Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 70 หวาดหวั่น

            ตอนที่ 70 หวาดหวั่น

             

            แม่ชีไม่ตอบชายชุดโบราณสีเขียวเพียงพยักหน้าครั้งหนึ่งพลางใช้ภาพธรรมดอกบัวบานด้านหลังเข้าโจมตี

            เห็นว่าแม่ชีผู้มีระดับสูงกว่าไม่ติดขัดชายชุดโบราณสีเขียวจึงเริ่มใช้ภาพธรรมมังกรเข้าสู้เช่นกัน

            ทางด้านจระเข้ยุคดึกดำบรรพ์เห็นผู้แข็งแกร่งทั้งสองที่ได้รับบาดเจ็บกำลังเข้าโจมตีมันที่ได้รับบาดเจ็บไม่ต่างกันแทนที่มันจะหลบหนี มันกลับปลดปล่อยกลิ่นอายชั่วร้ายและส่งเสียงหัวเราะชั่วช้าพริบตาเดียวอาการบาดเจ็บมันหายเป็นปลิดทิ้ง กลิ่นอายบนร่างยังทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮี่ฮี่ฮ่า.......

            “เซียนถดถอยกับจักรพรรดิน้อยน่าอร่อย” จระเข้ยุคดึกดำบรรพ์แลบลิ้นยาว คลื่นพลังสีแดงดำรวมตัวก่อร่างเป็นภาพธรรมหัวกะโหลกยักษ์น่าหวาดกลัว

            เปรี้ยง!

            ภาพธรรมหัวกะโหลกเข้าปะทะกับภาพธรรมดอกบัวบานและภาพธรรมมังกรเกิดคลื่นปะทะรุนแรง เสียงดังสนั่น

            ปทุมสัจธรรม!

            มังกรสะท้านฟ้า!

            นรกสาบสูญ!

            ภาพธรรมทั้งสามเข้าปะทะกันต่อเนื่องชายชุดโบราณสีเขียวหยิบขวดหยกจากกระเป๋าไม้ด้านหลังก่อนนำยาลูกกลอนหนึ่งเม็ดส่งให้แม่ชีด้วยพลังลึกลับและทานเองหนึ่งเม็ด

            จากนั้นก็เกิดการปะทะกันที่ไม่อาจรู้แพ้รู้ชนะได้ในเร็ววัน

            .

            .

            .

            .

            ห้องวิจัยบนยานหลัก

            หลายวันก่อนแอนดรูว์ได้เข้ามาในห้องวิจัยกับวิเวียนเพื่อตรวจสอบใบโพธิ์ เขาตรวจสอบใบโพธิ์อยู่หลายวันร่วมกับโมบิทโดยมีวิเวียนดูอยู่ตลอด น่าเสียดายเขาไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจึงได้สั่งให้โมบิทนำใบโพธิ์ไปให้ลูน่าตรวจสอบ

            วันต่อมาแอนดรูว์ได้สั่งให้โมบิทนำโครงกระดูกทั้งหมดไปตรวจสอบโดยละเอียดและส่งให้ลูน่าตรวจสอบต่อเมื่อไม่สามารถตรวจสอบได้ก่อนจะเริ่มอ่านรายงานสำคัญบางส่วนสิบชั่วโมงเต็ม

            ในเวลานี้แอนดรูว์กำลังมองเบเลียนที่อยู่ในสภาวะจำศีลโดยมีชีวจักรกลสีแดงสี่ตัวคอยดูแลภายใต้การควบคุมของโมบิทด้านข้างเขาวิเวียนที่ยังไม่จากไปไหนเริ่มให้ความสนใจเบเลียน

            “เลน่าถูกปลุกจากการจำศีลแล้วแล้วใช่ไหม”แอนดรูว์ถามขึ้น

            “รายงาน เลน่าถูกปลุกจากสภาวะจำศีลเมื่อสี่สิบแปดชั่วโมงก่อน..ตามคำสั่งโฮสขณะนี้เดวิดกำลังดูแลเลน่าในห้องพักหมายเลข หนึ่งศูนย์สามช่วยปรับสภาพความรู้สึกและบอกสิ่งที่เธอสมควรรู้ให้ปรับตัวตามสถานการณ์ในปัจจุบันได้…

            ...รายงานเพิ่มเติมยานเข้าสู่อาณาเขตโครงข่ายจะเริ่มทำการข้ามมิติตรงสู่ฐานหลักในอีกห้านาที” เสียงโมบิทดังขึ้นในห้องวิจัย

            ‘เธอตื่นแล้วเรื่องสำคัญทั้งหมดในตอนนี้ถูกจัดการไปตามลำดับไม่น่ามีเรื่องต้องกังวลหรือจัดการเอง ยกเว้นเบเลียน’ แอนดรูว์คิดในใจก่อนจะสั่งโมบิทอีกครั้ง

            “โมบิทเมื่อเรากลับถึงฐานหลักให้พาเบเลียนไปสนามทดสอบ เตรียมความพร้อมในการรับมือไว้ด้วยฉันจะให้มันตื่นจากสภาวะจำศีล”

            “รับทราบ! เนื่องจากเบเลียน จัดเป็นสิ่งอันตรายใกล้เคียงกับเดมิก็อตจะเพิ่มการป้องกันเป็นสิบเท่า”

            “เอาตามนั้นเพิ่มการป้องกัน” แอนดรูว์พูดจบเขาก็หันหน้าไปยังทางออกและเดินออกจากห้องวิจัยไปโดยมีวิเวียนเดินตามอยู่ด้านข้าง

             

            ทางเดิน

            หลังเดินมาสักระยะหนึ่งแอนดรูว์ได้ถามวิเวียนขึ้นมา

            “ตามฉันมาหลายวัน เธอกะไม่ไปพักรึไงวิเวียน”

            “ได้อยู่กับนายท่านฉันรู้สึกเหมือนได้พักแล้ว” วิเวียนตอบ น้ำเสียงนั่นดูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

            “ฉันขอบอกนะว่า เวลาพักในอนาคตอาจหายากหรือไม่มีเวลาให้พักเธอไม่ไปพักตอนนี้ จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ” แอนดรูว์พูด เขาไม่หันมองวิเวียนแต่ก็รู้ว่าเธอมีสีหน้าแบบไหน

            “อยู่กับนายท่านฉันมีแต่ความสุขไม่เคยรู้สึกเสียใจ”

            ได้ฟังคำพูดของวิเวียนแอนดรูว์รู้ว่าเธอไม่มีทางแยกตัวจากเขาไปง่าย ๆ ถ้าไม่สั่งหรือบังคับให้ทำอะไร ซึ่งเขาไม่มีความคิดขับไล่เธอและปล่อยให้อยู่ข้างกาย

            ‘นับว่าเป็นผลของการยกระดับได้ไหมติดเรายิ่งกว่าลูน่าซะอีก รู้สึกหนักใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้’ แอนดรูว์คิดในใจเงียบๆ เขาไม่แสดงออกผ่านสีหน้าท่าทางให้วิเวียนได้เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ

             

            หลังจากเดินมาครู่ใหญ่

            แอนดรูว์ได้หยุดอยู่หน้าห้องพักหมายเลขหนึ่งศูนย์สาม เขามองดูประตูไฮเทคล้ำยุค แต่ยังไม่มีความคิดจะเดินเข้าไป

            ‘ฟังจากรายงานโมบิทเลน่าคงปรับตัวได้ดี แต่ถ้าเธอเจอเราคงเข้ามาถามหลายเรื่องสถานะเรากับเธอคือสามีภรรยา...’ แอนดรูว์หยุดคิดและถอนหายใจ

            “เฮ้อ~ คิดแล้วรู้สึกหนักใจนิดหน่อย”

            -เริ่มทำการข้ามมิติใน3 2...

            เสียงโมบิทประกาศดังไปทั่วยาน

            ฉับพลันแอนดรูว์รับรู้ถึงบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นจนหน้าถอดสีกระบี่ล่าอสูรในมือตอบสนองโดยการปลดปล่อยคลื่นพลัง ทำให้วิเวียนถึงกับสะดุ้ง

            1

            “มันอยู่ใกล้ ๆ หรอ”แอนดรูว์พึมพำ ในเวลาเดียวกันการข้ามมิติได้เริ่มขึ้น

            จัมพ์

            -การเดินทางข้ามมิติสำเร็จอยู่ห่างจากฐานหลักไปหนึ่งปีแสง เตรียมทำการเทียบท่าบนลาดจอดที่หนึ่งในอีกสิบนาที

            เสียงโมบิทประกาศขึ้นอีกครั้ง

            แอนดรูว์ไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามอีกกระบี่ล่าอสูรจึงสงบลง ทันใดนั้นวิเวียนได้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

            “เกิดอะไรขึ้นนายท่าน”

            “ไม่มีอะไรแค่รู้สึกถึงคนคุ้นเคย” แอนดรูว์หรี่ตาลง เขาพยายามทำใจให้สงบ วิเวียนก็ได้แต่สงสัย

            ‘โชคดีมันยังไม่เจอเราพอเราเข้าฐานหลักมันก็ไม่มีวันเจอทางที่ดีช่วงนี้ไม่ควรออกไปไหนหรือใช้พลังจิตวิญญาณ ไม่งั้นมันเจอเราแน่’

            “โมบิทจัดเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังขั้นสูงสุด เปิดใช้การซ่อนตัวเต็มรูปแบบส่งรายงานไปบอกลูน่าว่าช่วงนี้อย่าทำอะไรให้อยู่เงียบ ๆ” แอนดรูว์พูดขึ้นขณะเดียวกันเขาเริ่มทำให้จิตใจมั่นคง

            “รับทราบ! ระบบจะเรียกรวมฐานลับและสร้างการป้องกันเต็มรูปแบบเพื่อเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายหลบหนีตลอดเวลา” เสียงโมบิทดังขึ้น แอนดรูว์ไม่ได้ขัด

            วิเวียนที่ยังสงสัยไม่หายยิ่งเกิดความสงสัยเข้าไปใหญ่ แอนดรูว์หันมาเห็นพอดีจึงบอกกับเธอ

            “ไม่ต้องคิดสงสัยให้รกหัวตามเข้ามาเถอะ”

            .

            .

            .

            .

            ในห้วงอวกาศแสนกว้างใหญ่

            รอยแยกมิติขนาดใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตาได้เปิดออกหลังจากยานหลักทำการข้ามมิติไปไม่ถึงสิบวินาที

            “พึงจากไป!”

            เสียงทรงอำนาจดังไปทั่วอวกาศตามมาด้วยเสียงคำรามที่ทำลายดาราจักรหลายสิบแห่งให้หายไปในพริบตา

            “บังอาจ!!”

            “สัมผัสถึงเจ้าไม่ได้อีกแล้วไอ้ตัวปลิ้นปล้อน!!!”

            เสียงไม่พอใจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะหลายสิบปีแสงใกล้รอยแยกมิติไม่สิ่งใดหลงเหลืออยู่ นอกจากความว่างเปล่าและรอยแยกมิติฉีกขาดขนาดเล็กใหญ่หลายแห่ง

            แคว๊กกกกกกกกกก!

            อยู่ ๆ รอยแยกมิติขนาดใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตาอีกแห่งได้เปิดออกในทิศทางตรงกันข้ามตามมาด้วยเสียงไพเราะสุดทรงพลังและความร้อนแผดเผา

            “หยุดทำลายอาณาใต้ปกครองเผ่าหงสา!”

            เสียงกระจายไปทั่วพื้นที่พร้อมความร้อนแต่แทนที่จะทำลายสิ่งอย่าง มันกลับยับยั้งและสลายพลังทำลายล้างทั้งหมดในห้วงอวกาศ

            “เจ้ากล้าหยุดยั้งข้า!?”

            รอยแยกมิติขยายตัวเสียงทำลายล้างพุ่งตรงเข้าหารอยแยกอีกฝั่ง

            “เหตุใดจะไม่กล้าเล่าจ้าวมังกร”

            คลื่นเพลิงสีชาดกระจายออกมาจากรอยแยกมิติหนึ่งระลอกปัดเป่าพลังทั้งหมดทั้งมวลให้มลายสิ้นไป

            “เทพหงสา อยากเป็นศัตรูกับข้า!?”

            กรงเล็บขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ

            “นั่นควรเป็นคำพูดของข้า”

            ขนเพลิงสีขาดหนึ่งเส้นพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติอีกแห่งเข้าปะทะกับกรงเล็บ

            เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง

            คลื่นพลังรุนแรงกระจายไปทั่วอวกาศเกิดรอยแยกมิติขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน ดาราจักรหลายแห่งยังถูกส่งให้เคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิม

            “จ้าวมังกรต้องการทำสงครามกับเผ่าเทพหงสา”

            คลื่นเปลวเพลิงสีชาดระอุในรอยแยกเกิดแสงสีแดงฉานของเพลิงลุกโหม

            “ดี! ข้าจะจดจำไว้” เสียงไม่พอใจดังออกมาจากรอยแยกมิติก่อนรอยแยกมิติจะเริ่มปิดตัวลงจนหายไป

            ฟู่วววววววว

            เปลวเพลิงหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกมิติอีกแห่งที่ยังไม่ปิดตัวลงซ่อมแซมรอยแยกมิติทั้งหมดให้หายไปในเวลาไม่นาน

            “มีครั้งหน้ามันจะเป็นสงคราม”เสียงดังออกมาจากรอยแยกมิติ จากนั้นมันค่อย ๆ ปิดตัวลง

            ในที่สุดในห้วงอวกาศก็ไม่หลงเหลือรอยแยกมิติและกลับคืนสู่ความสงบ

            .

            .

            .

            .

            ยานหลัก

            ห้องพัก 103

            เลน่าหันไปมองประตูที่ถูกเปิดขึ้นเธอเห็นแอนดรูว์กับวิเวียนเดินเข้ามาเดวิดที่กำลังบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพฉายสามมิติยืนตัวตรงทำความเคารพแอนดรูว์

            แอนดรูว์พยักหน้าให้เดวิดสายตามองเลน่าที่นั่งอยู่บนเตียง เธอมองเขาเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง

            “สวัสดีพี่สาวหลับสบายรึเปล่า” แอนดรูว์ทักทายเลน่าก่อนจะเดินไปนั่งด้านข้าง วิเวียนที่พยายามจะนั่งลงข้างแอนดรูว์ถูกเดวิดหยุดเอาไว้

            แอนดรูว์จึงหันมามองวิเวียนกับเดวิดและพูดสั้นๆ

            “เธอกับเดวิดออกไปก่อน”

            “รับทราบ” เดวิดตอบรับพร้อมเดินออกไปเหลือเพียงวิเวียนที่ยึกยักอยู่ครู่หนึ่ง

            “ค่ะ นายท่าน” วิเวียนพูดเสียงเบาเหมือนเธอไม่อยากออกไปแต่เธอก็เดินออกไปเมื่อสบสายตากับเลน่า

            เมื่อเดวิดกับวิเวียนออกไปจากห้องพักความเงียบกลายมาเป็นบรรยากาศในห้องอยู่พักใหญ่

            แอนดรูว์จึงทำลายบรรยากาศลงด้วยการเขยิบเข้าใกล้เลน่าใช้มือซ้ายกุมมือขวาของเธอไว้ พลางหันมองเลน่าที่กำลังจ้องมองเขา

            “ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีพี่สาวสุดสวยของผมคงได้ฟังเดวิดเล่าหลายอย่างแล้ว” แอนดรูว์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทุกถ้อยคำชัดเจนและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

            “ฉันจัดการอารมณ์ความรู้สึกกับความคิดได้แต่ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอในตอนนี้ เป็นแอนดรูว์ที่ฉันรู้จักที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน หรือเป็นหนึ่งในตัวตนฉากหน้าตัวตนหนึ่งที่อยากให้ฉันเห็น”

            ได้ยินคำพูดของเลน่าประกอบกับน้ำเสียงไม่มั่นใจแอนดรูว์เดาได้เลยว่า เดวิดบอกหลายเรื่องรวมถึงตัวตนของเขาให้เธอรู้ไม่มากก็น้อย

            ‘เลน่าฉลาดอยู่แล้วเดวิดคงเผลอพูดอะไรให้เธอรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่แอนดรูว์ในแบบที่เธอรู้จักรวมกับเธอยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้รับอันตรายและได้เจอเรา เธอถึงมีความรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ...ถือว่าเธอเป็นภรรยาของเรา’แอนดรูว์ตัดสินใจบางอย่าง จากนั้นจึงบอกกับเลน่า

            “พี่สาวอยากฟังความรู้สึกและความคิดที่ผมมีให้ก่อนจะตอบรึเปล่า”

            “เธอเต็มใจ...ฉันจะรับฟัง”เลน่าพูด ฉับพลันแอนดรูว์กำมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย

            “พี่สาวเป็นภรรยาของผม ผมต้องเต็มใจแน่นอน”แอนดรูว์ตอบสั้น ๆ ก่อนจะเล่าหลายอย่างให้เลน่าฟัง

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน