวกเรามาเรื่องหนี้สินของคุณอาลู่น่ะครับ” ซ่งหมิงแนะนำตัว
“หนี้สินของคุณลู่? พวกคุณเป็นอะไรกับเขาหรือครับ แล้วรู้ไหมว่าเขามีหนี้กับทางบ่อนอยู่เท่าไหร่ จำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับ” เหวินเซี่ยมองชายหนุ่มทั้งสองคนอย่างพิจารณาว่าบางทีหนึ่งในสองคนนี้อาจจะเป็นว่าที่ลูกเขยหรือคนรักของลู่เสี่ยวหยาก็ได้
“ผมขอทราบยอดหนี้ของคุณอาลู่ก่อนได้ไหมครับ” ซ่งหมิงยังถามอย่างใจเย็น
“ห้าแสนเหรียญยังไม่รวมดอกเบี้ย แต่ถ้าพวกคุณหามาจ่ายได้ในครั้งเดียว บางทีผมอาจจะใจดีลดดอกเบี้ยให้ก็ได้”
ซ่งหมิงได้ยินจำนวนเงินก็ได้แต่ปวดใจ แต่เมื่อนึกถึงหนี้ชีวิตที่คุณอาผู้หญิงลู่เคยช่วยแม่ของเขาไว้ และคิดว่ามันจะเป็นหนทางเดียวที่ครอบครัวของเขาจะตัดขาดกับครอบครัวลู่ได้ ซ่งหมิงก็ได้แต่ต้องข่มความเสียดายเอาไว้
“ตกลงครับ ผมจะจ่ายหนี้ให้ทั้งหมดในครั้งเดียว”
“เด็กๆ ไปเชิญคุณลู่มาที่ห้องนี้หน่อย” เหวินเซี่ยสั่งลูกน้อง
“ผมว่าเรื่องนั้นคงไม่จำเป็นหรอกครับ” ซ่งหมิงรีบแย้ง
“อยากทำคะแนนลับหลังพ่อตาหรือครับ” เหวินเซี่ยแกล้งถาม
ซ่งหมิงกับจางเป่าจินหันมามองหน้ากันและเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ผู้ชายด้วยกันต้องดูออกอยู่แล้วว่าตอนนี้เหวินเซี่ยคงกำลังเข้าใจผิดอยู่แน่ และเขาคงกำลังหึงลู่เสี่ยวหยาอยู่
“พวกเราเป็นแค่คนรู้จักของคุณลู่และอยากมาใช้หนี้แทนเขาเพื่อตอบแทนบุญคุณในอดีตเท่านั้นครับ” จางเป่าจินรีบอธิบาย
เหวินเซี่ยหัวเราะออกมาเสียงใส ทั้งยังแอบโล่งใจ “เป็นผมที่เข้าใจผิดไปเองสินะครับ ถ้างั้นผมก็คงต้องขอโทษด้วย”
“คุณเหวินให้คนไปตามผมมาทำไมหรือ” คุณพ่อลู่เดินเข้ามาพร้อมกับโอบกอดสาวน้อยคนหนึ่งในอ้อมแขน
“พี่เป่าจิน!”
จางเป่าจินหันไปมองตามเสียงเรียกทันที
“คุณรู้จักกับอิ๋งอิ๋งด้วยหรือครับ” เหวินเซี่ยถาม
“แค่คนที่เคยอยู่หมู่บ้านเดียวกันเท่านั้นครับ” จางเป่าจินตอบ
“ถ้างั้นเธอก็ออกไปรอคุณลู่อยู่ข้างนอกก่อน” เหวินเซี่ยหันไปสั่งว่านอิ๋ง และเขาก็สังเกตเห็นสายตาของว่านอิ๋งที่มองมาทางจางเป่าจินอย่างโกรธแค้น แต่ทั้งสองคนจะมีความแค้นอะไรกันก็ไม่เกี่ยวกับเขา ขอแค่ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับลู่เสี่ยวหยาก็พอ
“อาหมิง เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” คุณพ่อลู่ทำตัวไม่ถูกและรู้สึกอายเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าบุตรชายของสหายจะตามเขามาถึงในบ่อน
“คุณลู่เชิญนั่งก่อนครับ คุณซ่งกับคุณจางมาขอพบผมเพราะอยากใช้หนี้ให้คุณ” เหวินเซี่ยเป็นคนตอบ
“ใช้หนี้ให้ฉัน ทำไม?” คุณพ่อลู่รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดี “หรือว่าคุณจางตกลงที่จะแต่งงานกับลูกสาวของผมแล้วใช่ไหมครับ แหม...ผมเกรงใจว่าที่ลูกเขยของผมจริงๆ ยังไม่ทันแต่งเข้ามาก็มาใช้หนี้ให้ว่าที่พ่อตาแล้ว คุณเหวินดูสิครับว่าผมโชคดีขนาดไหนที่ได้ลูกเขยดีๆ อย่างนี้”
คุณพ่อลู่พูดขึ้นอย่างดีใจ เขารู้มาจากลูกสาวแล้วว่าที่ลูกสาวเดินทางไปชนบทเพราะเรื่องของจางเป่าจิน ถึงแม้จางเป่าจินจะเป็นแค่ชาวไร่ธรรมดาๆ แต่จางเป่าจินยังเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปผลไม้ด้วย ถึงแม้จะเป็นแค่คนบ้านนอก ขอแค่จางเป่าจินมีเงินให้เขาสองพ่อลูกใช้จ่ายอย่างสบายๆ เท่านั้น คุณพ่อลู่ก็ทำใจให้ยอมรับคนบ้านนอกอย่างจางเป่าจินได้
“คุณลู่เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ ผมกับคุณลู่เสี่ยวหยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมมีภรรยาของผมอยู่แล้ว และเรื่องใช้หนี้ในวันนี้เป็นพี่หมิงต่างหากครับที่มาใช้หนี้ให้คุณ” จางเป่าจินรีบอธิบายอีกครั้ง
เหวินเซี่ยไม่ใช่คนโง่ เขาจะฟังคำพูดของคุณพ่อลู่ไม่ออกได้ยังไง ตลอดหลายวันมานี้ลูกน้องมารายงานเขาตลอดว่าไม่เห็นลู่เสี่ยวหยาพักอยู่ที่บ้าน แต่ก็สืบไม่ได้ว่าเธอหายไปไหน ที่แท้ก็หนีไปอยู่ที่ชนบทนี่เอง ดีที่จางเป่าจินไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ไม่งั้นวันนี้เหวินเซี่ยคงไม่ปล่อยจางเป่าจินไปแน่ๆ แต่คุณพ่อลู่นั้น...เหวินเซี่ยได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้ก่อน
“อ้าว...ผมเข้าใจผิดไปเองหรือครับเนี่ย” คุณพ่อลู่ยิ้มเก้อ “แล้วทำไมอาหมิงต้องมาใช้หนี้ให้อาด้วยล่ะ”
“เป็นคำสั่งของคุณพ่อน่ะครับ ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้กันแล้ว คุณพ่อฝากมาบอกว่าเงินจำนวนนี้จะเป็นก้อนสุดท้ายที่คุณพ่อจะช่วยเหลือคุณอา และหลังจากนี้หนี้บุญคุณในอดีตก็ถือว่าจบกันไป ครอบครัวของคุณอากับครอบครัวของผมจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก” ซ่งหมิงพูดจบก็หันหน้าไปมองเหวินเซี่ย “หลังจากนี้ถ้าคุณอาลู่เป็นหนี้ขึ้นมาอีกก็ไม่เกี่ยวกับพวกผมแล้วนะครับ”
เหวินเซี่ยพยักหน้ารับ “หนี้ของใครก็ต้องเป็นของคนนั้นครับ ผมไม่เคยทวงหนี้คนที่ไม่เกี่ยวข้อง คุณซ่งสบายใจได้”
ส่วนว่านอิ๋งที่นั่งอยู่หน้าห้องก็คาดเดาไปต่างๆ นานาและเริ่มประติดประต่อคำพูดของคุณพ่อลู่ที่มักจะพูดเรื่องของลูกสาวของเขาให้เธอฟังทุกครั้งที่เขามาหาความสุขกับเธอ และเธอก็สรุปได้ว่าลู่เสี่ยวหยากับจางเป่าจินต้องกำลังคบหากันอยู่แน่นอน แม้จะดีใจที่สุดท้ายแล้วหลี่ปิงปิงถูกจางเป่าจินทอดทิ้ง แต่เธอก็ยังแค้นจางเป่าจินไม่หายที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องขายบ้านและต้องย้ายออกมาจากบ้านเกิด รวมถึงทำให้เธอต้องมาทำงานไร้เกียรติในบ่อนแห่งนี้
แต่ว่านอิ๋งกลับไม่รู้เลยว่าความเข้าใจผิดของเธอกลับเป็นการช่วยเหลือจางเป่าจินกับหลี่ปิงปิงอยู่ และยังเป็นการทำลายชื่อเสียงผิดคนเสียด้วย เพราะแม้ว่าว่านอิ๋งจะโกรธและเกลียดจางเป่าจินมากแค่ไหน แต่เธอก็ทำใจไม่ได้ที่จะปล่อยให้มีผู้หญิงคนอื่นมาอยู่ข้างกายเขาได้เหมือนกัน ดังนั้นลู่เสี่ยวหยาผู้ที่ถูกเข้าใจผิดอยู่จึงถูกว่านอิ๋งคิดที่จะทำลายชื่อเสียง และคนที่ว่านอิ๋งจะดึงให้เข้ามาอยู่ในแผนการนี้ก็คือหยวนเกานั่นเอง