ทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน

    บทที่ 41 พูดคุยกับตาเฒ่ากู่

    บทที่ 41

    พูดคุยกับตาเฒ่ากู่

    จางหยุนกลับมายังที่พักของตนเอง เมื่อกลับมาถึงแล้วสิ่งที่เขาทำก็คือการชำระร่างกาย จากนั้นก็พักผ่อนอย่างรวดเร็ว


    เมื่อตื่นขึ้นมาในช่วงยามเช้า จางหยุนเริ่มทำอาหารมื้อใหญ่ มีเนื้อสัตว์อสูรหลายชนิด เป็นเนื้อสัตว์อสูรที่เขาได้มาจากการล่าสัตว์อสูรในครั้งนี้ 


    ผนวกกับเครื่องปรุงหลายอย่างที่เขาไปค้นหามาภายในตลาด อาหารที่ทำออกมาก็ถือว่ารสชาติไม่เลวมีความหลากหลาย 


    หลังจากที่ใช้เวลาทำอยู่สักพักอาหารก็ถูกจัดวางจนเต็ม เมื่อเตรียมอาหารจนเสร็จชายชราผู้นั้นราวกับว่ามีสัมผัสพิเศษได้กลิ่นว่าอาหารเสร็จแล้ว ในตอนนี้มายืนอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านแล้วส่งเสียงตะโกนเรียก “เจ้าหนูจางข้าผู้เฒ่ามาตามคำเชิญของเจ้าแล้ว”


    จางหยุนรู้สึกตกตะลึงกับชายชราผู้นี้อยู่ไม่น้อย เขารีบเดินออกไปเปิดประตูต้อนรับอีกฝ่ายเข้ามา


    ชายชราที่ก้าวเข้ามาภายในเรือนพักของจางหยุน สิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกก็คือการจ้องมองไปยังอาหารที่ถูกจัดเตรียมอยู่บนโต๊ะ


    จางหยุนพาชายชราเข้ามาภายในห้องโถง จากนั้นทั้งสองก็นั่งลงแล้วก็เริ่มกินอาหารกัน


    เห็นชายชราที่จ้วงตะเกียบเร็วราวกับบิน จางหยุนก็รีบขยับตะเกียบของตนเองเร็วขึ้น ภาพที่พบเห็นก็กลายเป็นว่าหนึ่งคนแก่กับอีกหนึ่งชายวัยกลางคน ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรทั้งสองคนขยับตะเกียบรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งจ้วงอาหารเข้าปากอย่างไม่หยุด 


    จำนวนอาหารที่ถูกทำไว้พอสมควรบนโต๊ะรถหายไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานอาหารบนโต๊ะก็ถูกกินจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก


    ตาเฒ่ากู่ที่กินอาหารจนอิ่มแปล้เอนตัวพิงเก้าอี้ ใช้มือตบๆท้องอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะหันมาแล้วยกนิ้วชื่นชม 


    “เจ้าหนูจางอาหารของเจ้านี้ถือว่ารสชาติเยี่ยมยอดที่สุด ตัวของข้าผู้เฒ่ายอมรับเลยว่าข้าไม่เคยกินอาหารอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”


    จางหยุนได้ยินแบบนั้นก็ด่ากลับไป “รสชาติอาหารของข้าน่ะธรรมดา เกรงว่าสิ่งที่ทำให้ตาเฒ่าอย่างท่านบอกว่าอร่อยที่สุดเกรงว่าจะเป็นการกินแล้วไม่ต้องจ่ายเงินมากกว่า” 


    ชายชราได้ยินแบบนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ 


    “ว่าแต่ออกไปล่าสัตว์อสูรในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้างผลลัพธ์ดีหรือไม่” ชายชราถามขึ้น


    “ถือว่าไม่เลว”


    “ถ้าเกิดว่าเจ้าพูดว่าถือว่าไม่เลว เช่นนั้นก็แปลว่าผลตอบแทนที่ได้มาต้องมากมายอย่างแน่นอน”


    ชายชราถอนหายใจ “เฮ้อ..ข้าผู้เฒ่าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ข้าผู้เฒ่ามองฐานกระดูกของเจ้าแล้ว แล้วมองดูจากท่าทางของเจ้าก็ไม่น่าจะใช่คนเกียจคร้าน”


    “เหตุใดอายุตั้งเท่านี้แล้วจึงอยู่ในเพียงแค่ขอบเขตผนึกตันเถียนกัน” ชายชราถามออกมาอย่างประหลาดใจ 


    จางหยุนมองเห็นความสงสัยในสายตาของชายชรา เขาจึงยิ้มแล้วก็ตอบกลับไปง่ายๆ “ก็เพียงแค่ไม่มีผู้ใดชักจูงเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น”


    “เพราะแบบนั้นเลยต้องก้าวเดินอย่างช้าๆไปเรื่อย ๆ กว่าที่จะได้รับเคล็ดวิชาในการฝึกฝนปราณ ก็ปาเข้าไปอายุวัยกลางคนแล้ว หลังจากนั้นก็เพิ่งเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ เพิ่งค้นพบกับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร”


    ชายชราเลิกคิ้ว ก่อนที่จะสบถออกมา “เจ้าเกิดที่ใดตัวของข้าจะไปเผาบ้านเกิดของเจ้า บิดามันเถอะผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศทางเจ้า กลับกลายเป็นว่าไม่มีผู้ใดมองเห็นทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญช้ากว่าผู้อื่นหลายเท่าเช่นนี้”


    จางหยุนกระตุกมุมปาก “ข้าเพียงแค่เลี้ยงข้าวท่านมื้อนึง ดูท่านพูดเข้าสิพูดไปพูดมาพูดกลายเป็นว่าตัวถ้ากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศไปแล้ว”


    “ฮ่าๆๆ” ชายชราส่งเสียงหัวเราะพลางลูบเคราสีขาวที่ยุ่งเหยิงของตนเองแล้วยิ้ม 


    “เอาละๆ ในฐานะที่เจ้าเลี้ยงข้าวข้ามื้อนี้ ข้าเองก็ไม่คิดกินฟรีหรอก จะบอกที่อยู่ของสมบัติชิ้นนึงให้เจ้าเอาหรือไม่” ชายชราพูดอย่างลึกลับ 


    จางหยุนหรี่ตาเขาจ้องมองชายชราด้วยสายตาที่ระแวดระวังขึ้นมาในทันที 


    ชายชราเห็นท่าทีแบบนั้นก็รู้สึกไม่ได้แปลกใจ เขาได้แต่หัวเราะพลางเอ่ยขึ้นมา  “ไม่ต้องแสดงท่าทีจริงจังแบบนั้น”


    “ข้าพูดให้เจ้าฟัง ส่วนวาสนาชิ้นนั้นเจ้าจะเอาหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า”


    “เป็นวาสนาประเภทใด?” จางหยุนถามอย่างระมัดระวัง 


    “เป็นสมุนไพรวิเศษ”


    เมื่อได้ยินคำว่าสมุนไพรวิเศษ จางหยุนก็แสดงใบหน้าจริงจังขึ้นมาในทันที 


    แน่นอนว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ไม่ได้มีทีแค่สมบัติวิเศษเท่านั้นที่เป็นที่ต้องการ แต่ว่ามันเองก็มีพวกวัตถุฟ้าดินที่ก่อกำเนิดจากฟ้าดินขึ้นมาตามธรรมชาติที่เป็นที่ต้องการเหมือนกัน 


    อย่างเช่นสมุนไพรวิเศษก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสมบัติฟ้าดิน มันถือกำเนิดขึ้นมาตามธรรมชาติไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของผู้บำเพ็ญเหมือนกับพวกสมบัติวิเศษที่เป็นวัตถุ 


    สำหรับสมุนไพรวิเศษพวกนี้ ผู้บำเพ็ญมักจะนำมันไปหลอมกลายเป็นโอสถวิเศษ ส่วนราคาของสมุนไพรวิเศษ มันมีราคาสูงไม่ต่างจากสมบัติวิเศษ  


    อย่างเช่นสมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งขั้นต่ำ ราคาภายในท้องตลาดที่ขายกันมันเองก็อยู่หลักหนึ่งร้อยเหรียญปฐพี ถ้าเกิดว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นที่ต้องการแล้วหายาก ราคามันอาจจะไม่ได้ต่ำกว่าสมบัติวิเศษระดับต่ำ ที่มีมูลค่าถึงห้าร้อยเหรียญปฐพีเลย 


    เพราะแบบนั้นสมุนไพรวิเศษก็ถือว่าเป็นหนึ่งในโชควาสนา เหล่าผู้บำเพ็ญหลายคนที่ออกไปนอกเมือง หลายคนไม่ได้เดินทางออกไปเพื่อสังหารสัตว์อสูร แต่ว่าเดินทางออกไปเพื่อตามหาสมุนไพรวิเศษ 


    แน่นอนว่าผู้บำเพ็ญหลายคนก็ทำอาชีพนี้โดย เป็นเหมือนกับผู้เก็บสมุนไพร เพราะว่าสมุนไพรพวกนี้มีราคาที่ดี เพียงแต่ว่ามันออกจากอันตรายไปสักหน่อย เพราะสมุนไพรวิเศษส่วนใหญ่ที่เติบโตขึ้นภายในป่า ไม่ได้ถูกเพาะปลูกขึ้นโดยผู้บำเพ็ญ มักจะมีพวกสัตว์อสูรคอยเฝ้าอยู่ 


    “เป็นสมุนไพรวิเศษระดับใด?” จางหยุนถามอีกครั้งอย่างระมัดระวัง 


    ชายชราฉีกยิ้มก่อนที่จะกล่าวออกมา “สมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูง”


    เมื่อได้ยินคำพูดนั้นในใจของจางหยุนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง สมุนไพรระดับหนึ่งขั้นสูงมีราคาไม่แตกต่างจากสมบัติวิเศษระดับสูงเลยแม้แต่น้อย

    ภายในหอการค้าเหรียญสวรรค์ พวกเขาทำการขายสมบัติวิเศษระดับสูง อยู่ราวๆประมาณ 6,000 ถึง 10,000 เหรียญปฐพี 


    สมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูง มันต้องมีราคาที่ไม่ห่างกันมากอย่างแน่นอน 


    “ท่านได้ข่าวนี้มาจากที่ใด?” จางหยุนถามออกมา 


    “ในขณะที่ข้าออกสำรวจภายในป่าแถบทางทิศใต้ไปพบเจอโดยบังเอิญ เป็นถ้ำแห่งหนึ่งที่มีสมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูงเติบโตอยู่”


    “มันคือดอกหมื่นหอม เพียงแต่ว่าบริเวณแถบนั้นมีสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายเฝ้าอยู่ ถ้าเกิดว่าเจ้าอยากจะไปเอาก็ต้องระวังตัวสักหน่อย”

    ชายชราพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วก็จัดอาภรณ์ที่สวมใส่ “เอาล่ะข่าวนี้ก็ถือว่าเป็นค่าอาหารให้เจ้าแล้วกัน”


    “แน่นอนว่าเจ้าจะไปเอาก็ได้ จะไม่ไปเอาก็ได้เรื่องนี้แล้วแต่เจ้า”


    “แต่เจ้าไม่น่าใช่คนโง่ก็น่าจะรู้ว่า เจ้าในตอนนี้ถ้าเกิดว่าไปเอาสมุนไพรวิเศษนั่นเจ้าตายอย่างแน่นอน” 


    ชายชราพูดจบก็เดินออกไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี จางหยุนมองตามแผ่นหลังตาเฒ่ากู่ที่เดินออกไป 


    ในใจของเขานั้นกำลังขบคิดว่าชายชราผู้นี้ต้องการอะไรกันแน่ เขาไม่รู้หรอกว่าสมุนไพรวิเศษแม่งมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ถ้าเกิดว่ามันมีอยู่จริงๆแล้วชายชราบอกเขาเช่นนี้เพราะว่าต้องการอะไร 


    ชายชราเองก็อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นปลาย สำหรับดอกหมื่นหอมที่เป็นสมุนไพรวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูง มันเองก็น่าจะไม่ใช่ของที่ชายชรานะสามารถมองข้ามได้ เพราะถึงอย่างไรมันเองก็มีมูลค่าเทียบเท่ากับสมบัติวิเศษระดับสูงหนึ่งชิ้นเลยนะ 


    จางหยุนรู้สึกสงสัยเพียงแต่ว่าเขาเองก็กดความสงสัยนั้นลงอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะไปเอาสมุนไพรวิเศษนั่นอยู่แล้ว


    ง่ายๆเลยก็คือมันอันตรายเกินไป มีสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายเฝ้าอยู่ จางหยุนถ้าเกิดว่าเรียกซากเทวะออกมาต่อสู้ก็อาจจะสามารถสังหารมันได้ แต่ว่านั่นไม่คุ้มเลยแม้แต่น้อย เพราะอาจจะเปิดเผยความสามารถของตนเอง 


    เพราะแบบนั้นจางหยุนจึงไม่สนใจโชควาสนานี้

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมากลายเป็นจอมโจรปล้นสุสานในโลกเซียน ที่คุณอ่าน