วาจาขององค์หญิงห้าทำให้เสิ่นเชียนเกอนิ่งค้างไปทันที “…”
ในภพก่อนเยี่ยนอ๋องได้ชื่อว่าเป็ทรราชจอมโฉดนิสัยโหดร้ายทารุณ ตัวนางเองก็เหมือนสตรีคนอื่น ๆ ที่ไม่อยากย่างกรายเข้าใกล้เขาแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะ้าเพิ่มพูนโชคลาภให้ตัวเองแล้ว นางก็คงจะหลีกหนีจากเขาให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ ไม่มีทางเสี่ยงชีวิตพาตัวเองเข้ามานั่งเฝ้าเสือในถ้ำเช่นนี้แน่
“องค์หญิงทรงหยอกล้อเก่งจริง ๆ นะเพคะ” เสิ่นเชียนเกอปั้นหน้ายิ้มแย้มพลางเอ่ยคำกลบเกลื่อน
นับว่า์เมตตา เพราะขณะนั้นเป็เวลาเดียวกันกับที่เยี่ยนอ๋องวาดไม้ฉุยหวานขึ้นฟ้าพอดี ความสนใจขององค์หญิงห้าจึงถูก่ชิงกลับไปในฉับพลัน เสิ่นเชียนเกอถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางหันกลับไปมองคนในสนามอีกครั้งด้วยความตั้งใจ
ในการตีครั้งนี้ เยี่ยนอ๋องจงใจขยับร่างกายให้อยู่ห่างจากลูกฉุยหวานมากกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อกะจังหวะ ดูทิศทางของหลุม รวมถึงคะเนองศาการตีจนมั่นใจแล้ว บุรุษสูงศักดิ์ก็หวดลูกฉุยหวานให้ลอยเคว้งออกไปด้วยความเร็วสูง
ลูกฉุยหวานหมุนคว้างขึ้นกลางอากาศ เพียงชั่วพริบตาก็ลอดผ่านรูกลางไม้กระดานไป ทว่าเมื่อมาถึงยังพื้นที่แอ่งน้ำมันกลับลอยต่ำลงจนน่าใจหาย!
อึดใจต่อมาฉุยหวานลูกนั้นก็กระทบผิวน้ำ! ก่อนจะกระดอนขึ้นอีกครั้งด้วยแรงกระแทกและการหมุนเหวี่ยง แรงของลูกฉุยหวานที่เฉียดผ่านผิวน้ำไปก่อให้เกิดละอองน้ำเล็ก ๆ ซ่านกระเซ็น จับกับแสงอาทิตย์จนก่อเกิดเป็ภาพระยิบระยับจับตาพาให้ชื่นใจ สุดท้ายลูกฉุยหวานที่แวะโฉบผ่านผืนน้ำก็ลอยตกลงหลุมอย่างสวยงาม
ไม่เพียงตีลูกลงหลุมได้ในไม้เดียว แต่เยี่ยนอ๋องยังวาดลวดลาย ‘แมลงปอล้อคลื่น’ อีกด้วย
มาบัดนี้ กู้เฉินอวี้ก็ไม่อาจจะรักษาความสุขุมได้อีกต่อไป ใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็คล้ำเข้มขึ้นช้า ๆ ดวงตาสองข้างเริ่มปรากฏแววแห่งความขุ่นเคือง
เยี่ยนอ๋องสามารถทำแต้มได้สูงสุดอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังใช้ลูกเล่นแมลงปอล้อคลื่นในการหวดลูกฉุยหวานลงหลุมอีก มันทำให้เขาร้อนใจจนแทบคลั่ง!
ด้านเสิ่นเชียนเกอ ภาพที่ลูกฉุยหวานเฉียดผ่านผืนน้ำไปแล้วตกลงหลุมสร้างความตื่นตะลึงให้นางเป็อย่างมาก คุณหนูผู้กำลังลุ้นระทึก แทบลืมหายใจไปชั่วขณะ ทว่าในอึดใจต่อมารอยยิ้มแห่งความสุขก็แผ่กระจายไปทั่วใบหน้างาม
น่าเสียดายที่รอยยิ้มอันแสนสดใสถูกอำพรางไว้ใต้ผ้าคลุมหน้า อย่างไรก็ตามผ้าผืนบางก็มิอาจบดบังความจริงใจในแววตานั้นได้ แววตาที่ยิ้มไปพร้อมริมฝีปาก แววตาสดใสที่ตราตรึงใจผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนผู้หนึ่ง…เยี่ยนอ๋องแม้จะมองเห็นรอยยิ้มนั้นได้เพียงเลือนราง แต่สำหรับเขามันกลับสุกสว่างดุจแสงอาทิตย์ ความเย้ายวนของรอยยิ้มนั้นติดตรึงอยู่ในใจอ๋องหนุ่มในทันที ในตอนนี้ดวงใจของเขาสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้
เยี่ยนอ๋องรีบละสายตาจากเสิ่นเชียนเกออย่างรวดเร็วพลางคิดในใจอย่างสับสน ‘ก็เพียงแค่สตรีไร้ยางอายที่ใบหน้าเสียโฉมเท่านั้น ถึงแม้ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของนางจะชวนฝันสักเพียงใด แต่ยามใดที่ปลดเปลื้องผ้าบางผืนนั้นออกก็คงอัปลักษณ์จนน่าใเป็แน่ แล้วเขาจะใจสั่นไปด้วยเหตุอันใด นี่ก็คงจะเป็ปฏิกิริยาที่เป็ปกติของบุรุษกลัดมันที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์คึกคะนองได้กระมัง’
หลังจากตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผู้ตัดสินก็ส่งสัญญาณมือที่เป็การบ่งชี้ว่า ‘เยี่ยนอ๋องสามารถทำแต้มได้สูงสุด’ อีกครั้ง
ด้วยผลการเล่นที่ผ่านมา ทำให้ผู้ตัดสินเหลือบมองเยี่ยนอ๋องอย่างอดไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าอ๋องหนุ่มเกียจคร้านจะเป็คนคมในฝักที่ฝีมือดีเช่นนี้!
ณ บัดนี้ คู่ประลองจากทั้งสองฝ่ายได้ประชันฝีมือกันมาแล้วสองหลุม และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีฝ่ายใดถูกริบแต้ม เมื่อฝ่ายหนึ่งทำได้อีกฝ่ายก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน นั่นนับเป็การขับเคี่ยวที่สูสีและดุเดือดเป็อย่างมาก
ไม่มีสมาชิกคนใดในกลุ่มของกู้เฉินอวี้คาดคิดมาก่อนว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นนี้
ถึงแม้จะยังไม่รู้ผลแพ้ชนะและยังต้องดวลกันต่อในหลุมสามซึ่งเป็หลุมตัดสิน แต่สีหน้าของกู้เฉินอวี้ในเวลานี้กลับกำลังบึ้งตึงมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลินข้วงที่เห็นเช่นนั้นจึงเอื้อมมือไปตบบ่าปลอบโยนสหายรัก “เฉินอวี้ นี่เพียงแค่หลุมที่สองเท่านั้น อย่าได้ร้อนใจไป อีกอย่างพวกเราก็เหลืออีกตั้งสี่คนที่ยังไม่ได้เล่น ถ้าเทียบกับสี่คนที่เหลือของฝ่ายนู้นแล้ว ยังไงฝ่ายเราก็ได้เปรียบกว่าเห็น ๆ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านโหว คุณชายหลินพูดถูก ไม่ต้องเอ่ยถึงผู้อื่น แค่น้องสาวข้าก็ช่วยพวกเราได้มากแล้ว ฝีมือการเล่นฉุยหวานของเชียนเกอไม่ได้เื่มาแต่ไหนแต่ไร ข้ารับรอง ไม่ว่าใครในกลุ่มของเราได้ประลองกับนางก็ต้องเอาชนะได้อย่างแน่นอน”
แม้ฝีมือการเล่นฉุยหวานของเสิ่นเชียนเกอจะไม่เอาไหนอย่างที่คุณหนูใหญ่เสิ่นกล่าวมาจริง แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด คำพูดของเหล่าสหายกลับไม่ทำให้กู้เฉินอวี้รู้สึกดีขึ้นเลย
“ขอบคุณสำหรับกำลังใจ ข้าจะพยายามให้เต็มที่” แม้จะได้ฟังถ้อยคำให้กำลังใจจากคนในกลุ่มแต่สีหน้าของจิ้งหย่งโหวก็ยังเคร่งเครียดอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อถึงตอนนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ดูออกแล้วว่าการที่เยี่ยนอ๋องสามารถตีลูกฉุยหวานลงหลุมได้ภายในไม้เดียวนั้น ไม่ได้เป็เพียงเื่บังเอิญ แต่เป็เพราะทักษะการเล่นที่เป็เลิศต่างหาก ดังนั้นสมาชิกกลุ่มของกู้เฉินอวี้จึงเลิกดูแคลนฝีมือของเยี่ยนอ๋อง พวกเขาเลิกคิดประมาทคนอื่น ๆ แต่เปลี่ยนเป็มุ่งเป้าโจมตีจุดอ่อนหนึ่งเดียวของกลุ่ม นั่นก็คือเสิ่นเชียนเกอที่รู้แน่ชัดว่าฝีมือแย่ที่สุดแทน
ฝ่ายผู้ตัดสินนั้น แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยอมให้การแข่งขันจบลงโดยง่าย ยิ่งเป็การจบการเล่นด้วยวิธีการที่ ‘ผู้เล่นสามารถตีลูกฉุยหวานลงหลุมได้ภายในไม้เดียวติดกันสามหลุม’ ก็ยิ่งไม่สามารถยอมรับได้
ด้วยเหตุนี้ ระดับความยากของสนามที่สามนั้นจึงเรียกได้ว่าโหดหินจนไม่อาจนำสนามแรกและสนามที่สองมาเทียบได้เลย
ไม่เพียงแต่จะมีที่ลาดเอียง คันดิน และแอ่งน้ำเท่านั้น ผู้ตัดสินยังสั่งให้เด็กรับใช้นำทรายถุงหนึ่งมาโรยไว้รอบบริเวณปากหลุม ยิ่งเข้าใกล้หลุมมากขึ้นเท่าไหร่ ชั้นทรายก็จะยิ่งหนามากขึ้น ซึ่งการเล่นในสภาพสนามเช่นนี้ผู้เล่นก็จำเป็จะต้องตีลูกฉุยหวานให้ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วตกลงสู่หลุมอย่างพอดิบพอดีเท่านั้น หาไม่แล้ว หากลูกไม่ลอยจากกลางอากาศก็จะกลิ้งเข้าสู่พื้นทราย และเมื่อเป็เช่นนั้นโอกาสที่ลูกจะลงหลุมก็แทบจะเท่ากับศูนย์
ครานี้ ผู้ตัดสินไม่เพียงแต่จะเพิ่มระดับความยากของสนามประลอง แต่ยังทำการเปลี่ยนชนิดของลูกฉุยหวานและปรับเปลี่ยนทิศทางของปากหลุมอีกด้วย ครั้งนี้ปากหลุมไม่ได้เรียบเสมอไปตามพื้นสนาม แต่กลับกลายเป็หลุมที่ทำมุมลาดเอียงแทน…ซึ่งนั่นก็ทำให้โอกาสที่ลูกฉุยหวานจะตกลงสู่หลุมลดน้อยลงไปอีก…
เมื่อดูโดยภาพรวมแล้ว ระดับความยากของหลุมที่สามนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าเพียงหนึ่งเท่า หากแต่ต้องกล่าวว่ามากมายหลายเท่าตัวและถึงแม้จะประมาณการที่สี่ถึงห้าเท่าตัวก็เกรงว่าจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
เสิ่นเชียนเกอที่เห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง นางคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีการกำหนดรูปแบบของสภาพสนามตีฉุยหวานที่น่ากลัวเช่นนี้ด้วย
ผู้เล่นคนอื่นก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากเสิ่นเชียนเกอมากนัก นี่มันไม่ใช่เพียงความยากในแบบทั่วไป แต่เป็ความยากเหนือระดับปรมาจารย์เลยต่างหาก
และสีหน้าที่ตกตะลึงของเหล่าผู้เล่นทั้งสองกลุ่มก็ทำให้ผู้ตัดสินพึงพอใจเป็อย่างมาก ยามนี้รอยยิ้มกระหยิ่มใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจหุบลงไปได้เลย
‘คิดจะจบการแข่งขันด้วยการคว้าเอาแต้มสูงสุดจากเขาไปทั้งสามหลุมอย่างนั้นหรือ? ยังเร็วไปสิบปี! เด็กน้อยเอ๋ย พวกเ้ายังอ่อนหัดนัก’ หากทำเื่เช่นนั้นได้อย่างง่ายดายจริง เหตุใดในหอศึกษาถึงยังไม่เคยมีผู้เล่นคนใดทำได้มาก่อนเลย คำตอบก็เป็เพราะความมุมานะของเหล่าผู้ตัดสินทั้งหลายที่้าจะท้าทายผู้เล่นของพวกเขานั่นเอง!
และเช่นเคย ในหลุมที่สามนี้ก็ยังคงเป็กู้เฉินอวี้ที่เป็ฝ่ายเริ่มเล่นก่อน
ครั้งนี้ ก่อนที่จะเข้าประจำจุดหวดไม้ จิ้งหย่งโหวใช้เวลาในการวิเคราะห์และประเมินสภาพสนามไปกว่าหนึ่งเค่อ และใช้เวลาพินิจพิเคราะห์ลูกฉุยหวานไปอีกครึ่งเค่อ ซึ่งระยะเวลานี้มากกว่าที่เขาใช้ในครั้งก่อนหน้าถึงสองเท่าตัว
ในที่สุดโหวหนุ่มก็เดินกลับเข้าไปหาสหายร่วมกลุ่มด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง เห็นชัดว่านั่นเป็เพียงยิ้มเพื่อปลอบขวัญตนเองและสหายร่วมกลุ่มเท่านั้น ไม่มีวี่แววของความมั่นใจใด ๆ เจืออยู่แม้แต่น้อย
ในการแข่งขันฉุยหวานนั้น ผู้เล่นจะไม่สามารถหยิบจับหรือแตะต้องลูกฉุยหวานด้วยมือเปล่าได้ ดังนั้นการหยิบลูกฉุยหวานที่ถูกวางไว้ยังจุดหวดไม้ขึ้นมาตรวจดูจึงถือว่าผิดกติกา ผู้เล่นสามารถทำได้เพียงเดินดูรอบ ๆ หรือก้มมองใกล้ ๆ เพื่อวิเคราะห์มันเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปก็จะนิยมวิเคราะห์ว่าลูกฉุยหวานที่ใช้ในการแข่งขันทำมาจากเนื้อไม้ชนิดใด
เหตุผลสำคัญที่ต้องวิเคราะห์ชนิดไม้ที่ใช้ทำลูกฉุยหวานคือ ‘น้ำหนัก’ เพราะน้ำหนักของลูกจะขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อไม้ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อน้ำหนักของลูกเปลี่ยนไป น้ำหนักมือในการหวด แรงหวดและองศาในการตีก็จำเป็ต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามไปด้วย
ตามปกติจะมีการกำหนดเนื้อไม้ที่ใช้ทำลูกฉุยหวานเอาไว้แล้ว แต่เนื่องจากกู้เฉินอวี้และเยี่ยนอ๋องมีฝีมือที่ล้ำเลิศเกินไป ผู้ตัดสินจึงจงใจเปลี่ยนลูกฉุยหวานเพื่อเป็การจำกัดแต้มของผู้เล่น
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่ได้อยู่นอกเหนือกติกาและไม่ใช่การกระทำเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด ข้อบังคับเช่นนี้ถูกระบุเอาไว้ในกติกาการเล่นฉุยหวานอย่างชัดเจน แต่เนื่องจากผู้เล่นที่มีฝีมือสูงไม่ค่อยพบเจอได้บ่อยนัก ดังนั้นนาน ๆ ครั้งจึงจะมีการนำกติกาข้อนี้มาใช้
สำหรับสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่ม แม้จะไม่สามารถช่วยกู้เฉินอวี้หวดไม้ตีฉุยหวานได้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถช่วยวิเคราะห์ชนิดของไม้ที่ใช้ทำลูกรวมถึงคาดคะเนน้ำหนักของลูกฉุยหวานได้
หลังจากปรึกษาหารือกับสหายร่วมกลุ่มจนได้คำตอบที่มั่นใจแล้ว กู้เฉินอวี้ก็ตัดสินใจก้าวเข้าประจำที่ในจุดหวดไม้
ครั้งนี้จิ้งหย่งโหวเลือกไม้ตีที่มีพื้นที่หน้าไม้กว้างและมีด้ามจับค่อนข้างยาว เมื่อเดินเข้าไปยังจุดตีลูกแล้ว เขาก็ยังลองซักซ้อมออกท่าทางเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน กู้เฉินอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสมาธิพลางกระชับไม้ตีในมือจนแน่นแล้ววาดมันขึ้นเหนือศีรษะ ไม้ตีฉุยหวานกวาดเป็วงโค้งขึ้นฟ้าด้วยองศาที่มั่นคงและงดงาม
– พัวะ –
เสียงไม้กระทบลูกฉุยหวานดังกังวานไปทั่วสนามเมื่อกู้เฉินอวี้หวดไม้เข้าใส่ลูกสุดแรง
ทว่ายามที่ไม้ตีกระทบลงที่ลูกฉุยหวานนั้น โหวหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็ปรมาจารย์ในการเล่นฉุยหวานกลับหน้าถอดสี ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงไปเล็กน้อย
อึดใจต่อมา ลูกฉุยหวานก็ลอยคว้างขึ้นกลางเวหา ทว่าทิศทางที่ลูกฉุยหวานพุ่งไปกลับคลาดเคลื่อนไปจากที่โหวหนุ่มคาดคิดเล็กน้อย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะวิเคราะห์ลูกฉุยหวานผิดไปเสียแล้ว
และในอึดใจสุดท้าย ลูกฉุยหวานก็ตกปุลงสู่พื้นทรายต่อหน้าทุกคน! …มันตกห่างจากหลุมเพียงแค่หนึ่งกงเฟิน*เท่านั้น!
(* หนึ่งกงเฟิน:หนึ่งเิเ)
ความมั่นใจแต่แรกเริ่มที่สมาชิกในกลุ่มของกู้เฉินอวี้พกพามาอย่างเต็มเปี่ยม บัดนี้ลดฮวบลงไปแทบไม่มีเหลือ!
หลินข้วงที่เห็นเช่นนั้นก็แทบอยากขยุ้มหัวตัวเองเสียให้ได้ “เพียงแค่หนึ่งกงเฟิน หนึ่งกงเฟินเท่านั้น!” ชายหนุ่มผู้กำลังเสียดายกู่ก้องร้องะโ แขนขาสองข้างอ่อนเปลี้ยไม่มีแรงพอแม้แต่จะเดินเข้าไปหาสหายเพื่อปลอบขวัญ
แต่ในครั้งนี้กลับเป็เสิ่นเจียวเจียวที่รีบโผเข้าไปอยู่ข้างกายกู้เฉินอวี้แทน คุณหนูคนงามเอ่ยวาจากับยอดฝีมือประจำกลุ่มเสียงหวาน “ท่านโหว เก่งมากเลยเ้าค่ะ อีกเพียงหนึ่งกงเฟินลูกก็ลงหลุมแล้ว ฝีมือเช่นนี้ แม้แต่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองหลวงก็ยังดูแคลนท่านไม่ได้”
สิ้นเสียงใสกังวาน โหวหนุ่มผู้กำลังทอดถอนใจกับผลที่ได้ก็หันมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจทันที
ในขณะที่ทุกคนกำลังเอาแต่เสียดายที่ ‘ลูกฉุยหวานตกห่างจากปากหลุมแห่งชัยชนะเพียงหนึ่งกงเฟิน’ นั้น คุณหนูใหญ่เสิ่นกลับเดินเข้ามากล่าวชมเชยเขาเสียได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็สุภาพบุรุษ กู้เฉินอวี้ก็รีบหันไปประสานมือคารวะเสิ่นเจียวเจียว “คุณหนูใหญ่เสิ่นกล่าวชมเกินไปแล้ว”
ถึงแม้กู้เฉินอวี้จะไม่สามารถตีลูกลงหลุมในไม้แรกได้ แต่ตอนนี้ระยะห่างระหว่างลูกฉุยหวานและปากหลุมก็เหลือเพียงแค่หนึ่งกงเฟินเท่านั้น ขอเพียงเขาใช้แรงสะกิดเบา ๆ ในไม้ถัดมาก็สามารถทำให้ลูกลงหลุมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งผลคะแนนสุดท้ายก็ไม่นับว่าย่ำแย่ด้วย
ส่วนฝ่ายเยี่ยนอ๋องนั้นก็ยังไม่แน่ว่าเขาจะสามารถตีลูกให้ลงหลุมที่สามในสภาพสนามแสนหฤโหดนี้ได้ภายในการตีสามไม้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากเขาทำไม่ได้ กลุ่มของกู้เฉินอวี้ก็จะเป็ผู้ริบเอาสิบห้าแต้มมาครองและจบการดวลคู่แรกไปในทันที
ดังนั้น เรียกได้ว่าแรงกดดันที่มีต่อฝั่งของเยี่ยนอ๋องยังไม่ได้ลดทอนลงไปแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าผู้เล่นระดับปรมาจารย์อย่างกู้เฉินอวี้ก็ยังไม่อาจตีลงหลุมได้ในไม้เดียว รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏเด่นหราอยู่บนใบหน้าของผู้ตัดสิน และเมื่อถึงตาของเยี่ยนอ๋อง ผู้ตัดสินก็ยังคงเลือกใช้ลูกฉุยหวานชนิดเดียวกันกับเมื่อครู่
เยี่ยนอ๋องไม่รอช้ารีบก้าวเข้าไปในสนามทันที ในตอนที่กู้เฉินอวี้กำลังเตรียมตัวอยู่นั้น อ๋องหนุ่มก็ทำการวิเคราะห์สภาพสนามและชนิดของไม้ที่ใช้ทำลูกฉุยหวานโดยละเอียดเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงคราวที่เขาต้องลงสนาม อ๋องหนุ่มจึงเลือกไม้ตีฉุยหวานที่ยาวที่สุดอย่างไม่ลังเล
เยี่ยนอ๋องถือไม้ตีฉุยหวานแล้วเดินเข้าไปประจำจุดหวดไม้ เมื่อจัดร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ก็เอี้ยวตัวทำมุมสี่สิบห้าองศาพลางวาดไม้ขึ้นฟ้าให้หน้าไม้ที่จะใช้ตีอยู่สูงเหนือศีรษะ จากนั้นก็หวดลงสู่ลูกกลมมนที่พื้นอย่างไม่ลังเล
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วว่องไวดั่งสายฟ้าฟาด แม้กระทั่งผู้ตัดสินเองก็ยังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ด้านเสิ่นเชียนเกอที่จดจ่ออยู่กับทุกท่วงท่า ทุกการเคลื่อนไหวของเยี่ยนอ๋องนั้น ไม่รู้ตัวเลยว่าผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่อยู่ในมือกำลังถูกมือบางบิดเป็เกลียวแน่น!
ยามที่สายลมอ่อนโบกโบยโชยผ่าน ลูกฉุยหวานที่ลอยเคว้งคว้างกลางเวหาก็ตกปุลงบนกองทรายใกล้ปากหลุม!
…มันห่างจากหลุมเพียงครึ่งกงเฟินเท่านั้น!
ทรายที่ถูกเทไว้รอบ ๆ หลุมนั้นหนาเป็อย่างยิ่ง และยิ่งเข้าใกล้ปากหลุมกองทรายก็ยิ่งกองสูงจนคลับคล้ายเนินขนาดย่อม
ในขณะที่สมาชิกในกลุ่มของกู้เฉินอวี้กำลังถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พลางคิดว่าลูกฉุยหวานคงหยุดลงตรงนั้นแล้ว ทันใดนั้นเ้าลูกกลมมนที่ควรจะแน่นิ่งก็ขยับไปด้านข้าง! เม็ดทรายค่อย ๆ ไหลตกลงในหลุมอย่างช้า ๆ ลูกฉุยหวานที่วางิ่เหม่อยู่บนเนินทรายจึงไหลกลิ้งตามเม็ดทรายลงในหลุม
คนในกลุ่มของเยี่ยนอ๋อง “…!”
คนในกลุ่มของกู้เฉินอวี้ “…!!”
ผู้ตัดสิน “…!!!”
ลง…
ลงหลุมไปแล้ว?!....
มิหนำซ้ำ นี่ยังเป็การทำแต้มได้สูงสุดติดกันสามครั้งอีกด้วย!
ราวกับเวลาในเขตประลองถูกหยุดเอาไว้ชั่วขณะ ทว่าเพียงไม่นานหลังจากนั้นเสียงกู่ร้องด้วยความปีติยินดีก็กระหึ่มดังไปทั่วทั้งสนาม
ครานี้ แม้แต่เยี่ยนอ๋องเองก็ยังไม่อาจดึงสติกลับมาได้เหมือนในครั้งก่อน กระทั่งโจวจื่ออวี้ร้องะโ “ได้แต้มสูงสุดทั้งสามหลุม!” อ๋องหนุ่มจึงจะสามารถหลุดออกจากภวังค์แล้วกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริงได้
และเมื่อผู้เล่นสามารถทำแต้มสูงสุดได้ติดกันทั้งสามหลุม เช่นนั้นการแข่งขันจึงถือเป็อันสิ้นสุดลงก่อนเวลาในทันที กลุ่มของเขาคว้าชัยชนะมาได้อย่างใสสะอาด ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็ชัยชนะของทั้งการแข่งขัน มิใช่เพียงแค่ชัยชนะในการประลองระหว่างกลุ่ม!
‘เป็อย่างไรเล่าเสิ่นเอ้อร์ผู้ไร้ยางอาย เ้าไม่ต้องเหนื่อยจับไม้ฉุยหวานขึ้นมาหวดลูกสักครั้ง ข้าก็ทำให้เ้าเป็ผู้ชนะได้’
ราวกับเยี่ยนอ๋องเป็แม่ไก่ที่เพิ่งออกไข่ก็ไม่ปาน เขาใช้สายตาที่ทั้งภาคภูมิใจ ทะนงตน และแสนโอหังจ้องมองเสิ่นเชียนเกอไม่ลดละ ทั่วทั้งร่างใหญ่โตแผ่ไอแห่งความหยิ่งผยองไปยังสตรีผู้มีใบหน้าเสียโฉม ประหนึ่งจะสื่อสารกับนางว่า ‘รีบเข้ามากล่าวชมข้าเสียสิ รีบเข้ามาเยินยอข้าเร็วเข้า’
โจวจื่ออวี้ องค์หญิงห้า เสิ่นเชียนเกอ และเหอิ ต่างพากันกรูเข้ามากล่าวคำสรรเสริญเยี่ยนอ๋องไม่หยุดปาก ด้วยความดีใจจนยากเกินระงับได้ โจวจื่ออวี้และเหอิก็โผเข้ากอดอ๋องโฉดที่ไม่ว่าผู้ใดก็้าหลีกหนีโดยไม่รังเกียจ หากในกลุ่มของพวกเขามีบุรุษมากกว่านี้ เกรงว่าเยี่ยนอ๋องคงจะถูกสหายบุรุษเ่าั้ยกตัวลอยแล้วจับโยนขึ้นกลางอากาศเป็แน่
ในเวลาเพียงชั่วอึดใจนี้ เสิ่นเชียนเกอลืมเลือนเื่โชคลาภที่นางต้องไขว่คว้าไปจนหมดสิ้น ภายใต้ผ้าบางรอยยิ้มแห่งความสุขผุดขึ้นบนใบหน้านวลโดยไม่ต้องปั้นแต่ง เป็รอยยิ้มแท้จริงแห่งความเบิกบาน รอยยิ้มนั้นกระจายไปทั่วใบหน้าแผ่ลามจนเปลี่ยนดวงตารูปเมล็ดซิ่งกลายเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว นางดีใจแทนเยี่ยนอ๋องด้วยใจจริง เพราะความมุมานะและตั้งใจของเขาจึงนำพาให้กลุ่มคว้าชัยชนะมาจนได้ ที่สำคัญยังกลายเป็ที่หนึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย!
ด้านเยี่ยนอ๋องนั้น เนื่องจากไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่จริงใจและไม่เคยได้รู้จักความสดใสของมิตรภาพเช่นนี้มาก่อน ยามที่ถูกเหล่าสหายห้อมล้อมอย่างกระตือรือร้น ใบหน้าคมสันที่เคยเ็าไร้อารมณ์ก็แดงระเรื่อขึ้น เมื่อเห็นเช่นนั้นสหายทั้งสี่ก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
บุรุษที่เคยเ็ามาบัดนี้เริ่มทำสีหน้าไม่ถูก …ตัวเขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเนิ่นนานเท่าไหร่ที่ตนถูกโลกใบนี้ทอดทิ้ง หรือนานเพียงใดที่เขาเลือกทิ้งโลกเอาไว้เื้ั ทว่าใน่เวลานี้ เขากลับรู้สึกว่าการที่ถูกรายล้อมไปด้วยมิตรสหายมากมายเช่นนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก โดยเฉพาะเมื่อมีเสิ่นเอ้อร์ผู้เอาแต่หาทางหลอกแตะเนื้อต้องตัวเขารวมอยู่ในนั้นด้วย
เมื่อกลุ่มของเยี่ยนอ๋องได้รับชัยชนะก็แน่นอนว่ากลุ่มของกู้เฉินอวี้ต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย
จังหวะชีวิตของคนเราไม่เคยเท่ากัน บ้างสุข บ้างเศร้า คละเคล้ากันไป ในขณะที่กลุ่มของเยี่ยนอ๋องกำลังลิงโลดด้วยความเบิกบาน กลุ่มของกู้เฉินอวี้ก็กำลังถูกความหดหู่เข้าครอบงำ อย่างไรก็ตาม ความไม่สมบูรณ์เช่นนี้จึงจะเรียกว่ารสชาติของชีวิต เป็กลิ่นและรสของความไม่สมบูรณ์แบบ แม้จะขมก่อนหน้าแต่ทว่าความขมกลับทำให้ความหวานยิ่งหวาน หากลิ้มรสแต่ของหวานแล้ว ไม่นานรสหวานก็คงไม่ต่างจากจืดชืดที่ต้องเบื่อระอาไปเท่านั้น
ดูเหมือนสมาชิกในกลุ่มของกู้เฉินอวี้จะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ากลุ่มของตนจะพ่ายแพ้ให้กับผู้ใดได้ ที่สำคัญครั้งนี้ยังเป็การพ่ายแพ้ให้แก่เยี่ยนอ๋อง บุรุษจอมเกียจคร้านที่ไม่เคยตั้งใจในเวลาศึกษาผู้นั้นอีก
เมื่อความอดทนมาถึงขีดจำกัด ในที่สุดกู้เฉินอวี้ก็มิอาจรักษาภาพลักษณ์ของ ‘สุภาพบุรุษ’ อย่างที่เคยทำอยู่เป็นิจเอาไว้ได้ ใบหน้าหล่อเหลาเครียดเขม็งและดำคล้ำขึ้นมาในบัดดล จากแววตาที่เคยสุกสกาวก็กลับกลายเป็เย็นะเือาฆาตแค้น โหวหนุ่มสาดสายตามาดร้ายเข้าใส่กลุ่มของเยี่ยนอ๋อง และยิ่งเมื่อเห็นภาพเสิ่นเชียนเกอสตรีที่เคยตามพะเน้าพะนอเขาส่งยิ้มให้กับอ๋องโฉดจนตาหยี แววตาเย็นะเืจนน่าหวาดหวั่นก็ยิ่งดูมืดมนและน่าขนลุกเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ หลังจากนั้นกู้เฉินอวี้ก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไป
จิ้งหย่งโหวก้าวออกจากสนามประลองด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่ง หลินข้วงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินตามไปเพราะความเป็ห่วงด้วยเกรงว่าสหายรักจะคิดมาก
เสิ่นเจียวเจียวก้มหน้างุด นางคิดไม่ถึงว่าเยี่ยนอ๋องจะสามารถตีลงหลุมได้ภายในไม้แรกติดกันถึงสามครั้งเช่นนี้ ขอเพียงเมื่อครู่เยี่ยนอ๋องตีพลาดไปเท่านั้น สมาชิกที่เหลือของกลุ่มนางคนใดคนหนึ่งย่อมเอาชนะเสิ่นเชียนเกอได้อย่างแน่นอน! และเพียงเท่านั้นชัยชนะก็จะตกเป็ของพวกนางทันที!
…เหตุใดอ๋องโฉดนั่น ถึงเข้ามาขัดขวางเสียได้!
…น่าหงุดหงิดใจยิ่งนัก!
นางสู้อุตส่าห์เฝ้าฝึกซ้อมตีฉุยหวานมาด้วยความยากลำบาก เหตุใด์จึงไม่มอบโอกาสให้นางได้แสดงฝีมือบ้าง!
…ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
ไม่สิ! ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงวันสองวันเท่านั้นที่์เอาแต่ลำเอียงเช่นนี้ มิฉะนั้นนางคงได้เกิดเป็บุตรีร่วมสายเืของตระกูลเสิ่นไปั้แ่ต้นแล้ว
เสิ่นเจียวเจียวพยายามระงับความโกรธแค้นที่จวนเจียนจะทะลักออกมาจากดวงตาอยู่รอมร่ออย่างสุดความสามารถ ใบหน้างามเข้มคล้ำด้วยความโกรธแค้น ทว่าในทันทีที่เงยหน้าขึ้น คุณหนูใหญ่เสิ่นก็กลับมาอยู่ในท่าทีที่ใสซื่อและอ่อนหวานเฉกเช่นวันวานอีกครั้ง รอยยิ้มประดับใบหน้า ดวงตาเจือแววยินดี จากนั้นสองเท้าบางก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาองค์หญิงห้าด้วยความชื่นชม