ในนครหลวง อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ การต่อสู้ของเทพเซียนทั้งสองพึ่งจะจบลง
เหตุการณ์ครั้งสำคัญเพิ่งจะพ้นผ่าน ดังนั้น ทั่วทั้งนครหลวง ต่างครึกครื้นตื่นเต้น กระทั่งค่ำคืนดึกดื่น ผู้คนก็ยังไม่พากันหลับกันนอน
ตามท้องถนน บรรดาผู้คนต่างป่าวประกาศเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งโรงเตี๊ยมน้ำชาตลอดจนเหล้าสุราต่างเต็มไปด้วยความคึกคัก
พอเอ่ยถึง ผู้คนต่างอดไม่ได้ที่จะมองไปทาง วังหลวง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
งานพิธีต้อนรับถูกจัดขึ้นใน ' พระราชวังเทียนอู่ นับเป็นงานพิธีที่ทรงเกียรติที่สุด ตั้งแต่มีการก่อตั้ง อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เพราะ แขกคนสำคัญเป็นถึง ผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ ดังนั้น สาวใช้ในตำหนักจึงคัดเลือกเพียงสาวงาม ไม่เพียงหน้าตา แต่บางคนก็ยังมีวรยุทธติดตัว
เมื่อ อู่ อวี้ มาถึง ซีเฟย หยวนฮ่าว และ คนอื่นๆ ต่างลุกขึ้นยืนต้อนรับ เมื่อย่างกายผ่านเข้าไปใกล้ๆ ซี ก็สบตากับเขา แม้ภายนอกนางจะงดงาม แต่เนื้อในนางคือ ' อสรพิษ ' ต้องขอบคุณหน้ากากโดยแท้ หากไม่ใช่เพราะมัน คนอื่นๆ คงจะเห็นสีหน้าที่ยิ้มอย่างเย้ยหยันอย่างเย็นชาไปเสียแล้ว
" พวกเจ้าออกไปก่อน " หลังจาก อู่ อวี้ ทรงประทับนั่ง ซีเฟย ก็โบกมือให้กับ สาวใช้ จากนั้นนางก็ใช้นิ้วก้อยเรียวงามคล้องเหยือก ก้าวประชิด อู่ อวี้ ด้วยท่าทางเย้ายวน พร้อมรินสุราลงในจอกและกล่าวว่า " ท่าน เสิ่น ซ่างเซียน โปรดเชิญลิ้มลองสุราขึ้นชื่อของอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ สุรานี้คือ ' สุราวานร '. . . "
แม้ว่านางจะพล่ามวาจาบรรยายสรรพคุณสารพัด แต่ อู่ อวี้ หาได้ฟังนางไม่ เนื่องจากตัวเขาคุ้นเคยกับทุกสิ่งที่อยู่ภายในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ หนำซ้ำเขายังเคยแวะเวียนมาที่ ' พระราชวังเทียนอู่ ' บ่อยครั้ง แต่นั่นคือสมัยที่เขายังเป็น รัชทายาท บัดนี้เขาอยู่ในฐานะผู้มาเยือน
น่าแปลกที่นั่งประทับตรงกลางของเจ้าบ้านกลับว่างเว้น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน กับ หยวนเฉิน นั่งอยู่คนละด้าน ในขณะที่ ซีเฟย กับฮ่องเต้ หยวนฮ่าว นั่งไล่ต่ำลงมา นอกจากพวกเขา 4 คน ยังมี องค์หญิง อู่หยู จากที่อู่ อวี้ เฝ้าสังเกต นางเอาแต่นั่งเงียบอยู่ที่มุมเก้าอี้
เวลานี้นางอยู่ใกล้ๆ เขา ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น อย่างน้อยราตรีนี้ อู่ อวี้ ก็เบาใจ นี่เป็นนิสัยของเขามายังแต่วัยเยาว์ ที่เวลาพี่สาวอยู่ใกล้ๆ เขาจะรู้สึกปลอดภัย
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ยกจอกขึ้นแล้วกล่าว " น้องชาย ข้าขอแนะนำ นี้. . ." จากนั้นเขาก็แนะนำ สนมซี ฮ่องเต้ หยวนฮ่าว และ องค์หญิง อู่หยู ให้กับ อู่ อวี้ และ พอเอ่ยถึงนาง, อู่ อวี้ ก็พยักหน้าลง พร้อมสบตา อู่หยู
ดั่งคำที่ว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทันทีที่สบตา ในเวลานั้น อู่ อวี้ ก็พบว่าสีหน้าของนางเปลี่ยนไป และเขายังสัมผัสได้ว่านางเหมือนจะสงสัยตัวจริงของเขา เขาจะรีบหลบหน้าเนื่องจากไม่ต้องการให้ อู่หยู รู้ว่าเป็นเขา
เมื่อกล่าวถึง องค์หญิง อู่หยู ฮ่องเต้เขลา หยวนฮ่าว ก็หัวเราะร่า " ท่านเสิ่น ซ่างเซียน นอกจากท่านที่เป็นแขกแล้ว อีกไม่กี่วันจะมีบุคคลสำคัญมาเยือนอาณาจักรบูรพาเย่วอู่เช่นกัน "
หยวนฮ่าว มักจะกระตือรือร้น และไม่ค่อยปิดซ่อนอะไรได้ตั้งแต่ตอนยังเล็ก ตลอดเวลาเขาต้องอยู่ภายใต้ เงา อู่ อวี้ มาตลอด เวลานี้เขาจึงแสดงความกระตือรือร้น
" โอ้ว! ใครกันที่มีสถานะเท่ากับข้า " เมื่อ อู่ อวี้ จ้อง หยวนฮ่าว เขม็งผ่าน ' หน้ากากวานร '. . . ทำให้ หยวนฮ่าว เกิดความหวาดกลัว
" คือว่า. . . ท่านน่าจะรู้จักอาณาจักรบูรพาตงเสิน ที่ปกครองแทบคาบสมุทรบูรพา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างทั้ง 2 อาณาจักร ฮ่องเต้ของอาณาจักรบูรพาตงเสิน กับ องค์หญิง อู่หยู ของอาณาจักรเรา กำลังจะเข้าพิธีอภิเษก นางกำลังจะเป็น ฮองเฮา (พระมเหสี) ของมัน อีกไม่กี่วัน ฝ่ายนั้นก็จะมารับ องค์หญิง ไปอาณาจักรบูรพาตงเสิน พร้อมทั้งผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักรบูรพาตงเสิน…… "
* เพล๊ง!!! *
จอกทองที่ใส่สุรา ของ อู่ อวี้ ถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเศษ
เมื่อ อู่ อวี้ ได้ทราบข่าวนี้ ใจจริงเขาก็แทบอยากจะกระโจนเข้าไปสับร่าง หยวนฮ่าว เป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้สุนัขกิน
นอกจาก เสิ่น อู่เต้า ที่ลาจากโลกไป คนที่ อู่ อวี้ ห่วงใยมากที่สุดคือ อู่หยู และนี้ก็คือสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด อย่างแรก เห็นได้ชัดว่านี่คือการ แต่งงานทางการเมือง อย่างที่สอง เขารู้จัก ฮ่องเต้โฉดของอาณาจักรบูรพาตงเสิน ดีกว่าใคร ในสมัยที่เขายังเป็นแม่ทัพออกศึก กองทัพของเขา ได้เคยรบกับกลุ่มโจรสลัดของมัน จิ่ว ซือจุน คือปีศาจเลือดเย็นที่สังหารคนโดยไม่กะพริบตา มีคนจำนวนนับหมื่นนับแสนที่ถูกมันปลิดชีพโดยไร้ซึ่งความเป็นธรรม
โจรสลัดใจบาปกลุ่มนี้คือผู้ปกครองเส้นทางการค้าในมหาสมุทรบูรพา มันมักจะขึ้นชายฝั่งมาเพื่อปล้นชิงเป็นครั้งคราว
อู่ อวี้ เคยสาบานกับตัวเองว่าจะต้องกำจัดโจรสลัดเหล่านี้หลังจากที่ตนได้ขึ้นครองราชย์ ซึ่งเขาไม่เคยนึกฝันว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะส่ง องค์หญิง อู่หยู ไปแต่งงานกับ จิ่ว ซือจุน นั้นเท่ากับส่งนางไปยังขุมนรก
มันจึงทำให้เขาพิโรธ!
แต่เสียงภายในใจ มันสั่งให้เขาระงับความโกรธข่มโทสะ
และนี้ก็คือเหตุผลที่เขาต้องหยุดลง
' ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านพี่ ต้องไปเข้าพิธีอภิเษกกับ จิ่ว ซือจุน ที่อาณาจักรบูรพาตงเสิน และข้าจะไม่ยอมให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับท่าน "
หากเขามาช้ากว่านี้ เห็นทีเขาคงต้องไปยัง อาณาจักรบูรพาตงเสิน
เนื่องจากสิ่งเลวร้ายยังไม่ทันเกิดขึ้น เขาจึงไม่ควรปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เนื่องจาก ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน แกร่งกว่าเขา หากทำอะไรบุ่มบ่ามจนเผยตัวจริง ไม่เพียงแต่ชีวิตเขาจะตกอยู่ในอันตราย กระทั่ง อู่หยู ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากชะตากรรมอันเลวร้าย
และเขาก็ไม่มีวันที่จะปล่อยมันให้เกิดขึ้นกับ อู่หยู
" เสิ่น ซ่างเซียน?! " ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เห็นอู่ อวี้ บดขยี้จอก จึงทำให้เขาสับสน
อู่ อวี้ รู้ว่าตนไม่ควรเผยพิรุธ แล้วในหัวเขาก็พลันรำลึกถึง ' แดนเทพตงเสิ้ง ' เขาจึงกล่าวด้วยท่าทีเย็นชาว่า " อาณาจักรบูรพาตงเสิน เป็นอาณาจักรก่อตั้งใหม่?! เห็นได้ชัดว่าไม่น่าจะใช่อาณาจักรที่มีเทพเซียน แล้วไฉนกลับมีผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ประทับอยู่ที่นั่นเล่า และเท่าที่ข้ารู้ มหาสมุทรบูรพาแถบนั้นเป็นพื้นที่ของ ' พวกนอกรีต ' แล้วที่ที่มีพวกนอกรีตเช่นนั้นไม่น่าจะมีผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ประทับอยู่ "
พวกนอกรีต
บันทึกจาก ' แดนเทพตงเสิ่้ง ' อู่ อวี้ ได้ทราบมาว่า นอกจาก ผู้ฝึกตน และ ปีศาจแล้ว พวกนอกรีตที่ฝักใฝ่ในวิชามารก็คือขุมอำนาจที่สาม ที่คอยคานสมดุลกันอยู่
บนโลกแห่งนี้ มีคำกล่าวไว้ว่า สิ่งมีชีวิตได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น5ประเภทด้วยกัน ซึ่งมี มนุษย์ นก สัตว์เดรัจฉาน มัจฉา และเหล่าแมลง
และนอกเหนือจากมนุษย์แล้ว สิ่งมีชีวิต 4 ชนิดที่เหลือ ที่ว่าหากทำการบำเพ็ญตบะ ก็จะกลายมาเป็นปีศาจ นอกจากนี้ ยังมี ต้นไม้, ใบหญ้า, หิน, ภูเขา และอื่นๆ หากมีบุญวาสนาก็อาจจะกลายเป็นปีศาจได้ เฉกเช่นมนุษย์ที่บ่มเพาะบำเพ็ญเพียร ก็จะสามารถกลายมาเป็นเทพเซียนได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งล้วนมี เส้นทางวิถี แท้จริงแบ่งออกได้เป็น 2 ด้าน
วิถีแรก หนทางดั้งเดิม วิถีแห่งสวรรค์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากสวรรค์ ชาวสวรรค์ผู้เดินในวิถีนี้ก็จะกลายเป็นเทพเซียน และที่ อู่ อวี้ เดินอยู่นั้นก็คือ เต๋าแห่งสวรรค์ หรือที่มักจะเรียกกันว่า วิถีแห่งเทพเซียน
ส่วนอีกด้าน ก็คือ วิถีแห่งอธรรม ผู้เดินบนเส้นทางแห่งอธรรม คือผู้ฝึกตนที่ปฏิบัติสวนทางกฎของสวรรค์ แสวงหาอำนาจประพฤติผิดศีลธรรม ไร้มโนธรรม ผู้เดินเส้นทางนี้จะทำในสิ่งที่ตนปรารถนา เพื่อให้ได้มาซึ่งพลัง เส้นทางวิถี นี้จึงถูกเรียกว่า ผู้ฝึกฝนวิถีมาร
กล่าวได้ว่าหากเลือกเดินบนวิถีแห่งสวรรค์ก็จะค้นพบสัจธรรมอันเป็นนิรันดร์
ส่วนผู้ที่ฝักใฝ่ในวิชามารจนกลายเป็นพวกนอกรีต เมื่อสิ้นวาสนา ก็จะตกนรกทุกข์ทรมาน ไม่ผุดได้เกิดชั่วกัปชั่วกัลป์
แต่นี่ก็เป็นเพียงตำนานเล่าขานเท่านั้น
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ปรารถนา สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ บางครั้งก็ยินยอมที่จะเดินบนวิถีมาร พวกมันอาศัยอยู่ในเงามืดและเต็มไปด้วยชั่วร้าย หากเทียบกับปีศาจกินคน แล้วนับว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่า
และผู้ฝึกฝนที่เดินบนวิถีมารเช่นนี้ จึงถูกเรียกว่า ‘พวกนอกรีต’
มีเกาะมากมายอยู่ในมหาสมุทรบูรพา กล่าวได้ว่า เป็นเส้นขอบฟ้าที่มีแสงตะวันส่องกระทบมากที่สุด และในนั้นมี เกาะใหญ่อยู่ 4 แห่ง ซ้ำยังมีพื้นที่ขนาดเทียบเท่ากับ 1 ใน 10 ของ แดนเทพตงเสิ้ง ซึ่งมันถูกเรียกขานว่า จตุรัสตงหยาง (东阳四岛) และเป็นรังของพวกนอกรีตทั้งหลาย
เทพเซียน พวกนอกรีตที่ฝึกฝนในวิชามาร ล้วนเป็นมนุษย์
ส่วนเหล่าปีศาจ ล้วนเป็น นก สัตว์เดรัจฉาน มัจฉา และเหล่าแมลง
ไม่ว่าจะเป็นพวกนอกรีต ปีศาจ พวกมันล้วนแต่เป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าผู้ฝึกตน
ดังนั้น เมื่อ อู่ อวี้ ได้ยินว่า อาณาจักรบูรพาตงเสิน ได้มีผู้พิทักษ์คอยปกปักอาณาจักรเช่นนี้ เขาก็รู้ว่านั้นหมายถึง นิกายกระบี่สวรรค์ และ พรรคจงหยวน ล้วนแต่มีส่วนเกี่ยว ดังนั้น เมื่อได้ยินข่าวของพวกนอกรีตในทางเช่นนี้ มันจึงทำให้เขาเผลอบีบแก้วจนแตก
และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ การที่มี อู่หยู มาเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ด้วย
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จึงไม่ได้ระแคะระคาย แต่หัวเราะพร้อมเอ่ยขึ้นว่า " น้องชาย เจ้ากังวลเกินไปแล้ว การที่อาณาจักรตงเสินได้กลายเป็นอาณาจักรที่มีเทพเซียนคอยปกปักเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้เป็นพวกนอกรีต ฉะนั้นอย่าได้คิดมากไป "
" เช่นนั้นก็ประเสริฐ " อู่ อวี้ ไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นตัวอะไร แต่เขาย่อมไม่ปล่อยให้พาตัว อู่หยู ไป
เขามองดูนางที่เสมือนคนไร้วิญญาณ เห็นได้ชัดว่านางคงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม แต่ อู่ อวี้ รู้นิสัยของนางดี เขาจึงรู้ว่านางคงเตรียมแผนฆ่าตัวตาย
' เมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าจะช่วยท่านให้จงได้! "
หลังจากนั้น หยวนเฉินก็หัวเราะขึ้น " ศิษย์พี่ เสิ่น ข้าจะแนะนำบุคคลสำคัญให้ท่านได้รู้จัก ท่านอย่าได้หวั่นวิตกไปซะล่ะ "
บุคคลสำคัญ?!
ทำไมบุคคลสำคัญถึงจะมาที่นี่
สถานที่เช่นนี้ ยังจะมีใครที่ยิ่งใหญ่ปานนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ อู่ อวี้ เกิดความอยากรู้ เขาย่อมทราบดีว่างานเลี้ยงครั้งนี้ย่อมไม่ราบรื่น และดูเหมือนว่าพวกมันคิดจะทำอะไรบางอย่าง มันต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกลับมาของ หยวนเฉิน
เวลานั้น ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน และ อีก 3 คน ต่างพากันลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้ที่จะมาด้วยรอยยิ้ม อู่หยู เห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นเช่นกัน
" น้องชาย ข้าว่าเจ้าก็ควรลุกขึ้น "
อู่ อวี้ ก็อยากจะรู้ว่าใครกันที่มา เมื่อเขาลุกขึ้น นอกพระราชวังเทียนอู่ ก็มีคนก้าวเข้ามา เมื่อเจ้าของร่างนั้นเข้ามาในพระราชตำหนัก มันก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน
บุรุษผู้นี้สูงยาว ความสูงและรูปร่างของมันพอๆ กับ อู่ อวี้ มันสวมเสื้อคลุมสีเงิน ปกคลุมด้วยขนสัตว์ ซ้ำบริเวณไหล่ของมันยังมีหนังของจิ้งจอกล้อมพาด ใบหน้าได้รูป คิ้วคม ดวงตาดุจพยัคฆ์ ผมยาวสลวย ชายคนนี้ดูไปแล้วน่าเกรงขาม องอาจสง่างาม ทุกการเคลื่อนไหวเปรียบกับ หยาวฮ่าวที่เป็นฮ่องเต้แล้ว ดั่งกับลูกปัดกับดวงจันทร์ที่สดใส
ดวงตาที่สุกสกาวของมันเหมือนห้วงนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาราส่องประกายระยิบระยับ . . .แต่แล้ว รอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์ก็เผยออก. . ทุกย่างก้าวของมันทำให้ผู้ที่จับจ้องสามารถนึกออกได้แค่คำว่า ‘จักรพรรดิแห่งโลกหล้า’
" อันตราย! "
อู่ อวี้ ที่ฝึกฝน ' กายาเพชรอมตะและภาพจำแลงหัวใจวานร ดังนั้น ประสาทการรับรู้ของเขาจึงประดุจดั่งสัตว์ร้าย เมื่อเขาพบกับศัตรูตัวอันตราย เขาจะเป็นเหมือนแมวที่ขนชัน ยืดตัว ความชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ ของบุรุษตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกถึงอันตราย
" ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ข้าจะได้เจอกับคนที่ละม้ายคล้ายคลึงกับ ศิษย์พี่ ซู กับ ศิษย์พี่ โม่ ในนครหลวง "
ในครานี้ ภายในจิตใจของอู่ อวี้ ได้ราวกับถูกอัสนีบาตรผ่าลงตรงกลางหัวใจ
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////