The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 119 ลองของ


    เครดิตภาพจาก  https://wallpapercave.com

          อากิเนะรู้สึกแปลกใจในวิธีการพูดจาของเด็กหนุ่ม เธอจึงเงยหน้าขึ้นมามอง ทันทีที่สองดวงตาประสานกัน หนุ่มสาวก็อุทานดัง


    “ เอ๊ะ ” 

           


           ทั้งสองรู้สึกขัดเขินจนพูดไม่ออก เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
     เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจกระแอมออกมาดังๆเพื่อเปิดการสนทนา


    “ ฮะ....แฮ่ม เธอชื่ออากิอะไรซักอย่าง อ้อ ไม่ใช่สิ ชื่อ กากินั้ง ใช่มั้ย ” 


    “ ไม่ใช่ ข้าพเจ้ามีนามว่าอากิ…..” อากิเนะร้องค้านด้วยเสียงที่สูงขึ้น เพราะรู้สึกขัดเคืองที่อีกฝ่ายเรียกชื่อผิด แต่ไม่ทันพูดจบ เด็กหนุ่มก็กล่าวแทรก


    “ ช่างเถอะ จะชื่ออะไรก็ช่าง มันเรียกยากเกินไป ดังนั้น ชั้นจะขอเรียกเธอว่า "กระต่ายน้อย" ก็แล้วกัน ” 

                


            อากิเนะยิ่งรู้สึกเคืองหนักกว่าเดิม คนประเภทไหนกันที่เที่ยวไปเปลี่ยนชื่อให้คนอื่นแถมชื่อที่ตั้งก็ดูประหลาดซะจนไม่มีมนุษย์หน้าไหนคิดจะใช้ แน่นอนว่าเธอเถียงไม่ทัน เพราะเด็กหนุ่มชิงแนะนำตัวก่อน


    “ ชั้นชื่อว่า…..มาวิน ตกลงเธอจะบอกได้รึยังว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วชั้นมาอยู่นี่ได้ยังไง ” 

                


           ทันทีที่เด็กสาวได้ยินคำถาม เธอก็ลืมเลือนความขัดเคืองที่มาวินมอบให้ จากนั้นก็แถลงไขให้เด็กหนุ่มจากแดนไกลได้รับรู้


    “ ที่นี่คือแดนนอกสำรวจที่ตั้งอยู่ในเขตอาคมของเทพศาสตรา มีชื่อว่า……ดินแดนลี้ลับค่ะ ” เด็กสาวพูดจบ เธอก็ก้มหัวคำนับหนึ่งทีช่างเป็นมารยาทที่เว่อร์จนน่าขนลุก

                


           ปฏิกิริยาแรกของมาวินคือ.....ตกใจ ปฏิกิริยาที่สองคือ.....ผ่อนคลาย ปิดท้ายด้วยการขบขันอย่างหนักหน่วงจนกายบางเริ่มงอเป็นกุ้ง 


    “ ก๊าก ก๊าก ก๊าก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า........ ” 

                


           ใบหน้าของอากิเนะเริ่มแดงก่ำ เธอรู้สึกโกรธเคืองที่ถูกหัวเราะใส่สำหรับดินแดนลี้ลับ มันคือการกระทำที่ไร้มารยาทอย่างยิ่งยวด จึงข่มอารมณ์ของตนเอง พร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงแววไม่พอใจ 


    “ คุณหัวเราะอะไรรึคะ ” 

                 


            มาวินหยุดขำชั่วขณะ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ 


    “ ฮะๆ ก็จะไม่ให้ขำได้ยังไง ดูเธอพูดแต่ละอย่างสิ ทั้งแดนตกสำรวจ เขตอาคมของเทพอะไรซักอย่าง สุดท้ายก็ดินแดนลี้ลับ ทำอย่างกะเรื่องทั้งหมดเป็นละครย้อนยุคแนวแฟนตาซีแบบนี้ต้องหัวเราะสถานเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า......... ” มาวินพูดจบ เขาก็กลับมาหัวเราะชุดใหญ่ กายเพรียวบางกลิ้งเกลือกไปกับพื้นห้องจนดูคล้ายคนวิกลจริต 

                


            ใบหน้าของอากิเนะแดงก่ำด้วยความโกรธผสมอาย ในที่สุด เธอก็กลั้นโทสะเอาไว้ไม่อยู่ จึงลุกขึ้นยืน พร้อมกล่าวออกมาดังๆ


    “ คุณมาวินไม่เชื่อจริงๆเหรอว่าที่นี่คือ......ดินแดนลี้ลับ ” 

              


            มาวินตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวจนหยุดหัวเราะโดยพลัน จากนั้นก็เริ่มขำต่อ พร้อมตอบกลับ


    “ ฮะๆ ก็เรื่องที่พูด มะ.....มันขำจนเหลือเชื่อ และอีกอย่างนะ ฮะๆ พอเห็นเด็กสาวตัวนิดเดียวอย่างเธอโกรธจนหน้าแดงแบบนี้ ชั้นยิ่งขำ ฮ่าๆ น่ากลัวซะไม่มีเลย แม่กระต่ายน้อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า...... ” 

           


             มาวินหัวเราะดังสลับยักคิ้วหลิ่วตา
     ถ้าว่ากันตามตรง ก็คงไม่มีใครคิดกลัวท่าทางโกรธเคืองของอากิเนะจริงๆเพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ มันออกไปทางน่าเอ็นดูจนเกินกว่าใครจะย้ำเกรง 


    “ ถ้าคุณไม่หยุดหัวเราะ ชั้นจะไม่เกรงใจแล้วนะ ” เด็กสาวทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจนดูคล้ายกระต่ายน้อยที่กำลังโกรธ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็แข็งกร้าวอย่างเหลือเชื่อ

               


             แน่นอนว่ามาวิน ซึ่งได้รับสมญานามว่า…ลิงหัวเขียว ย่อมไม่คิดจะเกรงกลัว มิหนำซ้ำ ยังกล่าวท้าทายเด็กสาวต่อไป คล้ายว่ากำลังสนุกกับการหยอกเย้าเด็กน้อย


    “ ฮะๆ ถ้าชั้นไม่หยุดแล้วเธอจะทำอะไร ร้องไห้ใส่ชั้นเหรอ ก๊าก ก๊าก ก๊าก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า........  ” หลังจากเด็กหนุ่มพูดจบ เขาก็หัวเราะชุดใหญ่ 

                 


             เหมือนฟางเส้นสุดท้ายของอากิเนะจะขาดลง เด็กสาวไม่อาจทนรับความเกรียนของมาวินได้อีกต่อไป จึงตีหน้าขึงขังใส่และกล่าวออกมาดังๆ 


    “ ดีล่ะ ในเมื่อไร้มารยาทถึงเพียงนี้ อากิเนะก็จะแสดงให้ดูว่า.....สิ่งที่คุณกระทำ มันควรได้รับผลยังไง ” 

                 


             สิ้นประกาศิตของอากิเนะ ร่างเพรียวบางในชุดกิโมโนก็เริ่มเปล่งแสงประกายรุ้งออกมาพริบตาเดียว กระแสนั้นก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้เจ้าลิงหัวเขียวหยุดชะงักพร้อมอุทานออกมาเบาๆ


    “ เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ” ทันทีที่สิ้นประโยค อากิเนะก็ชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่ม


    “ จงหัวเราะ ” 

                


             แสงประกายรุ้งพุ่งใส่มาวินที่นั่งอยู่ไม่ห่าง พอมันกระทบกายบาง เด็กหนุ่มก็เกิดอาการแข็งเกร็งไปทั้งตัว


    “ เฮ้ย...... นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชั้นถึงขยับตัวไม่ได้ ” 

                


             ทว่าเหตุประหลาดยังไม่จบเพียงเท่านี้ เวลาต่อมา เด็กหนุ่มก็รู้สึกว่าปากของตนเองกำลังอ้ากว้าง จากนั้นก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมา ทั้งที่ใจไม่ต้องการ


    “ ฮะ...... ” 

               


             เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆได้ครู่หนึ่ง เสียงขบขันก็เริ่มดังขึ้นในที่สุด ก็แปรเปลี่ยนเป็นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง 


    “ ก๊าก ก๊าก ก๊าก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า........ เอิ๊ก...... ” 

               


            มาวินหัวเราะไป ทุบพื้นไปอย่างเมามัน กายเพรียวบางเริ่มงอเป็นกุ้ง แต่ภายในใจกลับร้อนรนและฉงนอย่างมหาศาล 


    “ เอ๊ะ นี่ตูกำลังขำเรื่องอะไรฟะ ” 

               


           มาวินหัวเราะอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าเรียวเล็กเริ่มแดงก่ำและบิดเบี้ยวแน่ล่ะ ถ้าใครลองหัวเราะสุดกำลังซักนาทีนึง  ก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน 


    “ ก๊าก ก๊าก ก๊าก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า........ ” 

           


              เด็กหนุ่มหัวเราะไปเรื่อยๆ จนล่วงเข้าสู่นาทีที่สอง
     เสียงเริ่มแหบแห้ง น้ำน้อยๆไหลรินจากขอบตาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาน่าจะใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที

                


            อากิเนะมองมาวินที่กำลังหัวเราะ เธอกอดอกและทำหน้าฉุนนิดๆ ปากก็บ่นพึมพำ


    “ เป็นไงเล่า คนบ้าก็ต้องโดนสั่งสอนแบบนี้แหละ ”     

                 


             มาวินพยายามวิงวอนด้วยสายตา แต่ท่วงท่าของเขากลับดูตลก ทำให้อากิเนะเริ่มขำขึ้นมาจริงๆจนลืมคลายมนต์สะกดให้เด็กหนุ่ม 


    “ ฮะๆ ” 

          


             อากิเนะเริ่มปิดปากหัวเราะเบาๆ โดยมีเด็กหนุ่มนอนงอตัวหัวเราะร่าอยู่บนพื้นเขาพยายามเงยหน้าขึ้นมอง เพื่ออ้อนวอนอีกฝ่ายให้เมตตา จะได้พ้นจากความทรมาน


    “ ฮ่าๆ ยัย ฮ่าๆ กระต่ายน้อย เหอๆ ทำให้ชั้น ก้ากๆ หยุดหัวเราะที ฮิๆ จะขาดใจตายอยู่แล้ว กิ้ก...... ” 

                


            ขณะที่มาวินกำลังวายปราณ เพราะหัวเราะหนักเกินไป ก็ปรากฏร่างสูงเพรียวของบุรุษผู้หนึ่งที่หน้าประตู เขายืนมองสองหนุ่มสาวอยู่เงียบๆจากนั้นก็กระแอมดังเป็นสัญญาณ 


    “ ฮะ......แฮ่ม ” 

                


            ทันทีที่อากิเนะได้ยินเสียง เธอก็หยุดขำและรีบทรุดกายลงนั่งคุกเข่าพร้อมก้มหัวคำนับผู้มาใหม่ ปากก็กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดูประหม่า


    “ สวัสดีค่ะ ท่านปู่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ” 

               


            บุรุษผู้มาเยือนคือเทพศาสตรา ซึ่งเป็นปู่ของอากิเนะและหัวหน้าใหญ่ในดินแดนตกสำรวจ ดวงตาจัดเจนเหลือบมองไปยังหลานสาวคนสวยแวบนึง จากนั้นก็เปลี่ยนมามองเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหัวเราะชั่วครู่ เขาก็ออกคำสั่ง


    “ เอาล่ะ ทำให้เจ้าหนูคนนี้หยุดหัวเราะได้แล้ว อากิเนะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน