ตอนที่ 97: เพิ่มผลลัพธ์แค่ปรับทางเดิน
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่สาดแสงสีทองทาบทาบลงบนยอดเขาของรังปีศาจที่บัดนี้ได้รับการคุ้มครองอย่างแน่นหนาด้วยค่ายกลเสริมกระดูกศิลา อักขระสีทองเรืองรองไหลเวียนไปตามโครงข่ายพลังงานอย่างเชื่องช้าทว่าทรงพลัง ภายในรังเมืองย่อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวาแตกต่างจากวันวานอย่างสิ้นเชิง เหล่าปีศาจมดงานเดินเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พวกมันแบกผลึกแร่ธาตุและก้อนแก๊สพิษมารที่ถูกควบแน่นเป็นรูปธรรม ลำเลียงเข้าสู่คลังเก็บทรัพยากรอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เป็นระเบียบนั้น หลีเฮงยืนตระหง่านอยู่บนระเบียงหินสูงส่งที่ยื่นออกมาจากหน้าผา ทอดสายตามองลงไปยังการทำงานของเหล่าอสูรรับใช้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการประเมินและครุ่นคิด ขนาบข้างกายของเขาคือสามสตรีอสูรผู้เลอโฉมที่เปรียบดั่งบุปผางามสามประการแห่งแดนปีศาจ
เย่เจาจวิน ราชินีแมงมุมหม้ายดำระดับ Rank SSS ยืนอยู่เบื้องขวาของชายหนุ่ม อาภรณ์สีนิลขลับรัดรึงทรวดทรงองค์เอวอันเย้ายวน เผยให้เห็นเนินปทุมถันอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจ นางลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของหลีเฮงด้วยดวงตาที่ฉ่ำปรือไปด้วยความหลงใหล
เบื้องซ้ายคือเสี่ยวจู เด็กสาวครึ่งแมงมุมระดับ Rank S ที่บัดนี้จำแลงกายอยู่ในรูปของดรุณีแรกรุ่น รูปร่างอวบอั๋นน่ารักน่าทะนุถนอม แก้มยุ้ยๆ สีชมพูระเรื่อดุจลูกพีชสุกงอมน่ากัดกิน นางกำลังใช้พัดขนนกพัดวีเบาๆ ให้กับผู้เป็นนาย พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้เป็นระยะ
และรั้งท้ายคือเฟยเฟย ปีศาจวิหคเพลิงระดับ Rank A ที่โฉบลงมาจากฟากฟ้าในร่างของสตรีสวมชุดขนกนกสีแดงเพลิงที่เว้าแหว่งอวดเรียวขาขาวเนียนและสัดส่วนโค้งเว้าอันแสนเร่าร้อน นางเกาะเกี่ยวแขนของหลีเฮงอย่างออดอ้อน ซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างแสนรัก
"นายท่านเจ้าขา..." เสี่ยวจูเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงออดอ้อนปนสงสัย "ข้าน้อยเห็นนายท่านยืนจ้องมองพวกมดงานเดินไปมาอยู่นานสองนานแล้ว มีสิ่งใดผิดปกติหรือเจ้าคะ? หรือว่าพวกมันอู้งาน ข้าน้อยจะไปสั่งสอนพวกมันให้เอง!" นางทำท่าจะถกแขนเสื้อขึ้นด้วยท่าทีขึงขังจนน่าขัน
หลีเฮงหัวเราะในลำคอเบาๆ เอื้อมมือไปบีบจมูกโด่งรั้นของเสี่ยวจูอย่างเอ็นดู "เด็กโง่ พวกมันมิได้อู้งานหรอก ทว่า... ข้ากำลังมองเห็นความไร้ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานต่างหาก"
"ความไร้ประสิทธิภาพหรือเจ้าคะ?" เย่เจาจวินเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นด้วยความฉงน "แต่พวกมันก็ทำงานกันอย่างแข็งขัน ลำเลียงแร่ได้มากมายก่ายกองนี่เจ้าคะ"
หลีเฮงส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาฉายแววแห่งความเจ้าเล่ห์และล้ำลึก "พวกเจ้าลองสังเกตดูสิ เส้นทางการเดินของพวกมันทับซ้อนกันในบางจุด ทำให้เกิดความล่าช้า อีกทั้งการแบกรับพลังงานจากแก๊สพิษมารที่ยังไม่เสถียร ทำให้พวกมันสูญเสียพลังชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์... เจาจวิน เจ้าจงถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินของมดงานเสียใหม่ ให้แบ่งเป็นสองสาย สายหนึ่งสำหรับแร่ธาตุบริสุทธิ์ อีกสายหนึ่งสำหรับแก๊สพิษมาร และให้สร้างจุดพักถ่ายเทปราณระหว่างทาง เพื่อลดภาระของพวกมัน"
เย่เจาจวินรับคำสั่งและรีบถ่ายทอดกระแสจิตไปยังเหล่ามดงานทันที เพียงชั่วอึดใจ ภาพความวุ่นวายเบื้องล่างก็แปรเปลี่ยนไปราวกับมีเวทมนตร์ มดงานแบ่งแถวออกเป็นสองสายอย่างชัดเจน การเดินสวนกันถูกกำจัดทิ้ง ความเร็วในการลำเลียงทรัพยากรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมพวกมันยังดูสดชื่นและมีเรี่ยวแรงมากขึ้นเมื่อได้พักถ่ายเทปราณตามจุดที่กำหนด
"โอ้โฮ! นายท่านปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ! เพียงแค่ปรับเปลี่ยนนิดเดียว ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นตั้งมากมาย!" เฟยเฟยกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มกระเพื่อมไหวจนหลีเฮงต้องลอบกลืนน้ำลาย
หลีเฮงยิ้มรับคำชม ทว่าแผนการของเขายังไม่จบเพียงแค่นั้น "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น บัดนี้ทรัพยากรเริ่มไหลเวียนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ถึงเวลาที่เราจะนำพลังงานส่วนเกินมาใช้ให้เกิดประโยชน์"
เขาหลับตาลงสื่อสารกับ 'ระบบเทพแมงดา' อีกครั้ง "ระบบ ตรวจสอบทรัพยากรปัจจุบันและคำนวณขีดจำกัดในการฟักไข่อสูรหมาป่าสองขา!"
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวเลขที่วิ่งประมวลผลอย่างรวดเร็ว หลีเฮงลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจ "ทรัพยากรของเราในตอนนี้เพียงพอที่จะรองรับกองกำลังรบได้มากขึ้นแล้ว... เจาจวิน จงนำแร่ธาตุและแก๊สพิษมารส่วนหนึ่งไปหล่อเลี้ยงรังฟักไข่ ข้าต้องการฟักฝูงอสูรหมาป่าสองขาเพิ่มขึ้นให้เต็มลิมิตทรัพยากรที่มี จงจำไว้ ขีดจำกัดสูงสุดในตอนนี้คือระดับ 'หลักหลายร้อยตัว' เท่านั้น ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด เราต้องการกองกำลังที่ปราดเปรียวและแข็งแกร่ง เพื่อลาดตระเวนและเฝ้าระวังภัยรอบอาณาเขตค่ายกลย่อยนี้"
เย่เจาจวินพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน นางร่ายรำเวทมนตร์แห่งเผ่าพันธุ์ ควบคุมสายธารพลังงานให้ไหลเข้าสู่โพรงถ้ำอันมืดมิดซึ่งเป็นสถานที่ฟักไข่ เพียงไม่นาน เสียงเห่าหอนอันดุดันก็ดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ร่างของอสูรหมาป่าสองขานับร้อยตัวพุ่งทะยานออกมาจากปากถ้ำ ร่างกายของพวกมันกำยำล่ำสัน ปกคลุมด้วยขนสีเทาเข้ม กรงเล็บแหลมคมดุจใบมีด แววตาแดงฉานดุดันพร้อมที่จะฉีกกระชากศัตรูทุกผู้ที่กล้าล่วงล้ำเข้ามา
พวกมันวิ่งมารวมตัวกันที่ลานกว้างเบื้องล่างระเบียงหิน หมอบราบลงกับพื้นอย่างศิโรราบต่ออำนาจของผู้เป็นนาย กองกำลังรบหลักร้อยตัวนี้แม้จะยังไม่มากมายนัก แต่ด้วยพลังงานที่อัดแน่นและได้รับการหล่อเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ พวกมันจึงเป็นดั่งคมเขี้ยวที่แหลมคมที่สุดของรังปีศาจในยามนี้
สามสตรีอสูรต่างยืนมองภาพกองทัพเบื้องล่างด้วยความตื่นตะลึงและภาคภูมิใจ เย่เจาจวิน เสี่ยวจู และเฟยเฟย หันมามองหลีเฮงเป็นตาเดียว แววตาของพวกนางบัดนี้เต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชาและหลงใหลอย่างสุดซึ้ง บุรุษผู้มีความคิดอ่านล้ำลึกประดุจมหาสมุทร ผู้สามารถพลิกแพลงสถานการณ์และบริหารจัดการทุกสิ่งได้อย่างไร้ที่ติ เขาคือยอดสมองเพชรแห่งแดนอสูรอย่างแท้จริง!
"นายท่าน... ท่านช่างเก่งกาจและสง่างามเหลือเกิน ข้าน้อยยอมพลีกายถวายชีวิตให้ท่านแต่เพียงผู้เดียว" เย่เจาจวินคุกเข่าลง ก้มหน้าจุมพิตที่หลังมือของชายหนุ่มด้วยความภักดีอย่างหาที่สุดมิได้
"ข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ! นายท่านคือเทพบุตรในดวงใจของเสี่ยวจู ข้าน้อยจะติดตามรับใช้นายท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่!" เด็กสาวครึ่งแมงมุมออดอ้อน เอาแก้มยุ้ยๆ ถูไถกับท่อนขาแข็งแกร่งของเขา
"เฟยเฟยก็รักนายท่านที่สุดเลยเจ้าค่ะ! นายท่านปราดเปรื่องเช่นนี้ อาณาจักรของเราจะต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในใต้หล้าแน่ๆ!" วิหคเพลิงสาวโผเข้ากอดรัดเขาแน่น ซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับแผงอกกว้างอย่างแสนรัก
หลีเฮงหัวเราะร่วน โอบกอดสตรีทั้งสามไว้ในอ้อมแขนอย่างหลวมๆ ความรู้สึกภาคภูมิใจและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอำนาจเอ่อล้นอยู่ในอก นี่สิถึงจะเรียกว่าชีวิตของจอมราชันย์!
ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักใคร่และเสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสตรี เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของชายหนุ่ม เป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง
[สรุปสถานะปัจจุบัน]
แต้มสะสมทั้งหมด: 35,000 แต้ม
แต้มวิบัติสะสม: 34 แต้ม
(ได้รับกล่องระบบเทพแมงดาฉบับเต็ม พร้อมเปิดใช้งานเมื่อท่านต้องการ)
หลีเฮงลูบไล้เรือนผมของสตรีทั้งสามอย่างอ่อนโยน ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปยังขุนเขาเบื้องหน้ากว้างไกล อาณาจักรของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว กองกำลังพื้นฐานก็ได้รับการเติมเต็มจนถึงขีดจำกัดของทรัพยากรในปัจจุบัน ก้าวต่อไปคือการขยายขอบเขตอำนาจ และค้นหาความท้าทายใหม่ๆ ที่รอคอยอยู่เบื้องนอก... โลกแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสตรีงามแปลกตาอีกมากมายที่รอให้เขาไป 'สำรวจ' และ 'ครอบครอง'
แสงแดดอุ่นๆ ยามสายส่องกระทบเกล็ดระยิบระยับของค่ายกลเสริมกระดูกศิลา ทำให้รังปีศาจดูประหนึ่งปราสาทแก้วที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางหุบเขาลึก ความงามของธรรมชาติที่ผสานเข้ากับอำนาจลี้ลับแห่งเวทมนตร์ก่อเกิดเป็นภาพที่ตราตรึงใจ หลีเฮงสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เจือปนด้วยกลิ่นอายปราณเข้าเต็มปอด รู้สึกถึงพลังชีวิตที่สูบฉีดพลุ่งพล่านในสายเลือด การที่ได้เห็นอาณาจักรเล็กๆ ของตนค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและเป็นระบบระเบียบ เป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกยิ่งกว่าการได้ครอบครองสมบัติใดๆ ในใต้หล้า
เสี่ยวจูยังคงคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ คล้ายดอกท้อของนางทำให้บรรยากาศที่ดูจริงจังผ่อนคลายลง นางมักจะหยอกล้อและสร้างเสียงหัวเราะให้แก่ทุกคนเสมอ ด้วยความไร้เดียงสาที่แฝงไปด้วยความภักดีอย่างสุดซึ้ง ในขณะที่เฟยเฟยนั้นเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่ร้อนแรงและกระตือรือร้น นางพร้อมที่จะโผบินออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูทุกเมื่อหากหลีเฮงเอ่ยปากสั่ง และเย่เจาจวิน ราชินีผู้สูงศักดิ์ นางคือเสาหลักแห่งการปกครองและการจัดการ ด้วยสติปัญญาและอำนาจบารมีของนาง ทำให้การควบคุมเหล่าอสูรเป็นไปอย่างราบรื่น สตรีทั้งสามคือชิ้นส่วนสำคัญที่ทำให้บัลลังก์ของหลีเฮงมั่นคงและงดงามไร้ที่ติ...
(จบบทที่ 97)