ปัญหาเก่าไปปัญหาใหม่มา
ปัญหาของรูบี้กับแซฟไฟร์นั้นทำให้กัสคิดหนักพอดูเนื่องจากทั้งสองนั้นไม่ใช่ทายาทธรรมดาแต่มีศักดิ์เป็นถึงท่านหญิงน้อยคนหนึ่งทั้งยังมีพรศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้สถานะของพวกเธอยกสูงขึ้นไปอีก
แม้ว่าสถานะของพวกเธอจะสูงเป็นพิเศษจนเทียบไม่ได้กับทายาททั่วไปที่สามารถใช้งานยังไงก็ได้ ขอเพียงทั้งสองฝ่ายยินยอมหรือเทียบกับเหล่าข้ารับใช้ที่สามารถสั่งงานได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องสนใจปัญหาด้านความสมัครใจอะไร
ปัญหานี้ทำให้กัสรู้สึกรำคาญใจอยู่บ้างจนต้องเก็บมันไปคิดอยู่นานหลายวัน
‘พวกนางไม่ใช่คนธรรมดา ขืนเอามาใช้งานที่ไม่เหมาะสมเกรงว่าจะมีปัญหาตามมาได้..วุ่นวายจริงๆ แฮะ’
กัสส่ายหน้าน้อยๆ ถึงเขาอยากจะได้คนมาช่วยงาน แต่ถ้าเป็นคนระดับรูบี้กับแซฟไฟร์ที่มีพรศักดิ์สิทธิ์แล้วละก็การใช้งานแบบไม่คิดอะไรของเขาอาจจะนำพาปัญหามาให้เขาได้ในอนาคต กัสเลยไม่กล้าที่จะตัดสินใจแบบไม่คิด
ยังไงเสียเขาก็ไม่ใช่คนหนุ่มที่ไม่รู้จักคิดอีกแล้วถึงจะมีประสบการณ์ในด้านนี้ไม่มากพอ แต่จากการที่ได้เห็นอะไรมามากกัสย่อมเข้าใจถึงความสำคัญของเวลาเพียงไม่กี่ปีของทายาทที่มีพรสวรรค์
หากเขายอมรับและปล่อยให้พวกเธอมาเสียเวลาในดันเจี้ยนแห่งนี้กับเขานานและไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับไปเลยละก็อนาคตเขาอาจจะถูกทายาทจากสายตระกูลของสองสาวสร้างความวุ่นวายให้ก็เป็นได้
แม้ว่าตระกูลจะมีกฎที่เข้มงวดเรื่องการปะทะกันเองของเหล่าทายาทแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีสร้างความวุ่นวายหรือลำบากให้กับอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่
สำหรับเรื่องนี้แม้กัสจะไม่คิดมากแต่เขาก็ไม่สิ้นคิดจนเมินเฉยต่อมันได้เช่นกัน
‘งานต้องไม่ใช่แค่งานแต่ต้องมีผลในการฝึกฝนด้วยสินะ..งานแบบไหนละถึงจะดี แซฟไฟร์ให้ไปทำงานในเหมืองน้ำแข็งได้อยู่ความเย็นของเหมืองน้ำแข็งมีผลดีต่อการฝึกฝนอย่างมาก เรื่องนี้ทุกคนย่อมทราบแล้วรูบี้ละ’
กัสขมวดคิ้วพลางเดินไปรอบๆ เดินแดน เดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมายมองภาพวิวทิวทัศน์ที่สงบสุขของดินแดนหลักก่อนจะหยุดลงที่หาดทรายเล็กๆ ทางตอนใต้ของแม่น้ำ
ช่วงเวลานั้นดวงตาของกัสก็จดจ่ออยู่ที่หาดทรายมองดูแสงสะท้อนจากดวงตะวันที่สะท้อนแสงกับเม็ดทรายที่ละเอียดเป็นพิเศษ
‘จริงสิ..แก้วไง หากพูดถึงเวทมนตร์ไฟ งานหลอมแก้วน่าจะเป็นงานที่เหมาะกับนางมากที่สุด!!นอกจากนั้นมันยังเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะและความชำนาญรวมไปถึงความแม่นยำในการควบคุมพลังอีกด้วยวิธีนี้น่าจะเป็นงานที่มีผลในการฝึกฝนให้นางได้’
เมื่อค้นพบงานที่เหมาะสมได้กัสก็เหมือนได้รับการปลดปล่อยความรู้สึกหนักอึ้งในหัวของเขาสูญสลายหายไปในทันที ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆแล้วเลิกคิดเรื่องงานและหันไปคิดเรื่องความเหมาะสมแทน
เอกสารสัญญาถูกเขาดึงออกมาอ่านซ้ำอีกครั้งอ่านกำหนดเวลาในสัญญาที่กำหนดเอาไว้ที่ 1 ปีอย่างใจเย็น
‘แบบนี้น่าจะไม่มีปัญหา..ต่อให้ผลลัพธ์จากการฝึกฝนไม่ดีมากนักแต่เวลาเพียง 1 ปีก็น่าจะทำให้พวกนางเปลี่ยนใจได้และไม่น่าจะทำให้ท่านเรดทาวเวอร์เกิดความไม่พอใจ’
หลังจากแก้ปัญหาเรื่องความวุ่นวายได้กัสก็ส่งคำตอบไปทางคริสตัลทันทีและมองส่งคริสตัลออกไปจากดันเจี้ยนเพื่อส่งข้อความกลับไปยังตระกูล
ส่วนกัสนั้นหลังจากวุ่นวายอยู่กับปัญหาที่ไม่มีความสำคัญนี้เสร็จงานในดินแดนของเขาก็เดินหน้าต่ออย่างรวดเร็ว
แผนการขั้นต่อไปที่สำคัญในที่สุดก็ได้โอกาสเริ่มต้นโรงชำแหละถูกเพิ่มระดับเป็นระดับ 3 ในที่สุด พวกสัตว์เลี้ยงที่เร่งโตด้วยอาหารเม็ดเวทมนตร์ก็ถูกส่งเข้าสู่โรงเชือดจนหมดทุกตัวยกเว้นเพียงแกะ 20 ตัวที่ถูกส่งกลับไปยังดินแดนหลักเพื่อเลี้ยงไว้ในคอกสัตว์ เป็นการสร้างผลผลิตระยะยาวอย่างขนแกะรวมกับลูกแกะเดิมที่มีอยู่ในโรงเลี้ยง10 ตัวและวัวนมอีก 10 ตัวก็ทำให้ครบจำนวน 40 ตัวพอดีซึ่งเป็นความจุสูงสุดของโรงเลี้ยงสัตว์ระดับ1 ที่ผ่านการสร้างด้วยวิธีที่พิเศษเฉพาะ
นอกจากการเพิ่มระดับโรงชำแหละจนเป็นระดับ3 แล้ว กัสยังมี DP เหลือจากการขายเนื้อวัวหมูและแกะ อีกจำนวนหนึ่งทำให้เขาสามารถเพิ่มระดับของโรงทอให้เป็นระดับ 2ได้ด้วยเช่นกันจึงทำให้การทำงานของแมงมุมสาวทั้งสามคนมีประสิทธิภาพมากขึ้นจนแซงหน้าโรงปั้นไปเลยทีเดียว
ทว่างานของโรงทอนั้นก็ทำได้อย่างมีขีดจำกัดจนท้ายที่สุดก็ต้องหยุดการทำงานที่เรียบง่ายและหันไปสร้างผลงานที่มีคุณค่าแทน
หลังจากผลิตม้วนผ้าออกมาได้หลายสิบม้วนที่ขายได้ราคาม้วนละ10 DP เป็นอย่างต่ำ แมงมุมสาวทั้งสามก็เดินเข้ามาขออนุญาตจากกัสเพื่อผลิตผลงานที่มีความละเอียดมากขึ้นแทน
จากเดิมที่ทอผ้าไม่มีลวดลายก็ขอทำการทอผ้าที่มีลายขึ้นมาที่แม้จะใช้เวลามากกว่า แต่มันจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า
ซึ่งก็แน่นอนว่ากัสย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้วในเมื่อวัตถุดิบในการทอผ้านั้นไม่ได้มีมากเหมือนกับวัตถุดิบในการปั้นไหที่มีมากจนตอนนี้หากไม่เร่งมือผลิตเกรงว่าจะทำให้ดินชนิดต่างๆล้นโกดังเก็บได้
หลังจากจัดการกับงานที่วุ่นวายจนเสร็จงานปั้นของอิจิโกะกับน้องซึ่งพ่วงน้องสาวของกัสอีกสองคนเข้าไปด้วยก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วันทำงานเพิ่มขึ้นปริมาณผลผลิตที่ทำได้ก็มีมากขึ้นไปด้วย ฝ่ายน้องสาวของกัสนั้นถึงจะมีฝีมือสู้อิจิโกะกับน้องไม่ได้จนไม่สามารถทำผลงานระดับสมบูรณ์ออกมาได้มากนักแต่ก็อยู่ในระดับที่พอใช้และช่วยเพิ่มปริมาณของผลงานให้มากขึ้นแทน
จากตอนแรกที่ทำได้เพียง2 – 3 ร้อยใบ ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 5 – 6 ร้อยใบแล้ว ถึงคุณภาพจะยังไม่คงที่และไม่ดีเท่าของอิจิโกะกับน้องแต่อย่างน้อยก็ทำ DP ได้ราวๆ 4 – 5 ร้อยหน่วยอยู่ดี
ทางด้านน้องสาวคนโตเองก็เริ่มชำนาญการจนวาดลวดลายลงบนไหขนาดใหญ่ได้มากขึ้นลวดลายมีความซับซ้อนมากขึ้นจนทำให้ได้ DP มากขึ้นทีละน้อยซึ่งเป็นจังหวะการเติบโตที่น่าพึงพอใจ
ทิศทางของการเติบโตในทุกๆส่วนนั้นเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจและกัสก็เริ่มลงมือกับมนุษย์หมาป่าทองคำด้วยชุดทำงานระดับ3 ของโรงชำแหละระดับ 3
นี่นับเป็นงานยากงานหนึ่งที่กัสต้องร่วมมือกับบราวนี่ถึงจะสามารถทำงานได้
บนโต๊ะเหล็กที่แวววาวราวกับกระจกร่างกายของมนุษย์หมาป่าที่ถูกเก็บเอาไว้นานกว่าอาทิตย์ก็ถูกส่งมาถึงในที่สุด
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีร่องรอยของการเน่าเสียทำให้กัสผ่อนคลายลงได้มาก
บราวนี่เองก็สำรวจร่องรอยนี้อยู่ด้วยท่าทีที่ตั้งใจมากก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อพบว่าไม่มีปัญหาอะไร
“เริ่มกันเถอะ..”
“ค่ะ..”
ทั้งสองพยักหน้าให้กันเล็กน้อยจากนั้นกัสก็ยกมีดขึ้นแล้วอัดพลังเวทลงไปบนเกิดเป็นใบมีดพลังเวทสีดำสนิท
บราวนี่เองก็ทำด้วยเช่นกันทว่าสีสันของใบมีดที่เธอสร้างได้นั้นกลับเป็นสีน้ำตาลเข้ม
ทั้งสองคนหยุดชะงักไปเล็กน้อยพลางพิจารณาสีสันของใบมีดที่อีกฝ่ายสร้างก่อนจะเมินเฉยแล้วหันไปดูงานตรงหน้าแทน
“ข้าจะจัดการตรงท้องเอง..”
“เช่นนั้นข้าจะจัดการแขนและขานะคะ”
หลังจากทำงานร่วมกันมานาน ทั้งสองคนพอจะเข้าใจนิสัยและทักษะของแต่ละฝ่ายได้ในระดับหนึ่งจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องถามคำถามที่มากไปกว่านี้
ทันทีที่กัสพูดจบกัสก็กดมีดลงที่ช่องท้องของมนุษย์หมาป่าทองคำจากนั้นออกแรงกดจนหน้าแดงก่ำทำให้มีดจมลึกลงไปอย่างช้าๆก่อนจะออกแรงลากลงไปด้านล่างเพื่อผ่าท้องของมันอย่างตั้งใจ
อีกด้านหนึ่งบราวนี่เองก็ง้างมีดในมือแล้วสับลงอย่างหนักหน่วงโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ข้อมือของมนุษย์หมาป่าทองคำ
ด้วยความแม่นยำของบราวนี่การสับที่สับลงไปยังจุดเดิมไม่ผิดพลาด บราวนี่สะบัดมือสับลงไปติดต่อกันอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังยากที่จะตัดกระดูกที่แข็งจนน่าทึ่งของมนุษย์หมาป่าทองคำ
ทั้งสองคนทำงานจนเหงื่อชุ่มทั้งยังออกแรงจนหน้าแดงก่ำไปหมดกัสต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะผ่าท้องของมนุษย์หมาป่าจนเปิดออกและนำเอาอวัยวะภายในของมันออกมาเรียงใส่ไหเอาไว้จนเต็มไหไปถึง2 ใบ
ทางด้านของบราวนี่หลังจากสับมีดลงไปหลายสิบครั้งก็สามารถตัดมือของมนุษย์หมาป่าลงได้และกำลังเริ่มตัดมือข้างที่สอง
กัสที่เหลือบมองเป็นบางครั้งนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆพลางมองดูหน้าอกที่สั่นกระเพื่อมตามแรงของเธอก่อนจะรีบเก็บซ่อนรอยยิ้มและสายตาเพื่อจัดการกับปัญหาของเขาต่อ
“ข้าจะตัดส่วนใต้คอมันนะ”
“ค่ะ..ขออภัยด้วยค่ะ งานของข้ายังไม่ไปถึงไหนเลย”
“อย่าคิดมากน่าท่านอา กระดูกของเจ้านี่มันแข็งขนาดนั้น หากไม่ใช่ท่านคงตัดมันยากกว่านี้มากเพราะงั้นอย่าใส่ใจเลย”
เรื่องที่กัสพูดไม่นับว่าผิดเลยต่อให้เล็งข้อต่อระหว่างข้อมือและข้อเท้าของมนุษย์หมาป่าทองคำตัวนี้แต่การจะตัดแบ่งมันก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ
กัสเองก็ลำบากไม่น้อยในการจัดการกับส่วนที่อ่อนแอของมนุษย์หมาป่าไม่ว่าจะเป็นท้องของมัน หรือผิวหนังบริเวณใต้คอที่บอบบางเป็นพิเศษ ก่อนจะเริ่มถลกหนังจากหัวของมนุษย์หมาป่าออกมาอย่างยากลำบาก
งานนี้ใช้แรงกายของทั้งสองไปเยอะมากเยอะจนต้องหยุดพักบ่อยๆและกินอาหารกันมากกว่าปกติถึงจะมีแรงกลับไปทำงานกันได้อีกครั้ง
เมื่อพูดถึงการทำงานร่วมกันนั้นก็เป็นเรื่องที่ธรรมดามากที่จะเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้างไม่ว่าจะเป็นในด้านที่ดีหรือร้ายก็เป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงกันได้ง่ายๆ
เช่นบางครั้งที่กัสยกมือขึ้นเพื่อพยายามเช็ดเหงื่อ เขาก็เกือบจะพลาดส่งศอกไปชนกับหน้าอกของบราวนี่เป็นบางครั้งจนทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขากลายเป็นบรรยากาศแปลกๆไปชั่วขณะ
บางครั้งบราวนี่ที่ออกแรงติดต่อกันจนอ่อนแรงจนเซถอยหลังไปก้าวสองก้าวจนถอยเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของกัสบ้างก็มีอยู่
บรรยากาศของทั้งสองจึงยิ่งมายิ่งแปลกกัสเองก็หน้าแดงน้อยๆ พลางยิ้มฝืนๆ ด้วยความดีใจว่าโชคดีที่ไม่มีใครมาเห็น
ส่วนทางด้านของบราวนี่นั้นคิดยังไงกัสเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ที่เขามั่นใจได้เลยก็คือเธอเองก็คงรู้สึกต่างจากเขาไม่มากเท่าไหร่นักโดยเฉพาะเสียงของหัวใจที่เต้นระรัวยามที่เธอล้มลงในอ้อมกอดของเขา
มันเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำแม้ว่าบราวนี่จะมีใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวเพราะผลลัพธ์จากคำสาป ทว่ากัสก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเธอเลยสักนิดเพราะนอกจากใบหน้าที่กลายเป็นน่าเกลียดแล้ว
ส่วนอื่นๆของเธอนั้นไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่ดี
ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอความคิดอ่าน ไปจนถึงรูปร่างที่สมบูรณ์เต็มสาวแม้แต่กลิ่นหอมของเธอก็ชวนให้เขาเกิดความต้องการขึ้นมาบ้างไม่น้อย
ธรรมชาติของเผ่าอสูรนี่นับเป็นเรื่องปกติที่ห้ามกันได้ยากเพราะแม้กระทั่งบราวนี่ก็ยังมีความรู้สึกตื่นเต้นต่อความเข้มแข็งและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบของกัสจนเกิดความรู้สึกร้อนรนขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
ยังดีที่ทั้งสองฝ่ายยังรักษาเส้นแบ่งที่เรียกว่าฐานะเอาไว้อย่างเข้มแข็งจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นไปมากกว่านี้
งานที่ยากลำบากก็ดำเนินต่อไปและใช้เวลาไปเกือบ2 วันถึงจะสามารถถลกหลังของมนุษย์หมาป่าทองคำและส่งมันไปให้โรงทอจัดการต่อได้
แต่หลังจากส่งผลงานออกไปกัสก็เจอปัญหาอีกข้อหนึ่งเมื่อแมงมุมสาวทั้งสามคนเดินเข้ามาบอกเขาว่าพวกเธอไม่สามารถจัดการกับหนังของมนุษย์หมาป่าทองคำได้
ในตอนแรกนั้นกัสค่อนข้างที่จะตกใจแต่หลังจากฟังคำอธิบาย เขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจอีก
“ขออภัยด้วยค่ะนายท่าน เข็มของพวกเราแทงไม่ทะลุหนังค่ะ..พวกเราเลยเย็บมันไม่ได้แถมยังตัดแบ่งไม่ได้ด้วย”
กระบวนการฟอกหนังด้วยเวทมนตร์นั้นแมงมุมสาวทั้งสามคนช่วยกันจัดการจนแล้วเสร็จได้ไม่ยากส่วนหนึ่งต้องขอบคุณคุณสมบัติของสัตว์วิเศษของมนุษย์หมาป่าด้วยจึงทำให้การจัดการในส่วนนี้ง่ายขึ้น
ทว่าปัญหาของการตัดเย็บก็เป็นเช่นเดียวกับการชำแหละนั่นคืออุปกรณ์ของโรงทอระดับ 2ไม่สูงพอที่จะตัดเย็บชุดหนังสัตว์จากหนังของมนุษย์หมาป่าทองคำได้
ด้วยเหตุนี้กัสเลยต้องคิดหนักก่อนจะตัดสินใจขายอุ้งมือหมาป่าทั้ง 4 ข้างทิ้งไป ซึ่งก็ได้รับค่าตอบแทนที่น่าทึ่ง
‘ข้างละ 250 DP ล้อเล่นหรือเหล่าเนี่ย’
ต่อจากนั้นกัสก็เลยนำเอาอวัยวะภายในออกไปขายและก็ได้กลับมาอีก 200 DPซึ่งในส่วนนี้ไม่นับรวมหัวใจที่เขาตั้งใจจะเก็บเอาไว้กินเองเป็นการบำรุง
ต่อจากนั้นก็เริ่มการชำแหละเนื้อที่ขายได้กิโลกรัมละ25 DP ซึ่งแพงมากหากเทียบกับเนื้อของสัตว์วิเศษทั่วไปที่ขายอยู่ในระบบของดันเจี้ยนที่ราคา30 DP ซึ่งแพงเป็น 2 เท่าตามกฎของการซื้อและขายกับดันเจี้ยน
เช่นนี้จึงบอกได้ว่ามูลค่าของเนื้อสัตว์วิเศษนั้นคือ15 DP ต่อกิโลกรัมในกรณีที่เขาต้องการขายให้กับดันเจี้ยนซึ่งเทียบกันแล้วเนื้อของมนุษย์หมาป่าทองคำแพงกว่ากันถึง10 DP เลยทีเดียว
นอกจากนี้ทั้งตัวของมนุษย์หมาป่าทองคำยังมีเนื้อมากกว่า200 กิโลกรัม หากขายทิ้งทั้งหมดก็จะได้มากกว่า 5000 DP ซึ่งเป็นมูลค่าที่น่าทึ่งมาก
หลังจากมองมูลค่าของเนื้อและเท้าของมนุษย์หมาป่า กัสก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความสับสน
‘นี่..มันมากกว่าแกะขนทองคำอีกไม่ใช่หรือไง’
มูลค่าของเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์หมาป่าทองคำนั้นทำให้กัสทึ่งไม่น้อยหลังจากลังเลสับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจขายส่วนที่เหลือออกไปด้วย
ซึ่งก็คือกระดูกส่วนที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้และได้มาอีก500 DP โดยประมาณ ส่วนสำคัญๆที่ไม่ได้ขายอย่างกระดูกสันหลังและกระดูกซี่โครงที่จะนำไปใช้เสริมเป็นเกราะกระดูกนั้นกัสคิดว่าน่าจะมีมูลค่าที่มากกว่านี้อยู่มาก
เมื่อนำมาบวกลบกันแบบคร่าวๆแล้วกัสก็พบว่ามนุษย์หมาป่าทองคำตัวนี้สมควรที่จะขายได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น DP ซึ่งแพงกว่าแกะขนทองคำราว 5 เท่าเลยทีเดียว
“คิดไม่ออกจริงๆ แฮะว่าหนังของมันจะขายได้เท่าไหร่น่าเสียดายจริงๆ ที่ข้าต้องใช้เลยไม่มีโอกาสได้ทดลอง”
กัสบ่นออกมายิ้มๆ พลางคิดในใจว่าหากเขาใช้วิธีนี้ในการเลี้ยงสัตว์วิเศษต่อจากนี้แล้วละก็ผลลัพธ์ที่ได้มันจะดีหรือไม่ดีกันนะ
คิดแล้วกัสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะมูลค่าที่เขาประเมินไว้ของมนุษย์หมาป่าทองคำตัวนี้มีมากกว่า1 หมื่น 3 พัน DP ในขณะที่แกะขนทองคำนั้น ได้มากสุดก็ไม่น่าจะพ้น3 พัน DP ซึ่งในจุดนี้เป็นมูลค่าสูงสุดที่กัสคิดว่าน่าจะได้หากบำรุงขนของมันอย่างเต็มที่
ขณะที่คิดกัสก็พยายามประเมินว่าหากเขาใช้วิธีนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการยังไงถึงจะเหมาะสมแล้วมันจะมีความต่างอยู่หรือไม่หากสัตว์ป่าที่ได้กัดกินสัตว์วิเศษไม่ใช่ตัวจ่าฝูง
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าทดลองจนอดไม่ได้ที่จะเริ่มนั่งและวางแผนอย่างตั้งใจ
กัสทดลองวางแผนการต่อไปจนกระทั่งวันหยุดมาถึงแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นที่ลานกว้างของดินแดนหลักซึ่งเป็นสัญญาณที่โดดเด่นซึ่งบอกถึงการมาเยือนของใครบางคนจากภายนอก
ช่วงเวลานั้นทุกคนต่างหยุดกิจกรรมที่ตัวเองทำอยู่ในทันทีแล้วมารวมกันที่ลานกว้างเพื่อให้การต้อนรับสมาชิกใหม่ของดินแดนที่เดินทางมาโดยไม่บอกกำหนดการ
เมื่อแสงสว่างจางหายไปบุคคลที่เดินออกมาเป็นกลุ่มแรกก็คือหญิงสาวสองคนที่หน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนหากแต่มีความต่างกันที่สีของเส้นผมและดวงตาที่คนหนึ่งเป็นสีฟ้าครามสดใสราวกับท้องฟ้าในขณะที่อีกคนมีสีแดงสดใสราวกับสีสันของเปลวไฟ
สองสาวเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่มาดมั่นและมีลักษณะที่ผิดจากหญิงสาวทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกและท่วงท่าการยืน เสื้อผ้าหน้าผมไปจนถึงรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงบุรุษหนุ่มหน้าสวย
กลุ่มคนที่ตามทั้งสองมานั้นเป็นข้ารับใช้5 คนที่แบ่งกันยืนเป็นสองฝั่ง ด้านหนึ่งสวมเสื้อผ้าโทนสีแดงส่วนอีกด้านสวมเสื้อผ้าโทนสีฟ้าและมีอยู่หนึ่งที่เป็นหญิงสาวที่ดูมีอายุทว่ายังคงงดงามราวกับหญิงสาวยืนอยู่ตรงกลางในชุดเสื้อผ้าสีขาวที่มีลวดลายสีแดงและทอง
บุคลิกของหญิงสาวคนนี้ดูสูงสง่าและมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งจนทำให้กัสต้องลอบระมัดระวังอยู่ในใจเพราะนี้เป็นกลิ่นอายของนักรบระดับสูงที่มีความสามารถที่น่ากลัวแตกต่างจากซีต้าหรือบราวนี่โดยสิ้นเชิง
เมื่อแสงสว่างจางหายไปจนหมดคนทั้งสองฝั่งก็สามารถมองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจนและทำให้สีหน้าของสองสาวฝาแฝดเปลี่ยนไปในทันที
แม้จะยังมีรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์อยู่บนใบหน้าแต่ดวงตาของพวกเธอนั้นกลับทอประกายไม่พอใจ
“คริสตัลของข้าละ!”
สองสาวเอ่ยปากพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้เห็นหัวกัสที่ยืนอยู่เลยสักนิดทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจนทำให้ข้ารับใช้ของทั้งสองฝ่ายต้องรีบเดินเข้ามาประชิดตัวคุณหนูของพวกเธอพลางอธิบายสิ่งสำคัญให้ฟัง
ขณะเดียวกันนั้นข้ารับใช้สองคนจากทั้งสองฝ่ายก็เดินเข้ามากล่าวขออภัยกัสด้วยท่าทีที่นอบน้อมเป็นอย่างมากซึ่งทำให้กัสผ่อนคลายท่าทีลงไปเล็กน้อย
‘ที่แท้..ก็คุณหนูที่ถูกตามใจจนเสียผู้เสียคน’
คิดแล้วกัสก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดในใจว่าปัญหาที่เขาคิดไว้คงไม่ได้เกิดหากแต่จะเกิดปัญหาใหม่ที่เขาแก้ไม่ได้ขึ้นมาเสียมากกว่า
หากดูจากนิสัยการที่เขากลัวว่าจะทำให้ทั้งสองคนทำงานที่ไม่เหมาะสมดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ทว่ามันจะมีปัญหาของการไม่ทำงานเสียมากกว่าเพราะดูเหมือนเป้าหมายของทั้งสองจะอยู่ที่คริสตัลเพียงอย่างเดียว
ส่วนข้ออ้างของการทำสัญญานั้นก็เพียงเพื่อให้พวกเธอสามารถเข้ามาอยู่อาศัยในดินแดนแห่งนี้ได้เท่านั้น
คิดแล้วกัสก็รู้สึกปวดหัวจนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้นอกจากเฝ้าดูอยู่เงียบๆ