สายลมเอื่อยได้พัดผ่านชุดสีแดงอย่างเอื่อยเฉื่อย เฉินฟางซินที่กำลังเตรียมตัวออกจากจวนได้ยืนรอรถม้าอยู่หน้าจวน
“น้องหญิงสามจะไปที่ใดหรือ”
เสียงที่หญิงสาวคุ้นเคยดีได้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง แม้ว่าเฉินฟางซินจะมิอยากหันไปทักทายแต่กระนั้นนางก็ยังต้องหันไปยิ้มให้ตามมารยาท
“พี่หญิงใหญ่ พี่หญิงรอง ข้ากำลังจะไปตลาดเ้าค่ะ”
“งั้นก็ดีเลย พวกพี่เองก็กำลังจะไปเหมือนกัน เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันเถอะ”
แม้ว่าเฉินฟางซินจะอยากไปเพียงลำพังแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะให้พวกนางตามไปด้วยจึงได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้าช้า ๆ ในรถม้าสองสตรีต่างคุยกันเื่ที่บิดาของพวกนางกำลังหาบุรุษให้เพื่อออกเรือน
“ท่านพ่อบอกว่า…จวนกั๋วกงกำลังให้คนมาทาบทามพวกเรา”
คำพูดนี้ของเฉินเจียวอวี่ได้ทำให้มือน้อยภายใต้อาภรณ์แดงของเฉินฟางซินกำแน่น แต่ใบหน้ากลับสงบนิ่งเหมือนไม่มีสิ่งใดด้วยหญิงสาวรู้ดีว่าตอนนี้พี่ใหญ่ของนางตั้งใจเอ่ยเื่นี้เพื่อดูท่าทีของนางนั่นเอง
“จวนโหวเองก็ดูเหมือนจะชอบน้องรอง คงจะมีเพียงน้องสามเท่านั้นที่ยังมิมีใครทาบทาม”
“ไม่เป็ไร ข้าไม่รีบ ข้ายังอยากอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่”
คำพูดของหญิงสาวนั้นได้ทำให้อีกสองสตรีถึงกับอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้
“จะช้าหรือเร็วเ้าก็ต้องออกเรือน”
ยังมิทันที่หญิงสาวจะเอ่ยตอบรถม้าก็ได้จอดในตลาดนั่นทำให้เฉินฟางซินถึงกับโล่งอกด้วยไม่อยากที่จะคุยเื่พวกนี้เท่าใดนัก ทันทีที่ลงมาหญิงสาวรีบขอแยกตัวทันทีด้วยไม่อยากฟังสิ่งที่น่าเบื่อเช่นการโอ้อวดเื่ผู้ชายเ่าั้
“ข้าขอตัวไปซื้อผ้าก่อนนะเ้าคะ”
ไม่ทันรอฟังคำตอบหญิงสาวได้เดินจากไปทันที หลิวหลงและเซียวอี้ที่ตามมาต่างพากันถอนหายใจ
“หากคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองยังตามติดคุณหนูอีก พวกบ่าวคงได้อึดอัดใจตายเป็แน่”
คำพูดนี้ของบ่าวคันสนิทของหญิงสาวได้ทำให้นางหัวเราะออกมาได้ก่อนจะเดินอย่างสบายอารมณ์ไปทางร้านผ้าของนางที่ได้รับมาจากมารดา
“อ๊ะ”
แต่ยังมิทันที่จะเดินไปถึงร้ายกลับมีมือหนึ่งดึงแขนนางไว้อย่างแรง ทันทีที่หญิงสาวหันมองมือที่ดึงแขนนางไว้กลับพบกันคนที่นางไม่อยากเจอที่สุด คนที่หักหลังนางในชาติก่อน หญิงสาวรีบสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว
“คุณชาย ท่านเป็ใครเหตุใดถึงมาจับมือคุณหนูของพวกเราเช่นนี้”
หลิวหลงรีบเอ่ยก่อนจะพยายามดึงมือคุณหนูของนางออกจากมือชายหนุ่ม แต่บุรุษผู้นั้นกลับผลักนางออกไปและดึงตัวหญิงสาวให้เข้ามาใกล้ตนเองมากขึ้น
“นี่เ้าถึงกับตามข้ามาเพื่อดักพบข้าถึงที่นี่เชียวหรือ”
คำพูดนี้ของชายหนุ่มเบื้องหน้าได้ทำให้เฉินฟางซินตกตะลึง สมองน้อย ๆ ของนางพลันครุ่นคิดบางอย่างอย่างรวดเร็วก่อนจะได้ข้อสรุปในทันที
“คุณชาย ท่านคือใครกัน และข้ากับท่านเคยพบกันเช่นนั้นหรือ”
“เ้าเลิกเสแสร้งได้แล้ว พวกเราเป็อะไรกันเ้าจำไม่ได้งั้นหรือ”
“พวกเราเป็อะไรกันหรือ หากข้าจำไม่ผิดข้าเพิ่งจะเคยพบท่านเป็ครั้งแรก…ที่ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน”
คำพูดของเฉินฟางซินได้ทำให้ชายที่จับมือนาถึงกับนิ่งไป
“ได้โปรดปล่อยมือข้าด้วย”
แต่ยังมิทันที่มือใหญ่จะปล่อยมือน้อยนั้น มือของนางกลับถูกกระชากออกจากมือชายหนุ่มโดยบุรุษอีกคน
“เ้าทำอะไรกับเถียนเถียนของข้า”
ไม่รอคำตอบชายที่มาใหม่ได้หันไปหาคนสนิทของตนก่อนจะสั่งการบางอย่าง ไม่นานคนสนิทของชายหนุ่มได้กลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำ มือใหญ่รับผ้านั้นไปก่อนจะเช็ดมือหญิงสาวเบา ๆ
“ครั้งหน้าอย่าได้ให้มือของเ้าเปื้อนของสกปรกเช่นนั้นอีก ดูสิ…”
ชายหนุ่มสังเกตเห็นรอยช้ำที่เกิดขึ้นเขาได้หันไปทางชายหนุ่มคนแรกที่ยืนมองพวกเขาอยู่โดยมิได้ไปไหนด้วยสายตาอาฆาต
“คุณชายฝู ข้าได้ยินมาว่าจวนกั๋วกงของท่านกำลังทาบทามคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉิน เถียนเถียนของข้าคือคุณหนูสาม ครั้งหน้าหากเกิดเื่เช่นนี้อีกมือที่ท่านแตะต้องเถียนเถียนของข้าคงจะไม่อาจรักษาไว้ได้อีกต่อไป”
ฝูเหินห้าวที่ได้ยินทั้งคำเรียกที่ตลอดชาติก่อนเขามิเคยเรียกนางเช่นนั้น อีกทั้งท่าทีตรงหน้าที่ชายที่เขาไม่แน่ใจว่าเป็ใครแสดงออกมานั่นทำให้เขาถึงกับอดที่จะแปลกใจไม่ได้
“มือเ้าเจ็บแล้ว วันนี้ก็งดเดินตลาดเถอะ”
ไม่ฟังคำตอบใด ๆ ชิวจิ้นอันได้อุ้มหญิงสาวขึ้นก่อนจะพาไปยังรถม้าของตนเองท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หลิวหลงและเซียวอี้วิ่งตามคุณหนูของนางอย่างงง ๆ ทิ้งไว้เพียงฝูเหวินห้าวที่มองตามสตรีผู้ถูกอุ้มหายไปจนลับตา
“คุณชายฝู”
เสียงอ่อนหวานที่เรียกเขาได้เรียกสติของเขาคืนมา ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าก่อนจะส่งยิ้มหวานให้แก่เฉินเจียวอวี่สตรีที่เขารักก่อนจะพากันไปเดินเล่นโดยทิ้งเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไว้ด้านหลัง
“เ้าคือคนของข้า เหตุใดถึงยอมให้ชายอื่นรังแกเช่นนี้ มิใช่ว่าเ้าคือนางร้ายอันดับแหนึ่งแห่งแผ่นดินหรือ”
คำพูดนี้ของชิวจิ้นอันได้ทำให้เฉินฟางซินอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มได้นำผ้าเย็นมาประคบรอยช้ำให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยนจนแม้แต่นางเองยังอดคิดไม่ได้ว่าบุรุษที่เพิ่งเคยพบและเผลอมีความสัมพันธ์กันอย่างมิได้ตั้งใจ…แต่เหตุใดเขากลับ…ดูแลนางเป็อย่างดีเช่นนี้
“เ้าค่ะ ๆ ต่อไปข้าจะทำตัวร้าย ๆ ให้สมกับชื่อนางร้ายอันดับหนึ่งดีหรือไม่”
“อื่ม…”
“แล้วท่านชอบสตรีร้าย ๆ เช่นนั้นหรือ”
“เปล่า…ข้าชอบสตรีเช่นเ้า”
คำพูดเรียบ ๆ ที่มิได้ปรุงแต่งอันใดนั้นแต่กลับทำให้เฉินฟางซินถึงกับใจเต้นแรงอย่างมิเคยเป็มาก่อน ขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่นั้นจู่ ๆ ชายหนุ่มกลับดึงกล่องบางอย่างออกมาจากอกและนำปิ่นในกล่องนั้นออกมาปักให้แก่หญิงสาว
“เ้าคือเถียนเถียนของข้า ของข้าเพียงคนเดียวจำไว้ หากใครรักแกเ้าหรือทำให้เ้าไม่พอใจ ตระกูลชิวจะอยู่ข้างเข้า อ๋องชิวพ่อสามีของเ้าจะปกป้องเ้า ข้าแม่ทัพใหญ่ชิวจะเข้าข้างเ้าไม่ว่าเื่ใด ๆ”
คำพูดนี้ของชายหนุ่มที่พูดขณะปักปิ่นให้แก่หญิงสาวนั้นได้ทำให้เฉินฟางซินถึงกับน้ำตาคลอ นางมิเคยถูกปกป้องจากใครมาก่อนนอกจากพ่อแม่และพี่น้องเท่านั้น….แต่ครั้งนี้กลับมีบุรุษตรงหน้าที่เป็คนนอกครอบครัวอีกทั้งยังเอ่ยอย่างหนักแน่นจนนางคาดไม่ถึง
“ข้าจำไว้แล้ว…ขอบคุณเ้าค่ะ”