“เจ้าพอจะเล่าที่มาที่ไปของเรื่องในวันนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่” ถึงแม้จะไม่ใช่กงการอะไรของเหิงเยว่ แต่เขาก็อยากจะรับฟังเอาไว้เพราะถ้าเขาไม่อยู่ในวันนี้มันคงจะจบไม่สวยเป็นแน่แท้
“ได้สิ ข้าว่าจะเล่าให้เจ้าฟังอยู่เหมือนกัน...”
เริ่มแรกเลยพวกที่มาบุกรุกนั้นไม่ใช่โจรป่าแต่อย่างได้พวกมันเป็นคนของป้อมอัคคีที่อยู่บริเวณเขตชายแดน หากวันใดพวกมันต้องการความสะใจและสุราเมรัย พวกมันมักจะมาปล้นสะดมที่หมู่บ้านพิรุณร่วงโรยถึงแม้จะไล่มันไปได้หลายครั้งแต่ความเสียหายก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่หมิงที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพิรุณร่วงโรยก็ยังอ่อนประสบการณ์ถึงแม้จะมีพลังปราณเหนือกว่าหยางเปียว แต่เขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้ ที่ทำได้มีแค่ถ่วงเวลาหรือไล่มันไปก็เท่านั้น
ซึ่งในการประชุมของหลี่หมิงในวันนี้คงจะเป็นการวางแผนเอาคืนพวกป้อมอัคคีเป็นแน่ทว่าเหตุใดข่าวนี้จึงหลุดออกไปและทำให้พวกมันบุกเข้ามาในเวลาที่หลี่หมิงไม่อยู่
ไม่คิดเลยว่าการปล้นสะดมในครั้งนี้จะห่างจากครั้งก่อนเพียงสองสัปดาห์สิ่งที่หลี่ผิงคาดเดาเอาไว้ก็คือ พวกมันคงจะได้รับคำสั่งจากพรรคเพลิงพิโรธสาขาหลักเป็นแน่เพราะเท่าที่ได้ยินมาคติของพรรคนั้นคือ ทั่วใต้หล้านี้มิอาจหลีกหนีเพลิงพิโรธ
“เรื่องมันก็.... ประมาณนี้” เหิงเยว่พยักหน้ารับคำพูดของนาง “ข้าว่าเจ้าพวกนั้นคงจะกลับมาไม่ได้แล้วล่ะ”
สีหน้าสงสัยของหลี่ผิงเผยออกมาให้เห็นถึงแม้จะเล็กน้อยแต่สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป
“เพราะข้าได้ทำลายแกนกลางพลังปราณของหยางเปียวไปเรียบร้อยแล้วเจ้านั่นไม่สามารถบ่มเพาะพลังและเป็นผู้ฝึกยุทธได้อีกต่อไป ถึงจะรักษาจนหายดีมันก็คงจะเป็นเพียงผู้พิการ”
“ทำลายแกนกลาง... เหิงเฟยเจ้าว่าแบบนั้นใช่ไหม” นางลุกขึ้นใช้ฝามือฟาดลงโต๊ะเบา ๆ
“ชะ...”ในทันทีที่ได้ยินคำพูดจากหลี่ผิง เหิงเยว่ก็รับรู้ในทันทีว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเพราะการทำลายแกนกลางพลังปราณนั้นมิใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่าย ๆ มันเป็นทักษะต้องห้ามของเหล่าผู้ฝึกยุทธด้วยกันซึ่งผู้ที่จะฝึกได้นั้นจะต้องเป็นคนมีคุณธรรมและไม่ใช้มันเพื่อทำลายอนาคตของผู้อื่นโดยคนที่ฝึกสำเร็จมีเพียงหยิบมือเท่านั้น
แต่ว่าการทำลายหรือปั่นป่วนพลังลมปราณก็ทำได้หลายวิธีนี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในวิธีที่เหลือเท่านั้น
“ไม่ ไม่ใช่หรอก เจ้าฟังผิดแล้วหลี่ผิงทักษะขั้นสูงเช่นนั้นข้าจะใช้มันได้อย่างไร ระดับขั้นพลังปราณของข้าก็ไม่ได้สูงส่งถึงขั้นที่จะใช้มันได้เสียหน่อย...”
“อืม...”นางพยักหน้าอย่างใจเย็นก่อนจะนั่งลงกับที่ “ข้าก็คิดเช่นนั้นสงสัยข้าจะฟังผิดไป”
“ในเมื่อข้านำโอสถมาส่งตามคำขอแล้วคงจะถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้วล่ะ”เหิงเยว่ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู แต่หลี่ผิงก็มาหยุดเอาไว้
“นี่ก็ดึกมากแล้วเหิงเฟย เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือข้าก็แล้วกัน” นางว่าเช่นนั้นก่อนจะเปิดประตูออกไปเรียกศิษย์
“ขอบใจเจ้ามาก หลี่ผิง”
“ไม่หรอก ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้าหวังว่าเจ้าจะชอบที่พักของข้านะ” ศิษย์สาวที่อยู่ใกล้ประตูก็มานำทางเหิงเยว่ไปส่งที่พักซึ่งใช้สำหรับรับแขกโดยเฉพาะ