เวลาผ่านไป 2 ชั่วยามเด็กหนุ่มพึ่งที่จะฟื้นคืนสติขึ้นมาหลังจากการที่เซย์รินทำการฝืนตัวเองในการใช้พลังเวทมากจนเกินไปเด็กหนุ่มถึงกับจิตตกเป็นเพราะตนเองพึ่งที่จะเหยียบเท้าเข้ามาที่นี่ได้เพียงไม่นานนักก็ต้องมาตกสภาพเช่นนี้แล้วไม่แปลกในเลยที่สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดภายในโลกแห่งนี้มีพียงคนไม่กี่คนที่กล้าจะเดินทางมาสถานที่แห่งนี้
แต่อย่างน้อยที่สุดในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มก็ได้ข้อมูลบางอย่างที่สามารถยืนยันได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมีความอันตรายอย่างแท้จริงเมื่อคุณประมาทชีวิตของคุณก็จะจบลงเมื่อนั้นเมื่อร่างกายเริ่มกลับมาแข็งแรงดังเดิมแล้วเด็กหนุ่มหันมองสำรวจบริเวณโดยรอบของตนเองที่เด็กหนุ่มนั้นสิ้นสติลงที่แห่งนี้นั้นยังมีสภาพแวดล้อมที่ชวนขนรุกเหมือนดังเดิมบรรยากาศสลัวๆมีไอหมอกรอยออกมาจางๆพร้อมทั้งมีเสียงของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กร้องออกมาเป็นระยะระยะ น่าจะเป็นเสียงจิ่งหรีดหรืออะไรสักอย่าง
ที่แห่งนี้ไม่มีสัตว์อสูรตนอื่นมีเพียงแค่เจ้าเดอะดาร์คไนท์ เท่านั้นมันกระดิกหางไปมาเหมือนสุนัขแสนรู้การทำตัวน่ารักและพยามออดอ้อนผู้เป็นนายของมันนั้นไม่ได้เข้ากับสภาพร่างกายของมันเลยเมื่อมองดูมันชัดๆมันสูงยิ่งกว่าเซย์รินเสียอีกดวงตาของมันแดงฉานเหมือนดั่งเลือดพร้อมทั้งกลิ่งอายแห่งความมืดที่รอยออกมาจากตัวมันจางๆหากใครมาเห็นสภาพของมันระก็คงจะวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตเป็นแน่ที่เด็กหนุ่มอยู่ได้อย่างปลอดภัยในยามสิ้นสติคงเป็นผลมาจากพลังและออร่าของมันที่ปล่อยออกมาพลังของมันนั้นเป็นถึงสัตว์อสูรระดับเทวะผู้ที่มีพลังน้อยกว่ามันเมื่อรับรู้ถึงตัวตนของมันได้พวกก็คงที่จะไม่กล้าเข้ามาใกล้อย่างเด็ดขาด
"เจ้าทำหน้าทที่ของเจ้าได้ดีมากเด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณมันอย่างจริงใจถึงแม้มันจะโดนควบคุมด้วยทักษะแห่งพระเจ้าก็เถอะ อย่างน้อยมันก็ช่วยปกป้องตนในยามที่ไม่ได้สติ
มันร้องคาง..ออกมาเพื่อแสดงให้ถึงมันรับรู้ความหมายคำพูดของเด็กหนุ่ม
"หืม…ข้าคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะฉลาดถึงเพียงนี้มันสามารถเข้าใจคำพูดของข้าได้ด้วยดีแหละข้าจะนำมันกลับไปที่บ้านด้วยเอาไว้เป็นเพื่อนเล่นกับกัสก็แล้วกัน
หากในยามนี้กัสมันได้ยินความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นนายมันคงต้องร่ำไห้เป็นสายเลือดแน่เพราะเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่อยากได้มันไว้เลี้ยงดูเพื่อไว้เฝ้าบ้านเท่านั้นมันเป็นถึงสัตว์อสูรผู้สูงส่งเป็นตัวตนที่เป็นปริศนาพลังภาพมายาของมันนั้นสามารถล้มผู้ที่มีพลังสูงมากกว่าตนได้อย่างสบายๆแต่เจ้านายของมันเพียงต้องการให้อยู่แต่บ้านเพื่อเฝ้าบ้านเท่านั้นเพราะความไร้ประโยชน์และขี้เกียจของมันเอง
เซย์รินกระโดดขึ้นขี่เจ้า เดอะดาร์คไนท์เพื่อทำการออกเดินทางสำรวจต่อ เป้าหมายในตอนนี้ก็คือหยาดน้ำตาแห่งพระเจ้าและทำการบันทึกเส้นทางภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นดูหน้าเกรงขามเป็นอย่างมากเพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนจำนวนที่ไม่มากนักที่จะหาสัตว์อสูรที่ดูโหดร้ายน่ากลัวนำมาเป็นพาหนะถึงจะมีตัวที่ดูโหดร้ายป่าเถื่อนแต่มันก็ไม่เคยมีใครนำสัตว์อสูรในระดับเทวะ จะมีคนที่ทรงพลังซักกี่คนบนโลกที่จะนำสัตว์อสูรในระดับนี้มาทำเหมือนเด็กหนุ่ม
เวลาผ่านไปไม่นานเหมือนว่าเขากำลังที่จะคิดอะไรได้เจ้านี่มันค่อนข้างที่จะฉลาดหากสามารถบอกกล่าวกับมันได้ว่าตนเองนั้นต้องการหาสิ่งใดก็เพียงแค่บอกกับมันแล้วให้พาไปยังสถานที่แห่งนั้นก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เดินทางอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้
เซย์รินสร้างภาพมายาระดับต่ำขึ้นมาเพื่อสร้างภาพจำลองหยาดน้ำตาแห่งพระเจ้าขึ้นมา
"เจ้าเคยเห็นจริงนี้หรือไม่ข้าต้องการหาสิ่งนี้
มันมองภาพมายาที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้นด้วยความสนใจซักพักมันก็กระดิกหางไปมาพร้อมส่งเสียงคางเบาๆว่ามันเคยเห็นและมันกำลังพาไปยังสถานที่แห่งนั้น
เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความยินดีที่เจ้าหมอนี่จะพาตนไปเอาหยาดน้ำตาแห่งพระเจ้า ถ้าหากหาเองคงต้องใช้เวลานานเป็นแน่
มันพาเซย์รินเคลื่อนที่ด้วยความว่องไวความไวของมันนั้นมากกว่าเด็กหนุ่มเสียอีก เวลาเพียงไม่นานมันก็พามาถึงสถานที่แห่งหนึ่งตอนนี้อยู่ที่ด้านหน้าปากทางเข้าของถ้ำมันส่งเสียงบอกว่าสิ่งที่เซย์รินต้องการนั้นมันอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้แต่ที่ยังไม่พาเข้าไปในทันทีนั้นเพราะมีตัวอะไรสักอย่างอยู่ถายใน
"หืม…หยาดน้ำตาแห่งพระเจ้าอยู่ภายในถ้ำซินะแต่ด้านในก็มีพลังที่รุนแรงสายหนึ่งอยู่จะเอาอย่างไรดี เพราะภายด้านในนั้นมันมีสิ่งมีชีวิตอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งพอๆเจ้าเดอะดาร์คไนท์ เลยทีเดียว
พวกเราเข้าไปกันเถอะข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไรที่ทรงพลังพอๆกับตัวของเจ้าเลย
เด็กหนุ่มและหนึ่งสัตว์อสูรพร้อมใจกันเข้าไปในถ้ำแห่งนี้โดยทันที