‘ทุกวันนี้ห้องน้ำในสถานีรถไฟใต้ดินนี่ไฮโซจริงๆแม้แต่ส้วมยังใช้เซ็นเซอร์อินฟราเรด แค่ยกก้นขึ้นมาก็ดัง 'ซ่า' ฉีดชำระทันทีไม่สนด้วยซ้ำว่าตั๋วรถไฟของคุณจะหล่นลงไปด้วยหรือเปล่า’
ฮ่าๆๆ มุขนี้ใช้ได้เลยแฮะ…
“ไอ้หมาบื้อ! บนฟ้ามีอะไรให้ดูนักหนา มีอะไรดีๆบนนั้นรึไง! แถมยังยิ้มบื้อๆ อีก!!”
ตอนสวี่มั่วกำลังขำกับมุขนั้น เสียงของจ้าวลี่อิ่งก็ดังขึ้นข้างหู
เขาหลุดจากภวังค์หันไปมองเห็นเธอกำลังถือกะละมังใส่เสื้อผ้ายืนอยู่ตรงประตู ตวาดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า“มองอะไร! ยังไม่รีบหลบไปอีก! ฉันจะเอาเสื้อผ้าไปตาก!”
จะดุอะไรนักหนา ทำตัวเหมือนป้าแก่เลย…
สวี่มั่วแอบเม้มปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเอื่อยๆเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ระหว่างเดินผ่านเท้าเธอ เขายังแอบชำเลืองขึ้นไปหนึ่งที
อืม…ลูกไม้สีขาว…
จ้าวลี่อิ่งไม่ทันสังเกตท่าทางของฮัสกี้แต่ด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิงก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา เลยเผลอขยับขาหนีเล็กน้อยก่อนก้มมองกระโปรงสั้นของตัวเองแล้วหันไปมองฮัสกี้ที่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นจากนั้นก็ส่ายหัวหอบกะละมังไปยังระเบียงเพื่อเริ่มตากผ้า
สวี่มั่วกระโดดขึ้นไปนอนบนโซฟาอีกครั้ง คราวนี้เอนกายนอนดูทีวี(ที่จ้าวลี่อิ่งเปิดไว้) เหมือนลุงแก่ๆ ท่าทีผ่อนคลายแบบนั้นขาดก็เพียงบุหรี่สักมวนกับนั่งไขว่ห้างเท่านั้นเอง
จ้าวลี่อิ่งตากผ้าเสร็จกลับมาเห็นภาพนี้เข้า ถึงจะทั้งหงุดหงิดทั้งขำแต่ก็ไม่อยากบ่นอีก เลยเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็นแทน
หลังจากวุ่นอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเธอก็ยกถาดเนื้อวัวออกมาจากครัวแต่พอเห็นฮัสกี้ที่ยังนอนบนโซฟาจ้องทีวีจริงจังราวกับกำลังเข้าใจเนื้อหาเหมือนเดิม ก็อดขำไม่ได้ เอ่ยว่า“หมาขี้เกียจ! แกดูเข้าใจด้วยเหรอ! รีบมากินข้าวสิ!”
เฮ้ๆๆ! เธอจะตั้งชื่อเล่นให้ฉันอีกกี่ชื่อเนี่ย! เรียกชื่อจริงดีๆได้ไหมเนี่ย!
สวี่มั่วกลอกตาแล้วกระโดดลงจากโซฟาไปยังห้องอาหารจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้อย่างชำนาญ
จ้าวลี่อิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสียงโกรธ“ทำไมแกถึงกระโดดขึ้นไปอีกแล้ว! ลงมานี่! คราวนี้กินข้าวที่พื้น!”
สวี่มั่วยังคงย่อตัวนั่งอย่างมั่นคงบนเก้าอี้ เอียงหัวมองจ้าวลี่อิ่งแสดงท่าทางเหมือนกับว่า ‘ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูดเลย’
"…"
จ้าวลี่อิ่งเงียบไปสองวินาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไร้ทางเลือกว่า“ได้ๆ! ถือซะว่าแกเป็นผู้ป่วย ครั้งสุดท้ายแล้วนะ จะยอมอ่อนข้อให้แค่ครั้งนี้!”
สวี่มั่วหรี่ปากในใจ
ครั้งสุดท้ายเหรอ ฮี่ๆ เด็กน้อยเกินไปแล้วหลังจากนี้อย่าหวังว่าฉันจะกินข้าวที่พื้นอีกเลย!
กินข้าวเสร็จจ้าวลี่อิ่งก็เก็บจานชาม
ส่วนสวี่มั่วก็กลับไปยังที่นั่งเฉพาะของเขา (โซฟา) นอนดูคลิปตลกต่อ
จ้าวลี่อิ่งที่เก็บทุกอย่างเสร็จแล้วมานั่งข้างฮัสกี้ ดูทีวีสักพักจากนั้นก็คุยกับซือซือทางมือถือ
เธอลุกขึ้นหันไปพูดกับฮัสกี้ว่า “มั่วมั่ว ไปกันเถอะออกไปเดินกับพี่ซือซือสักหน่อย แล้วเดี๋ยวกลับมาสตรีม”
สวี่มั่วมองเธออย่างไม่ค่อยสนใจ แล้วกลับไปนอนต่อ
ความหมายชัดเจน...ไม่ไป!
ตอนนี้อยู่ในช่วงภารกิจคูลดาวน์ ออกไปข้างนอกก็รับภารกิจไม่ได้ดังนั้นเขาเลยไม่มีอารมณ์จะไป
“แกไม่ไปเหรอ” จ้าวลี่อิ่งมองฮัสกี้แล้วพูดขึ้นเหมือนเพิ่งนึกออก “บาดแผลที่โดนผึ้งต่อยยังไม่หายใช่ไหมงั้นแกพักอยู่บ้านไปก็ได้”
ขณะพูด เธอยกมือขึ้นลูบหลังฮัสกี้แล้วหยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟ ก่อนเดินไปทางประตู
แต่พอเดินไปครึ่งทางก็หันกลับมาเตือนสวี่มั่วอย่างดุดันว่า“ตอนฉันออกไป แกทำดีๆ ล่ะ ถ้าฉันกลับมาแล้วเห็นแกทำให้ของในบ้านพังอีกละก็...เจอดีแน่!!”
จ้าวลี่อิ่งพูดพลางชูหมัดขึ้นมาขู่แต่เสียดายที่เธอไม่รู้เลยว่าใบหน้าสวยๆ นั้น พอทำท่านี้แล้วไม่ได้ดู ‘ดุ’เลยสักนิด ตรงกันข้าม กลับน่ารักซื่อๆ เสียมากกว่า
สวี่มั่วปรายตามองเธออย่างไม่สบอารมณ์ พลางคิดในใจว่า
ไม่มีภารกิจให้ทำ ฉันจะไปเสียเวลาทำเรื่องไร้สาระพวกนั้นทำไม
หลังจากจ้าวลี่อิ่งออกไปแล้วสวี่มั่วก็นอนเล่นอินเทอร์เน็ตต่ออย่างเซ็งๆ ฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ
เขาเปิดดูซีรีส์ออนไลน์ไปสองตอนไม่รู้ตัวเลยว่าจ้าวลี่อิ่งเดินกลับเข้ามาในบ้านหลังจากออกไปเดินเล่นเสร็จแล้ว
“อื้ม… ฉันรู้แล้ว สบายใจได้ค่ะพี่โจวเดี๋ยวฉันเตรียมตัวเลย… อืม โอเค… สวัสดีค่ะ”
จ้าวลี่อิ่งกลับเข้ามาขณะยังคุยโทรศัพท์อยู่ดูเหมือนจะเป็นสายจากผู้จัดการ
เธอวางสายแล้วเดินเข้าห้องนอนรีบเก็บของโดยไม่สนใจฮัสกี้ที่นอนอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย
จนกระทั่งเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา เตรียมเข้าห้องน้ำถึงเพิ่งนึกได้ว่าลืมปิดประตูห้องนอนไว้แล้วเธอก็เห็นฮัสกี้ที่นอนอยู่บนโซฟาเงยหน้ามองมา เหมือนจับจ้องอยู่นานแล้ว…
หรือว่าเมื่อกี้ตอนเปลี่ยนเสื้อ มันเห็นหมดแล้ว?
หัวใจจ้าวลี่อิ่งสะดุ้งวูบ รู้สึกอึดอัดแปลกๆเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงแคร์สายตาของสุนัข แต่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายเธอจึงช้อนตาขึ้นจ้องกลับไป พลางเชิดหน้าใส่ “ไอ้หมาหื่น! มองอะไรนักหนา!ไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยรึไง!!”
สวี่มั่วกะพริบตาปริบๆ ก่อนตอบอย่างจริงจัง“ผู้หญิงสวยฉันเคยเห็นมาเยอะ แต่มายืนเปลี่ยนเสื้อต่อหน้าฉันแบบนี้…ครั้งแรกเลยแฮะ”