กลางดึกเย่เฉินและเจ้าหมีสองก็มาถึงภูเขาด้านหลังของสำนักเหิงเยว่อีกครั้ง
และยังคงไปที่ถ้ำแห่งนั้นทั้งสองคนกำลังนับดอกอวี้หลันหิมะที่ขโมยมา
“ได้มาเก้าร้อยกว่าดอกนี่มันสุดยอดมากเลย!”
“น้ำยาวิญญาณหยกที่กลั่นออกมาได้ทั้งหมดแบ่งกันคนละครึ่ง เป็นอย่างไร”
“ตกลง”
หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงได้ทำการเสาะหาสมุนไพรวิญญาณจากภูเขาด้านหลังอีกครั้ง
สมุนไพรวิญญาณคือสิ่งจำเป็นในการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกไม่เพียงแต่ดอกอวี้หลันหิมะเท่านั้น แต่ยังมีสมุนไพรวิญญาณตัวอื่นๆ อีกหลายชนิดและโชคดีที่ภูเขาด้านหลังแห่งนี้มีสมุนไพรเหล่านั้นอยู่จำนวนมาก
จนกระทั่งรุ่งสางทั้งสองจึงกลับไปยังถ้ำด้วยความเหนื่อยล้า
หลังจากทุ่มทำงานมาตลอดทั้งคืนพวกเขาก็สามารถรวบรวมสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกมาได้กว่าห้าร้อยชุด
“เริ่มกันเถอะ”เย่เฉินตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น เขาเรียกอัคคีเที่ยงแท้ออกมาทันทีจากนั้นก็เปลี่ยนรูปมันให้กลายเป็นหม้อสามขา
เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านข้างก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เขาช่วยเย่เฉินลงมือกลั่นด้วยการโยนสมุนไพรวิญญาณทีละชนิดลงไปในหม้อตามคำสั่งของเย่เฉิน
เช้าวันใหม่คือการเริ่มต้นใหม่
เหล่าศิษย์ของสามยอดเขาหลักยังคงประลองกันอยู่ที่ลานเมฆวายุอย่างสุดพลังราวกับไฟที่กำลังโหมกระหน่ำและมีอยู่หลายครั้งที่พวกเขาเกือบจะต่อสู้กันเป็นกลุ่มๆ
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นการรบกวนเจ้าหมีสองและเย่เฉินเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่ทั้งคู่กำลังทำการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกอย่างขยันขันแข็งอยู่นั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ได้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งถ้ำ จนทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
วันคืนแปรเปลี่ยนสุริยันจันทราหวนคืนสลับกัน
ชั่วพริบตาก็ผ่านไปแล้วเก้าวัน
ในเก้าวันนี้ทั้งคู่จะทำการหยุดพักตามเวลาปกติ จากนั้นจึงจะกลับมาทำการกลั่นอีกครั้ง
และตอนนี้ก็เป็นเวลาค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวบนท้องฟ้าอีกครั้งทั้งสองคนนอนเอนกายอยู่บนพื้นอย่างหมดแรง ความพยายามของพวกเขาไม่สูญเปล่าน้ำยาวิญญาณหยกจำนวนหลายร้อยขวดวางเรียงรายอยู่ข้างกายของพวกเขาเห็นแล้วช่างมีความสุขเสียจริง
“ข้ามีคำถามหนึ่งที่อยากจะถามเจ้ามานานแล้ว”หมีสองมองไปยังเย่เฉินอย่างสงสัย “เจ้ามีอัคคีเที่ยงแท้ สำหรับสำนักต่างๆ แล้วอัคคีเที่ยงแท้จัดเป็นของที่นิยมชมชอบมากเลยนะเหตุใดเจ้าจึงเป็นเพียงศิษย์ฝึกหัดล่ะ”
“บุคคลไร้ความผิดแต่ผิดตรงที่ถือครองหยก” เย่เฉินยักไหล่ “หากจะโทษก็ต้องโทษอัคคีเที่ยงแท้ที่ทำให้คนอิจฉาตาร้อนคนที่ละโมบต้องการมันมีมากมายข้าจึงไม่ต้องการจะให้การมีอัคคีเที่ยงแท้กลายเป็นความวุ่นวายในชีวิต”
“มันก็จริงอย่างเจ้าพูด”
“ก่อนที่การเติมเต็มของข้าจะสมบูรณ์พร้อมข้าจึงไม่ต้องการจะแสดงให้ใครเห็นว่าข้ามีอัคคีเที่ยงแท้”
“หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนก็จะเป็นการประลองของนอกสำนักหากเจ้าต้องการเป็นคนในสำนัก ก็ไม่ควรใช้อัคคีเที่ยงแท้ ข้าว่าควรเว้นไว้ก่อน”หมีสองบีบคางอันเจ้าเนื้อของตนเอง
“การประลองของนอกสำนัก”เย่เฉินไตร่ตรอง
สำนักเหิงเยว่ก็คงจะเหมือนกับสำนักเจิ้งหยางทุกๆ สามปีจะมีการประลองของฝ่ายนอกสำนักหนึ่งครั้งหากว่าใครสามารถต่อสู้ได้จนถึงคนสุดท้าย ก็จะได้รับเข้าเป็นศิษย์ในสำนัก
เมื่อนึกถึงการประลองของฝ่ายนอกสำนักเย่เฉินก็ไม่สบายใจเล็กน้อย เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่เขาถูกขับออกจากสำนักเจิ้งหยางหากเขายังอยู่ในสำนักเจิ้งหยางตอนนี้ก็น่าจะได้เข้าเป็นศิษย์ในของสำนักเจิ้งหยางแล้ว
ใดๆบนโลกล้วนไม่แน่นอนเลยจริงๆ
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจให้กับเรื่องราวต่างๆที่ตนเองต้องพบเจอ การถูกขับออกจากสำนัก เป็นความอัปยศย่างยิ่งแต่เบื้องบนกลับยังมีความยุติธรรม ที่ยังให้โอกาสกับเขาเป็นครั้งที่สองทำให้เขาได้เจิดจรัสอีกครั้งที่สำนักเหิงเยว่
“ข้าไปก่อนนะ”หมีสองยืนขึ้นพร้อมปัดก้น พลางแคะจมูกตนเอง“ไม่รู้ว่าพ่อของข้าอาจจะกำลังพลิกฟ้าตามหาข้าอยู่หรือเปล่า?”
พูดจบหมีสองก็กระโดดออกไปจากถ้ำ
หลังจากหมีสองออกไปเย่เฉินก็ปิดปากถ้ำ จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น
ในไม่ช้าน้ำยาวิญญาณหยกก็ถูกเขากรอกลงร่างกายไปสามสิบขวด อัคคีเที่ยงแท้จึงพวยพุ่งออกมามันช่วยปรับแต่งพลังปราณให้กับเขา
ขณะที่พลังปราณกำลังไหลเข้าสู่จุดตันเถียนมหาสมุทรแห่งพลังปราณของทะเลลมปราณก็ถาโถมโหมกระหน่ำขึ้นมา พลิกหมุนวนเป็นลูกคลื่นและเมื่อจำนวนของพลังปราณเพิ่มขึ้นไม่หยุดหย่อนการฝึกตนของเย่เฉินก็เพิ่มถึงระดับสูงสุดของขั้นรวมพลังชั้นที่สี่
ในตอนนี้รูขุมขนทั่วทั้งร่างของเขาก็เปิดกว้าง ดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดิน
พัวะ...!
ไม่รู้ว่าเมื่อไรร่างกายของเขาก็มีเสียงเช่นนี้ดังขึ้น ขอบเขตขั้นพลังปราณของเข้าก็แตกออกบรรลุขั้นรวมพลังชั้นที่ห้า
เฮ้อ!
เย่เฉินผ่อนลมหายใจหยาบออกยาวๆจนรู้สึกสดชื่น
เมื่อมองไปยังภายในกายเย่เฉินจึงพบว่าเส้นลมปราณของตนเองมีความแข็งแกร่งขึ้นกระดูกของเขาที่ได้รับการชุบหลอมจากอัคคีเที่ยงแท้โดยไม่รู้ตัวตอนนี้มีความแข็งแกร่งขึ้นอีกทั้งบนเส้นลมปราณและกระดูกต่างยังถูกย้อมด้วยสีทองสุกใสเปล่งประกาย
เป็นเพราะระดับการฝึกตนเลื่อนระดับขึ้นปริมาณความจุของทะเลลมปราณจึงขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง
“การจะบรรลุขั้นต่อไปนั้นจำเป็นต้องใช้น้ำยาวิญญาณหยกหนึ่งร้อยขวด”เย่เฉินคาดคะเนปริมาณของน้ำยาวิญญาณหยกที่จำเป็นสำหรับครั้งต่อไป
เขารู้ว่าขั้นรวมพลังชั้นที่ห้าคือต้นน้ำอย่างหนึ่ง
การบรรลุในขั้นรวมพลังเมื่อสี่ครั้งก่อนไม่ใช่เรื่องยาก แต่นับจากขั้นที่ห้าเป็นต้นไปนั้นมันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ดังนั้นทุกครั้งที่บรรลุขั้น จึงจะมีความยากมากขึ้นถึงสองเท่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีทะเลลมปราณเช่นเขาก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีกเป็นทวีคูณ
“โชคดีที่มีอัคคีเที่ยงแท้จึงสามารถกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกได้ไม่เช่นนั้นหากใช้เพียงการดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดินก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะสามารถบรรลุไปแต่ละขั้นได้”
เมื่อนึกได้แบบนี้เขาก็ตบพื้นแล้วกระโดดขึ้นมา ยืดบิดร่างกายที่แข็งทื่อของตนเอง
เอ๊ะ?
ขณะที่เขากำลังบิดขี้เกียจถุงเก็บของเขาก็สั่นสะท้าน
หลังจากเปิดถุงเก็บของเย่เฉินก็พบว่า สิ่งของที่สั่นนั้นคือน้ำเต้าม่วงทองที่ซื้อมาจากหอหมื่นสมบัติในวันนั้น
ตั้งแต่ซื้อมันกลับมามันก็ไม่เคยเคลื่อนไหวเลย
เย่เฉินหยิบน้ำเต้าม่วงทองใบนั้นออกมาด้วยความประหลาดใจน้ำเต้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ด้านบนของมันดูเหมือนว่าจะมีแสงสีม่วงปรากฏขึ้นมาและบางครั้งอักขระยันต์ที่สลักไว้บนผิวก็มีการไหลวนไปมา
“หรือว่าเป็นเพราะข้าได้บรรลุขั้นของระดับการฝึกตนจึงไปกระตุ้นให้มันตื่นขึ้นมา?” เย่เฉินบ่นพึมพำจากนั้นก็ค่อยๆ ดึงจุกออก
ทันใดนั้นน้ำเต้าม่วงทองก็สั่นไหวขึ้นอีกครั้ง
ในไม่ช้าที่ปากของมันก็มีวังวนของพลังงานปรากฏขึ้นมา พลังปราณวิญญาณฟ้าดินล้วนถูกวังวนนี้ดูดเข้าไป จากนั้นก็ดูดผ่านวังวนเล็กๆ นั้นเข้าไปในน้ำเต้า
เหตุการณ์นี้ทำให้เย่เฉินถึงกับตาสว่างขึ้นมา
เขายังไม่ได้ปิดจุกน้ำเต้าแต่คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมัน น้ำเต้านั้นจะว่าไปก็เหมือนกับร่างกายของคนที่ดูดซับพลังปราณวิญญาณฟ้าดิน
เมื่อเห็นดังนั้นเย่เฉินก็เปิดปากถ้ำ และออกมายังด้านนอก
เมื่อเทียบกับในถ้ำแล้วพลังวิญญาณที่อยู่ด้านนอกก็ยิ่งเข้มข้นกว่า เขาวางน้ำเต้าม่วงทองลงบนแผ่นหินพลังปราณวิญญาณฟ้าดินก็ถูกมันดึงดูดเข้ามา จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในน้ำเต้าอย่างรุนแรง
ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไรเย่เฉินจึงโน้มตัวไปข้างหน้า และมองเข้าไปในปากน้ำเต้า
นี่เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นของเขาพลังปราณวิญญาณฟ้าดินถูกดูดเข้าไปด้านในแล้วนึกไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็นพลังงานวิญญาณเหลวสองสามหยด แม้ว่าปริมาณจะน้อยแต่กลับมีความบริสุทธิ์อย่างมาก
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถเช่นนี้”เย่เฉินประหลาดใจ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นและกรอกพลังงานวิญญาณเหลวเข้าปาก
เมื่อพลังงานวิญญาณเหลวได้เข้าสู่ร่างกายประดุจดั่งน้ำบริสุทธิ์ที่หลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณสำคัญแต่ละเส้นในร่างกายของเย่เฉินหล่อเลี้ยงไปทั่วร่างกายเขา
“มันไม่ได้แตกต่างอะไรมากจากน้ำยาวิญญาณหยก”ใบหน้าของเย่เฉินเต็มไปด้วยความยินดี
ในทันใดนั้นเย่เฉินก็วางน้ำเต้าม่วงทองกลับไปบนหินอีกครั้งเพื่อให้มันดูดพลังปราณวิญญาณฟ้าดินต่อไป
ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อเขาเทน้ำยาวิญญาณหยกลงไปอีกสองสามขวด ก็พบว่าน้ำยาวิญญาณหยกและพลังงานวิญญาณเหลวถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันและยิ่งเพิ่มความบริสุทธิ์ให้มีมากขึ้นทำให้ดวงตาของเย่เฉินเป็นดังเปลวเพลิงที่โชติช่วงอีกครั้ง
เมื่อเห็นสิ่งนี้เย่เฉินจึงเทน้ำยาวิญญาณหยกทั้งหมดที่อยู่ในถุง ลงไปในน้ำเต้าม่วงทองทีละขวด
“เยี่ยมไปเลยจริงๆ”เย่เฉินลูบน้ำเต้าม่วงทองเบาๆ และพูดขึ้นเบาๆ กับตนเองหนึ่งพันสามร้อยหินวิญญาณไม่สูญเปล่าแล้ว
ในอนาคตเพียงแค่นำน้ำเต้าม่วงทองออกมา วางเอาไว้ในสถานที่ซึ่งมีพลังวิญญาณอยู่หนาแน่นมันก็จะดูดซับพลังวิญญาณได้ด้วยตนเอง จากนั้นจะกลายเป็นพลังงานวิญญาณเหลว
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงพลังปราณวิญญาณฟ้าดินของน้ำเต้าม่วงทองจะค่อนข้างช้าและก็ยังคงต้องดูดซึมพลังปราณวิญญาณฟ้าดินอยู่ตลอดเวลา นี้เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้วจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป สิ่งสำคัญที่สุดคือมันจะต้องไม่สิ้นเปลืองเวลาของเย่เฉิน
“ของวิเศษมันคือของวิเศษจริงๆ” เย่เฉินหัวเราะ เก็บน้ำเต้าม่วงทองจากนั้นก็เดินออกจากภูเขาด้านหลัง