ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 112 เปลวเพลิงพระเจ้าทั้งสิบ

            หวังจื่อจินทำได้เพียงถอนหายใจออกมา หลานชายของตนคนนี้มุ่งมั่นในจุดหมายจริงๆ ทั้งๆที่บอกว่าเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบมันอันตรายมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังจะไปให้ได้ ชั่งเถอะ ในเมื่อเขาบอกว่ามีไพ่ตายของท่านชิงหลงเซียนอยู่ ถึงชายชราเช่นเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ทว่าองค์เทพผู้สร้างจะต้องเตรียมทุกสิ่งให้กับชายหนุ่มไว้แล้ว


            "ว่าแต่เจ้ารู้จักเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบดีแค่ไหนกัน!! นอกจากเปลวเพลิงลำดับที่เจ็ด เปลวเพลิงมังกรเทพพิโรษแล้วเจ้ารู้จักเปลวเพลิงอื่นๆหรือเปล่า..?"


            ชายชราเอ่ยถามออกมาถึงองค์ความรู้ของเขา เพื่อให้แน่ใจว่าเขานั่นคิดถูกจริงๆ ถ้าหลายชายของตนไม่รู้ข้อมูลโดยระเอียดของพวกมันละ มันจะเป็นอะไรที่ประมาทจนถึงชีวิตเลยก็ว่าได้


            หลินตงพยักหน้ารับอย่างมั่นใจพร้อมกับพูดขึ้น


            "ก็พอจะรู้อยู่นะ ในตอนนั่นถึงจะไม่ได้อ่านมันอย่างจริงจังแต่ทว่าท่านอาจารย์ก็ค่อยพร่่ำสอนอยู่เรื่อย ส่วนใหญ่แล้วอาจารย์จะให้ผมนั่นได้จดจำในเรื่องราวที่ต้องเรียนรู้และเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบก็คือหนึ่งในนั่น..!!"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่หนึ่ง เปลวเพลิงต้นกำเนิดแห่งการดับสูญ ถือกำเนิดขึ้นโดยองค์เทพผู้สร้างที่ว่ากันว่าทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใด พลังของมันสามารถลบการดำรงอยู่ของทุกสรรพสิ่งได้ทั้งมวล ไม่มีใครเทียบเคียงหรือจะต่อกรด้วยได้"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สอง เปลวเพลิงจักรวาลนิรันดร์ เป็นเพลิงแปลกประหลาดที่กำเนิดขึ้นจากจักรวาลที่แตกสลายนับหมื่นมารวมตัวกัน มันมีพลังที่มากมายจนแทบจะเคียงได้กับองค์เทพผู้สร้างซักองค์นึง ในอดีตมันเคยปรากฏตัวขึ้นเพื่อแสดงพลังอำนาจของตน ว่ากันว่าตอนนี้มันได้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สาม เปลวเพลิงปฐพีอมตะ เปลวเพลิงต้นกำเนิดแห่งความเป็นอมตะ ว่ากันว่าใครที่ครอบครองเปลวเพลิงนี้จะไม่มีวันตาย มันช่วยให้คนที่ครอบครองมันไม่ตายจากอายุขัยหรือการต่อสู้ ต่อให้ผู้ที่ครอบครองจะถูกทำลายทั้งหมดก็สามารถไปเกิดใหม่ได้นับครั้งไม่ถ้วน"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สี่ เปลวเพลิงอสูรฟ้าอนันตาการ เปลวเพลิงของสัตว์อสูรต้นกำเนิดที่รวบรวมมันเข้าด้วยกันจนเป็นพลังแผดเผาที่ทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ห้า เปลวเพลิงดอกบัวเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ เปลวเพลิงจักรวาลที่หลอมรวมความร้อนและเย็นเข้าด้วยกัน ว่ากันว่าเมื่อมันปรากฏตัวออกมาจะทำให้จักรวาลทั้งมวลครึ่งร้อนครึ่งเย็นเลยทีเดียว"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่หก เปลวเพลิงมายาไร้รูปลักษณ์ เปลวเพลิงไร้รูปร่างที่ล่องลอยไปมาทั่วทุกหนแห่งของจักรวาล มันเสมือนกับเป็นเพลิงมายาที่จับต้องไม่ได้ ว่ากันว่าพลังของมันสามารถทำให้คนที่โดนต้องเข้าสู่ห้วงมิติมืดและต้องหลับไหลไม่ได้สติไปชั่วนิรันดร์ เรียกได้ว่าเป็นพลังที่อันตรายต่อทุกชีวิต"


            "ส่วนที่ข้ากำลังจะไปเอานี้คือ เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่เจ็ด เปลวเพลิงมังกรเทพพิโรษ ถือกำเนิดมาจากการระเบิดของจักรวาลแห่งนึง ภายในจักรวาลนั่นในอดีตมีผู้ทรงพลังมากที่สุดของเผ่าพันธุ์มังกรดับสูญไป จึงทำให้พลังของเขานั่นควบแน่นกันยาวนานนับไม่ถ้วนจนกระทั่งถือกำเนิดเป็นเปลวเพลิงของมังกร พลังของมันเมื่อปรากฏตัวออกมาที่มหาจักรวาลพันภพก็ทำให้ทุกสิ่งต้องหวาดสะพรึง"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่แปด เปลวเพลิงเทพกิเลนรัตติกาล เป็นพลังของเทพจักรพรรดิกิเลน มันถือกำเนิดขึ้นมาจากห้วงจักรวาลที่ลึกลับมากที่สุด กิเลนฟ้ารัตติกาลตนนี้เมื่อปรากฏตัวออกมาก็ออกอาละวาดสร้างความวุ่นวายไปทั่วจนกระทั่งองค์เทพผู้สร้างคนนึงลงปราบ จึงทำให้มันตอนนี้ได้เป็นพาหนะของเขาไปเป็นที่เรียบร้อย"


            "เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่เก้า เพลิงคลื่นบุบผากลืนสมุทร เปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ถือกำเนิดมาจากห้วงสมุทรของจักรวาลทั้งมวล มันจะอาศัยอยู่ภายในส่วนลึกของห้วงผืนน้ำแห่งนึง ว่ากันว่าพลังของมันสามารถลบล้างพลังงานของทุกสิ่งได้แล้วกลืนกินมาเป็นของตนเอง ส่วนที่อยู่อาศัยของมันในตอนนี้ไม่มีใครรู้"


            "และสุดท้ายก็คือ เพลิงศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่สิบ เปลวเพลิงอัสนีบาตประกายแสง มันถือกำเนิดขึ้นจากพลังงานสายฟ้าที่ทรงพลังมากที่สุดของจักรวาลทั้งมวล ว่ากันว่าเปลวเพลิงสีทองนี้มีพลังงานอัสนีบาตอัดแน่นจนสามารถทำลายทุกสรรพสิ่งได้เลยทีเดียว"


            หลินตงอธิบายออกมาอย่างยาวเหยียดถึงเรื่องราวที่เขาได้รับรู้มันทั้้งหมด เปลวเพลิงทั้งสิบที่กำลังเอ่ยถึงในตอนนี้นั่นมีประวัติที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ถึงเปลวเพลิงจะมีลำดับของมันแต่ทว่ามันก็เป็นเพียงการตั้งของผู้คนที่เคยพบเจอมาในอดีตเท่านั้น ถ้าลองเอาเปลวเพลิงทั้งสิบมาประชันกันมันก็ไม่แน่ว่าเปลวเพลิงลำดับต่างๆอาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้


            "ไม่เลว!! ความรู้ของเจ้านั่นไม่ธรรมดาจริงๆ รับรู้ได้มากยิ่งกว่าข้าซะอีก ฮ่าฮ่า"


            ชายชราหวังจื่อพยักหน้าอย่างภูมิใจ สมแล้วที่เป็นถึงหลานรักของมัน ต้องบอกก่อนว่าแม้แต่เขาก็ยังไม่ได้รับรู้ถึงประวัติเบื้้องลึกของพวกมัน เขารู้เพียงแค่ชื่อหรือพลังที่เล่าขานมานิดหน่อยเท่านั้นแต่ทว่าหลินตงสามารถรับรู้มันได้ทั้งหมดถึงถิ่นกำเนิดของพวกมัน แสดงว่าท่านชิงหลงเซียนคงจะได้บันทึกพวกมันไว้ทั้งหมดเลยทีเดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก


            "งั้นข้าขอตัวไปก่อนแล้วนะท่านปู่ ไว้เมื่อเจอกันคราหน้าท่านอาจจะตกใจจนอกแตกตายเลยก็เป็นได้ หึหึ"


            ชายหนุ่มพูดจบก็วางจอกน้ำชาของตนลงพลางลุกขึ้นอย่างช้าๆ


            "เดียวก่อน? ไม่ให้ข้าไปด้วยหรอ? ในตอนแรกข้าว่าจะพาเจ้าไปเอามันด้วยตนเอง..!!"


            ระหว่างนั่นชายชราพลันได้สติก็ยกมือเบรกออกมาพร้อมกับพูดขึ้นอย่างมึนงง เจ้าหลานโง่คนนี้จะไปคนเดียวหรอ ในตอนแรกเขาว่าจะคอยช่วยเหลือให้ชายหนุ่มได้เปลวเพลิงด้วยตนเองซักหน่อย เพราะถึงยังไงเขาก็มีพลังถึงเทพวิญญาณยุทธเชียวนะ


            หลินตงเมื่อได้ยินก็ส่ายหัวเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้น นัยน์ตาประกายเพลิงจ้องมองไปยังชายชราอย่างห่วงใย


            "ไม่ล่ะท่านปู่ ข้าพอจะเข้าใจถึงความเป็นห่วงของท่านได้แต่ทว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับข้าเอง บอกตรงๆเลยนะท่านปู่ ถ้าท่านไปกับข้าท่านอาจจะช่วยเหลืออะไรข้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ..!!"


            ชายชราที่ได้ฟังถึงกับถลึงตาใส่เจ้าหลานรักของตน ดูมันพูดเข้าสิ เทพวิญญาณยุทธเช่นเขาถึงจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้ต่อการสยบเปลวเพลิงพระเจ้านั่นแต่จากที่ชายชราดูแล้วก็ทำให้เห็นถึงความเป็นกังวลของชายหนุ่มเช่นเดียวกัน ทำให้เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้


            "ชั่งเถอะ งั้นข้าคนนี้จะรอเจ้ากลับมาละกันและเมื่อถึงตอนนั่นข้าจะพาเจ้าไปยังนิกายเทียนตี้"


            ชายหนุ่มถึงกับระบายยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเขาเข้าใจถึงเรื่องราวนี้


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน