เถียนฮุยกับสหายทั้งสองนั่งรออยู่ในห้องพิเศษชั้นสองของภัตตาคารบึงหงส์ด้วยใจตุ้มๆต่อมๆกิตติศัพท์เกี่ยวกับนางมารสกุลซิวที่พวกเขาได้อ่านล้วนชวนให้ตื่นเต้นที่จะได้พูดคุยกับนางเป็การส่วนตัวจากการสืบสวนในทางลับ ซิวเชี่ยนผู้นี้ไม่เพียงแต่อยู่เื้ัการค้าของสกุลซิว หากแต่นางกลับยังเป็ประมุขที่แท้จริงของสกุลซิวอีกด้วย
“หากเป็จริงอย่างที่สายสืบของเรากล่าวอ้างแสดงว่าการแต่งงานของเ้ากับนางล้วนเป็ไปตามความ้าของนางเองหาใช่ของคหบดีซิวไม่?”
“อำนาจเงินของนางแผ่ไพศาลไปทั่วแคว้นข้าเคยสงสัยว่านางยืนหยัดไม่ยอมแต่งงานกระทั่งเลย่วัยที่ต้องปักปิ่นอีกครั้งมาได้เป็เพราะบิดานางหวงไว้เพื่อ้าให้นางช่วยดูแลกิจการค้าแท้จริงแล้วอาจไม่เป็เช่นนั้น” จานเจิ้งวิเคราะห์สิ่งที่ได้อ่าน
เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินมาทางห้องของพวกเขาทำให้เถียนฮุยต้องหันไปจุ๊ปากให้สหายเงียบเสียงลงจานเจิ้งนั้นไม่มีวรยุทธ์จึงไม่อาจสังเกตเสียงฝีเท้าที่เงียบกริบนั้นได้ส่วนเหมาฮ่าวเขามีฝีมือสูสีกับเถียนฮุยจึงได้เงี่ยหูฟังเสียงนั้นมาชั่วขณะหนึ่งแล้ว
แอ้ด....!
มือเรียวบางของหญิงสาวผู้หนึ่งเปิดประตูออกหญิงสาวอีกผู้หนึ่งในชุดสาวใช้เดินก้าวเท้าเข้ามา บุรุษทั้งสามชะงักไม่คาดคิดว่านางมารสกุลซิวผู้ร่ำรวยจะปรากฏตัวในชุดสาวใช้
“ข้าไม่อยากให้คนจับตามองจึงมาในชุดเช่นนี้ พวกท่านไม่ต้องใไป”นางนั่งลงตรงหน้าเถียนฮุยผู้นั่งตรงกลางอีกฟากโต๊ะ “คุณชายเถียน ยินดีที่ได้พบนี่เป็ครั้งแรกอย่างเป็ทางการของเรา”
จานเจิ้งมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของซิวเชี่ยนแล้วต้องยอมรับว่าแม้นางจะมิใช่สตรีงดงามหยดย้อยแต่ใบหน้าคมคายนิ่งเฉยของนางกลับดึงดูดใจไม่น้อยเถียนฮุยที่พบปะสตรีงดงามมาทั่วทุกสารทิศมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ สำหรับเขาแล้วนางก็นับว่าดูดีแต่ก็ช่างเป็สตรีเ็าเย่อหยิ่งที่ดูแล้วไม่น่าเข้าใกล้เสียเลย
“แม่นางซิวข้าจะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน” เถียนฮุยจ้องหน้าสตรีตรงหน้า“ข้าอยากรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงที่ท่าน้าแต่งงานกับข้า”
ซิวเชี่ยนยิ้มมุมปากนางรับถ้วยชาร้อนๆ ที่ไอกรุ่นจากสาวใช้ ยกขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสง่างามความใจเย็นของนางทำให้ในใจของเถียนฮุยบุรุษเ้าสำราญเริ่มเดือดปุดๆจนเขาเองก็นึกแปลกใจ ที่ผ่านมาชายหนุ่มไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดกับสตรีนางใดมาก่อนกระทั่งได้เจอกับหญิงผู้นี้
“เ้าตอบมาเพียงแค่ว่าเ้าจะเอาเงินหนึ่งแสนตำลึงของข้าหรือไม่?”
“เอา!” เถียนฮุยตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดยามนี้แล้วจะหาเงินจำนวนมากเช่นนี้จากผู้ใดได้อีกเขาคงต้องพัวพันกับสกุลซิวอย่างไม่ต้องสงสัย
“อย่างที่พวกท่านรู้คนอย่างข้าซิวเชี่ยนไม่เคยทำการค้าขาดทุนแม้สักอีแปะเงินหนึ่งแสนตำลึงนี้ข้าถือว่าเป็การกู้ยืมระหว่างเรา เงื่อนไขของข้าคือให้ท่านแต่งงานกับข้าแต่เพียงในนาม”
“เอ๋?”บุรุษทั้งสามผงะ สิ่งที่พวกเขาคาดการณ์มาทั้งหมดล้วนไม่ถูกต้อง
“ข้านึกว่าคุณหนูใหญ่อยากจะแต่งงานกับเถียนฮุยจริงๆเสียอีก นี่ท่านมิได้หลงรักปักใจในตัวเขาหรอกหรือ?” จานเจิ้งออกปาก
“ฮ่าๆฮ่าๆ นี่ท่านคิดว่าสหายของท่านมีคุณสมบัติเช่นนั้นให้ข้าใฝ่ฝันด้วยหรือ?”นางมารสกุลซิวยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะอย่างไม่ไว้หน้า ทำเอาเถียนฮุยหน้าม้าน
“หรือว่าจริงๆแล้วท่านมีความแค้นลึกล้ำกับเถียนฮุยของเรา?” เหมาฮ่าวยังคงไม่วางใจเขาจ้องสตรีตรงหน้าไม่วางตา
“คุณชายเถียนสร้างความเจ็บช้ำให้สตรีมามากมายแต่คนอย่างข้าไม่เคยเกี่ยวข้องกับบุรุษเสเพลแล้วจะมีหนี้รักแรงแค้นกับเขาได้อย่างไร?”ซิวเชี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย มองหน้าเถียนฮุยคล้ายจะดูิ่อยู่ในที
เป็ครั้งแรกที่คุณชายเถียนรู้สึกหน้าชากับคำพูดของหญิงสาวในหมู่สหายเขานับว่ามีใบหน้าและรูปร่างงดงามไม่ต่างจากหมอเวิงอันผู้เลื่องชื่อในเมืองหลวงเพียงแต่พฤติกรรมของหมอรูปงามผู้นั้นอยู่ในกรอบประเพณีและรักเดียวใจเดียวกับภรรยาส่วนเขาเกี่ยวพันกับสตรีมากหน้าหลายตาที่ยอมรับในเงื่อนไขมีความสัมพันธ์แบบไม่ผูกพัน
“เช่นนั้นท่านหวังสิ่งใดจากข้ากันแน่?”
“ดีที่คุณชายเถียนเขียนจดหมายไปนัดหมายข้าเราจะได้คุยกันอย่างเปิดใจที่ท่านพ่อของข้าไปยื่นข้อเสนอให้บิดาของท่านนั้นเป็เพียงเงื่อนไขเบื้องต้นท่านคงไม่คิดว่าตนเองมีค่าควรกับเงินหนึ่งแสนตำลึงของข้าหรอกนะ?”
เถียนฮุยรู้สึกว่าบัดนี้ใบหน้าของตนคล้ายกับถูกนางตบหน้าเป็ครั้งที่สอง
“ท่านพูดสิ่งที่้ามาเถอะไม่ต้องประชดประชันข้าแล้วข้ารู้ว่าชื่อเสียงของตนเองในหมู่สตรีเมืองหลวงเป็เช่นใด?”
“ดี! เช่นนั้นข้าจะไม่อ้อมค้อมเงินหนึ่งแสนตำลึงนี้เราจะทำสัญญากู้ยืมกันการแต่งงานของเราจะเป็เพียงการแต่งงานในนาม ท่านอ่านสัญญานี้ก่อนหากยินยอมค่อยลงนาม” นางหันไปรับเอากระดาษแผ่นใหญ่จากสาวใช้แล้วเลื่อนไปตรงหน้าว่าที่เ้าบ่าว
เถียนฮุยกางกระดาษแผ่นนั้นออกสหายทั้งสองก็รีบตวัดสายตาอ่านไปพร้อมกัน “ข้อแรก ข้ายอมรับเงินหนึ่งแสนนี้ข้าจะทยอยใช้หนี้ท่าน หากว่าหมดหนี้กันเมื่อใดเราค่อยหย่ากันแต่ว่าข้อสองจะไม่มากไปหน่อยหรือ?”
ซิวเชี่ยนยิ้มน้อยๆแววตากลับโเี้ “ในเมื่อแต่งงานไปแล้ว ท่านย่อมจะกลายเป็สามีในนามของข้าถึงแม้เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันทางกายและเื่ส่วนตัวแต่ข้าจำต้องรักษาชื่อเสียงในวงการค้าดังนั้นจึงไม่อาจยินยอมให้ท่านไปเที่ยวสตรีในหอนางโลมหรือยุ่งเกี่ยวกับคู่ขาไม่ว่าคนใดทั้งสิ้นหากทำข้อนี้ไม่ได้ เราก็คงตกลงกันไม่ได้เช่นกัน”
จานเจิ้งกับเหมาฮ่าวผงะตลอดระยะเวลาที่พวกเขาคบค้าสมาคมกัน เถียนฮุยไม่เคยขาดสตรีข้างกายการหลับนอนกับหญิงสาวนับเป็เื่ปกติ หากห้ามเื่นี้ไปสหายรักของพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ปกติได้หรือ?
“เสี่ยวฮุยข้าว่าข้อนี้เ้าไม่ไหวแน่?” จานเจิ้งเอียงหน้าไปกระซิบ
เถียนฮุยทำหน้าหนักใจเมื่อเห็นเขานิ่วหน้าซิวเชี่ยนก็ยิ้มน้อยๆ“เพื่อเงินหนึ่งแสนตำลึงท่านทำได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดๆยามนี้เขาตกเป็เบี้ยล่างของนางแล้ว จำต้องพยักหน้าและค่อยไปหาทางแก้ปัญหาเอาทีหลัง
“แม่นางซิวข้อสามนี้น่าแปลกนักเหตุใดท่านจึงต้องระบุให้เสี่ยวฮุยติดตามท่านไปในการเดินทางทุกครั้งด้วยเล่า?ที่ผ่านมาข้าได้ยินว่าท่านสามารถเดินทางไปค้าขายได้เองนี่?”
“บอกท่านตามตรงข้าต้องเดินทางไปเหนือล่องใต้เพื่อติดต่อและเจรจาการค้าที่ผ่านมาด้วยความเป็สตรีโสด จึงพบเจอปัญหาที่ไม่คาดคิดหลังจากแต่งงานแล้วข้าจำเป็ต้องให้คุณชายเถียนติดตามข้าไปด้วยเพื่อป้องกันปัญหาหลายประการทั้งตัวเขายังมีวิทยายุทธ์ที่จะช่วยเหลือข้าได้”
บุรุษทั้งสามก้มหน้าอ่านข้อความทั้งหมดในสัญญาแล้วก็เริ่มรู้สึกว่า ซิวเชี่ยนผู้นี้คงจะมีหลายอย่างที่ปิดบังเอาไว้
“ข้ารู้ว่าอย่างไรเสียท่านก็ต้องตกลงแต่เพื่อให้ชัดเจนว่าข้ากับท่านมีเจตนาตรงกันที่จะทำเพื่อประโยชน์ของตนข้าจึงได้ร่างสัญญานี้ขึ้นมา”
******************************

