ผัดเห็ดป่าเสร็จแล้ว นางยกเอาจานเก่าที่เริ่มบิ่นออกมา ล้างอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แล้วตักเห็ดป่าใส่ลงในจาน ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับปลาที่เหลืออย่างทะมัดทะแมง วันนี้นอกจากน้ำแกงปลา และผัดเห็ดป่าแล้ว หลันหลันก็วางแผนจะทำปลาย่างอีกอย่าง ปลาสด ๆ เ่าั้ถูกนางชำแหละ คว้านเครื่องในออกมา ในเวลาเพียงแค่พริบตา หลันหลันล้างปลาจนสะอาด ก่อนจะใช้ไม้ไผ่ที่ตัดเอามาทำกระบอกน้ำแล้วเหลือเหลาให้แหลม แล้วเสียบปลา แล้วยื่นเข้าไปใต้เตาย่างกับไฟร้อน ๆ นางทำปลาย่างสี่ตัวเท่ากับจำนวนคน
หลันหลันทำอาหารง่าย ๆ แค่นี้ เพราะวัตถุดิบมีไม่มาก น้ำแกงปลาก็ทำให้ปริมาณที่เยอะหน่อย เพราะอย่างอื่นไม่มี ซดน้ำปลาเยอะ ๆ ให้หนักพุง กินอาหารพวกนี้ให้อิ่มท้องแล้วค่อยว่ากัน พอปลาใกล้สุกเธอก็ปักมันไว้ที่ข้างเตา ให้ความร้อนค่อยๆ ระอุตัวปลาไป ส่วนตัวเองก็หันไปดูน้ำแกงปลาใกล้จะได้ที่
พอดีกับที่เหมยฮวาเดินเข้ามา เอาเตาอันเล็กอีกสองอัน พร้อมหมอเหล็กใบเล็กอีกสองสามใบที่ค้นเจอในห้องเก็บของมาให้ ก่อนสาวใช้ตัวน้อยจะวิ่งกลับไปช่วยท่านลุงหยวนทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้
หลันหลันเห็นเตาแล้วนึกขอบใจ จึงคิดจะแอบเอาอันหนึ่งวางไว้ในห้อง ส่วนอีกอันก็ประจำครัวเอาไว้ เวลามีของจำเป็ต้องตุ๋น จะได้เอาเตาของท่านลุงหยวนกลับไปคืน ระหว่างรอเคี่ยวน้ำแกงปลาให้ได้ที่ หลันหลันก็ทำความสะอาดรอบ ๆ ไปพลาง ๆ
นางเอาผลไม้ที่เก็บมาได้ วางไว้ในกระจาดไม้สาน ตอนนี้มองในตะกร้าพลันเห็นลูกพุทราป่า คิดจริงจังว่าถ้าทำเป็ของหวานได้ก็คงดี ตรรกะของสาวในยุคปัจจุบันคือ “ของหวานนั้นดีต่อสุขภาพจิต” ยิ่งนัก
อันที่จริงตอนขึ้นเขาไปหลันหลันเจอหญ้าหวาน ในยุคที่นางจากมามักใช้เป็สารทดแทนน้ำตาลได้ แต่นางไม่แน่ใจว่าเอามาทำของเชื่อมแล้วอร่อยหรือไม่
หลันหลันคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจนำหญ้าหวานที่เก็บติดมือมาด้วย ล้างแล้วก็ต้มคั้นน้ำออกมา นางลองชิมรส พบว่าเป็รสหวานอ่อน ๆ ไม่ดีเท่าน้ำตาล แต่ถ้าใส่ในปริมาณที่เยอะขึ้น ก็คงแก้ขัดไปได้หน่อย
นางเลยใช้น้ำหญ้าหวานต้มพุทราในหม้อเล็กไป ทำเป็ขนมหวานจานร้อนให้พอเบิกบานใจ หรือถ้าเม็ดพุทราที่ต้มไว้ยังเหลือ เอาไปตากแห้งคงกลายเป็พุทราเชื่อมแบบหวานอ่อน ๆ ก็ได้ ยังมีปลาที่เหลืออีกสองสามตัว ก็คิดว่าจะใช้เป็เสบียงพรุ่งนี้
เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านไป หลันหลันทำอาหารเสร็จสมใจ โต๊ะกินข้าวที่หมอหยวนกับเหมยฮวายกมาก็ประจำที่ หลี่มามาลูบคลำโต๊ะแล้วมองต้นท้อที่เริ่มติดดอกเล็ก ๆ ด้วยดวงตาเป็ประกาย หลันหลันคิดว่าต่อไปคนพวกนี้ก็คงจะเป็ครอบครัวของนางแล้ว
พอเหมยฮวากับหลันหลัน ช่วยกันยกอาหารมาจากห้องครัว เชิญหลี่มามากับลุงหยวนนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ตะเกียบกับถ้วยก็ถูกค้นพบในห้องเก็บของเช่นกัน เหมยฮวาจัดให้คนละชุดอย่างรู้งาน หลี่มามามองอาหารบนโต๊ะแล้วน้ำตาคลอ
เพราะั้แ่เดินทางมาที่นี่ นี่ก็เป็ครั้งแรกที่นางได้กินเนื้อ แม้จะเป็เนื้อปลาก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่แค่ผักดอง โจ๊กใส ๆ เท่านั้น หลี่มามามองไปยังเด็กสาวที่เมื่อแรกเคยคิดว่าไร้ประโยชน์อย่างตื้นตันใจ
“ขอบคุณเ้ามาก ขอบคุณจริง ๆ” คำขอบคุณนี้ สำหรับหลี่มามาแล้วนางนับรวมกับเื่ ที่หลันหลันวิ่งไปดึงสามีของนางมาช่วยชีวิตคุณชายใหญ่สำเร็จ
“ท่านป้าอย่าขอบคุณไปเลย จากนี้ไปพวกเราทั้งหมดต้องพึ่งพากัน” หลันหลันพูดจบ หลี่มามาก็ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
สำหรับหลี่มามาแล้วการมาที่นี่ ทำให้นางรู้สึกเคว้งคว้างไร้ทิศทาง ไร้ที่พึ่ง จนกระทั่งรู้สึกว่าอาจจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่พอหลันหลันบอกว่าให้พึ่งพากัน นางก็รู้สึกราวกับคนจมน้ำที่เกาะขอนไม้เอาไว้ได้
“ท่านป้าเลิกร้องเถอะ มากินอาหารกันดีกว่า ต่อจากนี้ไปข้าจะพยายามให้เรามีกินอย่างน้อยสองมื้อ ตอนนี้เรายังไม่มีเงิน อาหารจึงต้องกินเท่าที่มีก่อน ข้ายังได้เคี่ยวน้ำแกงเอาไว้ในเตาเล็ก เผื่อคุณชายฟื้นขึ้นมาจะได้ให้ดื่มบำรุงร่างกายได้” หลันหลันลุกขึ้นตักให้ทุกคน
“ท่านป้า ท่านลุง น้ำแกงปลานี้ดีต่อสุขภาพ ข้าใส่เห็ดป่าลงไปด้วย ตอนนี้เรายังไม่มีธัญญาพืช ทั้งข้าวทั้งแป้งล้วนขาดแคลน น้ำแกงปลานี้พวกท่านต้องดื่มกินให้เยอะ ๆ ได้อิ่มท้อง พออิ่มแล้วเราจะได้มาคิดกันต่อไปว่า วันเวลาต่อไปในที่แห่งนี้เราจะอยู่กันอย่างไร จบมื้อนี้ ข้ายังมีเื่ต้องปรึกษาพวกท่านอีกมาก”
หลี่มามากับหมอหยวนลอบสบตากัน ในใจคิดชื่นชมหลันหลันขึ้นมาหลายส่วน ถึงนางจะมีสถานะเป็คนรับใช้ อายุยังไม่มาก แต่มีความคิดความอ่านมากเกินวัย อาจจะเป็เพราะว่านางเป็หญิงชาวบ้านที่ทำงานมาหลายอย่างก็เป็ได้ แม้ว่าจะเพิ่งถูกขายเข้ามาไม่นาน กิริยามารยาทไม่เหมือนคนรับใช้ในจวนใหญ่ แต่ยังนับว่าเป็สาวชาวบ้านทำงานคล่องแคล่ว ขยันขันแข็งคนหนึ่ง
แต่เื่มารยาทเ่าั้ ทั้งหลี่มามากับหมอหยวนก็เห็นตรงกันว่า ถึงตอนนี้ก็คงไม่สำคัญเท่าไหร่แล้ว ชีวิตที่นี่คงไม่ใช่เพียงแค่ระยะสั้นเท่านั้น เกรงว่าจากนี้ไปอีกหลายปี พวกเขาก็ยังต้องอาศัยชายคาที่นี่อยู่ ถ้ายายหนูหลันหลัน เป็หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญได้ ก็คงต้องอยู่กันไปแบบครอบครัว วางเื่สถานะลงไปก่อน
เมื่อผู้คนพบกับความลำบาก...
คนที่จะรอดได้ย่อมต้องรู้จักการปรับเปลี่ยน
“พี่หลันหลันอร่อยจังเลย เหมยฮวาไม่เคยกินน้ำแกงที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”
เหมยฮวาชมแล้วยิ้มตาหยี อันที่จริงวันนี้เด็กหญิงหิวโหยมาก นางปรนนิบัติคุณชายไม่ได้หยุด แล้วก่อนหน้านี้ก็ได้เพียงแค่ดื่มโจ๊กใสเท่านั้น
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ ข้าต้มไว้เยอะทีเดียว”
“เ้าค่ะ ขอบคุณพี่หลันหลัน พี่หลันหลันเก่งที่สุด” เสียงเหมยฮวาเจื้อยแจ้ว ทำให้สองผู้สูงวัยเอ็นดูยิ่งนัก
“น้ำแกงนี่รสชาติดีจริง ๆ เนื้อปลาสดและหวานมาก” หมอหยวนพูดอย่างเห็นด้วย แล้วยกขวดสุราขึ้นซด
“เ้าดื่มเพลา ๆ หน่อย ข้าไม่ว่าหรอกที่เ้าจะดื่มบ้าง แต่อย่าให้เมาจนไม่เป็อันทำอะไรอีก” หลี่มามาบ่นพลางถอนใจหนัก
“ข้ารู้แล้ว เมื่อครู่ตอนที่อยู่ในห้องข้าก็บอกเ้าแล้วนี่ จากนี้ไปข้าจะรู้จักยับยั้งชั่งใจ”
“ให้มันจริงเถอะ” หลี่มามาค้อนสามี
หลันหลันเห็นดังนั้นแล้วพลันเอะใจ ...
นี่มันไม่ถูกต้อง ...
เธอเห็นชัด ๆ แล้วว่าไหสุรานั้นหมดั้แ่ตอนเอาไปเช็ดตัวคุณชายแล้ว
พวกเราไม่มีเงิน...ถ้าไม่มีเงินแล้วสุรานี่มาจากไหน
“ท่านลุงหยวนท่านเอาสุราพวกนี้มาจากที่ไหน...”
“อ๋อ ในห้องข้ามีประตูเชื่อมไปยังลานเล็ก ๆ ด้านข้างเรือน ที่นั่นมีไหสุราวางไว้มากมาย ตอนที่ข้าเจอก็คิดว่า์ช่างเมตตาแล้ว”
หลันหลันมองลุงหยวนที่ยกมือลูบเครา ท่าทางกึ่ม ๆ อารมณ์ดี ตอนพูดว่า์เมตตานั่น หลันหลันนึกสงสัยลุกพรวดขึ้น คว้าเอาขวดสุราในมือของหมอหยวนขึ้นมาลองชิม
“เฮ้ย ยายหนู” หลี่หยวนซีร้องเสียงหลง
หลันหลันเบิกตากว้าง เมื่อได้ชิมสุรา นางวางมันลงบนโต๊ะแล้วผลุนผลันวิ่งไปยังห้องของลุงหยวน ไม่สนใจมารยาทใด ๆ ทั้งนั้น พอผ่านประตูไปยังลานเล็ก นางก็พบไหสุรามากมายจริง ๆ หลันหลันวิ่งไปสุ่มเปิดไหสุราแล้วดมกลิ่น
“์ช่างเมตตาจริงๆ” หลันหลันะโ หลั่งน้ำตาแห่งความดีใจ แทบจะคุกเข่าโขกหัวกราบขอบคุณฟ้าดิน
หลี่มามา หมอหยวน และเหมยฮวาที่ถือตะเกียบวิ่งตามมา ต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง
“ยายหนูสุรานี้มีปัญหาอะไรเหรอ” หลี่หยวนซีรีบเอ่ยปากถาม
“ไม่มี ไม่มีปัญหาอะไร” หลันหลันรีบวิ่งไปทางหลี่มามา กับลุงหยวนแล้วจับแขนทั้งคู่อย่างดีใจ
“ท่านลุง ท่านป้า เหมยฮวา ข้าเจอขุมทรัพย์!”