“เดเนียล”
“ขอรับท่านพ่อ” เดเนียลหันมาขานรับบิดาของตนอย่างนิ่งสงบและรู้ดีถึงความต่อ ใบหน้าเกรงขามของผู้เป็บิดาแสดงความกังวลอะไรบางอย่างอย่างชัดเจน ก่อนที่จะก้าวตามเข้าที่ยังห้องทำงานของท่านประมุขแห่งตระกูลที่มีขนาดกว้างใหญ่ประดับประดาอย่างสมเกียรติ
หลังจากจบเื่ราวทีู่เาแอลฟ์ในวันนั้นนี่ก็ผ่านมาแล้วถึงสามวันทุกอย่างผ่านมาด้วยดี มีข่าวใหญ่หลายๆ ข่าวได้กระจายไปทั่วอาณาจักรหรือแม้กระทั่งอาณาจักรอื่นๆ ทั้งเื่การฟักของสัตว์อสูรสายเืสูงส่งผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่ทราบแท้จริงแน่ชัด เื่เหตุการณ์นั้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตของตระกูลแม็กซีวีลอน และข่าวที่สำคัญคือข่าวว่ามีผู้มีพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ปรากฏตัวก็กระจายออกไปทั่วอย่างกับไฟลามทุ่งและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือผู้มีพลังธาตุบริสุทธิ์นั้นเข้าร่วมกับตระกูลแม็กซีวิลอนยิ่งทำให้กลายเป็ที่น่าสนใจยิ่งนัก
เหล่าขุมอำนาจต่างๆ ในวันนั้นต่างกลับไปโดยไม่แสดงตนออกมาแต่อย่างใด ต่างรู้ดีในแง่ขั้วอำนาจตระกูลแม็กซีวีลอนเป็ตระกูลใหญ่หนึ่งในขุมอำนาจหลักในห้าตระกูล แต่ตอนนี้หากมองแล้วหลักอำนาจต่างๆ นั้นได้ถูกสั่นคลอนแล้วเพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของตระกูลแม็กซีวีลอนแม้จะแค่คนๆ เดียวที่เข้ามาแต่ว่านั่นเป็ถึงผู้มีพลังธาตุอัคคีบริสุทธิ์ที่มิเคยปรากฏแม้แต่ในอาณาจักรนี้หรือที่อื่นคล้ายทิศทางได้หันเหแล้ว ฉะนั้นการจะตั้งตนเป็ศัตรู ต่อกรหรือสร้างความผิดใจกับตระกูลแม็กซีวีลอนจึงไม่ต่างอะไรกับเป็การฆ่าตัวตายแท้ๆ
สำหรับนาธานเนียลแล้วควรจะเป็เื่ที่น่ายินดีที่มีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้อยากจะที่จะเข้าร่วมตระกูลด้วยแต่แน่นอนว่าเมื่อมีผลดีย่อมก็ต้องมีผลเสียอยู่ ผลกระทบโดยตรงต่อตระกูลนั้นจึงทำให้ตระกูลแม็กซีวีลอนถูกจับตามองโดยยิ่งนักและกลายเป็ผู้ผูกขาดในทางอำนาจภายในทันทีขึ้นเป็ขุมอำนาจที่ยากจะเทียบเคียงเสียแล้วแม้แต่จักรพรรดิยังต้องเกรงอย่างเนืองๆ และที่สำคัญผู้ที่ถูกจับตามองอีกคนคือ ‘นายน้อยมีคาเอล สเวน แม็กซีวีลอน’ ที่หญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงผู้นั้นกล่าวออกมาอย่างชัดเจนว่ามาเพื่อรับใช้ทำให้กลายเป็ที่พูดถึงมากและ ‘สเวน’ ก็กลายเป็สกุลชั้นสูงปริศนาที่ทุกคนต่างให้ความสงสัยใคร่รู้เช่นกัน
“เ้าจะไว้ใจนางได้หรือ” แต่อย่างไรเสียก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่น่าไว้ใจเลย นาธานเนียลเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมากับบุตรชายคนรองของตนถึงหญิงผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงที่นอกจากจะแข็งแกร่งแล้วยังเป็ผู้มีอัคคีบริสุทธิ์อีกด้วยที่ได้ติดตามมายัง ณ ตระกูลแม็กซีวีลอน โดยคำกล่าวขอจากบุตรชายคนรองเสนาธิการแห่งตระกูล ถึงจะยินดีรับผู้แข็งแกร่งเข้ามาเพื่อเสริมกำลังของตระกูลตนแต่ยังไงก็ยังคงมีความไม่ไว้วางใจอยู่เช่นกันกับที่มาที่ไปที่ไม่แน่ชัดของหญิงสาวนั้น
“นางจะเป็ส่วนหนึ่งกำลังให้กับตระกูลเราและที่สำคัญที่สุดคือนางมีความสามารถและจะสามารถปกป้องมีคาเอลได้ในทุกสถานการณ์”
นั่นก็จริง หากว่าไม่ใช่เพราะบุตรชายคนรองของตนเป็ผู้เอ่ย ตนเองก็ต้องคิดหนักอยู่เช่นกันมันเป็ความเอ่ยยากคล้ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะหากปล่อยผู้แข็งแกร่งไปก็เสียดายหากไปเ้าร่วมกับตระกูลอื่นก็เป็การยากอีกเช่นกันแต่หากว่าเก็บไว้เองก็กลัวจะเป็การเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกายเพราะความแข็งแกร่งนี้และความไม่รู้แน่ชัดที่มาที่ไปของหญิงสาวผู้นี้นี่เองด้วย แต่เพราะบุตรชายคนรองของตนนี่เองที่เอ่ยออกมาด้วยตนเองนั้นหมายความว่ามันคงได้ผ่านการกรองชั้นดีแล้วจากเสนาธิการแห่งตระกูลและที่สำคัญเมื่อนางเอ่ยถึง ‘สเวน’ สกุลชั้นสูงที่เป็ปริศนาของหลานชาย บุตรชายคนรองของตนก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปนางคงอาจจะมีความเกี่ยวข้องถึงภูมิหลังของหลานตนเป็แน่
“แม้ว่าเ้าจะไม่รู้จักเนื้อแท้ของนางเลยงั้นรึ” เดเนียลรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่บิดาของตนนั้นกังวลและตนเองก็... มีความกังวลอยู่บ้างเช่นกัน หากทว่าการกระทำนั้นหากกระทำไปโดยมิคิดตริตรองให้ดีนั่นคงจะมิใช่เขาแต่เพราะคิดดีแล้วจึงได้ตัดสินใจเช่นนั้น ที่สำคัญ... เพราะนางเอ่ยถึง ‘สเวน’ และมาเพื่อมีคาเอลบุตรชายของตนด้วย แม้ไม่น่าไว้ใจแต่ตนก็ได้เตรียมแผนรับมือแล้วเช่นกันในหลายๆ ทาง
‘มีคาเอลจำเป็ที่จะต้องมีผู้แข็งแกร่งดูแลเพราะ....’ (เดเนียล) เพราะเขาไม่สามารถที่จะเมินหรืออยู่นิ่งเฉยต่อความสามารถของบุตรชายของตนได้เมื่อเขาได้รับรู้ ช่างอันตรายยิ่งนักหากว่ามีผู้รับรู้ว่าบุตรชายของเขานั้นคืออัจฉริยะที่มิเคยปรากฏแห่งยุคอย่างแท้จริง การสามารถใช้กระแสเสียงเวทย์ในครั้งนั้นยังสร้างความใให้แก่เขาไม่หาย มีคาเอลได้ทำลายขีดจำกัดของทุกตัวตนหรือทุกบันทึกในวัยรุ่นเยาว์ห้าขวบ นั่นหมายความว่ามีคาเอลได้ก่อกำเนิดจิติญญาแล้วหรืออาจจะมีหรือเลื่อนระดับจิติญญาของตนนานแล้ว ยิ่งอันตรายไปเสียอีก จึงมีความจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้ที่แข็งแกร่งมากในการติดตามดูแล แต่นั่นก็ใช่หมายความว่าเขาจะวางใจเลย....
“เพราะเป็เช่นนั้นข้าจึงจะให้ซินเซียกลับดูแลมีคาเอลด้วย”
“นั้นก็ไม่ต่างอะไรกัน เด็กสาวจากเผ่าพระจันทร์นั้นเราก็ไม่ได้รู้จักนางดี” นาธานเนียลเอ่ยคล้ายค้านเป็นัยๆ รู้สึกห่วงใยกับหลานชายรักช่างต้องชะตาด้วยที่ช่างอาภัพยิ่งเมื่อกำเนิดมาก็ขาดไร้ซึ่งมารดาคอยอุ้มชูแล้วและบิดาของตนก็ปฏิบัติภารกิจของตระกูลแทบไม่มีเวลาคล้ายอยู่เพียงตัวคนเดียวก็ไม่ต่างแม้ว่าจะมีบาสเตียนพ่อบ้านคนสนิทคอยดูแลไม่ห่างก็ตาม นั้นทำให้หลานชายองตนคนนี้ค่อนข้างที่จะเก็บตัวเงียบเป็คนพูดน้อยและเ็ายิ่งนัก
“......” เดเนียลเงียบ ‘เผ่าพระจันทร์’ เป็หนึ่งในเผ่าที่มีพลังลึกลับมีอำนาจอยู่แต่เพราะไม่้าที่จะข้องเกี่ยวแวะกับผู้ใดจึงหลบเลี่ยงผู้คนเข้าไปอาศัยอยู่ที่หุบเขาจันทราทมิฬระหว่างชายแดนเหนือสุดของอาณาจักโดเทรเวอร์ที่มิมีมนุษย์ผู้ใดจะสามารถย่างกรายเข้าไปได้ มิเคยมีผู้ใดรู้ว่าเผ่าพระจันทร์นั่นมีจำนวนเท่าใดหรือข้อมูลใดอย่างไรต่างก็ยังเป็ปริศนา
“ท่านพ่อท่านอย่าได้ห่วงเลย” เดเนียลหลบเลี่ยงที่จะเอ่ยต่อ เพราะเขาเองก็จะเอ่ยอะไรมากออกไม่ได้... บางอย่างก็ยังมิถึงเวลาของมัน ตอนนี้เพียงแค่มีคาเอลปลอดภัยก็พอแล้ว
“เ้าจะไม่ให้ข้าห่วงได้อย่างไรนั่นอย่างน้อยมีคาเอลก็หลานข้า และยังเป็หลานที่แท้จริงแล้วข้าไม่รู้จักเขาเลย”
“.....”
“เพราะเ้าไม่อยากและไม่คิดที่จะเอ่ยถึงภูมิหลังของมีคาเอล” นาธานเนียลหันมาเผชิญหน้าตรงๆ กับบุตรชายคนรองของตน ภูมิหลังของมีคาเอลทุกอย่างมิมีผู้ใดที่จะสามารถตามและมิมีผู้ใดล่วงรู้นี่ก็ไม่ทราบเช่นกันแม้กระทั่งตัวเขาเอง มีเพียงเดเนียลเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้และแน่นอนว่าความต่างๆ หากเดเนียลไม่เอ่ยมีหรือที่ใครจะกล้าเอ่ยต่อความถามไถ่ในความนั้น มันยิ่งเป็ความสงสัยใคร่รู้ยิ่งนัก เดเนียลเก็บเงียบมาโดยตลอดและมิคิดที่จะเอ่ยมันออกเลยด้วยซ้ำ เพราะเหตุใดกัน...
‘แม้กระทั่งพ่ออย่างข้าก็มิมีสิทธิ์รู้รึ เฮ้อ น่าน้อยใจเสียหรือไม่’ (นาธานเนียล)
“เฮ้อ เ้าจะปิดบังมันไปถึงเมื่อไหร่กันถึงภูมิหลังของมีคาเอล เมื่อถึงวันนั้นมันก็ต้องมีสักวันที่ต้องเปิดเผย”
“ข้าคิดว่าคงจะไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่”
“เฮ้อ สุดแล้วแต่ใจเ้าล่ะนะ... บาสเตียนคงได้มีน้อยใจคิดว่าเ้าคงจะปลดระวางตนกระมัง” หากว่าบุตรชายของตนยืนกรานเช่นนี้มีหรือที่เขาจะตอแยคว้านถามต่อไป คงจะต้องมีสักวันนั่นแหละหนาที่เ้าจะต้องเอ่ยออกมาข้าก็อยากจะรู้ยิ่งนักอะไรมันจะเป็ความลับขนาดนั้น
“นั่นคงจะเป็เื่น่ารำคาญใจไม่น้อยสำหรับมีคาเอลเป็แน่” เมื่อเอ่ยถึงบุตรชายของตนแล้วก็ยกยิ้มขึ้นเอ็นดู กับผู้ที่รักสงบเช่นนั้นแต่พ่อบ้านเคียงข้างนั้นกลับเอ่ยความยากและปากมากเสียยิ่ง เ้าตัวคงจะน่ารำคาญใจไม่น้อย มีคาเอลนั้นมีส่วนหนึ่งความคล้ายกับเขาจากการเลี้ยงดูมาแต่จริงๆ โดยเนื้อแท้แล้วกลับมีความคล้ายกับ ‘คนๆ นั้น’ เสียมากกว่าเหมือนกัน
ณ ห้องทำงานท่านประมุขของตระกูลแม็กซีวีลอนตอนนี้นอกจากท่านประมุขนาธานเนียลและบุตรชายคนรองเดเนียลแแล้วก็ยังมีหญิงสาวผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงผู้มาใหม่และคนสนิทของท่านประมุขและนายท่านรองเคียงข้าง ก่อนที่ประตูใหญ่นั้นจะเปิดออกปรากฏผู้มาใหม่ทั่วทั้งห้องคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความเงียบั้แ่วินาทีที่เผย... ร่างเล็กของเด็กชายผู้มีใบหน้างดงามดั่งเทพเซียนมาจุติ ผิวพรรณขาวผ่องเป็ยองใย เส้นผมสลวยและั์ตาคมกริบสีรัตติกาลอันเป็เอกลักษณ์และท่าทางอันนิ่งสงบสำรวมอย่างผู้ที่ได้รับการอบรมมาเป็อย่างดี ที่ปกติมักจะไม่ค่อยแสดงตนต่อหน้าผู้อื่นสักเท่าไหร่ ความรู้สึกออร่ารัศมีถึงชนชั้นสูงแผ่ออกมาอย่างชัดเจนตามมาด้วยพ่อบ้านคนสนิท
‘ความรู้สึกัันี่มันคืออะไรกันนะ’ นางยังไม่เคยรู้เช่นนี้มาก่อนเลย หนึ่งในผู้ที่มิอาจละสายตาได้จากร่างเล็กของเด็กชายตรงหน้าก็คือนางด้วยเช่นกันมือสวยยกขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายของตนเองเบาๆ ... หัวใจที่สั่นระรัวนี้
“เชิญขอรับนายน้อย” นายน้อยเพียงแค่พยักหน้าตอบรับ ใบหน้านิ่งสงบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เดินเข้ามาอย่างสง่างามให้ความรู้สึกแตกต่างจากเด็กทั่วไป
“มีคาเอล”
นางได้สติกลับมาอยู่กับปัจจุบันเมื่อนายท่านรองเดเนียลแห่งตระกูลเอ่ยเช่นนี้นั่นก็หมายความเด็กน้อยนี่คือ...
“ขอรับท่านพ่อ”
“มานี้สิ” เด็กชายน้อยขานรับผู้เป็บิดาและเดินเข้าไปหา เหมือนจะมีเื่ราวอะไรบางอย่างเพราะดูจากท่านปู่ของเขาที่ไร้แววขี้เล่นเช่นเคยที่มักเจอเขา เื่ราวในวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสามวันทุกอย่างก็ปกติสำหรับตัวเขาแต่เขาก็หวังว่าคงจะไม่... ไม่มีใครรู้นะ มีคาเอลทำตัวเป็ปกติอย่างเช่นเคย ด้วยความสังเกตจึงพบว่าภายในห้องนี้นั้นมีผู้อื่นอยู่ด้วยที่เขานั้นมิคุ้นหน้าเลย ‘หญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงผู้นี้คือใครกัน’ (มีคาเอล) ข้างนั้นๆ ที่มีหญิงสาวใบหน้างดงามอยู่ เส้นผมยาวสลวยสีแดงเพลิงที่เป็เอกลักษณ์ยิ่งนัก ดวงตาสวยสีแดงชาดมีแววเย่อหยิ่งทระนงในตนแสดงออกชัดเจน แม้ดูท่าว่าอายุจะใกล้รุ่นราวคราวเดียวกับบาสเตียนแต่กลิ่นอายความแข็งแกร่งที่ช่างแผ่ออกมาเหลือเกินแลดูมีความแตกต่างอะไรบางอย่าง หญิงสาวผู้นี้นางดูท่าว่าจะแข็งแกร่งน่าดู เอ๊ะ หรือว่านางจะเป็คนเดียวกับหญิงสาวปริศนาผู้นั้นกัน... ดวงตาสวยนั้นจ้องมองมาทางเขาอย่างไม่มีหันหลบ เขาจึงรู้สึกมีความสงสัยในตัวหญิงสาวเส้นผมสีแดงเพลิงยิ่งนักและความระแวดระวังด้วยเช่นกัน
“นางจะมาเป็ข้ารับใช้ดูแลเ้า”
อะไรนะ... เมื่อนายท่านรองได้เอ่ยออกมาเช่นนั้นบาสเตียนถึงกับอุทานใยิ่งในใจทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งสำหรับคนสนิททั้งสองของนาธานเนียลและเดเนียลเนื่องจากได้ฟังความของหญิงสาวั้แ่แรกแล้วทีู่เาแอลฟ์จึงได้มีท่าทีที่สงบได้มิเช่นนั้นตนก็ใเช่นนั้นนั่นแล
มีคาเอลอึ้งนิ่งงันมันก็ส่วนหลายเหตุผลที่บิดาของตนนั่นทำแบบนี้ เพราะท่านพ่อเองก็เป็คนเดียวที่รู้ว่าความลับของเขา แต่สำหรับความลับใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อสามวันนี่สิ...
มีคาเอลหันกลับมาให้ความสนใจกับปัจจุบัน.... เมื่อทั้งสองได้พบสบตากันวินาทีนั้นก็ทำเอาแทบหญิงสาวผู้มีเส้นผมสีแดงเพลิงนั้นแทบหยุดหายไปชั่วขณะอย่างบอกไม่ถูก นางเป็ผู้มีใบหน้างดงามดั่งเทพธิดาเพลิงแต่เมื่อได้พบเข้ากับเด็กน้อยตรงหน้ากับทำให้นางรู้สึกต่ำต้อยลงยิ่งความงดงามความสง่างามขาวผ่องเป็ยองใยและความรู้สึกรัศมีสูงส่งคล้ายถูกส่งผ่านเข้ามา หัวใจที่มิเคยสั่นไหวให้แก่สิ่งใดกลับเต้นระรัวหนักอย่างนางไม่สามารถควบคุมได้ ‘มีอะไรบางอย่าง’ ความรู้สึกนี้ที่ยากจะบรรยายออกมา....
“ข้าน้อยมีนามว่า ‘ไคลี่ย์’ จะมาเป็ข้ารับใช้ดูแลนายน้อยต่อจากนี้ไป ข้าขอสัตย์สาบานว่าจะจงรักและภักดีต่อนายน้อยแต่เพียงผู้เดียว หากว่ามีสิ่งใดที่นายน้อยประสงค์ปรารถนา้าขอให้บอกข้า ไคลี่ย์ผู้นี้จะหาและเอามันมาให้ได้เ้าค่ะ”
นางรู้สึกใตนเองยิ่งนักที่ตนเอ่ยออกไปเช่นนั้นคล้ายกับว่าตนนั้นยอมศิโรราบแก่นายน้อยผู้นี้ แต่นั้นมันก็คล้ายกับความรู้สึกจากข้างในของนางแท้จริงๆ ... แก่นจิติญญาอัคคีบริสุทธิ์ของนางเองก็เช่นกันคล้ายกำลังสั่นไหวต่ออะไรบางอย่าง
สำหรับไคลี่ย์แล้วนางดั่งคล้ายเปลวเพลิงที่ร้อนระอุนางเย่อหยิ่งกับทุกสิ่งคล้ายเพราะมองตนว่าเป็ผู่อยู่เหนือกว่าผู้อื่น แต่เหตุใดกันเมื่ออยู่ต่อหน้านายน้อยผู้นี้แล้วตัวตนของนางแทบด้อยลงกว่าและที่สำคัญความเย่อหยิ่งของนางนั้นหาได้กล้าที่แสดงออกมาไม่ มีเพียงความรู้สึกเพียงแต่ว่าต้องสงบลงยิ่งนักคล้ายเปลวเพลิงอันร้อนระอุนี้ได้ถูกลงสยบลงแล้วอย่างสิ้นเชิง ลมหวืดหนึ่งที่พัดผ่านเข้ามาเมื่อเส้นผมสีรัตติกาลนั้นปลิวไสวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสีรัตติกาลเช่นกันคล้ายดั่งมองลงไม่แสดงความความรู้สึกใดๆ คำเอ่ยกล่าวต่อมาจากนายน้อยที่จะเป็นายของตนสร้างความประทับให้กับนางและผู้ที่อยู่ในห้องนี้เช่นกัน กับคำกล่าวที่แม้ว่าจะดูเกินวัยแต่กลับแสดงถึงความมีสติปัญญาที่หาเทียบเคียงได้ยากสำหรับรุ่นเยาว์เดียวกัน
“คำสัตย์ของเ้า.... มันจะไม่มีค่าหรอกหากมิได้กระทำออกมา”