ตอนที่ 151 อัจฉริยะของโรงเรียนกำลังมาทำความสะอาด
‘ยุบกลุ่มติว?!’
เสียงปลายสายของพีท ทำเอาเด็กนักเรียนทั้งห้องช็อกกันไปเลย…คราวนี้ทุกคนในห้องต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบกระซาบ
ในสายตาของพวกเขาต่างมองไปที่เพื่อนอีก 15 คนที่เป็นคนก่อเรื่อง ‘ตอนแรกพวกเธอไม่เชื่อโปรแกรมนี้ไม่ใช่เหรอ? แล้วที่ตอนนี้เมื่อเห็นพลอยกับเบลล์ได้ที่ 1 ถึงยอมเชื่อ…แล้วเป็นยังไงสุดท้ายเดือดร้อนมาถึงพวกเราด้วยเลย’
เด็กที่ได้ติวกับพีทอยู่แล้วต่างพากันหงุดหงิดกับเพื่อนกลุ่มนี้ของพวกเขา ที่ตอนแรกไม่เชื่อกับโปรแกรมติว แต่สุดท้ายตอนนี้อยากจะติวกันขึ้นมา…จนที่ไม่พอและพลอยเดือดร้อนมาถึงพวกเขาเสียอย่างนั้น
“ยุบกลุ่ม? พี่พีทไม่ดีมั้ง” พลอยเองก็ตกใจ หากกลุ่มถูกยุบจริงๆ เธออาจจะไม่เดือดร้อนเพราะเธอมีโปรแกรมติวส่วนตัวที่พี่ชายของเธออยู่ในโน้ตบุ้คของเธอแล้ว แต่กระนั้นเพื่อนของเธอที่เหลือต่างหากที่จะเดือดร้อนและอาจฟาดงวงฟาดงาใส่เธอได้
“ใช่ พี่ว่าจะยุบกลุ่มที่ติว อยู่ที่ร้านไก่ทอดของพี่ไปดีกว่า” พีทคิดมาดีแล้ว ร้านไก่ทอดของเขามันไม่เหมาะใช่เป็นสถานที่ติวสักเท่าไร ในเมื่อตอนนี้ทุกคนเชื่อมั่นในโปรแกรมติวหนังสือของเขาแล้ว ก็สมควรยุบกลุ่มนี้ทิ้งไปได้แล้วและเปลี่ยนสถานที่ใหม่จะดีกว่า
“พอดีว่า พี่ได้เช่าอาคารสำนักงานไว้สำหรับธุรกิจของพี่ แต่ตอนนี้ยังว่างอยู่อีกหนึ่งชั้น พวกเธอย้ายไปติวกันที่นั่นได้ไหม อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของพวกเธอด้วย”
คำพูดของพีททำเอาทุกคนชะงักไป…ที่แท้ยุบกลุ่มในความหมายของพีทก็คือ ยุบกลุ่มที่ติวที่ร้านไก่ทอดไป เพื่อย้ายไปติวกันที่ใหม่
ส่วนที่ต้องถามเพื่อนคนอื่นๆ ก็เพราะ ที่ตึกนั้นคงไม่มีไก่ทอดให้พวกเขาได้กินตลอดเวลาอีกแล้ว หากจะกินก็คงต้องสั่งผ่านแอปของเขาแทน แต่ไม่ต้องห่วงพีทยังคงให้คูปองกินฟรีกับเด็กนักเรียนพวกนี้อยู่ดี
“พี่พีท! ทีหลังจะพูดอะไรก็พูดให้มันชัดๆ หน่อยสิ รู้ไหมหัวใจหนูเกือบวาย” พลอยหน้าซีดจริงๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนในห้องมองเขม่นกันไปมา
“ยัยเด็กโง่ เธอจะสอบหมออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ…น่าจะรู้อยู่แล้วสิอาการหัวใจวายมีลักษณะบ่งชี้ยังไง” พีทยังคงหยอกน้องสาวของเขาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะพูดเรื่องสถานที่ติวที่ใหม่
“ที่ใหม่รับคนได้เกิน 40 คนสบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่จนแทบเตะฟุตบอลได้ ยังไงหากมีเพื่อนที่อยู่คนละห้องหรือเพื่อนของเธอมีน้องที่อยู่คนละชั้น อยากจะเข้าร่วมติวด้วยก็ลองชวนมาด้วยเลยก็ได้ รับได้มากสุด 100 คน ส่วนถ้ามากกว่านี้อาจต้องรอวันพรุ่งนี้ เพราะวันนี้พี่ให้คนไปจัดเตรียม
อุปกรณ์และเคลียร์พื้นที่ไว้แค่ 100 คนเท่านั้น” พูดจบพีทก็วางสายไป สร้างความตกตะลึงให้กับเด็กนักเรียนในห้องอีกครั้ง
วันนี้อารมณ์ของพวกเขาเหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะอยู่เลย มันสวิงไป สวิงมา จนตั้งตัวไม่ถูกกันแล้ว
“น่าจะเรียบร้อยแล้วแหละ~” พลอยหันไปพูดกับเพื่อนในห้อง ที่ในชั่วจังหวะนั่นเอง ทันใดนั้นเสียงเฮ ก็พลันดันลั่นมาจากห้องของพวกเขาจนทำให้ห้องข้างเคียงถึงกับตกใจ โดยเฉพาะห้อง 1 กับ ห้อง 3 ที่อยู่ติดกัน
‘เด็กห้อง1: พวกเขาดีใจมากเลยสินะ ที่เอาชนะห้องของพวกเราได้…และที่มันน่าเจ็บไปมากกว่านั้นคือพวกเราต้องไปทำความสะอาดห้องพวกเขาจนกว่าจะเรียนจบอีกด้วย’
‘เด็กห้อง3: ห้องสองนี้คึกคักจังเลย ได้ตบหน้าห้องคิงคงสะใจกันไม่เบา ดูสิ เฮลั่นเลย…เอาไว้เดี๋ยวพักเที่ยงฉันไปแซวพวกเขาสักหน่อย ฉันมีคนรู้จักอยู่ที่ห้องสองอยู่พอสมควร’
ไม่ได้มีแค่ห้อง 1และ3 เท่านั้น ที่พูดถึงปาฏิหาริย์ที่ห้องสองทำได้ ห้อง 4 และ 5 แม้จะเป็นห้องที่ถูกจัดว่าเรียนไม่ดี ก็ยังร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะนี้เช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาล้วนเคยถูกเด็กห้องคิง พูดจาดูถูกหรือเอารัดเอาเปรียบอยู่ตลอดๆ เวลานั่นเอง
ในช่วงพักกลางวัน หลังจากที่ห้องสองได้แยกย้ายกันไปกินข้าวที่โรงอาหาร…ตามปกติแล้ว พวกเขาก็จะแยกกันไปกินกันตามโต๊ะที่ว่างๆ แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร เด็กห้องสองต่างนั่งทานอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ กัน
มิหนำซ้ำในระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่ ก็มีเพื่อนต่างห้องมาทักทายพวกเขากันอย่างคับคั่ง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนแค่พยักหน้าและส่งยิ้มให้แก่กันเท่านั้น
“พวกนายมันสุดยอดไปเลย ถึงตอนนี้คงจะเรียกพวกนายว่าเด็กวิทย์เถื่อนไม่ได้แล้วสินะ ต้องเรียกว่า จอมเกเรที่ติดท็อป 50 ของโรงเรียนแล้วสินะ สะใจโว้ย” เด็กกลุ่มเกเรจากห้องสอง แน่นอนย่อมต้องรู้จักกับเด็กนักเรียนที่มีนิสัยเกเรเหมือนกันที่อยู่ต่างหากห้องอยู่แล้ว พอพวกเขาตอนนี้ได้กลายเป็นเด็กท็อป 50 ของโรงเรียน
มันก็ทำให้เหล่าเด็กหัวโจ๊ก เด็กเกเร ต่างๆ เข้ามาหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กจากห้อง 3 4 5
“ถ้าพวกแกเรียนฉันว่ารุ่นพี่ ฉันจะบอกข่าวสำคัญที่รู้กันแค่ห้องสองของฉันให้พวกแกฟัง เอาไงสนใจไหม” หัวหน้ากลุ่มเด็กเกเรจากห้องสอง ได้กระซิบบอกความลับกับเพื่อนต่างห้อง
“เรื่องอะไรวะ? เอาไงเอากัน…วันนี้ฉันจะเรียกแกว่าลูกพี่ให้ก็ได้” เด็กจากห้องอื่นต่างเรียกหัวโจกจากห้องสองว่าลูกพี่ ก่อนที่หัวโจกจากห้องสองจะกวักมือเรียกและกระซิบกระซาบให้กับกลุ่มเด็กนักเรียนเกเรเหล่านั้น “ที่ฉันสอบได้คะแนนดีแบบนี้ทั้งหมดเป็นเพราะพวกฉันได้ไปติวหนังสือกับพลอย
พลอยที่หน้าตาน่ารักๆ จากห้องสองของฉันไง ที่สอบได้อันดับ 1 ในครั้งนี้นั่นแหละ หากพวกนายสนใจลองไปคุยกับเธอได้เลย แต่อย่าบอกว่าฉันเป็นคนบอกนะ เพราะเรื่องนี้ต้องให้พลอยตัดสินใจ” หลังจากบอกเล่าเรื่องนี้ไป แน่นอนมันย่อมกระจายไปทั่วทั้งระดับชั้น
ความช่างพูดของเด็กเกเร มันย่อมปิดไม่มิดอยู่แล้ว…ยิ่งการสร้างปรากฏการณ์ของพลอย ที่กระโดดจากอันดับ 30 กว่าๆ ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของระดับชั้น เอาชนะได้แม้แต่เด็กจากห้อง1 ที่เรียกว่าอัจฉริยะของโรงเรียน
มันย่อมทำให้ผู้คนต่างพากันสนใจได้มากทีเดียว มีการจับกลุ่มพูดคุยกันตามห้องต่างๆ โดยมีเหล่าเด็กเกเรเป็นคนกระจายข่าว
และไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากที่พลอย เบลล์และกลุ่มเพื่อนของเธอ กลับเข้ามาที่ห้อง ทันใดนั้นหัวหน้าห้องสาม ก็พากลุ่มเพื่อนของเธอเดินเข้ามาพลอยถึงห้อง
ทั้งนี้พลอยนั้นรู้จักหัวหน้าห้องสามอยู่บ้าง รู้จักเพียงแค่ชื่อและเคยเห็นหน้าเห็นตานะ…เพียงแต่ไม่เคยคุยกันก็เท่านั้น
“ฉันชื่อ อีฟ เป็นหัวหน้าห้องสาม…เธอชื่อพลอยใช่ไหม เป็นความจริงหรือเปล่า ที่เธอเปิดกลุ่มติวหนังสือ?” อีฟเด็กสาวที่ใส่แว่นตากลม เธอเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนสนิทของเธออีกราวๆ 5-6 คน พร้อมกับเข้ามาหาพลอย
“จริง…พวกเธอสนใจมาติวด้วยกันไหม มันอาจจะไม่ได้เป็นกลุ่มที่สอนโดยอาจารย์จากสถาบันชื่อดังหรือคุณครูจากโรงเรียนกวดวิชา แต่พวกเราเรียนและติวจากการทำข้อสอบและโจทย์ผ่านวิดีโอ” พลอยอธิบายให้กับเด็กสาวที่ชื่อว่าอีฟ ที่เธอคือคนเดียวจากห้อง 3 ที่สามารถเบียดเข้ามาอยู่ในท็อป 50 ได้
โดยที่อีฟสามารถผ่านเข้ามาติดท็อป 50 ได้ นั้นมาจากการที่ครอบครัวของเธอทุ่มเงินไปมากเพื่อส่งเธอไปเรียนกวดวิชากับอาจารย์ชื่อดัง แน่นอนเธอพึงพอใจกับคะแนนที่เธอได้ในครั้งนี้มาก
แต่ถ้าเทียบกับพลอย ที่เธอจำได้ว่าครั้งก่อน พลอยยังอยู่ระดับปานกลางเหมือนกันกับเธออยู่เลย ไฉนจู่ๆ ถึงได้กระโดดพรวดขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของโรงเรียนได้เสียอย่างนั้น
อีกเลยสนใจ ป่นระคนอยากรู้มากว่าพลอยและเด็กนักเรียนจากห้องสอง นั้นไปติวหนังสือกันที่ใด เธอจะได้ขอพ่อกับแม่ไปเรียนที่นั่นบ้าง เพราะสำหรับเธอเรื่องเงิน ไม่ใช่ปัญหาเลย
“ถ้าฉันไปติวด้วย ต้องใช้เงินเท่าไรเหรอ?” หนึ่งในกลุ่มเด็กนักเรียนจากห้องสาม ได้ถามแทนอีฟ ที่ดูชั่งใจอยู่เล็กน้อย หลังจากได้ยินว่าไม่ได้ติวกับอาจารย์หรือสถาบันกวดวิชาตามที่เธอคิด
“ไม่มีค่าใช้จ่ายนะ ทุกคนติวได้ฟรี…แต่มีกฎอยู่สองข้อคือ ห้ามสร้างปัญหาให้กับคนอื่นและต้องตั้งใจเรียนให้เต็มที่ เพราะถึงจะไม่มีคุณครูมาคอยสอนเรา แต่โปรแกรมที่พวกเราเรียนนั้นมีกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว หากว่อกแว่กหรือไม่ตั้งใจ โปรแกรมจะปิดตัวและให้คนที่ทำผิดกลับบ้านไปเลย” พลอยยังคงบอกเล่าถึงกลุ่มติวของเธอ พอทุกคนได้ยินว่าเรียนฟรี ในใจก็อดที่ใจไม่ได้ เพราะไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะมีเงินส่งลูกของตัวเองไปเรียนพิเศษเหมือนกันกับอีฟ หัวหน้าห้องสามของพวกเธอ
“โปรแกรมปิดตัวและส่งกลับบ้าน?! มันทำได้ด้วยเหรอ?” อีฟทำหน้าสงสัย
“ทำได้สิ ลองไปถามหัวโจกห้องฉันดูก็ได้ หนึ่งในพวกเขามีวันหนึ่งใช้โทรศัพท์คุยกับแฟนตอนที่พวกเรากำลังเรียนอยู่ แม้ตอนนั้นพวกเราจะใส่หูฟังที่ช่วยตัดเสียง ไม่ได้ยินเสียงคนรอบข้างแล้ว แต่สักพักคนที่ก่อเรื่องก็ถูกพี่ชายของพลอย ที่เป็นคนเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมาไล่กลับบ้านตามการแบนของโปรแกรมเลย” เบลล์บอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ที่มีครั้งหนึ่งได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ
หนึ่งในกลุ่มเด็กเกเรถูกโปรแกรมของพีท ตรวจจับได้ว่าไม่ตั้งใจเรียนเกินที่โปรแกรมกำหนด โปรแกรมจึงได้ทำการแจ้งเตือนเด็กคนนั้นให้กลับมาสนใจที่เนื้อหา แต่สุดท้ายเด็กคนนั้นยังดื้อ ยังคงคุยโทรศัพท์กับแฟนไปพลาง ทำข้อสอบไปพลาง
สุดท้ายก็ถูกโปรแกรมล็อกระบบผู้ใช้ แบนการใช้งานไปเลย 12 ชั่วโมง ขนาดเด็กคนนั้นไปบอกให้พีทที่เป็นคนเขียนโปรแกรมรู้ถึงเรื่องนี้และขอโทษไปหลายครั้ง แต่พีทก็ยังคงไล่เด็กคนนั้นกลับบ้านและยังพูดอีกด้วยว่า ต่อให้ตัวเองจะเป็นคนเขียนโปรแกรม แต่ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปปลดล็อกการตัดสินใจของโปรแกรม
และพีทยังได้เตือนทุกคนอีกว่ายิ่งถูกแบนบ่อยครั้งมากเท่าไร โปรแกรมจะยิ่งแบนนานขึ้น จนกระทั่งปิดบัญชี ไม่อาจใช้งานต่อได้อีกเลย ถึงจะทำการสมัครเพื่อใช้งานใหม่แล้วก็ตาม
“ถ้ามันฟรี ฉันขอไปติวด้วยได้ไหม?” เด็กห้องสามทั้ง 5 คน ตัดสินใจทันทีว่าจะเข้าร่วมกับกลุ่มติวนี้ แม้จะไม่รู้ว่าการติวนี้จะส่งกระทบกับผลการเรียนของตัวเองให้รุดหน้าได้จริงๆ หรือไม่
อย่างน้อยพวกเธอก็ได้ลองสู้ เฮือกสุดท้ายดู ก่อนจะต้องสอบเข้ามหาลัย “พวกเธอ 5 คนใช่ไหม ฉันจะได้ลงชื่อไว้เลย เพราะตอนนี้กลุ่มติวของเรา รับได้มากสุด 100 คนเท่านั้น…และตอนนี้มีคนสมัครเข้าร่วมไป 70 กว่าคนแล้ว” พลอยบอก พร้อมกับแสดงรายชื่อคนที่สมัครเข้ามาให้กับเด็กห้องสามได้ดู
แน่นอน 40 รายชื่อแรกล้วนเป็นของเด็กนักเรียนจากห้องสองครบทุกคน ส่วนที่เหลือมีชื่อของเด็กนักเรียนจากชั้นอื่นๆ ตั้งแต่ ม.1-ม.5 ก็มีอยู่ในรายชื่อเหล่านั้น มิหนำซ้ำยังมีชื่อจากเด็กโรงเรียนอื่นอีกด้วย
“ชื่อพวกนี้มาจากไหนกัน?” อีฟมองระดับชั้นและชื่อโรงเรียนที่ตามหลังในรายชื่อทั้ง 70 กว่าคน “ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักของเพื่อนในห้องนั่นแหละ มีตั้งแต่น้อง ญาติและแฟนของพวกเขา” พลอยพูดไปตามความจริง
เพราะน้องชายของเบลล์ ที่อยู่ฉันม.3 โรงเรียนเดียวกัน ก็ได้สมัครเข้ามาติวด้วยเช่นกัน
“ไม่มีแบ่งระดับชั้นเลยเหรอ? โรงเรียนอื่นก็ได้ด้วย?” อีฟเริ่มลังเลและเริ่มไม่มั่นใจกับโปรแกรมติวนี้มากขึ้นไปอีก
“โปรแกรมของพี่ชายพลอย สามารถเรียนได้ตั้งแต่อนุบาลเลย ฉันจำได้ว่าน้องเธอก็อยู่ชั้น ม.3 เหมือนกับน้องฉันไม่ใช่เหรอ ไม่ลองให้มาติวดูสักวัน สองวันก่อนละ…หากโควตา 100 คนเต็ม จะเพิ่มก็ยากแล้ว” เบลล์พูดชักชวนอีฟ
“ถอนตัวกลางคันก็ไม่มีปัญหาใช่ไหม?” อีฟแม้จะรู้สึกลังเล แต่ใจของเธอก็อยากที่จะลองดู เมื่อเห็นว่าขนาดเด็กเกเร ที่ผลการเรียนย่ำแย่กว่าเธอเมื่อครั้งก่อน ยังสามารถติดท็อป 50 ได้
มันก็ทำให้อีฟรู้สึกอยากที่ลองกลุ่มติวนี้ดูสักครั้ง ส่วนน้องชายของเธอที่อยู่ในชั้น ม.3 ตอนนี้กำลังหาสถานที่เตรียมสอบเข้าม.4 ที่โรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพอยู่ ดังนั้นเธอเลยอยากจะพาน้องชายของเธอมาติวกับกลุ่มของพลอยก่อน เพื่อเฝ้ารอให้สถาบันกวดวิชาสำหรับเด็ก ม.3 เปิดรับสมัคร ค่อยเดินเรื่องย้ายไปก็ยังไม่สาย
“ตกลง ฉันขอไปลองติวกับพวกเธอดูหน่อย” อีฟพูดจบเธอก็ลงชื่อกับน้องชาย ก่อนจะเดินสวนออกจากห้องไป เพื่อโทรไปบอกพ่อกับแม่เรื่องที่เธอจะย้ายที่ติวพิเศษไปเรียนกับกลุ่มของพลอยสักสองสามวัน
ซึ่งในขณะเดียวกัน เด็กจากห้อง 1 บางคนก็ได้เดินเข้ามาที่ห้องสอง เด็กห้อง1กลุ่มนี้ คือกลุ่มแรกที่ถูกจัดให้มาทำความสะอาดห้องสองตามการท้าทายที่ได้ตกลงกันไว้
เด็กจากห้อง 1 กลุ่มนี้ แน่นอนไม่ได้มีมายด์ที่เป็นคนเริ่มการท้าทายอยู่ด้วย เรียกได้ว่าเด็กห้อง1 กลุ่มนี้ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวกับการท้าทายในครั้งนี้เลย แต่ซวยและโดนลูกหลงจากการท้าทายของมายด์นั่นเอง
เด็กห้อง1กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กที่ได้คะแนนน้อยที่สุดของห้อง โดยห้อง1 เองแม้จะชอบทำตัวแบ่งชนชั้นกับเด็กห้องอื่นๆ แต่ภายในห้องตัวเองก็มีการแบ่งกลุ่ม แบ่งลำดับชั้นเหมือนกัน
จะมียกเว้นก็แต่ เด็กหนุ่มที่เป็นอันดับ 1 ของโรงเรียน ที่เพื่อนในห้องหนึ่งส่วนใหญ่จะเข้าหาเกือบทุกคนและเว้นตำแหน่งพิเศษนี้ไว้ให้กับเขาเสมอ
และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ถือไม้กวาดตามหลังเด็กห้อง 1 กลุ่มนี้ก็คือ อัจฉริยะอันดับ 1 ของโรงเรียนนั่นเอง “เธอชื่อพลอยมนใช่ไหม?” เด็กอัจฉริยะอันดับ 1 ที่ถูกพลอยโค่นบัลลังก์ เดินเข้ามาตรงหน้าของพลอยก่อนจะเอ่ยถามถึงชื่อเธอ…?!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy