หลังจากที่หยางลี่เจินฟื้นขึ้นมา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในขบวน เหวินเจาเหยียนพานางกลับจวนทันที ร่างกายของนางยังคงอ่อนแรง แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เมื่อถึงจวน เหวินเจาเหยียนสั่งให้หมอชราตรวจอาการของนางอีกครั้ง หมอที่ได้เห็นนางฟื้นขึ้นมาจากความตายยังคงอึ้ง แต่ก็รีบตรวจร่างกายของนางอย่างละเอียด
“ฮูหยิน… อาการของท่านดูเหมือนจะดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์” หมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “พิษที่เคยคั่งค้างในร่างกายดูเหมือนจะหายไปเกือบหมดแล้ว”
“จริงหรือ?” เหวินเจาเหยียนถามเสียงเข้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง
“ขอรับ นายท่าน แต่ฮูหยินยังต้องพักผ่อนอีกสักระยะ เพราะร่างกายของนางอ่อนแอมาก”
หลังจากหมอออกไป เหวินเจาเหยียนนั่งลงข้างเตียง มองหยางลี่เจินที่กำลังยิ้มอ่อนๆ ให้เขา แม้ใบหน้านางยังคงซีดเซียว แต่ดวงตาที่สดใสของนางทำให้หัวใจของเขาพองโต
“ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นเจ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน หยางลี่เจินยิ้มบางๆ “ข้าก็ไม่คิดว่าข้าจะกลับมา… แต่ดูเหมือนสวรรค์ยังให้โอกาสข้าอยู่”
เขากุมมือนางไว้แน่น “ข้าจะไม่ยอมให้ใครหรือสิ่งใดทำร้ายเจ้าได้อีก”
นางมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น “ข้ารู้… ข้ารู้ว่าท่านจะปกป้องข้าเสมอ” ทั้งสองนั่งมองกันในความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น หยางลี่เจินรู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหัวใจของเธอก็ยืนยันชัดเจนว่าเธอเลือกถูกแล้วที่ไม่จากเขาไป…
หลังจากที่หยางลี่เจินเริ่มมีแรงมากขึ้น เหวินเจาเหยียนก็ถามคำถามที่เขาเก็บไว้ในใจตั้งแต่วันที่นางฟื้น “เจ้า… จำได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวลและสงสัย
หยางลี่เจินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ข้าจำได้ ข้าไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพราะโชคชะตาอย่างเดียว”
“หมายความว่าอย่างไร?” เขาขมวดคิ้ว จับจ้องนางด้วยสายตาแน่วแน่ นางสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น “ตอนที่ข้าหมดสติ ข้าได้พบกับซูเหมยหลิน เจ้าของร่างนี้…” คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไป ดวงตาของเขาแฝงความไม่อยากเชื่อ
“นางพูดว่า… แม้ตัวของนางจะตายไปแล้ว แต่นางยังคงเฝ้ามองโลกนี้ นางรู้ว่าข้าดูแลท่านแม่ของนาง และล้างแค้นแทน นางขอบคุณข้าสำหรับสิ่งที่ทำ”
“แล้วนางเป็นคนช่วยเจ้ากลับมาหรือ?” เหวินเจาเหยียนถาม น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลง หยางลี่เจินพยักหน้า ดวงตาของนางเริ่มคลอน้ำตา “ใช่ นางยื่นโอกาสให้ข้า แต่มีข้อแลกเปลี่ยน…”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?” เขาถามทันที นางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ข้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปยังโลกเดิมของข้าอีก นี่คือสิ่งที่ข้าต้องแลก”
เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าเสียใจหรือไม่ กับการตัดสินใจนั้น?” หยางลี่เจินมองเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ไม่เลย… ขอแค่มีท่านอยู่ ข้าก็ไม่เสียใจ” คำตอบของนางทำให้หัวใจของเหวินเจาเหยียนสั่นไหว เขาเอื้อมมือไปจับมือนางไว้แน่น ดวงตาที่เคยเย็นชาในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“เจ้าคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับข้า” เขาพูดเสียงเบา “ข้าจะทำให้เจ้าไม่เสียใจกับการตัดสินใจนี้” หยางลี่เจินยิ้ม น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลลงอาบแก้ม
“ข้ารู้… ข้าเชื่อในตัวท่าน”
เหวินเจาเหยียนมองหยางลี่เจินด้วยสายตาลึกซึ้งหลังจากได้ยินคำพูดของนาง ความรู้สึกที่อัดแน่นในใจเขาตลอดเวลาที่ผ่านมาเหมือนระเบิดออกมาในวินาทีนั้น เขาไม่รอช้า ดึงร่างของนางเอกเข้ามาใกล้ แล้วโอบกอดแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไปอีก
“ข้าขอโทษ…” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย “ข้าขอโทษที่ข้าปกป้องเจ้าไม่ได้… ข้าขอโทษที่ข้าให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องมากมาย…” หยางลี่เจินที่ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอด ไม่ทันได้ตอบอะไร นางรู้สึกถึงความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากร่างของเขา น้ำตาของนางไหลออกมาอีกครั้ง
“ท่านไม่ต้องขอโทษ…” นางกระซิบเบาๆ ขณะที่กอดเขากลับ “สิ่งที่ท่านทำเพื่อข้ามันมากมายเหลือเกิน ข้ารู้สึกโชคดีที่มีท่านอยู่” เหวินเจาเหยียนดึงตัวนางออกเล็กน้อยให้สบตา ดวงตาคมที่เคยเยือกเย็นกลับอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาบนแก้มของนางอย่างเบามือ
“เจ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าข้ารู้สึกอย่างไรในวันที่เจ้าจากไป…” เขาพูดเบาๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว ข้าจะไม่มีวันปล่อยมือจากเจ้าอีก” ก่อนที่หยางลี่เจินจะทันได้พูดอะไร เหวินเจาเหยียนก็รวบร่างนางเข้ามากอดอีกครั้ง ใบหน้าของเขาแนบอยู่ใกล้กับผมของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขาคุ้นเคยทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ชีวิตกลับคืนมา
“ข้าสัญญา…” เขาพึมพำใกล้กับหูของนาง “ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครหรือสิ่งใดพรากเจ้าไปจากข้าได้อีก” หยางลี่เจินซุกใบหน้าเข้ากับอกของเขา เสียงหัวใจของเขาที่เต้นชัดเจนทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ข้าก็สัญญา… ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านตลอดไป”
หลังจากที่เหวินเจาเหยียนดึงหยางลี่เจินเข้ามากอด เขาค่อยๆ คลายอ้อมแขนและมองนางอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าของนางที่ยังคงซีดเซียวและอ่อนล้าจากเหตุการณ์ทั้งหมด กลับดูงดงามในสายตาของเขา ดวงตาของนางส่องประกายเหมือนดวงดาว แม้จะเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
เขายกมือขึ้นแตะแก้มของนางเบาๆ ปลายนิ้วของเขาไล้สัมผัสอย่างอ่อนโยน “ลี่เจิน… ข้ากลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดสิ่งนี้กับเจ้าอีก” หยางลี่เจินมองเขา ใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง “สิ่งใดหรือ?”
เขาไม่ตอบ แต่สายตาของเขาบอกทุกอย่าง ริมฝีปากของเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ นางรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่แตะสัมผัสใบหน้าของนาง
“ท่าน…” นางเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ไม่มีโอกาสพูดต่อ เพราะริมฝีปากของเขาประกบลงบนริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา
จูบแรกที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นในใจของเขา ทั้งความรัก ความห่วงใย และความโล่งใจที่นางยังอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากของเขาสัมผัสอย่างอ่อนโยน แต่นานพอที่จะทำให้หัวใจของหยางลี่เจินเต้นแรงจนแทบระเบิด
เธอนิ่งงันในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ถึงความจริงใจในสัมผัสนั้น เธอก็หลับตาลงอย่างช้าๆ ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความรู้สึกที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับ
เมื่อเขาถอนจูบออกช้าๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่นาง ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นไหวของเขา “เจ้าไม่รู้เลยว่าเจ้าสำคัญกับข้าเพียงใด” เขากล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง
หยางลี่เจินยังคงมองเขา ใบหน้าของนางแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้ “ข้ารู้แล้ว… ท่านไม่ต้องพูด ข้ารู้ว่าข้าสำคัญกับท่าน”
เหวินเจาเหยียนยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “เจ้าสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของข้าเสียอีก”
นางหลบสายตาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยิ้มตอบ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลอาบแก้ม เธอยกมือขึ้นแตะมือของเขาที่จับใบหน้าของเธอไว้
“ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ” เธอกล่าวเสียงแผ่ว แต่หนักแน่น เหวินเจาเหยียนมองนางด้วยความรักที่เอ่อล้น ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง อ้อมแขนของเขาแน่นหนาและอบอุ่น ราวกับว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีก
ในยามนี้ ไม่มีคำพูดใดอีก มีเพียงความรักและความรู้สึกที่ทั้งสองถ่ายทอดผ่านอ้อมกอดและสายตา ความสูญเสียที่พวกเขาเคยเผชิญกลับกลายเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม…