ค่ำคืนที่แสงจันทร์ทอส่องลงมากระทบเงาไม้ใหญ่ในสวน ‘ธรรม’ นั่งขัดสมาธิจดระเบียบจิตจนเข้าสู่สภาวะ 'ใจว่างเป็แวบ ๆ' ที่ละเอียดและกว้างขวาง คลื่นสมองเทตาทำงานร่วมกับสมองส่วนหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เขากำลังวิเคราะห์โครงสร้างพฤติกรรมศาสตร์ชุดใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น มันคือวงจรปิดของคนสองคนที่ร่วมกันสร้าง ‘ขยะความคิด’ และทุจริตทางอารมณ์จนพังทลายสุขภาพและความสัมพันธ์ในที่ทำงาน: **‘สภาวะวงจรปิดแห่งความริษยาและการสมยอมทรานส์เฟอร์อารมณ์’ (The Envy and Emotional Transference Matrix)**
"ลุงเกริกครับ..." ธรรมลืมตาขึ้นเมื่อเห็นวิศวกรเฒ่าเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมสมุดบันทึก "ผมเพิ่งถอดรหัสปมขัดแย้งใหม่ในบริษัทสตาร์ตอัป เป็เคสการปะทะกันระหว่าง ‘ผู้เอาเปรียบเชิงจิตวิทยาด้วยความริษยา’ กับ ‘ผู้ถูกเอาเปรียบที่จมอยู่กับความรู้สึกผิดลวงตา’"
"ลองกางแผนผังความคิดให้ลุงดูหน่อยซิ" เกริกยิ้มรับ
ธรรมเปิดหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังสายพานความคิดและความสัมพันธ์ลวงตา:
"เคสนี้คือ ‘พี่มนตรี’ วัย 44 ปี หัวหน้าฝ่ายออกแบบ มีพิมพ์เขียวจิตใจที่เต็มไปด้วย ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดริษยา จับผิด ทุจริตทางอารมณ์ และอยากเอาชนะ’ แกรับบทเป็ **‘ผู้เอาเปรียบ (นักล่า)’** คอยใช้คำพูดประชดประชัน ยักยอกผลงาน และส่งพลังงานลบปั่นกระแสความกลัวกดดัน ‘แอน’ วัย 26 ปี ดีไซเนอร์รุ่นน้องในทีม ซึ่งรับบทเป็ **‘ผู้ถูกเอาเปรียบ (เหยื่อ)’** แอนมีพิมพ์เขียวชนิด ‘คิดลบ อ่อนไหวง่าย กลัวตกงาน และสมยอมเพราะความรู้สึกผิดฝังลึก’... สองคนนี้ทำงานร่วมกันทีไร จะเกิดกิจกรรมทุจริตทางจิตใจและวาจาร่วมกันทันที พี่มนตรีจะสาดน้ำเสีย แอนจะรับกระแสไฟนั้นเข้ามาสปาร์กจนแน่นหน้าอกร้องไห้ตัดพ้อลับหลัง ซ้อมบทละครเหยื่อผู้ถูกกระทำซ้ำ ๆ ทุกวัน ผลลัพธ์คือ สุขภาพแอนพังพินาศ ค่าน้ำตาลดีดขึ้น 122 mg/dL ความดันพุ่ง 140/92 mmHg ผิวหน้าแห้งกร้านเป็สิวอักเสบหัวหนอง ระบบกลิมฟาติกไม่ทำงานเพราะสมองตื้อเครียดจัด ส่วนพี่มนตรีก็หน้าดำคร่ำเครียด นอนไม่หลับ หลอดเืหัวใจเสื่อมสภาพเพราะสารพิษคอร์ติซอลท่วมตัว"
เกริกพยักหน้าลึกซึ้ง "เป็ฟันเฟืองที่ขัดขวางและฉุดรั้งกันเป็ทอด ๆ จริง ๆ แล้วนายใช้ระบบวิศวกรรมสติของ Mindset Engineer เข้าไปตัดสวิตช์ทำลายบทละครคู่นี้อย่างไร?"
"ผมเข้าไปปรับจูนความคิดของแอนก่อนครับ" ธรรมขยายความ "ผมบอกแอนว่า การที่พี่มนตรีประชดประชันหรือยักยอกผลงาน ไม่ใช่เพราะแอนไร้ความสามารถ แต่ ‘ความคิดที่ไม่ตั้งใจคิดชนิดกลัวและสมยอมขาดสติ’ ในหัวแอนต่างหากที่เป็คนเปิดประตูให้เขาเข้ามาวางยาพิษทำลายหลอดเืตัวเอง วิธีเปลี่ยนบทคือ ทันทีที่พี่มนตรีเริ่มใช้วาจาทุจริตทางอารมณ์ ให้ขยับลมหายใจ 4-2-5-2 ทำ ‘ใจว่างหนึ่งแวบ’ ตัดสวิตช์ความกลัวและความรู้สึกผิดทิ้งทันทีใน 3 วินาที เปลี่ยนทัศนคติจากคิดลบแค้นเคืองลงมาสู่ ‘ความเฉยและเข้าใจกลไกตามกรรม’ มองพี่มนตรีเป็เพียงฟันเฟืองที่ชำรุดและกำลังหมุนทลายชีวิตตัวเองด้วยวิบากกรรมของเขา ไม่ใช่เื่ส่วนตัวของเรา แล้วตอบกลับด้วยข้อมูลความจริงและผลงานที่เที่ยงตรง สุภาพ นิ่งสนิท"
"แล้วผลลัพธ์หน้างานเปลี่ยนทิศทางไหม?" เกริกถาม แววตาคมกริบ
"เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวครับลุง! วันต่อมาพอพี่มนตรีเริ่มปั่นกระแสอารมณ์กดดันประชดประชันในที่ประชุม แอนกลับไม่ร้องไห้ ไม่แสดงอาการหวาดกลัว แกนิ่งเฉย หายใจลึกยาว และส่งรอยยิ้มภายในตอบกลับด้วยข้อมูลและไฟล์งานที่จัดเก็บอย่างเป็ระบบ พี่มนตรีกระตุกสะดุดลัดวงจรทันทีครับ! แกแสดงบทนักล่าต่อไม่ได้เพราะ ‘เหยื่อ’ ไม่ยอมปล่อยกระแสไฟความกลัวมาสปาร์กรับส่งบท วงจรอุบาทว์ทุจริตทางอารมณ์ในออฟฟิศแตกสลายทันควัน! ผ่านไปสองสัปดาห์ ดีกรีของจิตใจแอนพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ ค่าน้ำตาลและความดันลดลงมาปกติ ผิวหน้ากลับมาชุ่มชื้นแจ่มใสเพราะนอนหลับลึกระบบกลิมฟาติกชะล้างสมองเต็มที่ ส่วนพี่มนตรีเมื่อเจอความนิ่งเฉยและเด็ดขาดแบบมีปัญญา แกก็เริ่มลดพฤติกรรมเอาเปรียบลงและเกรงใจแอนมากขึ้น ทัศนคติของทุกคนเปลี่ยนจากลบดิ่งลงมาสู่การคิดตามกลไกมีที่มาที่ไปตามกรรม... ระบบวิศวกรรมคิดตัวนี้รีเซ็ตออฟฟิศให้กลายเป็พิมพ์เขียวพลังงานสะอาดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับลุง!"