เมื่อค่ายกลเมืองย่อยถูกสร้างขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ ทรัพยากรล้ำค่าอย่างแร่มหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ทอประกายหลากสีสันเจิดจ้า และแก๊สพิษมารอันเข้มข้นดั่งหมอกทมิฬแห่งขุมนรก ที่ช่วยค้ำจุนสรรพชีวิตและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดภายในเผ่า ก็หลั่งไหลเข้าสู่คลังของเผ่าปีศาจราตรีอย่างไม่ขาดสายราวกับสายน้ำที่ไร้จุดสิ้นสุด ความมั่งคั่งนี้ช่วยต่อลมหายใจและฟื้นฟูพลังอำนาจให้กับเผ่าพันธุ์ของเย่เจาจวินได้อย่างมหาศาล บรรยากาศภายในปราสาทหินสีดำที่เคยตึงเครียดและหม่นหมอง บัดนี้กลับผ่อนคลายและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวังที่จะผงาดขึ้นเป็นใหญ่เหนือแดนปีศาจทั้งปวง
ณ ห้องบรรทมส่วนตัวของเย่เจาจวิน ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของปราสาททมิฬ ภายในตกแต่งด้วยม่านไหมสีโลหิตที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม เผยให้เห็นกลิ่นอายอันลี้ลับและเย้ายวน แสงเทียนสลัวทอดเงาสะท้อนบนเตียงหินหยกดำที่สลักลวดลายอสูรบรรพกาลกำลังร่ายรำอย่างวิจิตรบรรจง บนเตียงกว้างอันแสนเยือกเย็นนั้น หลีเฮงและเย่เจาจวินกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน ในสภาพที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ กีดขวาง เรือนร่างขาวผ่องดุจหิมะแรกแย้มของนางพญาปีศาจราตรีตัดกับผิวสีแทนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นแห่งการกรำศึกของหลีเฮงอย่างลงตัว
"หากพวกเราต้องการอยู่รอดอย่างยั่งยืน ด้วยทรัพยากรที่เรามีในตอนนี้ พวกเราจำเป็นต้องใช้เพื่อยกระดับสายพันธุ์ปีศาจของเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก" หลีเฮงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า สายตาอันคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ดวงหน้างดงามที่กำลังขึ้นสีระเรื่อของนาง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา "แต่การจะสร้างกองทัพที่ไร้เทียมทาน จำเป็นต้องใช้มากกว่าแร่ธาตุและแก๊สพิษ มันต้องอาศัยการชำระล้างและการปรับเปลี่ยนจากรากฐานแห่งชีวิต... ซึ่งมีเพียงข้าที่จะมอบให้เจ้าได้"
"ข้าน้อยพร้อมแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน..." เย่เจาจวินตอบรับด้วยเสียงกระซิบอันเย้ายวนและสั่นพร่า ดวงตาสีแดงฉานของนางหลุบต่ำลงด้วยความเอียงอายผสานกับความปรารถนาอันแรงกล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ลมหายใจของนางเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วอันหยาบกร้านของชายหนุ่มลูบไล้เบาๆ ที่พวงแก้มของนาง
นี่ไม่ใช่เพียงการร่วมรักเพื่อเสพสุขทางกาย ทว่าเป็นการ 'บำเพ็ญคู่' ขั้นสูงที่หลีเฮงตั้งใจจะใช้เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในของนาง! เป็นการผสานหยินหยางเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการวิวัฒนาการสายพันธุ์ที่ท้าทายสวรรค์!
หลีเฮงหลับตาลงเบาๆ รวบรวมสมาธิและกระตุ้นพลัง 'เนตรสวรรค์' ให้ตื่นขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดในห้วงคำนึง ดวงตาที่สามสีทองอร่ามพลันเปิดออกที่กลางหน้าผาก ส่องประกายเจิดจ้าทะลุทะลวงทุกสรรพสิ่งในใต้หล้า เขาประสานฝ่ามือทั้งสองเข้ากับฝ่ามืออันอ่อนนุ่มและเย็นเฉียบของเย่เจาจวิน ถ่ายทอด "ปราณธาตุไม้สีเขียวขจีอันอ่อนโยน" เข้าสู่เส้นสมลมปราณของนางอย่างช้าๆ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา
ปราณธาตุไม้ของหลีเฮงนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตและการก่อกำเนิดอันบริสุทธิ์ มันไหลเวียนเข้าสู่ร่างของนางพญาปีศาจราวกับสายธารน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงผืนดินที่แห้งแล้งและแตกระแหง เย่เจาจวินสะดุ้งเฮือกเบาๆ เรือนร่างอรชรของนางแอ่นโค้งขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดเผยอออก เปล่งเสียงครางหวานหูเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
หลีเฮงขยับกายเข้าประชิด รวบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของเขา สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นของปทุมถันคู่สวยที่เบียดเสียดกับแผงอกของตนจนเกิดความร้อนรุ่ม เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยสุ้มเสียงที่ทำให้หัวใจของนางเต้นรัว "ผ่อนคลายเถิดเจาจวิน ปล่อยให้ปราณของข้าชักนำทางเจ้า... อย่าขัดขืน ปล่อยให้ร่างกายของเจ้ารับเอาพลังแห่งการกำเนิดใหม่นี้ไปเสีย"
ริมฝีปากของเขาประทับลงบนซอกคอขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ ฝากรอยรักสีกุหลาบเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาครอบครองริมฝีปากของนางอย่างดูดดื่ม รสจูบที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนทว่าเร่าร้อนราวกับไฟบรรลัยกัลป์ ราวกับจะหลอมละลายจิตวิญญาณของนางให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา เรียวลิ้นของเขากวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากของนางอย่างไร้ความปรานี ในขณะเดียวกัน ปราณธาตุไม้สีเขียวขจีก็เริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
เนตรสวรรค์ของหลีเฮงมองทะลุผ่านผิวหนัง กล้ามเนื้อ และโครงกระดูกของนาง เข้าไปวิเคราะห์สภาวะเส้นลมปราณและรหัสพันธุกรรมปีศาจที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกที่สุดในจุดตันเถียน เขาพบว่าสายพันธุ์มดงานของนางนั้นแม้จะขยันขันแข็งและมีจำนวนมาก แต่โครงสร้างร่างกายกลับเปราะบางและมีข้อจำกัดในการวิวัฒนาการอย่างร้ายแรง พวกมันขาดสัญชาตญาณแห่งนักล่า! เขาจึงใช้พลังปราณธาตุไม้ค่อยๆ ปรับแต่ง ผสาน และสลักลวดลายรหัสพันธุกรรมเหล่านั้นเสียใหม่ด้วยความประณีตบรรจง ราวกับช่างศิลป์เอกแห่งสรวงสวรรค์ที่กำลังเจียระไนอัญมณีล้ำค่า
หลีเฮงขยับสะโพกดันเข้าไปช้า ๆ แต่หนักแน่น ปลายอันแข็งแกร่งแทรกผ่านความชุ่มชื้นอุ่นร้อนของเย่เจาจวินทีละนิ้ว… ทีละนิ้ว… จนกระทั่งทั้งท่อนถูกกลืนกินเข้าไปจนสุดในคราวเดียว
“อ๊าาา… นายท่าน…!”
เย่เจาจวินครางเสียงหวานยาวเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งอันร้อนรุ่มที่แทรกซึมเข้าไปจนสุดปลาย ร่างกายอันบอบบางของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ผนังภายในที่ชุ่มชื้นอุ่นร้อนบีบรัดแน่นรอบท่อนอวัยวะของหลีเฮงราวกับไม่ยอมปล่อยให้ถอนออกแม้แต่น้อย
“นายท่าน… มัน… มันใหญ่เกินไป… อ๊าาา…” เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความเจ็บแปลบผสมความสำราญที่ค่อยๆ กลืนกินสติ ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างก่อนจะหรี่ลงด้วยความเคลิ้มฝัน น้ำตาแห่งความเอิบอาบไหลรินจากมุมตา
หลีเฮงก้มลงจูบซับน้ำตาเหล่านั้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบข้างหูอันร้อนระอุ “อดทนอีกนิด… เจาจวิน ข้าจะทำให้เจ้าเปลี่ยนแปลง… ให้กลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม”
เขาเริ่มขยับสะโพกช้าๆ แต่หนักแน่น ดันเข้าและถอนออกอย่างจังหวะที่แน่วแน่ แต่ละครั้งที่ท่อนแข็งแกร่งเสียดสีกับจุดอ่อนไหวลึกในตัวนาง เย่เจาจวินก็สะดุ้งเฮือก เสียงครางหวานลอดจากริมฝีปากอวบอิ่มไม่ขาดสาย อกคู่สวยแกว่งไกวตามจังหวะ หัวนมสีชมพูระเรื่อแข็งตึงด้วยความเร่าร้อน
ปราณธาตุไม้สีเขียวขจีที่ไหลเวียนจากฝ่ามือของหลีเฮงยังคงซึมซาบเข้าสู่เส้นลมปราณของนางอย่างต่อเนื่อง เนตรสวรรค์ของเขามองเห็นชัดเจนว่ารหัสพันธุกรรมอันเปราะบางกำลังถูกสลักใหม่ทีละน้อย เส้นใยพลังชีวิตสีเขียวอ่อนกำลังพันเกี่ยวและหลอมรวมกับแก่นแท้ปีศาจมดของนาง เปลี่ยนความอ่อนแอให้กลายเป็นความแข็งแกร่ง เปลี่ยนสัญชาตญาณผู้รับใช้ให้กลายเป็นสัญชาตญาณนักล่าผู้ทรงอำนาจ
“อืมมม… นายท่าน… รู้สึก… ร้อน… ข้างใน…” เย่เจาจวินครางแผ่ว เรือนร่างแอ่นโค้งรับทุกการกระแทก มือทั้งสองของนางโอบกอดแผ่นหลังแกร่งของเขาแน่น เล็บคมกริบข่วนเป็นรอยแดงจางๆ บนผิวหนัง
หลีเฮงเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเปาะแปะในห้องอันเงียบสงัด กลิ่นอายแห่งความปรารถนาและปราณธาตุไม้ผสมผสานกันจนอบอวล เขาโน้มลงกัดเม้มหัวนมข้างหนึ่งเบาๆ ก่อนจะดูดซับอย่างแรง ทำให้เย่เจาจวินร้องครางดังขึ้นทันที
“นายท่าน… เย่เจาจวิน… จะ… จะทนไม่ไหวแล้ว…” เสียงของนางสั่นพร่าด้วยความใกล้จะถึงจุดสุดยอด
หลีเฮงยิ้มมุมปากเบาๆ ดวงตาทั้งสองและเนตรสวรรค์สีทองส่องประกายเจิดจ้า “ถึงแล้ว… ปล่อยออกมาสิ เจาจวิน… ปล่อยให้ร่างของเจ้ารับการวิวัฒนาการนี้ไปพร้อมกับข้า”
เขาดันเข้าสุดแรงในจังหวะสุดท้าย พร้อมกับปล่อยปราณธาตุไม้อันเข้มข้นมหาศาลพุ่งตรงเข้าสู่จุดตันเถียนของนางในขณะเดียวกัน เย่เจาจวินร้องครางเสียงแหลมยาว ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง น้ำรักอันร้อนระอุพุ่งกระฉูดรัดรอบท่อนแข็งแกร่งของเขาอย่างไม่ปรานีในวินาทีนั้น แสงสีเขียวขจีแผ่ซ่านจากร่างทั้งสอง รหัสพันธุกรรมของนางถูกเขียนใหม่จนสมบูรณ์ ดวงตาสีแดงฉานของเย่เจาจวินสว่างวาบด้วยประกายอำนาจที่แตกต่างจากเดิม…
ภายในห้วงเนตรสวรรค์ของหลีเฮง เขาเห็นชัดเจนว่ารหัสพันธุกรรมปีศาจของนางกำลังถูกปราณธาตุไม้สีเขียวขจีค่อย ๆ สลักลวดลายใหม่ทุกครั้งที่เขาดันเข้าไปสุด เส้นลมปราณที่เคยเปราะบางเริ่มหนาขึ้น มีประกายสีทองจาง ๆ ผสมปนเปกับสีเขียว
หลีเฮงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ แต่ลึก ทุกครั้งที่เขาดึงออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปจนสุด
“ฮ่าาา…!”
เย่เจาจวินสะดุ้งเฮือกทุกครั้ง ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้าง ร่างสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งเข้าไปชนจุดตันเถียนล่าง…
มีบางสิ่งปะทุขึ้นภายใน! เหมือนสายฟ้าสีเขียวขจีระเบิดขึ้นกลางร่างนาง แล้วแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นลมปราณ ความรู้สึกนั้นทั้งเสียวซ่านและร้อนผ่าวราวกับมีพลังชีวิตอันมหาศาลกำลังถูกฉีดเข้าไปในแกนกลางของจิตวิญญาณ
“นายท่าน… มี… มีอะไรบางอย่าง… ปะทุอยู่ในตัวข้าน้อย…!” นางครางเสียงสั่นพร่า มือทั้งสองข้างเกาะไหล่หนาของเขาแน่น “ทุกครั้งที่นายท่าน… สอดใส่… มันก็ระเบิดขึ้นมา… ร้อน… ร้อนจนทั่วร่าง…!”
หลีเฮงยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากยังคงจรดซอกคอขาวเนียนของนาง เขาเร่งจังหวะขึ้นเล็กน้อย กระแทกเข้าไปแรงขึ้นทุกที ปราณธาตุไม้สีเขียวขจีพุ่งเข้าสู่ร่างนางอย่างหนักแน่นตามจังหวะการเคลื่อนไหว
“นั่นคือพลังแห่งการวิวัฒนาการ…” เขากระซิบเสียงต่ำและทุ้มข้างหูของนาง “ทุกครั้งที่ข้าเข้าไป… ข้ากำลังสลักรหัสพันธุกรรมใหม่ให้เจ้า… ปรับแต่งทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น… ทำให้สายพันธุ์มดงานของเจ้า… เปลี่ยนสัญชาตญาตให้พวกมันกลายเป็นนักล่าที่แท้จริง…”
“อ๊าา… อ๊าาา…!”
เย่เจาจวินครางลั่น ร่างบิดเร่าไปมาบนเตียงหินหยกดำ ทุกครั้งที่หลีเฮงกระแทกเข้าไปสุด ประกายสีเขียวจะระเบิดขึ้นภายในจุดตันเถียนของนาง แล้วแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทำให้หยาดน้ำหวานสีใสพุ่งกระฉูดเปียกโคนของเขาและไหลย้อยลงไปเปียกชุ่มเตียง
นางรู้สึกชัดเจนว่าโครงสร้างร่างกายของตัวเองกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย กล้ามเนื้อที่เคยเปราะบางเริ่มแน่นขึ้น สัญชาตญาณแห่งนักล่าที่เคยหลับใหลกำลังตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ และทุกครั้งที่พลังนั้นปะทุ… ความเสียวซ่านก็พุ่งสูงจนแทบคลุ้มคลั่ง
หลีเฮงกุมสะโพกคอดกิ่วของนางไว้แน่น แล้วยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อกระแทกในมุมที่ลึกยิ่งขึ้น เนตรสวรรค์ของเขายังคงส่องประกายสีทอง มองเห็นรหัสพันธุกรรมถูกเขียนทับใหม่ทีละบรรทัด
“รับไว้ให้หมด… เจาจวิน…” เขาพึมพำเสียงแหบ เร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้น “อย่าขัดขืน… ปล่อยให้พลังแห่งการกำเนิดใหม่นี้… หลอมรวมกับเจ้า…”
เย่เจาจวินเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายจาง ๆ ปนสีเขียว ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริก ก่อนจะครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยทั้งความเสียวและความตื่นตระหนก
“ข้าน้อย… รับไว้… รับไว้ทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ… นายท่าน…!
อีกแล้ว… อีกแล้ว… มันปะทุอีกแล้ว…!”
"อ๊ะ... อ๊า... นายท่าน... พลังของท่าน... ช่างลึกล้ำยิ่งนัก... ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิด..." นางครวญครางไม่ได้ศัพท์ สองแขนเรียวโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น เล็บยาวคมจิกเกร็งลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ประดังประเดเข้ามาเป็นระลอกคลื่นดั่งพายุหมุน
หลีเฮงไม่รอช้า เขาพลิกกายให้นางนอนราบลงบนเตียงหยกดำ จับเรียวขาคู่สวยที่สั่นระริกของนางแยกออกกว้าง ก่อนจะแทรกตัวเข้าไประหว่างกลาง การผสานรวมอย่างลึกซึ้งที่สุดเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับการถ่ายทอดพลังปราณระลอกใหญ่และรหัสพันธุกรรมที่ถูกร่างขึ้นใหม่เข้าสู่รังไข่ต้นกำเนิดของนางพญาโดยตรง! ทุกจังหวะการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความหนักแน่น ดุดัน และนุ่มนวลสลับกันไป ภาษากายสอดประสานกับภาษาเวทมนตร์ ปรับแต่งวิวัฒนาการปีศาจให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ห้องบรรทมอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะและพลังเวทมนตร์ที่ตีวนผสมปนเปกัน จนกระทั่งร่างของทั้งสองกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยพลังชีวิตและสายธารแห่งความสมบูรณ์แบบออกมาผสานกันอย่างรุนแรง แสงสีเขียวแห่งชีวิตและสีแดงแห่งมารร้ายสาดส่องไปทั่วห้องบรรทม เป็นสัญญาณแห่งความสำเร็จในการบำเพ็ญคู่ครั้งประวัติศาสตร์ที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งแดนปีศาจ
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง หลีเฮงนอนตะแคง ลูบเรือนผมอันอ่อนนุ่มของเย่เจาจวินที่นอนหอบหายใจรวยริน ซุกใบหน้าอยู่บนอกกว้างของเขาอย่างแผ่วเบา ร่างกายของนางยังคงกระตุกน้อยๆ จากความสุขสมที่คั่งค้าง
"สำเร็จแล้ว..." หลีเฮงกระซิบ "รหัสพันธุกรรมของเจ้าได้รับการยกระดับและปลดล็อคขีดจำกัดเดิม บัดนี้ จงใช้ทรัพยากรที่เรามี สร้าง 'ค่ายกลเสริมเขี้ยวเล็บ' ขึ้นมาที่ลานกว้างหน้าปราสาท มันจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และผ่าตัดสายพันธุ์ปีศาจรูปแบบใหม่ของเรา! สายพันธุ์ที่จะทำให้ศัตรูต้องหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด!"
เย่เจาจวินพยักหน้ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนบูชาและหลงใหลในตัวบุรุษผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น นางรีบสวมใส่อาภรณ์ด้วยเรี่ยวแรงที่ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ และออกไปสั่งการทันที
ไม่กี่ชั่วยามต่อมา ณ ลานกว้างหน้าปราสาทหินดำ ค่ายกลเสริมเขี้ยวเล็บขนาดมหึมาก็ถูกสร้างขึ้นสำเร็จ มันเป็นบ่อขนาดใหญ่ที่มีอักขระเวทมนตร์เรืองแสงสีแดงกระพริบอยู่รายรอบ ส่งเสียงคำรามครืนครั่นราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหล หลีเฮงสั่งให้โยนแร่มหาธาตุและอัดแก๊สพิษมารจำนวนมหาศาลลงไปในค่ายกล พร้อมกับส่งรหัสพันธุกรรมต้นแบบที่เพิ่งถูกถ่ายทอดให้เย่เจาจวินเข้าไปฟักตัว
เสี่ยวจูและเฟยเฟยยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ด้วยใจที่เต้นระทึก พวกนางไม่เคยเห็นพิธีกรรมการสร้างอสูรที่แปลกประหลาดและน่าเกรงขามเช่นนี้มาก่อน
บ่อของเหลวสีโลหิตเดือดพล่าน ฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาแตกกระจายส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงสว่างจ้าบาดตาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทันใดนั้นเอง! เงาดำทะมึนหลายสิบสายก็กระโจนพรวดพราดออกมาจากบ่อค่ายกล ลงมายืนหยัดอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคงจนแผ่นดินสะเทือน
พวกมันคือ "อสูรหมาป่าสองขา" ล็อตแรกที่เพิ่งถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาสำเร็จ!
ลำตัวและขนาดของพวกมันมีความสูงพอดิบพอดียามยืนสองขาพอๆ กับสุนัขหรือหมาป่าทั่วไป ไม่ใหญ่โตจนอุ้ยอ้ายแต่เต็มไปด้วยความปราดเปรียวและมัดกล้ามเนื้ออัดแน่น ร่างกายปกคลุมไปด้วยขนสีเทาอมดำที่แข็งดุจเส้นลวดเหล็ก สองมือหน้ามีกรงเล็บแหลมคมโค้งงอดุจใบมีดโกนพร้อมฉีกกระชาก ทะยานเคลื่อนที่ด้วยสองขาหลังอันทรงพลังอย่างคล่องแคล่วว่องไวปานสายฟ้าแลบ โครงสร้างส่วนหัวและกรามล้อมรอบไปด้วยเขี้ยวฟันแหลมคมซ้อนเรียงรายดุจกรามของมหาอสูรทรราชในตำนาน และมีสัญชาตญาณดุร้ายกระหายเลือด ชอบรุมกัดฉีกกระชากศัตรูเป็นฝูงอย่างบ้าคลั่ง!
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ดวงตาของพวกมัน! ดวงตาของอสูรหมาป่าสองขาทั้งร้อยตัวล้วนเป็นสีแดงฉานเบิกโพลง เปล่งประกายความบ้าคลั่งและกระหายเลือดอย่างถึงขีดสุด พวกมันส่งเสียงขู่คำรามในลำคอด้วยเสียงต่ำต้อยที่สั่นสะเทือนแก้วหู พร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไปสังหารศัตรูตามคำสั่งของผู้เป็นนาย! โดยล็อตแรกนี้มีจำนวนพอดิบพอดีที่ 100 ตัวแรก ไม่ขาดไม่เกิน!
"สวรรค์... นี่มันตัวประหลาดอะไรกันเนี่ย!" เสี่ยวจูอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง ร่างของนางเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความสยดสยอง แม้แต่นางที่เป็นปีศาจแมงมุมพิษยังอดรู้สึกหวั่นเกรงไม่ได้
เฟยเฟยเองก็เบิกตากว้าง ปีกเพลิงด้านหลังสยายออกโดยสัญชาตญาณป้องกันตัวเปลวไฟลุกโชนขึ้นรอบกาย "ช่างเป็นออร่าความตายที่น่าเกรงขามยิ่งนัก! ข้าสัมผัสได้ถึงความเร็วและพลังทำลายล้างที่ซ่อนอยู่ในมัดกล้ามเนื้อของพวกมัน พวกมันเกิดมาเพื่อเข่นฆ่าโดยแท้!"
หลีเฮงยืนเอามือไพล่หลัง มองดูกองทัพอสูรหมาป่าสองขาทั้ง 100 ตัวแรกด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า นี่คือสุดยอดอาวุธมีชีวิตที่เขาดัดแปลงขึ้นมาจากภูมิปัญญาของตนเอง!
ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างโปร่งแสงของระบบที่คุ้นเคยก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังรบกวนสมาธิ
[ติ๊ง! กล่องประเมินผลระบบเทพแมงดา: ภารกิจบำเพ็ญคู่ตัดแต่งพันธุกรรมสำเร็จอย่างลึกซึ้งถึงใจและถึงใจจริงๆ!]
[ปลดล็อกสายพันธุ์ใหม่: อสูรหมาป่าสองขา จำนวน: 100 ตัว]
[แต้มสะสมคงเหลือ: 37,000 แต้ม]
[แต้มวิบัติสะสม: 30 แต้ม]
[ข้อความจากระบบ: โอ้โหๆๆ! นายท่านของข้านี่มันสุดยอดจริงๆ! นอกจากจะเล่นเกมวางแผนเก่งแล้ว สกิลบนเตียงยังระดับเทพทะลวงจักรวาลอีกต่างหาก! บำเพ็ญคู่ไปดัดแปลงรหัสพันธุกรรมไปพร้อมกัน ทำเอานางพญาสาวสุดสวาทครวญครางไม่หยุดเลยนะจ๊ะพ่อคุณ! แหม... ผลิตหมาป่ากลายพันธุ์ออกมาตั้ง 100 ตัวแบบนี้ หวังว่าคงไม่โดนสมาคมพิทักษ์สัตว์ป่าแห่งแดนปีศาจมาฟ้องร้องเอานะ! สู้ต่อไปนะพ่อจอมหื่นแห่งแดนปีศาจ ผู้เปลี่ยนสนามรักให้เป็นโรงงานผลิตอาวุธชีวภาพ!]
หลีเฮงถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคำแซวสุดแสนจะกวนอวัยวะเบื้องล่างของระบบ "หึ... ปากดีไปเถอะไอ้ระบบเวร คอยดูเถิด กองทัพหมาป่าของข้าจะขยี้พวกศัตรูหน้าโง่ให้แหลกเป็นผุยผง จนพวกมันต้องร้องขอชีวิต!"