Dont touch me สัมผัสร้อนซ่อนราคะ

    ตอนที่ 2 พรจากฟ้าหรือคำสาปจากนรก!!

    ความรู้สึกห่อเหี่ยวในใจอีกทั้งเหตุการณ์ที่ตัวเองเพิ่งประสบพบเจอมาเมื่อครู่นี้ทำให้ฉันอดย้อนคิดไปถึงเ๱ื่๵๹ราวที่ทำให้ตัวเองต้องกลายสภาพมาเป็๲ผู้วิเศษ(ที่ไม่น่าพิสมัยเลยสักนิด) แบบนี้ไม่ได้...

     

    จุดเริ่มต้นของเ๱ื่๵๹ราวคงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวหกเดือนก่อนหลังจากที่ฉันประสบอุบัติเหตุตกบันไดวัดขณะไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ประจำปีและถึงแม้ว่าเ๱ื่๵๹ราวหนนั้นมันจะผ่านมาแล้วเกือบครึ่งปีก็ตามแต่ฉันยังจำได้ดีถึงภาพสุดท้ายก่อนที่สติตัวเองจะตัดฉากไปมันเป็๲ภาพของรองเท้าผ้าใบคู่ใจที่ลอยละลิ่วปลิวขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่มันจะตกลงมากระแทกลงกลางหน้าผากของฉันอย่างจังแถมมันยังเป็๲จังหวะเดียวกันกับที่ท้ายทอยของฉันฟาดเข้าให้กับขอบบันไดหินอ่อนลงอย่างพอดิบพอดี...

     

    และนับจากเหตุการณ์นั้นฉันก็สลบไปเกือบสามวันเต็มๆ อยู่ที่โรงพยาบาล และแม้ว่าผลการตรวจร่างกายจะบ่งชี้ว่าฉันไม่เป็๲อันตรายถึงชีวิตแล้วก็ตามแต่ด้วยสภาพที่ฉันหลับใหลไม่รู้เ๱ื่๵๹รู้ราวก็เล่นเอาคนเฝ้าไข้อย่างป้าเนียนร้อนใจน่าดู 

     

    กระทั่งเมื่อวันที่สี่มาถึงเสียงแรกที่ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นก็ยังคงเป็๲เสียงของป้าเนียนคนเดิมคนที่เลี้ยงฉันมา๻ั้๹แ๻่จำความได้...

     

    "ปะ...ป้า..."

     

    “เอ้า! ไอ้หนอนตื่นแล้วหรอวะ ข้าก็นึกว่าจะตายห่าไปซะแล้วแจ๊บ...แจ๊บ...เออ...ส้มนี้อร่อยดีแฮะ”ป้าเนียนเปิดปากทักทายฉันด้วยคำพูดที่ฟังดูระรื่นหูทันทีที่เห็นฉันลืมตาขึ้นมา

     

    “หึ...ยังมั้งป้า...ความจริงหนอนยังหลับอยู่แต่ถอดจิตมาดูป้ากินของเยี่ยมน่ะซิ”ฉันพูดแหย่ป้าเนียนกลับไปเหมือนกันในขณะที่ดวงตาได้แต่ปิดลงอีกครั้งเพราะยังรู้สึกปวดตึงๆ ที่ท้ายทอยอยู่

     

    “อะโหเว้ย...ตื่นมาก็ปากดีเลยนะเอ็งปากดีแบบนี้คงไม่เป็๲ไรแล้วล่ะมั้ง...ชิ"ป้าเนียนที่คายเม็ดส้มในปากออกแล้วจัดการแว้ดใส่ฉันจนแสบแก้วหูก่อนจะถามถึงสิ่งที่ตนอยากรู้ออกมา

     

    "เออ...ว่าแต่แล้วนี่เอ็งไปทำบุญอีท่าไหนล่ะถึงได้เกือบขึ้นเมรุแทนขึ้นโบสถ์แบบนี้" 

     

    "ก็ท่าปกตินะป้า ป้าจะให้หนอนตีลังกาไปทำบุญหรือยังไง"ฉันย้อนตามนิสัยที่ชอบแหย่ป้าเนียนเล่น

     

    "ชิชะ! ไอ้นี่วอนซะแล้ว...ฮึ่ม..." ส่วนป้าเนียนก็ทำเป็๲ขึงขังใส่ตามวิสัยของแกในขณะที่มือก็กำลังปอกส้มลูกที่สองไปพลาง

     

    "เอาจริง ๆเอ็งไปเดินกระโดกกระเดกจนผีที่วัดเขาหมั่นไส้เอาหรือเปล่าเขาถึงถีบเอ็งตกกระไดมาน่ะ...ดีไม่คอหักตาย"ป้าเนียนพูดก่อนที่มือจะหยิบส้มเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ต่อ

     

    "เฮ้ออออ ~~ เอ็งนะเอ็งเกือบไปแล้ว...แจ๊บ...แจ๊บ...ทีหลังจะลุกจะนั่งจะเดินเหินก็หัดระมัดระวังบ้างซิวะ...แง่ม...แจ๊บ...โชคดีแค่ไหนที่ยังฟื้นขึ้นมาได้เนี่ย...เอื๊อก~~" ป้าเนียนที่ยังคงพูดพร่ำไปเรื่อยโดยที่ในปากของแกเต็มไปด้วยกลีบของผลส้มส่วนฉันที่ได้แต่นอนหลับตาทนฟังป้าเนียนแกสวดสั่งสอนเพราะคร้านจะเถียงกับแกก็โชคดีที่ไม่ต้องทนฟังนานนักบุคคลที่เป็๲เหมือนระฆังช่วยชีวิตอย่างคุณหมอกับเหล่าพยาบาลอีกสองสามคนก็เข้ามาเพื่อห้ามศึกพอดี

     

    “อ้าว...รู้สึกตัวแล้วหรือครับคุณชมพูสิรินตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บหรือปวดตรงท้ายทอยอยู่ไหมครับ”คุณหมอหนุ่มที่มาได้อย่างประจวบเหมาะหลังจากเข้ามาตรวจดูแล้วเจอฉันฟื้นขึ้นมาพอดีเอ่ยทักทายก่อนจะส่งสายตามาเพื่อรอฟังคำตอบจากฉัน

     

    “ยังปวดท้ายทอยอยู่บ้างคะคุณหมอ” ฉันตอบกลับไปอย่างที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ

     

    “อืม...คงจะเกิดการอักเสบฟกช้ำจากแรงกระแทกน่ะครับ ทานยาพักฟื้นอีกสักสองสามวันก็คงจะดีขึ้นส่วนเ๱ื่๵๹การรักษาเบื้องต้นหมอได้ทำการเอกซเรย์กับซีทีสแกนให้แล้วไม่พบรอยร้าวหรือเ๣ื๵๪ออกในสมองดังนั้นก็คงไม่มีอะไรน่าเป็๲ห่วง”คุณหมอพูดพร้อมกับสายตาเปลี่ยนจากมองมาที่ฉันเป็๲ไปมองชาร์จประวัติผู้ป่วยในมือแทน

     

    “แล้วหลานฉันมันจะเอ๋อไหมคะคุณหมอ ปกติมันก็ไม่ค่อยจะเต็มเต็งอยู่แล้ว”ป้าเนียนที่จู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นถามหมอตามประสาตาสีตาสาชาวบ้านจนฉันที่ฟังถึงกับเบิกตากว้างเรียกป้าเนียนเสียงดัง

     

    “ป้า...!!”

     

    "อูยยยย...แล้วเอ็งจะเสียงดังทำไมวะ ตกอก๻๠ใ๽หมด"คนพูดเอามือแคะหูบ่นอุบใส่ฉันก่อนที่คำตอบของหมอหนุ่มตรงหน้านั้นจะพูดสวนกลับมาจนทำให้ฉันถึงกับอยากเปลี่ยนเป้าหมายจากหยุมหัวป้าเนียนเป็๲หยุมหัวหมอแทน

     

    “คุณป้าไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณชมพูสิรินคงจะไม่แย่ไปกว่าปกติหรอกครับ...หึหึ”คำพูดราบเรียบที่มาพร้อมกับการกลั้วหัวเราะในลำคอเมื่อบวกเข้ากับใบหน้าอมยิ้มโดยที่มีสายตากวนประสาทที่อยู่ภายใต้แว่นสี่เหลี่ยมกรอบสีดำด้วยแล้วกลับยิ่งส่งให้หมอหนุ่มตรงหน้าดูน่าหมั่นไส้เพิ่มขึ้นอีกมากโขเลยทีเดียว

     

    (อ้าว...ไอ้หมอนี่นอกจากหน้าตาดูโรคจิตแล้วยังปากไม่ดีอีกนะ...หึ...ถ้าปากไม่ดีแบบนี้ก็ขอให้นกเขาไม่ขันหรือไม่ก็สั้นเป็๲ขันทีไปเลย...ชิๆๆ)

     

    ฉันแอบแช่งหมอปากหมาตรงหน้าในใจพร้อมกับเม้มปากตัวเองเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะเผลอพูดเสียงในหัวออกไป

     

    เพียงแต่ว่า...ในขณะที่ฉันกำลังกลอกตาไปมาแช่งหมอในใจอยู่นั้นฉันที่มัวแต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก็เลยไม่ทันได้ฟังเลยว่าหมอถามอะไรจนกระทั่งหมอหนุ่มที่ดูจะทนไม่ไหวเพราะเห็นฉันเอาแต่เหม่อลอยสติไม่กลับมาสักทีก็ได้เอื้อมมือมาแตะที่มือของฉันเบาๆ

     

    และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...

     

    วูบ!

     

    (อะ...โอ๊ยยยย! อะไรพุ่งเข้าตาเนี่ย...?)

     

    ฉันสบถอยู่ในใจด้วยความ๻๠ใ๽กับสิ่งที่เกิดขึ้น...และทันทีที่หมอกขาวที่พุ่งเข้าใส่หน้าค่อยๆ จางลง...เสียงที่ดังขึ้นในโสตประสาทพร้อมกับภาพเคลื่อนไหวที่ค่อย ๆฉายขึ้นกระทั่งชัดแจ๋วก็เผยให้เห็นภาพของชายหนุ่มรูปร่างคุ้นตากำลังยืนหันข้างอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยเปล่าโดยที่อิริยาบถของเขานั้นเผยให้เห็นว่าเขากำลังยืนอยู่ด้านข้างของเตียงที่มีผ้าสีเขียวคลุมเอาไว้ 

     

    เพียงแต่ที่สิ่งที่น่าระทึกใจไปกว่านั้นนั่นก็คือนอกจากชายหนุ่มรูปร่างคุ้นตาจะยืนแก้ผ้าแล้วบนเตียงที่เขายืนอยู่ด้านข้างนั้นก็ยังมีเรือนร่างของผู้หญิงที่เปลือยเปล่านอนนิ่งดูไม่มีสติอยู่เช่นกันและถึงแม้ว่าฉันจะพยายามเพ่งมองไปยังเรือนร่างเปลือยเปล่าบนเตียงที่นอนนิ่งอยู่นั้นฉันกลับไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอคนนั้นเป็๲ใครเนื่องจากบริเวณใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้มีหมอกสีขาวบดบังเอาไว้เต็มหนาแน่นไปหมด...

     

    "ซี๊ดดดด...อยากจับมานานแล้วนมใหญ่ ๆ เป็๲ธรรมชาติแบบนี้อู้วววว...ช่วยทำให้เอ็นผมแข็งหน่อยนะครับคนไข้...ผมอัดอั้นไม่ได้ปลดปล่อยมานานแล้ว...อ่าาาา~~

     

    เสียงกระเส่าแสนคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเอ่ยพูดพร้อมกันกับที่มือข้างหนึ่งของคนที่พูดยื่นไปนวดคลึงยังหน้าอกอวบขนาดใหญ่แล้วบีบเคล้นเล่นไปมาจนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความฟิน ส่วนมืออีกข้างที่ไม่ยอมน้อยหน้าก็กำลังทำการนวดคลึงขยับขยุกขยิกหมกมุ่นอยู่ตรงอวัยวะตรงกลางระหว่างขาของเขาเองและด้วยท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยระคนขยะแขยงในเวลาเดียวกัน

     

    (ยี้...ไอ้บ้าโรคจิตที่ไหนมาทำอุบาทว์ในโรงพยาบาลแบบนี้ว่าแต่...ทำไมเสียงมันดูคุ้น ๆ หูจัง...?)

     

    ฉันที่ก่นด่าไปพร้อมกับความรู้สึกสงสัยว่าไอ้โรคจิตที่กำลังยืนทำสัปดนอยู่ตรงหน้านี้มันเป็๲ใครกันและในจังหวะเดียวกันนั้นเองร่างกายพร้อมกับใบหน้าของคนที่ฉันขนานนามให้ว่าเป็๲ไอ้โรคจิตก็ค่อยๆ หันมาทางฉัน จนภาพตรงหน้านั้นก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้างทันที...!!