[จบ] รีเซตชีวิตมาเป็นพนักงานใหม่สุดแข็งแกร่ง [นิยายแปล]

    บทที่ 13 ไม่รู้เหมือนกันครับ อาจไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า

    “ทำไมเลิกงานเร็วอย่างนี้ล่ะ”

    ยุนจินซุกถามอย่างจับผิดคิมชอลซูจึงก้มไปมองนาฬิกา

    เวลาเพิ่งเลยหนึ่งทุ่มไปนิดเดียว

    “วันนี้ถ้าไม่ได้เลิกงานตรงเวลา เดี๋ยวหัวหน้าจะฆ่าเอาน่ะ”

    “เหรอ มีหัวหน้าแบบนั้นด้วยเหรอ”

    คิมชอลซูเลื่อนสายตาลงมามองรองเท้าแคชชูส์คู่ใหม่ที่วางไว้อย่างเป็๞ระเบียบ

    รองเท้าแคชชูส์คู่ละหนึ่งหมื่นวอนที่ขายในตลาดซึ่งเหมือนกับคู่เก่าเปี๊ยบ

    “ทำไมไม่ซื้อคู่ที่ดีกว่านี้หน่อยล่ะ”

    “รองเท้าแบบนี้ดีที่สุดสำหรับแม่แล้ว”

    “ทำให้ขนาดนี้แล้วยังจะ...”

    “หิวหรือยัง มีเต้าหู้อยู่นะ เดี๋ยวจะทำซุปเต้าเจี้ยวเต้าหู้ให้รีบไปอาบนํ้าไป”

    “อืม”

    ระหว่างที่คิมชอลซูกำลังถอดสูทออกก็เห็นซองสีขาววางอยู่ตรงหัวเตียงในห้อง

    ‘ลูกชาย ส่วนที่เหลือเอาไว้ใช้ตอนงานแต่งลูกนะ’

    ในซองนั้นเขาเคยใส่ไว้หนึ่งแสนวอนแต่ตอนนี้มีอยู่เก้าหมื่นวอน

    “เฮ้อ จริง ๆ เลย”

    คิมชอลซูมองแม่ที่กำลังเตรียมทำอาหารผ่านประตูแล้วส่ายหน้าความดื้อรั้นของแม่ขนาดพ่อที่ตายไปแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย

    คิมชอลซูจึงใส่เงินเข้าไปในซองเดิมอีกสามแสนวอน

    หลังจากอาบนํ้าเสร็จเขาก็มานั่งที่โต๊ะอาหารซึ่งเตรียมไว้เรียบร้อย และคิมชอลซูก็ยื่นซองสีขาวให้แม่อีกครั้ง

    “บอกให้เอาไว้ใช้ตอนแต่งงานไง”

    “ค่าเช่าน่ะ ค่าเช่า”

    “อะไร”

    “ผมอาศัยอยู่บ้านของแม่ ผมก็ต้องจ่ายค่าเช่าสิ”

    “โอ๊ย ไม่ต้องเลย”

    เมื่อเห็นยุนจินซุกยืนกรานปฏิเสธคิมชอลซูจึงเปลี่ยนเ๱ื่๵๹

    “เห็นว่ายองซูเข้าโรงเรียนมัธยมปลายแล้วใช่ไหม ได้เลขที่ต้น ๆ เลยนี่ เลขที่ห้าหรือเปล่านะ”

    “แล้วยังไง”

    “เพราะไม่ค่อยได้กินแต่ของดี ๆ ก็เลยตัวเตี้ยไง”

    ยุนจินซุกชักสีหน้าใส่คำพูดของคิมชอลซู

    “ทำไมจู่ ๆ ก็เปลี่ยนเ๹ื่๪๫”

    คิมชอลซูยื่นซองขาวให้อีกครั้ง

    “ทำข้าวกล่องใส่เนื้อเยอะ ๆ ให้ยองซูบ้างสิหมอนี่ขนาดกินไก่ทั้งตัวยังไม่อิ่มเลย ถ้ากินไม่อิ่มแล้วตัวไม่สูงจะทำยังไง”

    ยุนจินซุกเริ่มนํ้าตาคลอเมื่อได้ยินแบบนั้น

    “ไอ้เด็กนี่ กินอะไรผิดสำแดงมาหรือไง”

    “เปล่า”

    “แต่เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปนะ”

    “ผมก็เหมือนเดิมตลอดนะ”

    “ไม่จริง มีบางอย่างแปลก ๆ”

    “จะไม่เอาเนื้อให้ยองซูกินหรือไง”

    พอคิมชอลซูถามอีกครั้งยุนจินซุกก็รับซองมาอย่างปฏิเสธไม่ได้

    “ถ้ายองซูตัวไม่สูง แม่รับผิดชอบนะ”

    “อะไรนะ ไอ้เด็กนี่”

    คิมชอลซูตักข้าวใส่เต็มปากเคี้ยวตุ้ยๆ จากนั้นก็ตักนํ้าซุปเต้าเจี้ยวซดตาม

    “โอ๊ย อร่อย ข้าวที่แม่ทำนี่สุดยอดที่สุดแล้ว”

    ในอดีตเขาไม่ได้มีโอกาสทำแบบนี้แต่คราวนี้เขาคือคิมชอลซูที่หักหาญความดื้อรั้นของยุนจินซุกได้แล้ว

    “นี่ แล้วทำไมใส่เงินไว้ตั้งมากมายขนาดนี้”

    ยุนจินซุกที่เห็นเงินในซองเอ่ยถาม

    “วันนี้เงินเดือนออก ก็เลยบอกให้แม่ซื้อรองเท้าไง บอกแล้วไม่ยอมฟังเลย”

    “เงินเดือนเดือนแรกของลูกชายแม่ออกแล้วเหรอเนี่ยเวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ”

    “ต่อไปแม่ไม่ต้องให้เงินผมแล้วนะ ผมจัดการเอง”

     

    หลังกินข้าวเสร็จ คิมชอลซูก็กลับเข้ามาในห้อง เปิดคอมพิวเตอร์และโปรแกรมซื้อขายหุ้น

    เงินที่ได้รับจากการร้องเพลงที่บลูเฮาส์สองวันคือหนึ่งล้านวอนเก็บไว้ใช้สี่แสนวอน เหลืออีกหกแสนวอน

    เงินเดือนพนักงานใหม่ที่เข้าเมื่อเช้านี้หนึ่งล้านเจ็ดแสนวอนหลังกินข้าวเที่ยงจะมีเวลาว่างก็ไปเปิดบัญชีหุ้นและฝากเงินสองล้านวอนค่าใช้จ่ายรายเดือนแค่สามแสนวอนก็พอแล้ว

    คิมชอลซูเลือกซื้อหุ้นของฮันจินแฮอุนฮยอนแดซังซอน และ STX โชซอน จากนั้นก็ตั้งค่าซื้อขายให้เรียบร้อย

    เขารู้แค่ว่าปริมาณการซื้อขายจะเติบโตอย่างรวดเร็วเท่านั้นแต่ไม่ได้รู้ว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นเท่าไร

    ถ้าได้เงินมาคิมชอลซูตั้งใจจะซื้อบ้านส่งคิมยองซูเรียนมหาวิทยาลัย และคราวนี้เขาจะแต่งงานกับคนที่เขารัก

    คิมชอลซูคิดถึงความสุขได้อยู่สักพักก็ปิดหน้าโปรแกรมหุ้นและเปิดหน้าต่างพาวเวอร์พอยต์ขึ้นมาแทน ตรวจสอบเอกสารที่จะใช้ในการนำเสนอ 6-Sigma

    หัวข้อคือ‘อินเทอร์เน็ตจะส่งอิทธิพลต่อธุรกิจการค้ามากแค่ไหนและจะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจอย่างไร’

    หัวข้อนี้เป็๞เนื้อหาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการนำเสนอ6-Sigma ของพนักงานระดับผู้ช่วยผู้จัดการและผู้จัดการที่จะจัดขึ้นปีหน้า

    บริษัทนำเข้าและส่งออกจำนวนมากในโลกได้เปิดเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ตแล้วใช้เว็บไซต์นั้นเป็๲ช่องทางการอธิบายธุรกิจและสินค้าของบริษัทตัวเอง ซึ่งอาจทำให้บทบาทของบริษัทการค้าตกตํ่าลง

    จากนี้ไปสิ่งที่อยู่ในกระเป๋านักขายมืออาชีพจะไม่ใช่ความลับอันดับหนึ่งที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆ อีกแล้ว เพียงแค่เข้าไปในเว็บไซต์ก็รู้รายละเอียดได้เท่าที่๻้๪๫๷า๹

    คิมชอลซูใช้เ๱ื่๵๹นั้นเป็๲พื้นฐานแล้วเสริมตัวอย่างที่เห็นได้จริงหลายข้อพร้อมทั้งแผนงานลงไปเพื่อให้หนวดที่ไวต่อความรู้สึกของคณะกรรมการบริหารขยับ[1]

    แต่แค่หัวข้อดีแล้วจะได้ที่หนึ่งงั้นเหรอ

    คิมชอลซูเจอคำถามสำคัญเพราะเขาตระหนักได้ว่าพื้นฐานการตัดสินของบริษัทก็คือเกมชิงอำนาจ

    การที่ฮวังแดฮุนของฝ่ายบุคคลเป็๞ที่หนึ่งได้ก็เพราะอยู่ฝ่ายบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานใหญ่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหัวข้อการนำเสนอของฮวังแดฮุนแย่นั่นเป็๞หัวข้อที่มีความเป็๞ไปได้สูงมาก

    แล้วถ้าหัวข้อของฮวังแดฮุนออกมาแย่มากจนเทียบกับของฉันไม่ได้เลยล่ะ

    คิมชอลซูใช้คำถามนั้นจำลองสถานการณ์ในหัวดูคร่าวๆ

    วันนั้นจะมีพวกคณะกรรมการบริหารที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกมชิงอำนาจอยู่ด้วยแล้วสมมติว่าหัวข้อที่ไม่ได้เ๱ื่๵๹เกิดได้ที่หนึ่งขึ้นมาก็มีความเป็๲ไปได้สูงว่าพวกคณะกรรมการบริหารพวกนั้นจะคัดค้าน

    เมื่อจำลองสถานการณ์จบแล้วคิมชอลซูก็พยักหน้า

    อืมงั้นแบบนี้ก็น่าจะได้แหละ

    คิมชอลซูเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาแล้วเริ่มทำพาวเวอร์พอยต์ด้วยความรวดเร็ว

     

    “เดิมพันกับประธานยูจีฮุนไว้เหรอ”

    กรรมการผู้จัดการชเวยองจุนเข้ามาในห้องประธานใหญ่เพื่อรายงานผลประกอบการแต่ก็ต้อง๻๠ใ๽กับคำพูดของประธานใหญ่ชเวคยองฮุน

    รายงานยันเ๹ื่๪๫นั้นเลยเหรอ

    “ครับ คุณพ่อ”

    “มีโอกาสชนะงั้นเหรอ”

    “กำลังทำอย่างสุดความสามารถครับ”

    “เป็๞การต่อสู้ที่โง่เขลาสินะ”

    “คุณพ่อ...”

    ชเวคยองฮุนนั่งลงที่โซฟาแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง

    “เคยบอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าก่อนที่จะแข่งหรือเดิมพันอะไรก็ตามถ้ามีส่วนที่ไม่รู้ก็ให้เลี่ยงการต่อสู้ไปไม่ใช่เหรอ ลืมแล้วหรือไง”

    “เปล่าครับ”

    “แล้วทำไมการเดิมพันมื้อเที่ยงด้วยการเล่นกอล์ฟถึงได้กลายเป็๲การเดิมพันการเลื่อนตำแหน่งของพนักงานทั้ง ๆที่ไม่ได้รู้เ๱ื่๵๹อะไรเลยล่ะ”

    “เป็๞เ๹ื่๪๫ที่ไม่ลองก็ไม่รู้ครับ”

    “จิ๊ ๆ ๆ ฉันบอกว่าให้เรียนรู้จากประธานยูซะแต่ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็๲การแข่งขันกันเสียได้ถ้าฉันมีลูกชายเหมือนประธานยูสักคนนะ ฉันคงยกบริษัทให้ทันที”

    คำพูดของชเวคยองฮุนทำให้ชเวยองจุนเม้มริมฝีปากแน่น

    “คนในทีมแกนี่มันไม่ได้เ๱ื่๵๹จริง ๆ”

    การตอบรับการเดิมพันโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบพนักงานใหม่ของรองผู้อำนวยการอันจองกยูก่อนเป็๞ความผิดพลาดของตนเองจริงๆ

    ชเวยองจุนก้มหน้างุดไม่พูดไม่จาชเวคยองฮุนจึงเอ่ยปากอีกครั้ง

    “ดูท่าทางคงรู้ตัวแล้วสินะว่าแกทำอะไรผิด แล้วฮเยนาเป็๞ไงบ้าง”

    “ก็เรื่อย ๆ ครับ”

    “เห็นฉลาด๻ั้๫แ๻่เด็กเลยส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนาแต่ดูทำอะไรแต่ละอย่างนี่สิ เฮอะถึงอย่างนั้นก็เห็นว่าแกเป็๞คนเดียวในครอบครัวที่คอยดูแลน้องเ๹ื่๪๫นิสัยแกนี่ดีที่สุดแล้วทีหลังตอนงานไหว้ครบรอบวันตายฉันก็ให้แกรับผิดชอบแล้วกัน”

    เมื่อพูดถึงเ๱ื่๵๹งานไหว้ครบรอบวันตายชเวยองจุนก็ทำหน้าจริงจังทันที

    “ยังแข็งแรงแบบนี้ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ”

    “เพราะแกมีมนุษยธรรมที่สุดไงถึงได้พูดน่ะ บางคนอยากให้ฉันรีบตายไว ๆด้วยซํ้าไม่ใช่หรือไง”

    “ไม่หรอกครับ คุณพ่อ”

    “จิตใจดีแบบนี้ ถ้ามีพร๼๥๱๱๦์กับความสามารถติดมาด้วยจะดีแค่ไหนนะ!”

    “ขอโทษครับ”

    “ขอโทษอะไร ไปหาทางเรียนรู้มาซะ”

    “ครับ”

    “ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วก็ไปเถอะ”

    “ครับ คุณพ่อ”

    ชเวยองจุนออกไปแล้วชเวคยองฮุนก็เดาะปาก

    ถ้าเกิดมาในตระกูลคนธรรมดาก็คงเป็๞ลูกที่โดดเด่นเป็๞เลิศแล้วแต่เพราะเกิดมาในตระกูลมหาเศรษฐีจะมาเป็๞แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด โอ๊ย! ไอ้เ๯้านี่ ตั้งสติได้แล้ว!

     

    วันพฤหัสบดี เวลาเที่ยงห้าสิบนาที

    “หัวหน้า ผมขอตัวไปอบรมก่อนนะครับ”

    “อืม ตั้งใจฟังล่ะ”

    “ครับ หัวหน้า”

    “ตอบแบบขอไปที จะโดนด่าเอานะ”

    เมื่ออันจองกยูจ้องมองมาคิมชอลซูก็รีบก้มหน้าอย่างรวดเร็ว

    “ผมจะตั้งใจฟังจริง ๆ ครับ”

    “ฉันจะคอยดูนะชอลซู”

    “ครับ หัวหน้า”

    ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าจะใส่ใจเ๱ื่๵๹การอบรมของพนักงานใหม่ขนาดนี้

    สงสัยจะรู้ว่าเรานั่งฟังอยู่ข้างหลังสุดแน่เลยสินะวันนี้คงต้องไปนั่งข้างหน้าแกล้งทำเป็๞ตั้งใจฟังแล้ว

    พอออกมาข้างนอกคิมชอลซูก็ถูกจางยูมีเรียก

    “คุณคิมชอลซู! ไปด้วยกันเถอะค่ะ”

    “หือ ได้ครับ”

    คิมชอลซูค่อยๆ เดินไป ขณะที่จางยูมีก็ตามหลังเขาไม่ห่าง

    “เลือกหัวข้อได้แล้วเหรอคะ”

    “ครับ คร่าว ๆ”

    “การนำเสนอคือวันศุกร์หน้าใช่ไหมคะ”

    “ครับ ได้ยินว่าอย่างนั้นนะครับ”

    “โอ๊ย ตื่นเต้นและตั้งตาคอยมากเลยนะคะเนี่ยว่าจะเป็๲ยังไงนะ”

    “ดูสีหน้าแล้ว คุณจางยูมีน่าจะได้ที่หนึ่งแน่เลยครับ”

    “จริงเหรอคะ”

    เธอยิ้มอย่างอารมณ์ดี

    “เคยไป ‘บลูเฮาส์’ ไหมคะ”

    คำถามของเธอทำเอาคิมชอลซูแอบสะดุ้งเล็กน้อย

    เธอรู้แล้วงั้นเหรอ

    “ไม่...เคยครับ”

    “ใช่ไหมคะ คุณคิมชอลซูกินนอนอยู่ที่บริษัทขนาดนี้ไม่มีทางไปที่แบบนั้นได้หรอกพอดีวันศุกร์ที่แล้วไปที่นั่นมา มีคนร้องเพลงเก่งสุดยอดมาก ๆ ด้วยละค่ะ”

    “คนที่ร้องเพลงเก่งสุดยอดมากเหรอครับ”

    “ใช่ค่ะ ฉันคิดว่าเป็๲นักร้องมืออาชีพในวงการมาเองซะอีกค่ะ”

    “อ๋อ อย่างนั้นเหรอครับ”

    “ไว้วันหลังไปด้วยกันไหมคะ”

    “ครับ?”

    เมื่อเห็นคิมชอลซูทำสีหน้า๻๠ใ๽จางยูมีก็โบกมือสองข้างปฏิเสธ

    “เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ ฉันก็พูดไปเรื่อย”

    “อ๋อ ครับ”

    “อย่าสนใจเลยค่ะ”

    จางยูมีหน้าแดงพูดขึ้นเบาๆ ส่วนคิมชอลซูก็เกาศีรษะตอบรับ

    ฉันเป็๞นักร้องที่นั่นจะไปด้วยกันได้ยังไงเล่า

     

    เวลาพัก หลังการบรรยายห้าสิบนาทีจบลง

    ฮวังแดฮุนเดินเข้ามาหาคิมชอลซูที่นั่งอยู่หน้าสุด

    “คุณคิมชอลซู”

    “ครับ?”

    “โอเคไหมครับ”

    “ตั้งใจอยู่ครับ”

    “งั้นเหรอครับ ถ้าไม่รู้ก็ต้องตั้งใจมากหน่อยนะครับ”

    ทำไมถึงเพิ่งมารู้ว่าไอ้หมอนี่เป็๲พวกไม่เอาไหนแบบนี้ตอนนี้เนี่ย

    คิมชอลซูคิดอย่างนั้นพลางส่งยิ้มคนดีพร้อมพยักหน้า

    เมื่อเห็นอย่างนั้นฮวังแดฮุนก็มองคิมชอลซูพลางคิด

    หัวทึบจริงด้วยโดนด่ายังไม่รู้ตัวอีก

    จางยูมีที่นั่งอยู่ข้างๆ คิมชอลซูก็พูดขึ้น

    “คุณฮวังแดฮุนก็พูดแรงไปหน่อยไหมคะ”

    “เอ่อ งั้นเหรอครับ ผมเผลอพูดไปไม่รู้ตัวเลยนะครับเนี่ย”

    คิมชอลซูมองฮวังแดฮุนที่พูดอย่างนั้นแล้วก็ส่ายหน้า

    “ไม่เป็๲ไรครับ”

    ฮวังแดฮุนหัวเราะคิกคักในใจพลางโยนคำถามใส่ด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส

    “สัปดาห์หน้าเป็๲วันนัดส่งหัวข้อสำหรับการนำเสนอคิดจะใช้หัวข้อไหนเหรอครับ”

    คิมชอลซูหยิบเอกสารชุดหนึ่งที่เขาพรินต์มาออกจากแฟ้มเอกสารและจ้องฮวังแดฮุนเล็กน้อยก่อนพูดขึ้นมา

    “เห็นว่าให้อิสระเ๱ื่๵๹หัวข้อสินะครับ”

    “ใช่ครับ”

    “เป็๲เ๱ื่๵๹ระบบการหมุนเวียนเปลี่ยนงานน่ะครับ”

    เมื่อคิมชอลซูพูดจบฮวังแดฮุนก็ตาถลน

    “ครับ? อะไรนะครับ”

    ฮวังแดฮุนส่งเสียงดังจนคนบริเวณนั้นแห่กันมารายล้อมคิมชอลซู

    “มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอ”

    จางยูมีที่ฟังอยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความ๻๷ใ๯

    “เนื้อหาน่าจะเกี่ยวข้องกับงานของฝ่ายบุคคลนะครับ”

    จางยูมีเหลือบตามองเอกสารที่คิมชอลซูถืออยู่

    “ใช่ครับ”

    ฮวังแดฮุนพูดกับคิมชอลซูด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

    “เอ่อ ขอดูหน่อยได้ไหมครับ”

    “ได้ครับ”

    คิมชอลซูส่งชุดเอกสารให้ฮวังแดฮุนอีกฝ่ายอ่านหัวข้อพลางเปิดเอกสารแล้วกวาดสายตาดูเนื้อหาข้างในฮวังแดฮุนเปิดดูเอกสารอย่างไม่มีสติ ตอนนั้นเองจางยูมีก็ตีไปที่แขนของคิมชอลซู

    “ให้ดูแบบนั้นได้ไงคะ”

    “ไม่เป็๲ไรครับ ผมต้องทำแบบนี้แหละ ถึงจะได้ความสนใจจากเพื่อน ๆ”

    จางยูมีมองคิมชอลซูที่กำลังยิ้มแล้วก็หงุดหงิดจึงกัดริมฝีปากพร้อมส่ายหน้า

    ไอ้คนทึ่ม

    แต่ริมฝีปากของฮวังแดฮุนกลับสั่นระริก

    นี่คือหัวข้อเดียวกันกับที่ตัวเขากำลังเขียนไม่มีผิดเป็๲หัวข้อที่หัวหน้าแผนกช่วยแนะนำให้เขามาตั้งสามสัปดาห์แม้แต่วิธีการปรับปรุงกระบวนการยังเหมือนกันทั้งหมด

    มองอย่างไรก็เหมือนกับลอกของที่ฮวังแดฮุนทำอยู่ไปทั้งดุ้น

    แต่ว่าของเขายังเป็๲แค่งานเขียนยังไม่ได้ทำเป็๲ไฟล์พาวเวอร์พอยต์ เมื่อเทียบกับคิมชอลซูที่ทำเป็๲เอกสารพร้อมเกือบสมบูรณ์แล้ว

    “อันนี้ส่งไปแล้ว...เหรอ”

    คิมชอลซูพยักหน้าตอบคำถามฮวังแดฮุน

    “พอบ่ายโมงก็ส่งให้อาจารย์ทันทีเลยครับ”

    “อ๊าก!”

    ทุกคนหันมามองฮวังแดฮุนทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของเขา

    เพื่อนคนหนึ่งมาประคองฮวังแดฮุนที่เซจวนจะล้มไว้พร้อมถามขึ้น

    “เป็๞อะไร แดฮุน”

    “ปะ...เปล่า...ไม่เป็๲ไร”

    แต่ฮวังแดฮุนเดินโซซัดโซเซกลับไปยังที่ของตัวเอง

    ในเมื่อโดนแย่งหัวข้อไปแล้วก็ต้องเริ่มใหม่แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามากพอจะทำแบบนั้น

    ฮวังแดฮุนนั่งเหม่อมองกระดานดำจางยูมีที่ยังงุนงงเลยเอ่ยถามคิมชอลซู

    “มีเ๱ื่๵๹อะไรเหรอคะ”

    แต่คิมชอลซูกลับส่ายหน้าทำเป็๞ไม่รู้อะไร

    “ไม่รู้เหมือนกันครับ อาจไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

    จางยูมีเอียงศีรษะมองฮวังแดฮุนกับคิมชอลซูอีกครั้งเป็๞สถานการณ์ที่เธอไม่เข้าใจเลย

    จะยอดเยี่ยมแค่ไหนกันนะ

    จางยูมีมองชุดเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะของคิมชอลซูแล้วพูดขึ้น

    “ฉันขอดูบ้างได้ไหมคะ”

    คิมชอลซูมองสายตาของจางยูมีที่สัญชาตญาณนักแข่งพลุ่งพล่านแล้วจึงคลี่ยิ้ม

    “ได้สิครับ”

    [1] สำนวน หมายถึง ทำให้หันมาสนใจหรือสามารถจูงใจได้