เวลา 20 : 00 น. เมื่อเด็กชายจูหงเฟยพร้อมทั้งครอบครัวของเขาเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ทางการทหารจนเข้าถึงมาภายในเขตค่ายทหารของกองพลอิสระที่ 1 เเห่งมณฑลเสฉวนแล้ว
พวกเขาทั้งหมดก็ถูกพาไปยังอาคารบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งก็คืออาคารที่ตั้งห้องวอร์รูมขององค์กร UN : SW ที่ย่อมาจาก United Nations : Save the World [ องค์กรสหประชาชาติ : ปกป้องโลก ]
วอร์รูมห้องนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาอย่างเร่งด่วนเพื่อภารกิจในการปกป้องโลกโดยเฉพาะ นับตั้งแต่ที่จูหงเฟยบอกออกมาว่าพวกเผ่าพันธุ์อสูรจะบุกโลกในเวลาประมาณ 23 : 00 น. ของคืนนี้ ซึ่งก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
"ท่านผู้อาวุโสจู [ เรียกตามศักดิ์แห่งการเป็นลูกศิษย์ของจักรพรรดิเซียน ] และครอบครัวครับ ผมจะขออธิบายคร่าวๆถึงองค์กร UN : SW นะครับ" ท่านนายพลจางเฉินพูดกับจูหงเฟยและครอบครัว
จากนั้นท่านนายพลจางเฉินจึงพูดต่อว่า "เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนที่บรรดาเหล่าท่านปรมาจารย์ยุทธ์จากโลกวิถีปราณทั้ง 20 ท่านได้ปรากฏตัวขึ้นบนโลกของเรา"
"เมื่อนั้นทั้ง 2 โลกจึงได้มีการติดต่อประสานงานกันระหว่างองค์กรสหประชาชาติกับบรรดาเหล่าท่านปรมาจารย์ยุทธ์ทั้ง 20 ท่าน ซึ่งทางองค์กรสหประชาชาติโดยประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่ทางการทหารจำนวน 50 ประเทศทั่วโลกต่างก็เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เผ่าพันธุ์อสูรจากโลกวิถีปราณจะบุกมายังโลกของเรานั้น มีความเป็นไปได้ที่สูงมาก"
"ทางองค์กรสหประชาชาติจึงร่วมมือกับบรรดาเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ทั้ง 20 ท่านก่อตั้งองค์กร UN : SW ขึ้นมาอย่างลับๆเพื่อปกป้องโลกของเราครับ"
"ภารกิจที่สำคัญหลักๆขององค์กร UN : SW ก็คือ"
"1. สร้างนักรบพลังปราณ"
"2. สร้างอาวุธที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีบนโลกของเรากับอาวุธพลังปราณจากโลกวิถีปราณ เพื่อใช้ในการปกป้องโลกครับ"
"ขอผมถามแทรกอีกทีนะครับ คือว่า ตอนนี้โลกของเรามีนักรบพลังปราณกี่คนแล้วครับ" จูหงเฟยถามแทรกขึ้นมาอย่างเสียมารยาท..อีกแล้ว..
ก็จูหงเฟยอยากจะรู้จริงๆนี่นา.. ว่านอกจากตัวเขาและปรมาจารย์ยุทธ์อีก 20 คนแล้ว บนโลกนี้ยังมีผู้ฝึกปราณยุทธ์อยู่อีกกี่คน แล้วจูหงเฟยจะได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่โดดเด่นในหมู่ผู้คนเหล่านี้ได้หรือไม่
"คำถามนี้ข้าน้อยจะเป็นผู้ให้คำตอบเองขอรับ ท่านผู้อาวุโสจู" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางขอเป็นผู้ตอบ
"ตอนนี้มีนักรบพลังปราณอยู่ *ทั่วทั้งโลก* รวม 84,869 คน ขอรับ"
"และถ้าหากรวมท่านผู้อาวุโสจูเข้าไปด้วยก็จะมีจำนวน 84,870 คนขอรับ"
"โดยแบ่งเป็นแรงค์ E หรือก็คือขั้นกายาพื้นฐาน : เลเวล 0 - 9 = 46,533 คน"
"แรงค์ D หรือขั้นกายารวมปราณ : เลเวล 10 - 19 = 27,513 คน"
"แรงค์ C หรือขั้นนักยุทธ์ : เลเวล 20 - 29 = 10,693 คน"
"แรงค์ B หรือขั้นจอมยุทธ์ : เลเวล 30 - 39 = 130 คน"
"แล้วก็มีพวกข้าน้อยที่อยู่ในแรงค์ A ซึ่งก็คือขั้นปรมาจารย์ยุทธ์อีก 20 คนขอรับ"
สมองน้อยๆของจูหงเฟยหมุนติ้วๆ..แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า "อ๋อ..อย่างนี้นี่เองครับ ถ้าอย่างงั้น"
"แรงค์ S ก็คือขั้นเซียน"
"แรงค์ SS ก็คือขั้นราชาเซียน"
"แรงค์ SSS ก็คือขั้นจักรพรรดิเซียน"
"นี่มันเหมือนกับในเกมส์ออนไลน์เลยนะครับ ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยาง"
"แต่มันก็เข้าใจง่ายดีครับ ให้จำเป็นขั้นพลังปราณแบบเป็นชื่อมันจำยากครับ จำเป็นแรงค์นี่แหละ ทั้งจำง่ายและคุ้นเคยที่สุดแล้วครับ"
"เอ้อ..เรียกข้าน้อยว่าหลินหยางก็พอขอรับ ข้าน้อยมิบังอาจอวดอ้างตัวเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ต่อหน้าท่านผู้อาวุโสจูหรอกขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางกล่าวออกมาอย่างขัดๆเขินๆ
"งั้นผมขอเรียกว่า *ลุงอัคคีหลิน* ก็แล้วกันนะครับ เรียกง่ายดี แล้วหน้าตาของลุงอัคคีหลินก็ดูแก่กว่าหน้าตาของพ่อผมไม่มากนัก เอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับ" จูหงเฟยพูดออกไปแบบง่ายๆ แต่จูหงเฟยก็ไม่รู้หรอกว่าลุงอัคคีหลินคนนี้ มีอายุมากแล้ว หากจะนับเทียบกับเวลาของโลกสีน้ำเงินใบนี้ ลุงอัคคีหลินก็มีอายุเกือบถึง 1,000 ปีแล้ว
ก็ลุงเฉินของจูหงเฟยไม่เคยบอกอายุของลุงเฉินให้จูหงเฟยรู้เลยนี่นา..แล้วจูหงเฟยจะมีตัวอย่างเอามาเปรียบเทียบอัตราส่วนเรื่องอายุกันได้ยังไง ก็มันคนละโลกกัน
ท่านนายพลจางเฉินจึงพูดขึ้นมาว่า "ที่ท่านผู้อาวุโสจูนำขั้นพลังปราณไปเทียบกับแรงค์ในเกมส์ออนไลน์ได้ก็เป็นเพราะเกมส์ออนไลน์เหล่านั้น ทางองค์กร UN : SW เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการสร้างเกมส์ขึ้นมาครับ"
"ทั้งเกมส์ดันเจี้ยน,เกมส์วันสิ้นโลก,เกมส์จอมยุทธ์เทพเซียน และเกมส์สร้างเมือง"
"จุดประสงค์ที่สร้างเกมส์เหล่านั้นขึ้นมาก็เพื่อที่จะให้ชาวโลกของเรามีการเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเอาไว้ก่อน หากมีเหตุการณ์ที่เผ่าพันธุ์อสูรบุกโลกขึ้นมาจริงๆจะได้ไม่เกิดเหตุจลาจลปล้นฆ่ากันจนวุ่นวายไปทั่วทั้งโลกครับ" ท่านนายพลจางเฉินอธิบาย
"อ้อ..เป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ผมว่าค่าเติมเงินเล่นเกมส์ออนไลน์มันแพงไปหน่อยนะครับ น่าจะให้เล่นฟรีไปเลยนะครับ ถือว่าช่วยโลกไปในตัว"
"อ้อ..ถ้าอย่างนั้นลุงเฉินก็อยู่ใน แรงค์ SSS สินะครับ เพราะลุงเฉินอยู่ในขั้นจักรพรรดิเซียน ลุงเฉินนี่เก่งเป็นบ้าเลยนะครับ" จูหงเฟยเปลี่ยนเรื่องพูดไปมาหน้าตาเฉย ทำเอาคนฟังถึงกับงงเล็กๆ
จูหงเฟยคิดในใจว่า "อืม..ลุงเฉินของเรานี่สุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอ คราวหน้าถ้าลุงเฉินตื่นขึ้นมาเราต้องขออาวุธเจ๋งๆหรือชุดเกราะเท่ห์ๆเอาไว้ใส่อวดชาวบ้านจะดีกว่า ถือว่าเป็นการโปรโมตในการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของเราไปด้วยในตัว มันต้องเเจ่มมากแน่ๆ ฮ่าๆๆ.."
จูหงเฟยคิดแล้วหัวเราะอยู่ในใจอย่างมีความสุข..