หลังจากการผจญภัยมาหลายวันของเด็กบ้านซ่ง ที่ดูจะสนุกสนานคึกคักกว่าทุกปี นอกจากบ้านซ่งแล้ว มีเด็กในหมู่บ้านที่รวมตัวกันทำกิจกรรมเล็กๆ ช่วยผู้ใหญ่ในบ้านของตัวเอง สร้างความครื้นเครงในหมู่บ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเพราะแต่ละบ้านต่างนำสินค้าของดีจากบ้านตัวเองออกมาขายหารายได้เสริมพิเศษทั้งของกินของใช้ขนมเล็กๆน้อยๆ ที่ต่างโชว์ฝีมือกันอย่างเต็มที่
รวมถึงป้าหงส์ด้วยที่ซ่งซิงเหลียนถึงกับเอ่ยปากว่าถ้าจะทำอะไรออกมาขายก็ให้เธอก่อนครึ่งนึง เธอจะขอซื้อเอาไว้เอง
เพราะประโยคนี้ประโยคเดียวของซ่งซิงเหลียนทำให้ป้าหงส์ลูกชายและลูกสะใภ้ที่หยุดตรุษจีนถึงกับขับรถเข้าในเมืองใหญ่เพื่อซื้อของออกมาเตรียมไว้ นี่ไม่ใช่การบอกไว้ ถึงโชคลาภใช่ไหม หู่เกาคิด
เทพเจ้าแห่งโชคลาภบันดาลผลซะขนาดนี้แล้วพวกเขาจะรอช้าอยู่ทำไม ทำอะไรออกมาขายก็ต้องทำเพิ่มอีก 1 ส่วนเพื่อเซ่นไหว้บูชาเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้
" พ่อจะทำอะไร ออกมาขายหรือ " ซ่งซิงเหลียนถามเขาเธอเห็น ลุงใหญ่และอาสามพร้อมกับป้าสะใภ้ใหญ่และแม่ของเธอ รวมถึงอาสะใภ้ที่เข้าครัวกัน อย่างครึกโครมมาหลายวันพยายามจะทำอะไรบางอย่างออกมา แต่ก็ทำไม่ได้สักที
ซ่งหลี่ยิ้มแหยเหมือนว่าพวกเขา จะทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไป จนลูกสาวตัวน้อยสังเกตเห็น
" พ่อคิดว่าจะเอาผลผลิตออกขายน่ะ ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ลูกก็เห็นว่าทั้งส้ม สาลี่ กับแอปเปิ้ลบ้านเรา ดูน่ากินสุดที่สุดแล้ว คิดว่าจะทำขนมแบบที่ในเมืองเขาทำกันแต่สุดท้ายแล้วพยายามทำออกมาเท่าไหร่ มันก็ไม่อร่อยเลย "
" อ๋อจะทำขนมขายหรือคะ แต่บ้านเราก็ไม่เคยทำของกินออกมาขายเลยนี่นา นึกยังไงล่ะทีนี้ถึงจะทำขนมออกมาขาย คงไม่ใช่เพราะว่าเห็นป้าหงส์เอาขนมมาฝากบ่อยๆ แล้วพาลอยากจะโชว์ฝีมือบ้างแล้วนะ " ซ่งซิงเหลียนถามแบบลอยๆที่ไม่ได้ต้องการคำตอบเลยสักนิด แต่เมื่อเห็นทุกคนเงียบก็รู้ทันทีว่าเอาล่ะเธอเดาถูก
" พ่อพวกเราไม่ได้มีฝีมือแบบ้าหงส์นะ พวกเราแค่มีฝีมือในการทำฟาร์มและสวนผลไม้เท่านั้นสู้เราเอาผลผลิตพวกนั้นมาทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ "
" อย่างเช่นอะไรล่ะ " เขาถาม อดทนมาตั้งหลายวันแล้วกับของที่อยู่ในครัว ที่ทั้งสกปรกและเละเทะ แม้ว่าตัวเองจะเป็นคนทำก็เถอะ แต่ทำยังไงมันก็ไม่อร่อยขึ้นเลย
" เอออันนี้ก็..." นึกถึงผลผลิตที่ยังเหลืออยู่ในสวนของเธอ ช่วงนี้เป็นช่วงส้ม สาลี่ กับแอเปิ้ลออกมาก ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ถึงแม้ว่าสวผลไม้ของเธอจะเป็นที่ต้องการทำให้ขายออกได้ง่ายกว่าสวนอื่น แต่พ่อก็คงอยากจะสร้างชื่อเสียงให้กับสวน ถึงได้คิดจะทำของกินออกมาขาย
" ทำคอกเทลกับพั้นซ์ผลไม้ดีไหมคะ ที่งานก็ไม่ได้ห้ามเราขายนี่นา เป็นพวกน้ำพั้นซ์ผลไม้หรือคอกเทลที่ว่านั้น "
" เป็นความคิดที่ดีจริงๆ ด้วย แต่ว่า..."
" เราจะหาผู้เชี่ยวชาญที่ไหนล่ะ "
ซ่งซิงเหลียนมองตรงไปที่ป้าสะใภ้ใหญ่แสนสวย ที่กำลังปั่นน้ำผลไม้ให้กับทุกคนอยู่ มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ต่อหน้าต่อตาทำไมทั้งบ้านถึงมองไม่เห็นกันนะ เธอก็ได้แต่คิดในใจ ฝีมือการทำน้ำผลไม้ของป้าสะใภ้ใหญ่ เธอจดจำได้ดีตั้งแต่ได้ชิมครั้งแรกในสมัยตอนหัดเดินด้วยซ้ำ
ดังนั้นทุกคนจะไปมองไปที่ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลัง ตวงสัดส่วนของผลไม้อย่างเคร่งครัดดวงตา คู่นั้นของเธอสดใส เป็นอย่างมากเมื่อจะได้ทำของอร่อยให้ทั้งครอบครัวได้กิน
จิตวิญญาณของความเป็นแม่บ้าน
" หว่านชิง ที่รักทำอะไรอยู่หรือ " ซ่งจินหลาง ที่หลงลืมไปว่าเขามีภรรยาที่เก่งกาจในด้านนี้อยู่ ถึงกับรู้สึกผิดลึกๆที่ความใส่ใจต่อภรรยานั้น ดูเลือนลางลง เขาจดจำไม่ได้ในฐานะสามีถือว่าเป็นความผิดอย่างร้ายแรง
" ทำน้ำผลไม้ให้ทุกคนชิมไงคะ อากาศหนาวขึ้นแล้วต้องเสริมวิตามินซีหน่อย ร่างกายจะได้มีภูมิคุ้มกัน "
ดูผลผลิตจากสวนของน้องชาย สามีแล้วทำเอาเธอเสียดายไม่น้อยที่ทุกคนทำของเสียหายไปเยอะขนาดนั้นละตัวเธอเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ก็เพราะรู้ว่าไม่มีฝีมือในการทำขนมจริงๆ
" ที่รักคุณเคยทำค็อกเทลผลไม้ให้พวกเรากินนี่นา คุณยังจำได้ไหม "
" จำได้สิคะ ทุกครั้งที่น้องสองส่งของไปให้ฉันทำเลย อยากจะกินหรือคะฉันจะได้เตรียมของ "
" พี่สะใภ้คะ พวกเราคิดแล้วว่าจะทำอะไรออกไปขายดี "
" คงต้องขอร้องพี่สะใภ้แล้วล่ะค่ะ "
" เอ๋ อะไรหรือ "
ตกเย็นวันนั้นป้าหงส์ก็ได้ ที่อยู่ในเมืองก็ได้รับโทรศัพท์สายด่วนจากครอบครัวซ่งที่ขอร้องกึ่งบังคับจากซ่งชิงเหรียญ
"" ป้าหงส์ช่วยซื้อของให้หน่อยค่ะไหนๆก็อยู่ในเมืองแล้วใช่ไหมล่ะ "" เป็นคำขอร้องแกมบังคับที่ป้าหงส์ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยจากเทพเจ้าตัวน้อยแห่งโชคลาภคนนี้
ห้องนอนของสองสามีภรรยาซ่งหลี่ละซีเถา ที่ปิดประตูคุยกันกับลูกสาวตัวน้อยของเธอนานนับชั่วโมง มีเสียงสะอื้นเบาๆ จากสองสามีภรรยาที่นั่งปาดน้ำตากันอยู่บนเตียงนอน โดยมีซ่งชิงเหรียญ ปลอบประโลมหัวใจโดยการตบหลังเบาๆ อย่างปลอบใจ ตกลงแล้วใครกันแน่ที่ควรเสียใจ เขาเธอก็ยังงงๆอยู่
" เรื่องพวกนี้ใช่ว่าหนูจะไม่รู้นี่คะหนูก็รู้มาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะต้องเสียใจขนาดนี้เลย "
" ก็พ่อกับแม่คิดว่าหนูไม่รู้นี่นา " เช็ดน้ำตาปอยๆ ขัดกับใบหน้าครามเคร่งที่ดูดุดันซะเหลือเกิน
" หนูรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วก็พูดกันซะขนาดนั้นลูกแท้ๆลูกบุญธรรมอะไร หนูใช่คนที่ไม่มีความคิดความอ่านซะหน่อย "
นี้ใครๆก็รู้กัน ทั้งหมู่บ้านเลยด้วยซ้ำนับตั้งแต่เธอจำความได้แรกๆเธอก็รู้สึกแปลกๆแต่เนื่องจากเธอมีความทรงจำของการถูกลักพาตัวตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนจิตใจอะไรเลยแม้แต่น้อยกับการสร้างความรำคาญให้เธอด้วยซ้ำ ที่รู้เรื่องอยู่แล้วยังจะเอามาพูด ซ้ำเติมกันอยู่ได้ เห็นเป็นเรื่องสนุกปาก ทำให้เด็กตัวน้อยๆจิตใจแหลกสลายหรือ
พวกชาวบ้านนี้ก็นะแต่ก็มันแต่มันก็ไม่สามารถทำอะไร เสียใจเธอได้เลยเธอแค่มองพวกเขานิ่งๆ แล้วยิ้มบางๆเท่านั้นเรื่องราวพวกนี้มันก็เลยซาไปเอง
" ถ้าอย่างนั้นหนูก็คงจะไม่เสียใจเลยใช่ไหมถ้าต้องจากพ่อกับแม่ไป " ซ่งซิงเหลียนที่รู้เรื่องที่พวกสามีภรรยาทั้งสองทำมานานแล้วได้แต่ยิ้มบาง พวกเขากังวลใจเรื่องนี้เองสินะ
" หนูจะไม่เสียใจค่ะ " เป็นคำตอบที่ฟังแล้วสร้างความสั่นสะเทือนใจให้สองสามีเป็นอย่างมาก เธอเช็ดน้ำตาให้มารดาบุญธรรมและบิดาบุญธรรมด้วยมือทั้งสองของตัวเอง " หนูจะไม่เสียใจเลย ถ้าพ่อกับแม่ปรึกษาหนูก่อน แต่หนูเสียใจมากที่พ่อกับแม่ให้ไว้ใจกับความรู้สึกของหนูที่มีให้ "
" แม่กลัวว่าลูกจะปฏิเสธ ความหวังดีของพ่อแม่ แม่กลัวว่าลูกจะคิดว่าพ่อกับแม่จะไม่ต้องการหนูแล้ว ก็เลยต้องขอร้องให้ลุงใหญ่กับอาสาช่วย "
" แม่คะหนูเข้าใจความคิดของแม่ที่อยากให้หนูมีครอบครัวในสายเลือดที่อาจจะเป็นคนใหญ่คนโตหนุนหลังป้องกันอันตรายอะไรอนาคตแต่แม่คิดไหมว่าถ้าหากพวกเขาไม่ได้รักและเอ็นดูหนูเหมือนที่พ่อกับแม่เป็นจะเกิดอะไรขึ้น "
พี่เป็นคำถามที่เธอ ถามกับตัวเองมานับร้อยนับพันครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเธอจะจดจำความรู้สึกของแม่แท้ๆในตอนนั้น ที่มีต่อเธอได้ดีเสมอ แต่แล้วยังไงล่ะวันเวลาผ่านไปขนาดนี้ไม่ใช่ว่า ผู้หญิงคนนั้นกับคนที่ได้ชื่อว่า ครอบครัวในสายเลือดพวกนั้น จะต้องปฏิบัติตัวต่อเธอเป็นลูกหลานแท้ๆในสายเลือดมีความรู้สึกรักและเอ็นดูด้วยใจจริงหรือ
" ไม่มีใคร สามารถรับประกันได้เลย "
เมื่อได้ยินความกังวล ที่มีเหตุและผลของลูกสาวตัวน้อยก็ทำให้ทั้งสองที่กังวลมาตลอด กับเรื่องนี้ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลเข้าไปอีก พวกเขาอาจจะหลงลืมไปก็ได้ ถึงแม้จะเป็นลูกหลานในสายเลือดแล้วยังไงล่ะ ก็ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันมาเหมือนพวกเขานี่นา จะให้ดีต่อซิงซิงตัวน้อยเหมือนพวกเขาหรือใคจะรู้ล่ะว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกที่จริงใจต่อเธอจริงๆหรือเปล่า
" ถ้าอย่างนั้น ถ้าพวกเขาไม่ดีต่อลูกก็กลับมาอยู่กับพวกเรานะ " อาจจะเป็นความหวังเล็กๆของสองสามีภรรยาที่ไม่ควรมีเลย แต่ยังไงล่ะมันห้ามความรู้สึกได้หรือ
" หนูก็คิดว่าพ่อกับแม่จะไม่ต้องการหนูแล้วซะอีกถึงเขาจะดีหรือไม่ดียังไงหนูก็จะยังอยู่กับพ่อกับแม่เสมอนั่นแหละ ต่อให้พ่อกับแม่จะไล่หนูไป หนูก็จะอยู่ "
" ถึงอย่างนั้นก็ตาม พ่อกับแม่ก็คิดว่าลูกควรมีคนหนุนหลังจริงๆ เพราะในอนาคตการเดินทางของลูกคงจะไม่ได้หยุดแค่นี้แน่ "
เมื่อได้ยิน ความกังวลของพ่อกับแม่บุญธรรม ซ่งซิงเหลียนก็คิดแล้วว่าถ้าหากครอบครัวนั้นดีกับเธอจริงๆเธอก็สามารถ สร้างความรักและความผูกพันที่ขาดหายไปหลายสิบปีได้ แต่ถ้าพวกเขาไร้หัวใจกับเธอ
" ถ้าพวกเขาไม่ดีกับซิงซิงก็แค่เดินออกมาเท่านั้นเอง "
เรื่องอนาคต การกวาดล้างศัตรูที่อาจจะเกิดขึ้นเธอจะจัดการให้เ
รียบเองไม่เห็นต้องกังวล
ไม่ให้ฉายา เทพปีศาจน้อย ของสำนักเซียนเสียชื่อแน่นอน