ณ ตำหนักรัชทายาท
“ เรียนองค์รัชทายาท บัดนี้ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ดปิดไปแล้ว แต่พวกองค์ชายสี่กับองค์ชายแปด กับ สองยมทูตทองเงิน และคนของเราที่เข้าไปหายสาบสูญไปจนหมด เรื่องนี้ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก !” ราชันเวทย์ผู้หนึ่งเอ่ยรายงาน
“ สอบถามคนอื่นๆ ไม่มีใครรู้เลยรึ?”
“ ไม่มีใครรู้เลย น่าแปลกใจมาก”
“ ฮึ่ม ! มันโกหกน่ะซิ ไปกวาดต้อนพวกมันมาให้หมด หากพวกมันที่เข้าไปไม่มีใครตอบได้ก็ขังมันเอาไว้ โทษฐาน ร่วมมือทำร้ายเชื้อพระวงศ์”
รัชทายาทประกาศออกไป พร้อมกับหันมามองเจ้าศิลานักปราชญ์ ที่ทำทองชิ้นเล็กๆ ออกมามากมาย ถึงแม้เวลานี้ มันจะกินทองคำเข้าไปแล้ว กว่า สี่ตัน แต่มันก็เริ่ม เปลี่ยนทองคำชิ้นเล็ก ๆ เอาไว้เกือบร้อยชิ้น อย่างน้อยก็ทำให้รัชทายาท รู้สึกยินดียิ่งนัก แต่ไม่ทันที่ราชันจอมเวทย์ จะออกนอกตำหนัก ก็ถูกอัดลอยเข้ามาในห้องโถง กระอักเลือดลุกไม่ขึ้น
เสี่ยวเทียนก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ แล้ว เหวี่ยงหัวองค์ชายสี่ กับองค์ชายแปดออกมากลางห้องโถง
ราชันจอมเวทย์ สี่คนออกมายืนขวางหน้า องค์ชายรัชทายาทเอาไว้
“ จ้าวอี้ ?”
“ ยังจำข้าได้ด้วย รัชทายาทรู้ความผิดของเจ้าหรือไม่”
“ นี่เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับรัชทายาท เชียวรึ? สมควรตาย” ราชันเวทย์พุ่งทวนเวทย์สีดำเข้าใส่เสี่ยวเทียนก่อนทันที
“ เสี่ยวเทียนแค่มอง ร่างของราชันเวทย์ก็ถูกหยุดด้วย ดวงตาเซียนจักรพรรดิ แล้วศรีษะราชันจอมเวทย์ก็ขยายใหญ่ขึ้นจน ศรีษะก็ระเบิดกระจุย ตายไปเป็นคนแรก
ทั้งสามคนที่เหลือ ใช้แผ่นยันต์ ไม้กายสิทธิ์ ยันต์ระเบิดปล่อยออกมาใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกัน แต่ช้ากว่าเสี่ยวเทียน ที่ปล่อยเงาสีดำออกไปครอบคลุมคนทั้งสามเอาไว้ ทำให้ทั้งสามค่อยๆ ถูกพิษสามเซียนเข้าไป ร่างกายเริ่มผุพอง แล้วระเบิดตายพร้อมๆ กัน
รัชทายาทนั่งมองเสี่ยวเทียน อย่างไม่ใส่ใจ กำลังหยิบทองป้อนให้กับ เจ้าศิลานักปราชญ
“ ฝีมือไม่เลวนี่ แต่คิดจะสังหารฆ่า คงจะยากหน่อยนะ ! จ้าวตำหนักยมบาลยังไม่ปรากฏตัวอีกหรือ มันฆ่ายมทูตของท่านตายไปแล้วสองคนแล้วนะ?”
ทันใดนั้นก็ปรากฏชายผูหนึ่งสวมหน้ากาก ปรากฏร่างออกมา แล้วก็มียมทูตอีกสามคน ยืนอยู่ด้านหลังใส่เสื้อ สีน้ำเงิน สีเหลือง และ สีแดง
“ องค์รัชทายาท” ทั้งสี่คนประสานมือทำความเคารพกับรัชทายาท
“ ไม่ต้องมากพิธี ฆ่ามันซะ แล้วหั่นร่างมันเป็นชิ้น ๆ นำไปโยนในบ่อให้จรเข้กิน” องค์รัชทายาทออกคำสั่งอย่างโหดเหี้ยม ทันที
สามยมทูตเหลือง แดง น้ำเงิน พุ่งตัวออกมารายล้อมเสี่ยวเทียนเอาไว้ ทั้งสามคนถือธง คนละสี แล้วปักลงไปที่พื้น พร้อมกัน สามจุด
“ พลังยมทูตธงสายฟ้า”
“ พลังยมทูตธงกระโหลกมาร”
“ พลังยมทูตธงเบญจพิษ”
มีสายฟ้าแลบแปร๊บ ๆ ออกมาจากธงแรก ! ตามมาด้วยเงากระโหลกอสูรอ้าปากใหญ่ๆ พุ่งออกมา เป็นธงที่สอง ! แล้วก็มีควันพิษพุ่งออกมาห้าสี คลุ้งไปหมด เป็นธงสุดท้าย
เสี่ยวเทียนมองแล้วยิ้มเล็กน้อยคล้ายไม่นำพาพลังที่ออกมาจากธงเวทย์ทั้งสาม
แค่ปลดปล่อยพลังวงแหวนเซียนจักรพรรดิออกมา พลังธงเวทย์ทั้งสามก็ถูกสะกดหยุดนิ่ง ไม่สามารถแสดงอิทฤทธิ์ใดๆ ได้อีก แล้วก็มีกรงเล็บอสูรทมิฬสังหารโผล่ออกมาจากมิติ พุ่งเจาะทะลุข้างหลังของยมทูตทั้งสาม จนตายคาที่ ยืนตาเหลือกค้าง
“ พลังกรงเล็บอสูรทมิฬสังหาร” จ้าวตำหนักยมบาล เอ่ยอย่างตกใจ
“ เจ้ารู้จักด้วยรึ?” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ ไม่จริง จ้าวแห่งศาสตร์มืด ตายไปแล้วนับพันปี ไม่เคยรับศิษย์มาก่อน เจ้ารู้วิชาศาสตร์มืดนี้ได้อย่างไร?”
“ สิ่งที่เจ้าไม่รู้ยังมีอีกเยอะ”
“ นึกหรือว่าข้าจะกลัว เจ้าเด็กเมื่อวานซืน !”
จ้าวตำหนักยมบาล ใช้คทาหัวกระโหลกแกว่งไกว ไปมา ห้องโถงที่ใหญ่โตก็หายไป กลายเป็นโลกมืดสีดำ มองไม่เห็นสิ่งใด ยกเว้นเสี่ยวเทียน ที่มองเห็นทุกอย่างชัดเจน พอแสงมืดสนิท คทาหัวกระโหลกก็ปล่อยแสงสีดำพุ่งเข้ามา เสี่ยวเทียน ดึงกระบี่อัสนีสายฟ้าออกมาต้าน จนคทาหัวกระโหลกระเบิดทำลายไป
แล้วเสี่ยวเทียนก็ชี้แกว่งกระบี่อัสนีไปบนท้องฟ้า แล้วตะโกนออกมาลั่นว่า
“ พลังคลื่นอัสนีพิโรธล่าล้างจักรวาล”
ท้องฟ้าที่มึดมิดเกิดประกายแสงแลบแปร๊บ ๆ กลายเป็นคลื่นแสงเป็นพายุสายฟ้าเคลื่อนเข้ามาเป็นระลอกคลื่นลูกใหญ่ ทำลายพลังแดนมายาของจ้าวตำหนักจนพังทลาย จ้าวตำหนักระเบิดพลังสุดท้ายเข้ามาต้านรับ แต่ว่าสายเสียแล้ว พลังที่มหาศาลกระแทงร่างของจ้าวตำหนัก จนเสื้อเกราะเต่าฟ้า ถึงกับระเบิดแตกออกเป็นชิ้นร่างลอยลิ่ว เสื้อผ้าขาดวิ่น เหลือแต่ร่างอันเปล่าเปลือยยังหน้าด้านยืนจังก้า ไม่รู้สึกอับอายใดๆ ทั้งสิ้น แถมยัง หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ายังไม่ตาย พลังของแกยังทำอะไรข้าไม่ได้หรอกโว้ย”
เสี่ยวเทียน ไม่อยากหันไปมองให้เกิดเสนียดกับดวงตา จึงหยิบพระแสงปืนอาญาสิทธิ์ขึ้นมา แล้วยิงใส่ไปหนึ่งนัด เปรี้ยง !! กระสุนสีทองที่บรรจุพลังเวทย์ระดับเซียนจักรพรรดิ พุ่งเข้าทะลุ หน้าผากจ้าวตำหนักยมบาล กระเด็นลอยคว้างไปตายกลางอากาศในทันที !
คราวนี้องค์รัชทายาทหันมาสนใจเสี่ยวเทียนเต็มที่ แต่ยังมองมาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ไม่เกรงกลัวเสี่ยวเทียนแม้แต่น้อย มันหยิบหุ่นสัตว์เวทย์ออกมา 1 ตัว แล้วเป่ามนตร์ใส่ แล้วขว้างออกไปหาเสี่ยวเทียน
หุ่นสัตว์เวทย์ตัวนี้ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็น ร่างสัตว์เวทย์สี่ตัวอยู่ในร่างเดียว โดยลำตัวคล้ายเกราะเหมือนฮิปโป หัวเป็นราชสีห์ หางเป็นงูจงอาง เท้าทั้งสี่คล้ายกิเลน ร่างมันโตใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป ห้า เท่า กระโดดเข้าใส่ เสี่ยวเทียน อย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเทียนไม่ทันเรียก ตงตง ออกมาจัดการ ร่างสัตว์เวทย์ก็เข้ามาใกล้แล้ว
แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็มีสายฟ้ากระหน่ำฟาดเข้าใส่ร่างของ สัตว์เวทย์ล้มกลิ้งกระเด็นไปมา แต่มันกลับลุกขึ้นมาได้ !
เสี่ยวเทียนเลือกแทงกระบี่ แล้วหมุนตัวเป็นเกลียว กลายเป็นแสงพุ่งทะลุร่างของสัตว์เวทย์ตัวนี้ขาดเป็นสองท่อน หมดฤทธิ์ไปในทันที
เสี่ยวเทียนหันมามองรัชทายาท ที่บัดนี้มัน ถอดเสื้อผ้าจนเหลือกางเกงในตัวเดียว มีเลือดไหลท่วมร่าง แล้วก็มียันต์สีทอง พุ่งเข้าแปะที่ร่างของมันจนหมด เสี่ยวเทียนสงสัย ว่ามันกำลังทำบ้าอะไรวะเนี่ย ?
“ มันกำลังอัญเชิญเทพที่มันเคารพนับถืออยู่” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา
ร่างของรัชทายาท กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งตัว แล้วร่างกายของมันก็ยืดขยายออกมาสูงนับสิบเมตร ลำตัวคล้ายยักษ์ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ใบหน้ากลายเป็นเป็นนกคล้ายอินทรี มีปีกทั้งสองข้าง ตัวแดงคล้ายเพลิงไปทั้งตัว มือสองข้างเป็นกรงเล็บสีทองวาววับ แขนขามีขนคล้ายนก
“ อาจารย์นี่มันตัวอะไรของมัน?”
“ เทพพญาครุฑ ราชันปักษามหากาฬ เป็นจ้าวแห่งสัตว์ทั้งปวง”
“ ข้าจะหักปีกมันเอง” เสี่ยวเทียนพุ่งร่างขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกปีกมันฟาดเข้าใส่ก่อนทันที เปรี้ยง ! ร่างของเสี่ยวเทียนถูกฟาดร่วงไปที่พื้น แต่ว่าร่างที่ร่วงไปที่พื้นกลับเป็นเงาพราย แล้วก็หายไป เปรี้ยง ! มีเงาหมัดอสูรทมิฬ ต่อยเข้าใส่ใบหน้าเทพพญาครุฑ จนหน้าหงาย แล้ว เงาหมัดอีกมากมายก็โผล่ออกมาเป็นชุด ร่างพญาครุฑล้มคว่ำดิ่งไปกับพื้น มันรีบบินขี้นไปบนท้องฟ้า สะบัดหน้าอย่างมึนงง พยายามมองหาว่าที่มันโดนนั้นคืออะไร แต่ในทันใดนั้นเอง ก็มีกรงเล็บอสูรทมิฬก็พุ่งเจาะจากข้างหลัง พุ่งเข้าท้อง ฉึก !! ทำให้ร่างมันถึงกับร่วงตกมากับพื้น
แต่พอมันตกลงพื้นไม่นาน แผลก็หายเป็นปลิดทิ้ง! มันมองหาเสี่ยวเทียนไปรอบๆ
เสี่ยวเทียนมองหน้ามันอยู่บนฟ้า กำลังคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับมันดี
ทันใดนั้นมันก็อ้าปากพ่นไฟ เข้าใส่ทันที ฟู่ ฟู่ !!! เสี่ยวเทียนหลบออกมาอย่างรวดเร็ว
“ อาจารย์มันเป็นอมตะแบบนี้ จัดการมัน อย่างไรดี?”
“ พญาครุฑเป็นเทพอสูรที่ได้พร ฆ่าไม่ตาย แต่คนที่อัญเชิญมาใน มันเป็นมนุษย์
มันตายได้ หามันให้เจอ แล้วจัดการมันซะ”
เสี่ยวเทียนมองไปที่ร่างของพญาครุฑ ใช้ดวงตาที่สามมองหาร่างรัชทายาท แล้วก็พบว่าร่างรัชทายาทฝังร่างอยู่ที่หัวใจของมันนี่เอง
เสี่ยวเทียนใช้หมัดเงาทมิฬรุมอัดเข้าใส่ ร่างพญาครุฑ จนใบหน้าบวมปูด ร่างกายบวมช้ำแล้วใช้กระบี่กรีดไปที่ปีกของพญาครุฑ จนมันล่วงดิ่งมาที่พื้น แล้วก็มีกรงเล็บอสูรทมิฬพุ่งทะลุร่างเจาะหัวใจของพญาครุฑ จนหลุดออกมา เสี่ยวเทียนแทงกระบี่เสียบไปที่หัวใจซ้ำอีกที ร่างของรัชทายาทก็ปรากฏขึ้นในสภาพถูกแทงเข้ากลางอกลมหายใจรวยริน เสี่ยวเที่ยนตวัดกระบี่ไปที่ลำคอ ฉัวะ ! หัวหลุดกระเด็นออกมาทันที ร่างเทพพญาครุฑหายไป เสี่ยวเทียนเก็บหัวรัชทายาทออกมา
แล้วเดินทางมาที่ บ้านเด็กกำพร้า แล้วนำหัวของ รัชทายาท มาตั้งเอาไว้เพื่อเซ่นสังเวยดวงวิญญาณของเด็กกำพร้าที่ตายไปกว่าร้อยชีวิต โดยที่เจ้าศิลานักปราชญ์
ก็ยืนเกาะไหล่เสี่ยวเทียนไม่ห่าง
ณ สำนักราชวังโจว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับ บ้านเมืองของข้ากันนี่ องค์ชายสี่ องค์ชายแปด และองค์รัชทายาท ถูกตัดหัวกันหมด ใครมันบังอาจทำกับลูกข้าเช่นนี้”
เสนาบดีรีบกล่าวรายงานโดยละเอียดทั้งหมด พร้อมกับบอกว่า เป็นฝีมือของชายที่ชื่อ จ้าวอี้ สำนักเหยาซาน
“ พวกเจ้าไม่มีใครกล้าจับมันมาเลยหรือไง?”
“ ฝ่าบาท ขนาดจ้าวตำหนักยมบาล กับ ยมทูตทั้งห้า ยังถูกมันฆ่าตาย กององครักษ์กว่าร้อยคน เซียนราชันอีกกว่าสิบคน ล้วนตายเพราะมันคนเดียว ตัวตนระดับนี้ พวกเราไม่รู้จะส่งใครไปอีกแล้ว” เสนาบดีกลาโหมรีบเอ่ยตอบ
“ มันร้ายกาจขนาดนี้เลยหรือนี่” กษัตริย์โจวจื่อหวางเอ่ยเสียงเครียด
ขนาดจ้าวตำหนักยมบาลฝึกตนระดับเซียนจักรพรรดิแล้วยังถูกมันฆ่า รัชทายาทมีพลังเทพพญาครุฑคุ้มครองยังตายอย่างอนาถ กษัตริย์โจวเริ่มคิดหนัก ไม่กล้าลงมือเช่นกัน !
ในมิติฟ้าคราม เสี่ยวเทียนกำลังสงสัย ว่าทำไมไข่นกอินทรี ทำไมไม่แตกออกมาเสียที วันนี้เลยมาดูอย่างละเอียด พอเปิดตาที่สามมองผ่านเปลือกไข่ แต่น่าแปลกไม่สามารถมองผ่านได้ เจ้าไป๋น้อยก็เข้ามาดูด้วย แล้วลองเอาเท้ามันเข้าไปเคาะเรียกทักทาย
ทันใดนั้นเอง ไข่ยักษ์ก็เกิดร้าวขึ้นมา ไป๋น้อยกระโดดเข้ามาหาเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจ เจ้าหนามน้อย ตงตง เจินเจิน วาวา มาดูกันหมด เหมือนมีเสียงดังครืนๆ ออกมาจากไข่ พอไข่แตกออกมา ทุกคนตะลึงตกใจ เพราะว่าร่างที่อยู่ในไข่ไม่ใช่นกอินทรี กลับเป็นม้าพีกาซัส สีขาว มันออกมาจากไข่ ก็พบหน้าเสี่ยวเทียนเป็นคนแรก มันก็เข้ามาใช้ลิ้นเลียซุกไซ้ ร่างของเสี่ยวเทียน วาวากับเจินเจินเข้ามาลูบตัวเจ้าม้าน้อย ที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมกับปีกที่อยู่ด้านข้าง ทำให้เจ้าม้าน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดู เสี่ยวเทียนเอามือลูบหัวของมัน แล้วก็ให้น้ำทิพย์สวรรค์มันกิน มันยิ่งเข้ามาใกล้ชิดเสี่ยวเทียนมากขึ้น
“ อาจารย์ทำไมมันถึงออกมาเป็นไข่ ไม่ได้ออกมาเป็นตัวล่ะ” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ มันคือม้าอินทรี พันปีจะกำเนิดเพียง ตัวเดียวเท่านั้น และม้าไม่สามารถคลอดม้าอินทรีได้ มันก็เลยออกมาเป็นลูกของอินทรียักษ์แล้วออกไข่มาแบบนี้” เวลานี้เจ้าม้าน้อยกลับกลายเป็นที่รักของวาวากับเจินเจิน ทำให้เจ้าไป๋น้อยเฉาไปเลย
คืนนี้เสี่ยวเทียนกำลังนั่งสมาธิอยู่บนเหนือบรรยากาศนอกโลก เหมือนเช่นเคยทำทุกๆครั้ง
จู่ๆ จุดชีพจรวิญญาณบนกลางศรีษะจุดที่แปด จุดสุดท้าย ก็เปิดขึ้น ร่างกายของเสี่ยวเทียนเริ่มเปล่งแสงประกายออกมาทีละนิด ทีละนิด เป็นแแสงสีม่วง แผ่รัศมีไปทั่วห้วงอวกาศ
วงแหวนสีม่วงปรากฏขึ้นมาบนหัวเสี่ยวเทียนอีกสามวง พลังจิตในกายแผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่อาจคำนวณได้ว่ากว้างใหญ่เพียงใด สัมผัสแห่งพลังแปลกประหลาดเช่นนี้เสี่ยวเทียนเพิ่งรับรู้รสสัมผัสเป็นครั้งแรก แล้วในที่สุด เสี่ยวเทียนก็มี พลังเซียนบรรพกาลจอมเวทย์แล้ว ....