วอนจองยอมรับว่าพูดไม่ออก เพราะหนุ่มหล่อตรงหน้าดูจะดื้อกว่าที่คิด แต่เพื่อรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ เธอจึงจำต้องตามตื้อ
“ เปลี่ยนใจเถอะ เพราะพวกปีศาจมีเส้นสายกว้างขวางกว่าที่คุณคิด ดีไม่ดี ตอนนี้มันอาจรอคุณอยู่ที่บ้านแล้วก็ได้ ”
หรั่งเข้าใจในสิ่งที่ก๊วนปราบผีพยายามสื่อ ทว่าเขาก็มีสิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าชีวิตของตัวเอง นั่นก็คือ…….ความปลอดภัยของเก๋ ผู้เป็นแฟนสาว เลยยืนกระต่ายขาเดียว
“ ขอโทษที่เมินความหวังดีของพวกคุณ แต่ผมมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นปล่อยผมไปเถอะ ”
ทีแรกวอนจองคิดว่าจะร้องท้วงอีกครั้ง แต่พอมองเข้าไปในดวงตาของหนุ่มหล่อลูกครึ่ง เธอก็พลันเปลี่ยนใจ เพราะประกายในนั้นมันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ชนิดที่ใครก็ห้ามไม่ได้
“ อ่า….เข้าใจแล้วค่ะ รักษาตัวให้ดีนะคะ ”
“ ครับ ขอบคุณครับ ” หรั่งยิ้มรับ ก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นยืน แต่ไม่ทันไร ก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวเข่าจนเซถลาไปนิดหน่อย
“ เอ๊ะ! ระวังค่ะ ” วอนจองรีบเข้าไปประคอง และในจังหวะที่สองหนุ่มสาวแนบชิด สองดวงตาก็หันมาสบกัน ทำให้พวกเขาสตั้นไปอึดใจ
“ ว้าย! ขอโทษค่ะ ” วอนจองตกใจจนร้องเสียงหลง สองมือผละจากร่างกำยำ ทำให้หนุ่มหล่อร่วงล้มลงไปนอนแอ้งแม้งบนเตียงอีกครั้ง
“ โอ๊ย……”
“ ตายแล้ว ขอโทษจริงๆค่ะ ชั้นมัวแต่ตกใจจนเผลอปล่อยมือจากคุณ ” คราวนี้ วอนจองดูแตกตื่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หัวก็รีบคำนับถี่รัว แถมยังก้มต่ำจนทำให้หรั่งเห็นภาพกีฬามันๆ แต่หนุ่มหล่อไม่ยอมเสียทีซ้ำสอง จึงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น จะได้ไม่ต้องพบเจอกับร่องอกขาวผ่องอีก
“ โอ้….ไม่เป็นไรครับ มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น และถ้าคุณวอนจองจะช่วยจริงๆ ขอแค่ประคองแขนขวาก็พอ ไม่ต้องเข้าถึงตัวแบบเมื่อกี้ก็ได้ ”
“ อ่า…ก็ได้ค่ะ ” วอนจองรับคำ แก้มขาวนวลเริ่มแดงซ่านเล็กน้อย เพราะเจ้าหล่อนแอบเขินอยู่นิดๆ
………………………..
หรั่งได้รับความช่วยเหลือจากวอนจองจนสามารถลุกขึ้นยืน พอสองเท้าสัมผัสพื้นได้ซักระยะ กำลังก็เริ่มฟื้นคืน จึงใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ที่ก๊วนปราบผีจัดหามาให้ จากนั้นก็ทวงถามถึงเครื่องมือสื่อสาร
“ คุณวอนจองได้เก็บโทรศัพท์มือถือไว้ให้ผมหรือเปล่า ถ้ายังไง ผมขอคืนด้วย ”
“ เอ่อ…เก็บค่ะ แต่ว่ามัน…..” สีหน้าของวอนจองดูสลดเล็กน้อย คล้ายว่าสิ่งที่กำลังจะพูดในเวลาต่อมา น่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
“ มันเป็นยังไง หรือโทรศัพท์ของผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆแล้ว ” หรั่งเริ่มวิตกเหมือนกัน เพราะเขาจำเป็นต้องใช้มันในเวลานี้
“ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่เสียหายเล็กน้อยเท่านั้น ” วอนจองเฉลย พร้อมยื่นโทรศัพท์มือถือให้หรั่ง
หนุ่มลูกครึ่งรับสิ่งนั้นมาตรวจดู จึงพบว่าหน้าจอแตกร้าวไม่มากนัก นอกจากนั้นไม่ปรากฏความเสียหายใดๆ จึงถอนหายใจออกมา พร้อมกล่าวเนือยๆ
“ เฮ้อ…..ถ้าพังแค่นี้ ไม่เป็นไรหรอกครับ และมันน่าจะโทรออกได้ ”
“ ขะ…ขอโทษด้วยค่ะ เป็นความผิดของชั้นเอง ขอโทษจริงๆ ” วอนจองเกิดสำนึกผิดอีกครั้ง หัวก็ก้มต่ำ เพื่อโค้งคำนับต่อ ทำให้หรั่งต้องรีบแก้ลำ ด้วยการเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ในใจรู้สึกรำคาญความมากมารยาทของสาวนางนี้
“ อ่า…..ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย มันคงแตกในตอนที่ต่อสู้กับปีศาจร้าย ” หรั่งทำเป็นปลง ก่อนต่อสายถึงใครบางคน
“ ตื้ด……ตื้ด…….ตื้ด…….” เสียงสัญญาณดังยาวเป็นช่วงๆ บ่งบอกว่าโทรติด แต่ยังไม่มีคนรับ ทำให้หรั่งรู้สึกร้อนใจ ด้วยคนที่เขาพยายามติดต่อก็คือ…เก๋นั่นเอง
“ รีบรับสิ ยัยเก๋ ส่งเสียงอะไรก็ได้ให้ชั้นสบายใจหน่อย ”
แต่ไม่นาน หรั่งก็ได้ยินเสียงตอบรับจากระบบให้ฝากข้อความ หนุ่มหล่อจึงลองโทรอีกสามครั้ง ซึ่งก็ให้ผลแบบเดิม นั่นก็คือ……ไร้ผู้รับสายโดยสมบูรณ์
“ นี่มันอะไรกันเนี่ย ติดต่อเก๋ไม่ได้เลย ปกติยัยนั่นจะต้องรับสายทุกครั้ง เพราะเธอเป็นนางแบบที่มีคนติดต่องานตลอด มันผิดปกติสุดๆ ไม่ได้การ ต้องโทรไปหาเจ้าพี่ชายจอมแสบ ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ หรั่งก็โทรไปหาอานนท์ คอนแสตนติน ผู้เป็นญาติเพียงหนึ่งเดียว ทว่าก็ยังไร้ผู้คนมารับสายดุจเดิม เขาจึงเริ่มเครียด
“ บ้าน่า แม้กระทั่งเจ้าอานนท์ก็ไม่ยอมรับสาย แปลกที่สุด เพราะหมอนั่นเป็นนักธุรกิจใหญ่ ไม่น่าทำตัวเลอะเทอะแบบนี้ ”
“ เอ่อ…..มีอะไรรีเปล่าคะ ” พอวอนจองเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี เธอจึงลองเอ่ยถาม ซึ่งหรั่งก็ไม่ได้ตอบในประเด็นดังกล่าว แต่หันไปถามสาวสวยว่า…..
“ ผมคงต้องไปแล้ว ว่าแต่กระเป๋าสตางค์ของผมยังอยู่มั้ย เพราะเงินทั้งหมดถูกเก็บไว้ในนั้น ”
“ นี่ค่ะ ” วอนจองยื่นสิ่งนั้นให้หรั่ง ราวกับรู้อยู่แล้วว่าหนุ่มหล่อต้องการอะไร แน่นอนว่าเธอไม่กล้าถามต่อ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีความจำเป็นบางอย่างที่บอกไม่ได้
…………………………
หรั่งได้ออกจากโกดังร้าง อันเป็นฐานบัญชาการของก๊วนปราบผี โดยมีวอนจองตามส่ง พอหนุ่มหล่อหายลับไปจากสายตา อัลเบิร์ตและยูมิโกะก็ปรากฏตัว
“ พร้อมหรือยัง พี่วอนจอง ”
วอนจองทำหน้างง เพราะจู่ๆ ยูมิโกะดันมาถามแปลกๆจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยสวนกลับ สายตามองดาบยาวในฝัก ซึ่งถูกสะพายอยู่บนหลังของอัลเบิร์ต
“ พร้อมเรื่องอะไร พี่ไม่เข้าใจ เธอและคุณอัลเบิร์ตจะไปไหน ทำไมถึงแต่งตัวเต็มยศแบบนั้น ”
“ โถ…พี่วอนจองนี่ก็เชื่องช้าเหลือเกิน พวกเราก็จะลอบติดตามเจ้าพี่ชายหัวดื้อคนนั้นไง ” ยูมิโกะเฉลย แต่เสียงของเธอดูแหลมกว่าปกติ ประมาณว่าแอบเบื่อหน่าย
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ นี่พวกเธอไม่คิดจะปล่อยให้คุณหรั่งไปจริงๆ ใช่มั้ย ” วอนจองเริ่มตามทัน
“ ใช่แล้ว เพราะถึงห้ามพี่ชายคนนั้นไป ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี ส่วนครั้นจะใช้กำลังบังคับ เขาก็อาจไม่ชอบใจ สุดท้ายอาจตั้งตัวเป็นศัตรู แล้วมันจะชวนเข้าทีมยาก สู้ปล่อยให้ทำตามใจ แล้วค่อยใช้ตานั่นเป็นเหยื่อล่อ เชื่อว่า…..น่าจะมีพวกปลาซิวปลาสร้อยมาตามล่าตัวเขา แล้วเราค่อยขยายผลจากตรงนั้น ปะเหมาะอาจสาวไปถึงหัวหน้าใหญ่ ” ยูมิโกะร่ายยาว อันเป็นแผนที่เธอและอัลเบิร์ตวางร่วมกัน ทำให้วอนจองเริ่มทึ่งในความเหลี่ยมจัดของทั้งคู่ เนื่องจากพวกเขามีเวลาตรึกตรองไม่กี่นาที จะเรียกว่าด้นสด ก็น่าจะได้
“ รีบจรลีได้แล้ว เพราะถ้ามัวแต่ล่าช้า ทุกอย่างอาจสายเกินแก้ ” อัลเบิร์ตตัดบท แต่นั่นก็ทำให้สองสาวหันมายิ้มให้กัน ด้วยขบขำกับสำนวนการพูดที่โคตรโบราณของเพื่อนร่วมทีม
“ โอเค ไปกันเลย ลุง ”
………………………
หรั่งเดินทางกลับที่พักอย่างทะลักทุเล เพราะร่างกายยังไม่หายดี อันที่จริง เขาควรนอนพักเฉยๆซักสามสี่วันด้วยซ้ำ ดังนั้นพอสองเท้าก้าวลงจากแท็กซี่ หนุ่มหล่อก็แทบจะทรุดลงไปนอนบนพื้น ดีที่มือขวาโผไปยันกำแพงไว้ได้ทัน
“ เอ่อ….ไหวมั้ย น้อง ให้พี่ช่วยส่งมั้ย ” โชเฟอร์วัยกลางคนเอื้อไมตรี แต่หรั่งก็ปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม
“ ไม่เป็นไรครับ ผมยังไหวอยู่ ”
“ อ่า….อย่าหาว่าจุ้นจ้านเลยนะ แต่พี่คิดว่าน้องควรไปโรงพยาบาลมากกว่า เพราะสภาพดูไม่ดีเอาซะเลย ” โชเฟอร์วัยกลางดูห่วงใย ทว่าพ่อหนุ่มตัวแสบยังยืนยันคำเดิม และโขยกไปตามทาง
“ ไม่เป็นไรครับ ขอตัวก่อนนะ ”
“ เฮ้อ…คนหนุ่มสมัยนี้ช่างดื้อรั้น ” โชเฟอร์วัยกลางคนส่ายหัวด้วยความระอา ก่อนจะบังคับรถจากไป
………………………..
หรั่งค่อยๆคืบคลานไปตามทาง ด้วยความเร็วที่ไม่ต่างจากหอยทาก ทำให้ทุกคนในโรงแรมมองเขาเป็นตาเดียว แต่หนุ่มหล่อไม่สนใจ เพราะสิ่งเดียวที่ต้องโฟกัสในตอนนี้ก็คือ…..ความปลอดภัยของแฟนสาว
“ เก๋ต้องไม่เป็นอะไร เธอรอเราอยู่ในห้องแน่ๆ ”
ไม่นาน หนุ่มหล่อก็มาถึงห้องพัก จึงเคาะประตู พร้อมร้องเรียกเบาๆ
“ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ”
“ เก๋ นี่หรั่งเองนะ ชั้นกลับมาแล้ว เปิดประตูให้ด้วย ”
แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงัน และนั่นก็เป็นเหมือนลางหายนะที่กำลังจะรายล้อมรอบตัว หรั่งจึงร้อนใจจนร้องเรียกเสียงดัง สองมือเริ่มเปลี่ยนมาเป็นทุบประตูด้วยแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด
“ ปัง ปัง ปัง ”
“ เก๋ ชั้นยอมรับว่าผิดไปแล้วที่หลอกลวง แอบหนีเธอไปเที่ยว แต่ช่วยพูดกับชั้นหน่อยได้มั้ย อะไรก็ได้ ขอร้องล่ะ ”
ทว่าสวรรค์ไม่เมตตาปรานี จึงไร้เสียงใดตอบกลับมา มันทำให้หรั่งตื่นตระหนก เลยตัดสินใจใช้วิชาก้นหีบที่เคยร่ำเรียนสมัยเด็ก นั่นก็คือ…..การสะเดาะกลอนประตู
“ โหสินะ เจ้าของโรงแรม เพราะชั้นดันลืมหยิบกุญแจห้องติดตัวไปด้วย ”
หรั่งใช้เวลาไม่นาน เพราะนี่คือสกิลถนัด ด้วยเคยเป็นเด็กแสบประจำกลุ่มมาก่อน แต่พอประตูถูกเปิด สิ่งแรกที่โชยออกมาก็คือ……กลิ่นเหม็นคาว
“ เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน ดูคล้ายกลิ่นคาวเลือดเลยแฮะ แล้วของพวกนี้มาอยู่ในห้องของเราได้ยังไง หรือว่า……” หรั่งตกใจสุดขีด จึงรีบเขย่งเข้าไปข้างในสุดกำลัง และพอเปิดไฟบนเพดาน เขาก็แทบจะล้มทั้งยืน น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม
“ ไม่นะ ไม่ มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
