Age of war

    ตอนที่ 104 VS ผู้กล้าเปอร์ไซด์

    ***ผู้กล้าทมิฬ [สเลบ]

    "แงงงงงงงงงงงง! ทุกคนตายกันหมด! ตายกันหมดเลย! ฝีมือใคร! มันเป็นฝีมือของใครกัน! ฝีมือของใครกันนนนนนนนน! "

    เจ้าหนูเปอร์ไซด์ตะโกนร้องไห้ด้วยสภาพที่หัวใจแตกสลาย

    ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ต่างจ้องมองไปที่ร่างเล็ก ๆ ซึ่งปรากฏอยู่ใจกลางกลุ่มควันสีเทาเป็นสายตาเดียวกัน

    งานรื่นเริงได้กลายเป็นความเงียบสงัด ก่อนจะถูกความตึงเครียดเข้าถาโถมโจมตี

    “เออ… ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แล้วค่อย ๆ เดินออกไปจากอัฒจรรย์ด้วยค่ะ และรบกวนของให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดการควบคุมสถานการณ์เดียวนี้ค่ะ! ”

    คนที่ได้สติแล้วสั่งการก่อนใครเพื่อนคือสาวหน้าจิ้งจอกจากเผ่าจอมมารของเอรีส

    ยามที่ประกอบไปด้วยคนจากทั้งห้าเผ่า…ไม่สิ เหลือแค่สี่เผ่านั้น ได้วิ่งกรูเข้าไปที่จุดเกิดเหตุกันอย่างรวดเร็ว

    พวกเขารีบเก็บกู้ซากและพยายามค้นหาร่างของเผ่าปีศาจปีกที่ยังรอดชีวิต

    แต่เมื่อพิจารณาจากสายตาของกระผมแล้ว คงจะมีแค่เปอร์ไซด์คนเดียวที่รอดกลับมาจากระเบิดเมื่อกี้ได้

    “พวกเราเองก็รีบเข้าไปช่วยเถอะ! ”

    เอรีสเอยด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเปอร์ไซด์

    สมกับเป็นเอรีส รีบเคลื่อนไหวก่อนใครเพื่อนเลย

    “ฝีมือใครกันนะดอง”

    เอสเทอพึมพำกับตัวเองด้วยความโกรธ ก่อนจะบินตามเอรีสเข้าไปปลอบโยนเปอร์ไซด์

    เจ้าสัตว์ปีกตัวยักษ์ที่ชื่อมิลลเลอร์กับออกไซด์เองก็เข้าไปหาเธอ เพื่อปลอบโยนหัวใจที่แตกสลายของเปอร์ไซด์เช่นกัน

    มีเพียงแค่กระผมที่ยังไม่เคลื่อนไหว

    เพราะว่ากระผมกำลังมองหาตัวคนร้ายอยู่

    ระเบิดที่บีบอัดแล้วสร้างแรงกดดันมหาศาลนั้น ไม่ผิดแน่ มันคือระเบิดแรงโน้มถ่วงที่เผ่าของกระผมแอบพัฒนาขึ้นมาแน่นอน

    ในสงครามครั้งที่แล้ว อาวุธของพวกเรานั้นมีดาบกับหอกที่ยิงคลื่นพลังงาน ปืนที่ยึดมาจากเผ่าจอมมาร แล้วก็ปืนใหญ่แรงโน้มถ่วง

    และหลังจากจบสงคราม ราชินีฟรีด้าก็เริ่มพัฒนาอาวุธต่อโดยปิดไม่ให้เผ่าอื่นรู้

    อาวุธที่พัฒนาขึ้นมานั้น นอกจาก [หัวทะลวงแผ่นดิน] แล้ว ก็ยังมี [เกราะแขนกล MK-II] ที่ทำให้บินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม กับอาวุธอื่น ๆ อีกมากมาย

    และหนึ่งในนั้นคือระเบิดแรงโน้มถ่วง

    คำถามคือทำไมอาวุธที่ควรจะเป็นความลับของเผ่าเราถึงถูกนำออกมาใช้?

    มันไม่ใช่ฝีมือของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะเผ่าของพวกเราไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวตามใจตนเองแน่นอน

    พวกเราคือเผ่าที่ให้ความสำคัญกับคำสั่งขององค์ราชินีเป็นสูงสุด

    หรือว่าจะเป็นฝีมือของหนึ่งในราชินี?

    ไม่มีทางเป็นได้

    เพราะราชินีแฟตได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะทำอะไรก่อนหลัง อีกอย่าง การจะดำเนินแผนอะไรสักอย่าง พวกเธอจะต้องจัดประชุมเพื่อฟังความเห็นจากองค์ราชินีทั้งห้าคนก่อนด้วย

    แถมองค์ราชินีแฟตนั้นได้เลิกความคิดที่จะเป็นศัตรูกับเปอร์ไซด์ไปตั้งแต่ที่พบว่ายาพิษนั้นไม่สามารถทำอะไรเธอได้

    สรุปคือการลอบวางระเบิดในครั้งนี้ไม่มีทางเป็นฝีมือของเผ่าเราได้แน่นอน

    แสดงว่า...

    “ (หรือว่ามีคนจงใจจะใส่ร้ายพวกเรา?) ”

    มันมีความเป็นไปได้สูงที่อาวุธลับจะถูกสายลับของเผ่าใดเผ่าหนึ่งลักลอบขนออกไปโดยไม่รู้ตัว

    " (ท่านราชินีแฟตครับ) "

    " (รู้แล้ว เจ้านะสนิทกับยัยนั่นมากที่สุด ฝากจัดการด้วย อย่าให้ยัยนั่นคิดว่าเป็นฝีมือของเผ่าเราเด็ดขาด… ให้ตายสิ เดียวคงต้องไปต่อว่าคนที่เผ้าคลังแสงหน่อยเสียแล้ว) "

    " (ฝากคุ้มครององค์ราชินีของกระผมด้วยนะสกัด) "

    " (วางใจข้าได้สหาย) "

    สกัดให้คำมั่นสัญญากับผมอย่างเข้มแข็ง ก่อนจะวิ่งเข้าไปให้การคุ้มครองเหล่าองค์ราชินีทั้งห้าคนพร้อมกับพวกองครักษ์

    เขาเป็นขุนพลของราชินีฟรีด้า เป็นบุรุษที่ไว้วางใจได้

    เมื่อหมดห่วงเรื่ององค์ราชินี กระผมจึงเดินตามพวกเอรีสเข้าไปหาเปอร์ไซด์อีกคน

    แต่ทว่าในตอนนั้นเอง---

    "ระเบิดเมื่อกี้มันของเผ่า [มนุษย์มด] ไม่ใช่เรอะ!? "

    ก็มีเผ่าจอมมารคนหนึ่งตะโกนเสียงดังขึ้นมาเช่นนั้น

    สตรีที่ตะโกนเสียงดังลั่นนั้นสวมชุดคลุมสีเทาคล้ายกับสิ่งที่เอรีสเรียกว่า [แม่ชี]

    พริบตานั้นทั้งสนามต่างจับจ้องมาที่เผ่าของผมเป็นสายตาเดียวกัน

    "ฝีมือ… ของคุณสเลบ… หรือคะ? "

    เปอร์ไซด์เงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตามาทางผม

    ดวงตาของเธอไร้ซึ่งประกายแสงและกำลังเต็มไปด้วยความสับสนทางอารมณ์

    "ไม่ใช่---"

    "ระเบิดนั้นเป็นของเผ่า [มนุษย์มด] ! พวกมันคือคนร้าย! "

    เผ่าจอมมารอีกคนที่เป็นผู้ชายได้ตะโกนดังก้องไปทั่วสนาม

    "ผู้ร้ายคือเผ่าตัวเขี้ยวหรือ? "

    "เผ่าอาร์โธร์โพดาคือคนร้าย! "

    เมื่อมีเชื้อไฟปะทุขึ้น มันก็ลามทุ่งไปหยั่งทุกคนที่รวมตัวกันในสถานที่แห่งนี้

    โดนจนได้...

    เล่นแบบนี้กันเลยเรอะ?

    เผ่าของกระผมที่มาร่วมงานต่างมองหน้ากันเองอย่างสับสน

    ทุกคนต่างเริ่มแสดงความเป็นศัตรูกับเผ่าของกระผมกันแล้ว

    เพราะมีความแปลกแยกจากเผ่าอื่นอย่างชัดเจนเกินไป ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเป็นเป้าหมายที่ถูกใสร้ายได้ง่าย ๆ

    กระผมพอเดาได้แล้วว่าใครคือคนร้ายที่ลอบวางระเบิดครั้งนี้

    มันคือเผ่าจอมมารของเอรีสนั่นเอง

    ให้ตายสิ เป็นเผ่าที่สมกับสมญานาม [จอมมาร] เสียจริง

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันจงใจป้ายความผิดเพื่อให้เปอร์ไซด์หรือเผ่าอื่น ๆ เล็งเล่นงานเผ่าของเราก่อน

    กระผมไม่รู้สึกโกรธที่โดนใส่ร้าย แต่ประทับใจในความหน้าด้านและเจ้าเล่ห์ของพวกเขา

    เอาละ ถึงจะถูกใส่ร้าย แต่ไม่มีเวลามาให้ลังเลใจหรอกนะ

    ผมต้องรีบกอบกู้สถานการณ์ให้ได้

    "เดียวสิค่ะท่านดีออน!? อย่าแย่ง---"

    "เธอนั่นแหละลังเลอะไร!? เหล่าผู้ศรัทธาเอย รีบคุมตัวเผ่ามนุษย์มดเดียวนี้! "

    มีชายคนหนึ่งไปแย่งไมค์จากสตรีหน้าจิ้งจอกที่กำลังดำเนินรายการอยู่

    ท่าทางแบบนั้นคืออะไร? ไม่ใช่ว่าเตี้ยมวางแผนกันมาหรือ?

    เอาเถอะ ยังไงศัตรูมันได้เริ่มชิงลงมือตามอย่างที่คาดการเอาไว้ก่อนแล้ว

    คุมตัว แล้วต่อไปคงเป็นการยุให้เปอร์ไซด์ทำลายคริสตัลของพวกเราสินะ?

    หากว่ามีการต่อสู้ต่อต้าน คงไม่แคล้วยิ่งถลำลึกจนหาข้อแก้ตัวไม่ได้

    " (ทุกคนห้ามขยับ ต่อให้ถูกทำร้าย ก็ห้ามต่อต้านเด็ดขาด นี่คือคำสั่งจากผู้กล้าสเลบ! ส่วนใครที่อยู่นอกระยะพื้นที่จัดงาน ให้เตรียมพร้อมรับสงครามกลางเมือง ไม่ว่าจะยังไง พวกเราก็ต้องปกป้องคริสตัลของเผ่าเอาไว้ให้ได้!) "

    " (รับทราบครับ!) "

    โชคดีที่โลกใบนี้ความตายนั้นสามารถเกิดใหม่ได้

    ดังนั้นขอบเขตการถูกทำร้ายฝ่ายเดียวจึงเป็นที่ยอมรับกันได้อยู่

    แต่ถ้าหากว่าพวกมันเริ่มเล็งไปที่คริสตัล ถึงตอนนั้นต่อให้ต้องเป็นเผ่าที่ถูกตราหน้าว่าฉีกสัญญา กระผมก็จะยอมทำเดินตามเกมส์ของศัตรูเพื่อปกป้องเอาไว้ให้ได้

    กระผมรีบวิ่งฝ่าฝูงชนที่กำลังเข้ามารวบตัว แล้วตรงไปหาเปอร์ไซด์

    หากได้อธิบายให้เธอฟัง คนซื่อตรงอย่างเธอน่าจะช่วยหยุดความเข้าใจผิดนี้ได้

    "เปอร์ไซด์ ใจเย็นก่อนนะ นี่ไม่ใช่ฝีมือของ---"

    "พอแล้วค่ะ…"

    น้ำเสียงที่เธอตอบกลับมานั้นช่างเยือกเย็นและน่ากลัว

    "ทุกคนตายแล้ว เผ่าของหนูตายกันหมดแล้ว เพราะว่าหนูมันโง่เอง เฟ้อฝันไปเองค่ะว่าทุกคนจะเป็นมิตรกันได้"

    รู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันดำมืดที่กำลังแผ่ขยายออกมาจากเธอ

    มันกดดันและรุนจนสัตว์เลี้ยงของเธอยังต้องกางปีกบินหนีถอยห่างออกไป

    "แต่ความจริงแล้วทุกคนคงเห็นหนูเป็นศัตรูสินะคะ? หนูไม่ได้โง่ค่ะ ระเบิดนี้จะเป็นฝีมือของใครก็ได้ค่ะ"

    เธอลุกขึ้นแล้วหันไปที่โดมเก็บคริสตัลทางด้านหลังของเธอ

    "หนูไม่รู้แล้วว่าคำพูดของใครจะเชื่อใจได้ เพราะฉะนั้น---"

    พริบตานั้นเองที่กระผมรู้แล้วว่าเธอกำลังจะทำอะไรต่อไป

    "หนูจะทำลายต้นตอของความขัดแย้งทั้งหมดนี้ทิ้งเองค่ะ! "

    "แย่แล้ว รีบปกป้องคริสตัลเร็ว! "

    โชคดีที่กระผมออกเวรทุกวันในฐานะขุนพลของราชินีแฟต เลยสวมชุดเกราะกับพกดาบดำติดตัวมาด้วย

    ชุดสูทที่สวมทับอยู่นอกชุดเกราะแขนกล MKII ได้ขาดกระจุยพร้อมกับแสงไฟสีฟ้าที่แผ่ขยายออกมาจากตัวชุดเกราะสีดำ

    กระผมถีบพื้นอย่างรุนแรงเข้าเพื่อเข้าไปขวางเธอเอาไว้ด้วยดาบดำทั้งสี่เล่ม

    ปีกแผ่นบางโปรงแสงสองคู่ที่แผ่ออกจากชุดเกราะกำลังเรืองแสงสีฟ้าและพยุงให้ร่างของกระผมลอยขึ้นเหนือพื้นดินราวห้าเมตร

    "อย่ามาขวางนะ! "

    "ไม่! "

    ผมบรรเลงเพลงดาบสี่เล่มโจมตีใส่เธอ

    ฟันสี่จังหวะด้วยการวาดเป็นวงพระจันทร์เสี้ยวจากบนลงล่าง

    ตวัดดาบเล่มที่สองจากขวาไปซ้ายด้วยความเร็วแสง

    ใช้แรงเหวี่ยงจากดาบสองเล่มแรกในการม้วนตัวเพื่อวาดดาบเล่มที่สามในลัษณะเส้นแนวทแยงมุมจากล่างขึ้นบน

    และจบด้วยดาบสุดท้ายอย่างไม่ให้พักหายใจด้วยการแทงตรงออกไปข้างหน้า

    นี่คือกระบวนยุทธ์สี่จังหวะของผม

    แต่ทว่า--

    "กระจอกค่ะ! "

    เปอร์ไซด์กลับสามารถหลบการโจมตีราวพายุสี่จังหวะนั้นได้อย่างง่ายดาย

    ฝีมือคนละชั้นจริง ๆ ด้วยแฮะ

    "อึ๊ก!? ระยางเรอะ! "

    และพอรู้ตัวอีกที ขาของกระผมก็ถูกระยางสีชมพูที่งอกออกมาจากกลางหลังของเธอจับเอาไว้แล้ว

    "ไม่ต้องห่วง หนูไม่ฆ่าพี่สเลบหรอกค่ะ"

    เธอพูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะพูดปิดท้ายอย่างน่ากลัวว่า

    "แต่จะเอาให้ขยับไม่ได้เป็นวัน ๆ แทนค่ะ"

    ร่างของกระผมถูกระยางของเธอจับเหวี่ยงในอากาศอย่างรุนแรง

    แบบนี้แย่แน่…

    "หยุดนะเปอร์ไซด์! "

    ในตอนนั้นเองที่เอรีสกระโดดสูงขึ้นท้องฟ้าพร้อมกับกางปีกโปรงแสงเจิดจ้า

    ไม่ว่าจะเผ่าไหน ต่างก็ลอกโครงสร้างปีกเผ่าปีศาจแสงของเอสเทอเอามาติดชุดเกราะกันหมดเลยแฮะ

    ในมือขวาของเธอถูกโอบอุ้มไปด้วยแสงสว่างที่คมกริบ

    ก่อนที่เธอจะใช้สิ่งนั้นตัดระยางสีชมพูทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

    “ด้านหลังหรือค่ะ! ”

    ในเวลาเดียวกับที่เอรีสช่วยผม การโจมตีระรอกสองก็พุ่งเข้าใส่เปอร์ไซด์จากทางด้านหลัง

    มันคือกระสุนโพตอนจำนวนห้านัดที่รุนแรง

    แต่กระสุนที่รุนแรงนั้นไม่อาจแตะถูกร่างกายที่พริ้วไหวของเธอได้

    "พี่เอรีส พี่เอสเทอ! จะขัดขวางหนูเหมือนกันหรือค่ะ! "

    นักรบเผ่าจอมมาร [เอรีส] กับนักรบเผ่าปีศาจแสง [เอสเทอ] ทั้งสองคนกำลังยืนขวางหน้าเปอร์ไซด์เอาไว้

    "เปอร์ไซด์ เธอจะมาทำลายความสงบนี้ด้วยตัวเองไม่ได้นะ! "

    เอรีสตะโกนเสียงดังออกไปเช่นนั้น

    ไม่ใช่ว่าเป็นเผ่าของเธอเองหรือที่ก่อเรื่องทั้งหมดนี้นะ…

    แต่พอคิดถึงปฏิกิริยาของสตรีจิ้งจอกที่พยายามหยุดการกระทำของชายที่พยายามแย่งไมค์เมื่อกี้ ผมก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง

    บางทีแผนการในครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นที่ทราบกันทั้งเผ่าของเอรีสละมั้ง?

    "เปอร์ไซด์ เธอนะเหมาะกับการร้องเพลงมากกว่านะดอง~"

    เอสเทอเองก็พยายามจะกล่อมเปอร์ไซด์ที่กำลังคลั่งด้วยเช่นกัน

    "เกะกะค่ะ! "

    เธอกรีดเสียงร้องลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่พวกเราอีกครั้ง

    "เอรีส สเลบ! ดอง~"

    "รู้แล้วเอสเทอ! "

    "กระผมจะระวังหลังให้เองครับ"

    พวกเราสามคนต่างรู้หน้าที่แล้วเริ่มรับมือในทันที

    เอรีสพุ่งเข้าใส่เปอร์ไซด์ตรง ๆ ด้วยสภาพที่สวมชุดสีขาวตัวบาง

    มันดูเหมือนกับการฆ่าตัวตาย

    แต่ไม่ใช่เช่นนั้น

    พริบตาก่อนที่ทั้งสองจะปะทะ ทั่วทั้งร่างของเอรีสก็ถูกหุ้มไปด้วยเกล็ดมังกรสีเขียว

    ดูเหมือนว่าชุดเกราะของเผ่าเธอเองก็พัฒนาไปอีกขั้น จนถึงระดับที่สามารถสวมใส่ติดตัวได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

    "ฮะ! "

    "ย่ะ! "

    กรงเล็บกับหมัดมวยได้เข้าโรมรันกันใจกลางอากาศ

    มุมแดงหมุนตัวแตะเป็นกงจักรใส่เอรีส

    มุมเขียวใช้หมัดที่ทรงพลังรับเอาไว้ และใช้ประโยชน์จากแรงสะท้อนดีดตัวออกมา

    เอรีสกางปีกบินเป็นวงกว้าง แล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยท่าที่เธอเรียกว่า [จระเข้ฟาดหาง] จากการทิ้งตัวลงมา

    ขาที่ฟาดเป็นวงอันรุนแรงได้ปะทะเข้ากับลมพายุที่เปอร์ไซด์สร้างสวนกลับไปจากปีก

    แรงปะทะทั้งสองได้ระเบิดออกเป็งวงกว้าง จนเหล่าคนดูโดยรอบปลิวกระเด็นออกไปไกล

    เอรีสเองก็ถูกดีดออกไปจากแรงระเบิดลมนั้นด้วย

    "ไม่ให้โจมตีได้ก่อนหรอกค่ะพี่เอสเทอ! "

    เปอร์ไซด์กล่าวเช่นนั้นแล้วตรงดิ่งมาทางเอสเทอแทนที่จะไล่ตามเอรีส

    "หนังสือของเจ้าไปไหนแล้วละ? "

    "ทิ้งเอาไว้ที่บ้านนะดอง"

    และโชคร้ายที่เอสเทอมาร่วมงานนี้ในสภาพที่ตัวเปล่าไม่ได้พกอาวุธมาด้วย

    ดังนั้นการใช้พลังพิเศษของเธอจึงช้าเกินกว่าที่คาดการเล็กน้อย

    "ผ่านศพของผมไปก่อนเถอะครับ! "

    กระผมยกดาบดำทั้งสี่เล่มขึ้นมาเตรียมตั้งรับเอาไว้

    "หลีกไปซร้าาาา! "

    เส้นสีแดงของเปอร์ไซด์พุ่งตรงมารุนแรงมาก

    รุนแรงราวกับลูกปืนใหญ่

    รวดเร็วและหนักหน่วงดุจลูกอุกกาบาต

    ต้องรับเอาไว้ให้ได้ ไม่อย่างงั้นเอสเทอได้เป็นเป้าหมายต่อไปแน่นอน

    แต่ว่านะ...

    "รับได้ก็บ้าแล้วครับ! "

    กระผมเลือกใช้จังหวะสุดท้ายก่อนจะปะทะ ใช้ขาข้างหนึ่งยันพื้นเป็นศูนย์ถ่วง ใช้แขนอีกสองข้างคว้าร่างของเอสเทอที่อยู่ด้านหลัง แล้วใช้แขนที่เหลือเร่งพลังของดาบพร้อมกับระเบิดคลื่นรังสียิงออกไป

    แรงที่ระเบิดออกมาจากตัวดาบนั้น ทำให้ตำแหน่งของเราทั้งคู่หมุนหลบกรงเล็บอันคมกริบของเปอร์ไซด์มาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

    ตำแหน่งที่เปอร์ไซด์พุ่งลงไปได้กลายเป็นหลุมลึกกว้างมากกว่ายี่สิบเมตร

    "ตอนนี้ละดอง! "

    เอสเทอใช้พลังเธอเปลี่ยนมวลดินให้กลายเป็นบ่อโคลน

    ด้วยแรงเฉื่อยที่ยังไม่หมด จึงทำให้ร่างของเปอร์ไซด์จมลงไปในบ่อโคลนนั้น

    "จงถูกผนึกซะ! "

    เอสเทอเปล่งเสียงดังพร้อมกับเปลี่ยนผิวดินโคลนให้กลายเป็นปูนแข็ง

    "หน่อย.! มันติด!? "

    ต่อให้มีกล้ามเนื้อหรือร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าหากว่าไร้ซึ่งพื้นที่ออกแรงเหวี่ยง มันก็เหมือนกับว่าเธอกำลังถูกผนึกแขนและขาเอาไว้

    "จบแล้ว? "

    เอรีสร่อนกลับมายืนอยู่ด้านข้างของผม

    สภาพของเปอร์ไซด์ในตอนนี้คือกำลังจมดินลงไปแล้วโผล่ออกมาแค่ส่วนศรีษะเท่านั้น

    "ทำไมต้องมาขวางด้วย! หนูจะทำลายต้นตอของความขัดแย้ง! จะทำลายคริสตัลทั้งหมด! เอาหนูออกไป เอาออกไปเดียวนี้นะ! "

    พวกเราสามคนต่างยืนมองดูเปอร์ไซด์ด้วยสายตาที่เศร้าหมอง

    อะไรที่ทำให้เปอร์ไซด์ผู้แสนบริสุทธิ์คนนั้นคลั่งได้ถึงขนาดนี้?

    คำตอบคือความบ้าของคนที่อยากจะก่อสงครามต่อไปหรือ?

    หรือว่าเป็นความโง่เขลาของพวกเราทั้งสี่เผ่า ที่สะสมอาวุธในเบื้องหลัง จนบีบให้ต้องมาเล่นชกใต้เข็มขัดกันเช่นนี้?

    สุดท้ายแล้วมันก็ทำให้ผู้บริสุทธิ์อย่างเผ่าปีศาจปีกของเปอร์ไซด์ต้องเสียชีวิตไปทั้งเผ่าอย่างไม่มีความจำเป็น

    ไม่แปลกที่เธอจะคลุ้มคลั่งจนแทบเป็นบ้า

    "ปล่อยยยย! "

    แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน ผิวคอนกรีดที่ปิดรอบคอของเปอร์ไซด์เริ่มปริราวให้เห็น

    เฮ้ย ๆ นี่จะบอกว่าแค่พลังกล้ามเนื้ออย่างเดียว ก็สามารถทำลายคอนกรีตหนาได้แล้วเช่นนั้นหรือครับ?

    "ให้ฉันจัดการเอง"

    เอรีสหันมาพูดกับพวกเรา ก่อนจะสูดหายใจลงไปเต็มปวดของเธอเอง

    ผิวเกล็ดที่หุ้มไปทั่วทั้งร่างกายได้หดหายกลับไปจนเห็นผิวสีเนื้อที่ขาวผ่อง

    เนื่องจากเสื้อผ้าของเธอกระจุยหมดแล้ว จึงทำให้เอรีสได้เผยเรือนร่างของเผ่าจอมมารออกมาให้เห็นเต็มตา

    เธอใช้ร่างที่เปล่าเปลือยนั้นเข้าไปโอบอุ้มร่างของเปอร์ไซด์ที่กำลังดิ้นรนอยู่ตรงพื้นดิน

    โอบกอดศรีษะของเธอเอาไว้ประดุจอยู่ในอ้อมกอดของมารดาที่อบอุ่น

    ไออุ่นของร่างกายได้โอบอุ้มเปอร์ไซด์จนมีท่าทีที่สงบลง

    "ไม่เป็นไรแล้วนะ…"

    "ปล่อย! หนูจะไปทำลายต้นตอของสงคราม หนูจะทำลายคริสตัลของทุกเผ่า! "

    สำหรับเปอร์ไซด์แล้ว การทรยศครั้งนี้คงทำร้ายจิตใจของเธอมากจนเกินไป

    "ไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีใครทะเลาะกันแล้ว…"

    "ปล่อย…"

    เพราะแบบนั้นเลยไม่สามารถทำให้เธอเชื่อใจใครได้อีก

    "ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครคิดจะทำร้ายกันอีกแล้ว"

    "บอกว่า… ปล่อยหนู… "

    คนที่ยอมเชื่อคนอื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ ถ้าหากถูกทรยศความรู้สึกนั้น มันจะเจ็บปวดขนาดไหนกันนะ?

    "เปอร์ไซด์ยังมีพวกเรา มีฉัน มีเอสเทอ มีสเลบ แล้วก็มีลุงบานาอีกคนอยู่นะ"

    "ฮึก… "

    กระผมไม่อาจจะจินตนาการได้ และคงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเข้าใจความรู้สึกของเธอ

    "เพราะฉะนั้น… ร้องไห้ออกมาได้เลยนะ"

    "แงงงงงงงงงงง! "

    และคนที่เคยพยายามวางยาพิษเพื่อนเพราะคำสั่งของราชินีอย่างผม คงไม่มีหน้าไปปลอยโยนเพื่อนเหมือนอย่างที่เอรีสทำได้

    เอรีสสามารถทำให้เปอร์ไซด์สงบจิตใจลงได้สำเร็จ

    ไม่ใช่ผม ไม่ใช่เอสเทอ แต่เป็นคนจากเผ่าจอมมารที่ชื่อว่า [เอรีส] คนนี้ที่ทำได้สำเร็จ

    เสียงร้องไห้ของเปอร์ไซด์นั้นดังกังวาลไปทั่ว มันเป็นเสียงร้องไห้ที่เศร้าที่สุดที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิต

    ในเวลานั้นผมเริ่มสงสัยตัวเอง

    ว่าถ้าหากในอนาคต มันมีคำสั่งให้กระผมต้องลงมือสังหารพวกเขาอีกรอบ กระผมจะสามารถกล้ารับทำตามคำสั่งนั้นได้หรือเปล่านะ?

    ผมสงสัยตัวเองเช่นนั้น