รินที่อยู่ในกลุ่มเองก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากหญิงสาวขี้อายกลายเป็นหญิงสาวเงียบขรึม แม้ว่าโจจะไม่สนใจเธอแต่เธอก็เลือกที่จะติดตามเขาต่อไป ทว่าเมื่อได้รับรู้ว่าโจหายตัวไปและไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไงมันทำให้เธอได้แต่โทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไป เธอจึงหันไปฝึกหนักและไม่ค่อยได้สุงสิงกับใคร
ส่วนมิ้นต์ได้แต่เฝ้ามองพี่สาวของตนที่มักจะมีอาการเหม่อลอย เธอได้แต่ทำใจและคอยดูแลพี่สาวอยู่ห่างๆ เหตุการณ์ช่วยชีวิตบนดาวร้างทำให้พี่สาวของเธอตกหลุมรักโจเข้าอย่างจัง แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกดีกับเขาเธอจึงไม่แปลกใจที่พี่สาวของตนจะเป็นเช่นนี้
“อีก 2 เดือนเราทุกคนจะเข้าทดสอบเลื่อนยศเป็นนายพัน หากใครไม่สามารถผ่านการทดสอบและเลื่อนเป็นนายพันได้ก็ไม่ต้องตามฉันออกไปตามหาโจ” มายด์กล่าวข้อเสนอขึ้นมา แม้ว่าเธอต้องการไปตามหาโจให้เร็วที่สุดแต่ด้วยพลังของทุกคนในตอนนี้มีแต่ไปตายเปล่า ดังนั้นเธอจึงกระตุ้นทุกคนให้ฝึกฝนและก้าวข้ามขีดจำกัด เธอเชื่อว่าสองเดือนน่าจะเพียงพอที่ทุกคนจะแข็งแกร่งมากกว่าตอนนี้อย่างน้อยสามเท่า!!
หลังจากได้ยินคำพูดของมายด์ทุกคนก็พากันแยกย้ายไปฝึกฝน บางคนพยายามคิดค้นวิชาของตัวเอง บางคนก็รับงานเพื่อหาหินพลังงานมาเสริมพลังงานในร่างกายของตัวเอง
……
……
โจที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพยายามอย่างหนักเพื่อออกตามหาเขานั้นได้นั่งอยู่บนต้นไม้ที่เดิม เขาพยายามควบคุมพลังงานในร่างกาย เขาบังคับมันให้ไหลไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย ในตอนนี้ความสามารถในการควบคุมพลังงานของโจนั้นอาจจะเรียกได้ว่ารวดเร็วมากแล้ว แต่เขาจะทำให้มันเร็วกว่านี้มากยิ่งขึ้น!! มันทำให้เขานึกถึงคำๆหนึ่งในหนังสือที่ว่า ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น’
โจโบกมือไปมา พลังงานที่อยู่รอบๆมือของโจผันผวนไปตามการโบกและสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สิ่งที่โจทำในตอนนี้คือการพยายามควบคุมพลังงานบริเวณมือของเขา เขาจะส่งพลังงานส่วนหนึ่งออกมาด้านนอกและควบคุมให้มันติดตามมือของเขา
ด้วยวิธีการฝึกเช่นนี้จะทำให้โจควบคุมพลังงานได้ดีขึ้น ในตอนแรกเขาอาจจะลำบากที่จะควบคุมมันให้ตามมือเขา
ผ่านไปสามวันตอนนี้เขาสามารถควบคุมพลังงานบริเวณมือได้คล่องแคล่ว โจพยักหน้าพอใจกับผลลัพท์ที่ได้
หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่งเขาเริ่มสร้างลูกบอลไฟอีกครั้ง
ฟู่!!
ใช้เวลา 4 วินาทีลูกบอลไฟขนาดเท่าบอลลูนก็ปรากฏบนอากาศเหนือฝ่ามือ การฝึกควบคุมพลังงานให้ผลลัพท์ที่ไม่น่าเชื่อแก่เขาทำให้โจยินดีอยู่ในใจ
การฝึกควบคุมพลังงานเป็นการฝึกขั้นพื้นฐาน ทว่ามันเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด หากคุณสามารถควบคุมพลังงานได้ดีคุณก็จะใช้พลังได้ดีมากขึ้นเท่านั้น
การสร้างลูกไฟขนาดใหญ่อาจเป็นผลลัพท์ที่สุดยอดเหนือจินตนาการแต่คำถามที่สำคัญคือคุณใช้เวลาในการสร้างมันเท่าไร? หากคนสองคนมีพลังเท่ากันเริ่มเรียกลูกไฟขนาดบอลลูนพร้อมกัน คนหนึ่งใช้เวลา 8 วินาที อีกคน ใช้เวลา 4 วินาที เมื่อคนที่ใช้เวลาน้อยกว่าสามารถโจมตีใส่คนที่ใช้เวลามากกว่าได้ก่อนและคนที่ใช้เวลา 8 วินาทีโดนโจมตีถึงตาย นี่คือข้อพิสูจน์ว่ายิ่งมีพื้นฐานดีก็ยิ่งแข็งแกร่ง
4 วินาทีที่โจเรียกลูกไฟขนาดบอลลูนก็ยังไม่ทำให้เขาพึงพอใจ เขาจึงเริ่มฝึกควบคุมพลังอีกครั้ง
2 อาทิตย์ต่อมา ลูกไฟขนาดเท่าบอลลูนปรากฏขึ้นอีกครั้งในตอนนี้โจใช้เวลาในการเรียกออกมาเพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้น นี่เป็นผลลัพท์ที่แตกต่างจากตอนที่เขายังไม่ได้ฝึกราวฟ้ากับเหว เขามั่นใจว่าหากเผชิญหน้ากับกองทัพของแอนตินอสอีกครั้งเขาจะสามารถสู้กับพวกมันได้
แต่ว่าการใช้พลังงานเพื่อควบแน่นให้เป็นลูกบอลไฟขนาดใหญ่มันสิ้นเปลืองพลังงานมาก เขาคงใช้มันได้แค่สองสามครั้งก่อนจะหมดแรง
“ไม่ได้…ยังต้องฝึกมากกว่านี้” โจนึกถึงโล่พลังงานของพวกแอนตินอส เขารู้ดีว่าต่อให้เป็นลูกบอลไฟก็ยังยากที่จะทำลายพวกมันทั้งหมดในสองสามครั้ง
ตอนนี้เขาสามารถเรียกลูกบอลไฟเท่าบอลลูนออกมาได้อย่างรวดเร็วแล้วสิ่งที่เขายังขาดคือพลังทำลายของมัน
การฝึกเพื่อเพิ่มพลังทำลายนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากต้องใช้หินพลังงานเพื่อมาเพิ่มความบริสุทธิ์ของพลังงานในร่างกาย แต่ตอนนี้โจไม่มีหินพลังงานทว่ายังมีอีกวิธีหนึ่งนั่นก็คือดูดซึมพลังงานในอากาศ แต่การดูดซึมพลังงานในอากาศมันยากที่จะทำให้พลังงานในร่างกายบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น
ในความเป็นจริงพลังงานในอากาศคนส่วนใหญ่จะใช้พวกมันมาเติมพลังงานในร่างกายที่เสียไปเพราะการที่จะต้องมาดูดซึมเพื่อให้พลังงานในร่างกายบริสุทธิ์ใช้เวลามากกว่าใช้หินพลังงานถึงร้อยเท่า!! แถมหากใช้หินพลังงานก็ใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีก็ดูดซึมพลังงานในหินได้ทั้งหมด นี่จึงเป็นความแตกต่างของมัน
โจในตอนนี้ไม่สามารถหาหินพลังงานได้ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงดูดซึมพลังงานในอากาศให้เข้ามาในร่างกายอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นเช้าสายบ่ายเย็นไม่เว้นแม้แต่ตอนกินข้าวเขาก็จะไม่หยุดดูดซึมพลังงาน
มันยังมีปัญหาอยู่อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเมื่อพลังงานในร่างกายเต็มเปี่ยมจะทำให้ไม่สามารถดูดซึมพลังงานเข้ามาในร่างกายได้ แต่สิ่งที่โจทำคือพยายามยัดพลังงานในอากาศเข้ามาในร่างกาย เขารู้สึกเหมือนตัวกำลังจะระเบิดแต่ก็ไม่ยอมแพ้และยังคงดูดซึมมัน
เมื่อถึงเวลาหนึ่งเขารู้สึกว่าเริ่มทนไม่ไหวจึงหยุดดูดซึมพลังงาน ทันใดนั้นพลังงานส่วนเกินในร่างกายได้ทะลักออกมาและรวมเป็นส่วนหนึ่งในอากาศ
โจรู้สึกว่าพลังงานในร่างกายบริสุทธิ์ขึ้นหนึ่งในล้านส่วน
หากเป็นคนอื่นคงจะตัดใจยอมแพ้ไปแล้วแต่โจเป็นคนที่มีความอดทนสูง เขาไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ ไม่รู้ว่าต้องอยู่บนดาวนี้ไปอีกนานแค่ไหนหรืออาจจะตลอดชีวิตก็ได้ ดังนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อสู้กับพวกแอนตินอส
ปกติแล้วหากพลังงานในร่างกายไม่เต็มเปี่ยมเมื่อดูดซึมพลังงานในอากาศจะไม่ทำให้มันบริสุทธิ์ขึ้นแต่จะเป็นการทดแทนพลังงานส่วนที่เสียไปเท่านั้น ดังนั้นจะต้องดูดซึมตอนที่พลังงานในร่างกายเต็มเปี่ยมเท่านั้นถึงจะทำให้พลังงานบริสุทธิ์
ผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์พลังงานในร่างกายของโจก็บริสุทธิ์ขึ้นมาอีกเล็กน้อย แต่มันยังห่างไกลจากที่เขาต้องการ