บทที่2 พบกันอีกครั้ง1
สองปีต่อมา
หลังจากที่จวินซีได้เรียนรู้ในศาสตร์ต่างๆรวมถึงวรยุทธกับเหล่าผู้าุโทั้งห้าจนหมด จวินซีก็ตัดสินใจออกจากเผ่าจอมเวทย์เพื่อหาประสบการณ์ก่อนที่นางอยู่ครบสิบแปดเพราะในอดีตนางได้พบกับมู่หลงซีตอนนางอายุสิบปีแปดในตอนที่นางเดินทางไปเข้ารวมงานวันครบรอบพระชนมายุของฮองไทเฮาแคว้นหลงซี
ซึ่งจวินซีนางไม่้าเป็เช่นนั้นนางไม่อยากจะพบหน้าคนผู้นั้นอีกแล้ว ที่พามามันก็มากพอแล้ว
จวินซีกับต้าจงและลี่เซียนทั้งสามคนก็เริ่มออกเดินทางเริ่มจากเเคว้นหลงซีก่อนเพราะเวลานี้คนผู้นั้นอยู่ในสนามรับอย่างไรก็ไม่ทางได้พบกัน หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางไปแคว้นเหลียงแคว้นต้าจงแคว้นโจวและสุดท้ายก็คือแคว้นซีเยี่ย
ซึ่งตอนนี้ชื่อเสียงของธิดาเทพก็โด่งดังขึ้นเรื่อยๆไม่มาจวินซีไปที่ไหนผู้คนต่างก็เคารพนับถือนางไม่ต่างจากเทพเซียนเลยแม้แต่น้อย และตอนนี้จวินซีอยู่ในระหว่างทางเดินทางไปแคว้นซีเยี่ย
" ในด้านนอกตกหนักมากเลยขอนับ ธิดาเทพ " เสียงของต้าจงดังขึ้นจากด้านนอกรถม้า
จวินซีซเปิดม่านออกมาดูนอกหน้าต่างครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น " เช่นนั้นก็หาที่หลบฝนก่อนเถอะ " จากนั้นไม่นานทั้งสามก็มาพบเข้ากับอารามร้างแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่จวินซีกำลังจะลงจากรถม้าหลี่เซียนก็เอ่ยขึ้น " ธิดาเทพสวนผ้าคลุมหน่อยเถิดเ้าค่ะ ด้านนอกอากาศเย็นนัก "
จวินซีจึงรับชุดคลุมตัวยาวมาจากหลี่เซียนแล้วเอามาสวมและเดินลงจากรถม้า พอนางเข้ามาด้านในต้าจงก็ก่อไฟเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อนางเห็นชุดของสหายของตนเปียกก็เอ่ยขึ้นมา " ต้าจงชุดของเ้าเปียกหมดแล้ว มานี่สิ...เ้าจะทำให้มันแห้ง "
จากนั้นต่างก็เดินเข้ามาหาจวินซีแล้วนางก็ใช้พลังเวทย์ของตนทำให้เสื้อของต้าจงแห้งภายในพริบตาต้าจงจึงเอ่ยขึ้น " จวินซี เ้าไม่น่าใช้พลังเวทย์พร่ำเพรื่อเลย "
" เอาเถอะน่า อย่างไรเสียก็ไม่มีคนอื่นนอกจากพวกเรา " จวินซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
" เ้าก็เป็เช่นนี้อยู่เรื่อย " ต้าจงเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจ ส่วนจวินซีก็ใส่รอยยิ้มงดงามดังบุปผาแรกแย้มในกับสหายของตนอย่างมีความสุข ่สองปีที่ผ่านมานี้จวินซีนางมีความสุขเป็อย่างมาก ตัวของนางรู้สึกว่าตนมีอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทันใดนั้นก็มีเสียงม้าวิ่งดังออกมาจากด้านนอกของอารามต้าจงกับหลี่เซียนหยิบกระบี่ของตนขึ้นมาอย่างระแวดระวัง และไม่นานนักก็เป็คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในอารามร้างแห่งนี้แล้วเอ่ยขึ้น " ขอให้พวกข้าหลบฝนด้วยได้หรือไม่ "
สิ้นเสียงของชายผู้นั้นจวินซีนางก็นิ่งอึ้งทันที เหตุใดถึง....เป็เขาได้
" ธิดาเทพเ้าค่ะ " เสียงกระซิบของหลี่เซียนเอ่ยขึ้นจวินซีถึงได้สติขึ้นมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครื่อ " ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ "
ระหว่างทางที่มู่หลงซีกับเฝิงเซี่ยอี้ที่กำลังเดินทางไปเเคว้นซี่เยี่ยฝนก็กระหน่ำมาอย่างหนักจนต้องหาที่หลบฝน
จนกระทั่งได้มาพบกับอารามร้างแห่งนี้ ทว่าพอพวกเข้าเข้าไปก็พบสตรีหนึ่งและบุรุษอีกหนึ่งที่ชักกระบี่มาทางพวกข้า มู่หลงซีจึงเอ่ยขอเข้าได้หลบฝนด้านในด้วย แต่แล้วก็ได้เขาก็ได้ยินเสียงใสของสตรีอีกคนที่สวมชุดคลุมสีดำที่หลบอยู่ด้านหลังทั้งสองคนเอ่ยขึ้น
จากทั้งสองคนก็ถอยให้พวกตนได้เข้าได้ด้านใน มู่หลงซีจึงไปรับเฝิงเซี่ยอี้ที่เป็สตรีในดวงใจของตนออกมาจากรถม้าแล้วพานางเดินข้าไปด้านใน
จวินซีที่เห็นมู่หลงซีเดินเข้ามาพร้อมกับเฝิงเซี่ยอี้คุณหนูแห่งสกุลเฝิงผู้นั้นเดินเข้ามาด้วยนางก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาเสียดื้อๆทั้งๆที่นางคิดว่าทำใจได้แล้ว นางไม่คิดแล้วว่าจะได้พบกับทั้งสองคนเร็วขนาดนี้ ยิ่งได้เห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันเป็ก็นึกสมเพชตนเองขึ้นมา
หลี่เซียนที่เห็นผู้เป็นางของตนนิ่งเงียบต้องแต่ที่คนพวกนั้นเข้ามาก็อดเป็ห่วงไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง " ธิดาเทพ ท่านไม่สบายตรงไหนหรือไม่ "
จวินซีที่เห็นลี่เซียนเป็ห่วงตนก็ยกยิ้มขึ้นมาแล้วเอ่ยตอบ " ข้าสบายดี ข้าแค่รู้สึกอึดอัดใจแค่นั้น "
" ถ้าเป็นั้นให้ข้าไปไล่คนพวกนั้นออกไปดีหรือไม่ " ต้าจงเอ่ยขึ้น
สิ้นเสียงของต้าจงก็มีสตรีหน้างดงามผู้หนึ่งเดินเข้ามาแล้วยื่นของที่อยู่ในมือมาให้กับหลี่เซียนแล้วเอ่ยขึ้นมา " พวกข้ามีเสบียงอยู่นิดหนึ่ง ข้าเลยเเบ่งมาให้กับพวกท่าน "
จวินซีจึงเงยหน้าขึ้นมองไปที่เฝิงเซี่ยอี้เเล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ " ไม่ต้อง พวกข้าไม่ใช่ขอทาน "
" นี่!..คุณหนูของข้าอุสาแบ่งให้ พวกเ้ายังพูดจาไม่ดีกับนางอีกหรือ! " สาวใช้คนสนิทของเฝิงเซี่ยอี้เอ่ยขึ้น ทันใดนั้นเองก็มีลมพัดเข้ามาด้านในจนทำให้ผ้าที่คลุมหัวของจวินซีหลุดออก
จากนั้นใบหน้าที่งดงามของเทพธิดาก็ปรากฏขึ้น จนทำให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกหายใจติดขัดพวกเขาไม่คิดว่าจะได้เจอกับสตรีที่งามล่มเมืองในสถานที่แห่งนี้และไม่ใช่แค่องครักษ์เท่าที่รู้สึกหายใจติดขัดมู่หลงซีก็เช่นเดียวกัน
จวินซีจึ่งหยิบปิ่นปักผมเถาวัลย์ของนางออกมา จากปิ่งปักผมอันเล็กกลายมาเป็คฑาไม้เถาวัลย์สูงกว่าตัวของจวินซีเล็กน้อย เมื่อหลี่เซียนได้เห็นคฑาไม้เถาวัลย์ก็หลุดปากเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความใ " ธิดาเทพ! "