กระบี่นิรนาม: ตำนานจอมยุทธ์พลิกฟ้า (The Nameless Blade: Legend of the Sky-Reverser)

    ตอนที่ 33: มังกรทะยานฟ้า สยบเทพไร้เนตร (มหากาพย์แห่งการพิพากษา)

    ปฐมบทแห่งยอดสวรรค์จำลอง


    ฝีเท้าของหลินเทียนย่ำลงบนขั้นบันไดหยกขาวบริสุทธิ์ที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นที่เจ็ด...ชั้นสูงสุดของหอคอยไร้เนตร ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่าน ไม่ได้สัมผัสถึงความเย็นเยียบของศิลาทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินย่ำอยู่บนปุยเมฆที่อัดแน่นด้วยปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ที่สุดบรรยากาศรอบกายพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความมืดมิดและกลิ่นอายมรณะในชั้นที่หกบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างเจิดจ้าที่ไร้ซึ่งจุดกำเนิดทว่ากลับส่องสว่างอาบไล้ไปทั่วทุกอณูของพื้นที่


    เมื่อก้าวพ้นขั้นบันไดสุดท้ายหลินเทียนก็พบว่าตนเองยืนอยู่บนขอบเขตที่ก้าวล่วงความเป็นจริงสถาปัตยกรรมที่นี่ไม่ใช่วิหารหินทึบตันอีกต่อไป แต่มันคือ "โถงดาราพิทักษ์ฟ้า" มหาวิหารไร้หลังคาที่เปิดโล่งสู่จักรวาลอันไพศาลพื้นของโถงวิหารไม่ได้สร้างจากแร่ธาตุใดๆ ในโลกมนุษย์แต่มันโปร่งใสประหนึ่งกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพของกาแล็กซีหมอกเนบิวลาสีม่วงและทอง และหมู่ดาวนับล้านดวงที่หมุนวนอยู่เบื้องล่างทุกครั้งที่ปลายเท้าสัมผัสพื้น จะบังเกิดระลอกคลื่นแสงสีทองแผ่กระจายออกไปราวกับหยดน้ำที่กระทบผิวน้ำนิ่ง


    การจัดแสงและเงาในสถานที่แห่งนี้ดูขัดแย้งกันอย่างรุนแรงและดุดันประหนึ่งภาพวาดศิลปะแนวนีโอนัวร์(Neo-Noir) แม้แสงสว่างจะเจิดจ้าทว่าเงาที่ทอดผ่านเสาศิลาแก้วสลักลายมังกรกลับดำมืดสนิทไร้ก้นบึ้งมันคือภาพสะท้อนของ "แสงสว่างที่เกิดจากความว่างเปล่า"


    ที่กึ่งกลางของโถงดาราพิทักษ์ฟ้า...คือบัลลังก์ขนาดยักษ์ที่หลอมขึ้นจากผลึกมังกรบรรพกาลสีน้ำเงินเข้ม บนบัลลังก์นั้นปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่อย่างเงียบสงบ


    เขาไม่ได้สวมหน้ากากอัปลักษณ์หรือมีรูปลักษณ์เป็นอสูรกายอย่างที่หลินเทียนคาดคิด ตรงกันข้ามชายผู้นี้กลับมีเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ขลิบด้วยด้ายทองคำนั้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณระดับพระเจ้าไหล่กว้างและสรีระที่สง่างามประหนึ่งเทพสงครามที่ถูกแกะสลักโดยศิลปินเอกแห่งสรวงสวรรค์เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยทิ้งตัวลงมาจรดพื้นใบหน้าของเขาหล่อเหลาเยาว์วัยประหนึ่งชายหนุ่มอายุยี่สิบเศษทว่ากลับแผ่กลิ่นอายของกาลเวลาที่ผ่านพ้นมานับพันปี


    ทว่า...สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกลับไม่ใช่รูปลักษณ์ที่งดงามนั้น แต่มันคือ "ดวงตา" ของเขา


    ดวงตาคู่นั้นไม่มีตาขาว ไม่มีตาดำไม่มีแม้กระทั่งประกายแสงของการมีชีวิต...มันคือความมืดมิดที่ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบราวกับหลุมดำสองดวงที่พร้อมจะดูดกลืนแสงสว่างและความหวังของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล


    เขาคือ "หลินคางไห่" บรรพบุรุษผู้ทรยศตระกูลมังกรคราม หรือที่โลกยุทธภพจดจำในนาม "จอมเทพไร้เนตร"


    "เจ้ามาถึงจนได้...ลูกหลานผู้โง่เขลาและดื้อรั้นของข้า"


    เสียงของหลินคางไห่ดังกังวานขึ้นมันไม่ได้ถูกเปล่งออกมาจากลำคอแต่ดังสะท้อนก้องเข้าไปในมิติจิตวิญญาณของหลินเทียนโดยตรง น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลทรงอำนาจ ทว่ากลับเย็นชาและปราศจากละอองอารมณ์ใดๆประหนึ่งเสียงของสายลมที่พัดผ่านยอดเขาที่ไร้สิ่งมีชีวิต


    หลินเทียนหยุดยืนห่างจากบัลลังก์สิบวาร่างกายของเขายังคงอาบไล้ไปด้วยรัศมีสี 'ม่วงทอง' จากสภาวะครึ่งก้าวผสานจิตวิญญาณมือขวากระชับด้ามกระบี่มังกรพลิกฟ้าแน่นจนเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปนใบดาบสีดำขลับบัดนี้เปล่งประกายอัสนีสีน้ำเงินเข้มสอดประสานกับเกล็ดมังกรที่ปรากฏขึ้นตามผิวหนังของเขา


    "หลินคางไห่...การหลบซ่อนตัวอยู่ในสวรรค์จอมปลอมที่สร้างขึ้นจากซากศพของสายเลือดตัวเองมันทำให้ท่านรู้สึกเป็นเทพเจ้ามากนักหรือ?"


    คำพูดของหลินเทียนแหลมคมและเสียดแทงประหนึ่งคมมีดอาบยาพิษ"ท่านทำลายตระกูล สังหารลูกหลาน และสร้างลัทธิวิปริตนี้ขึ้นมาเพียงเพื่อหนีความจริงและแสวงหาความว่างเปล่าที่ขลาดเขลา... ท่านไม่ใช่เทพเจ้าท่านมันก็แค่วิญญาณคนบาปที่หลงทาง!"

    หลินคางไห่ไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวเขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ทุกลูกพรรณการเคลื่อนไหวทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาจากบัลลังก์ผลึก


    "ความเจ็บปวดความโกรธแค้น ความรัก...สิ่งเหล่านี้คือโซ่ตรวนที่ผูกมัดมนุษย์ไว้กับวัฏสงสารอันต่ำต้อย"จอมเทพไร้เนตรกล่าวอย่างราบเรียบ "ตระกูลมังกรครามของเราครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ากฎเกณฑ์ของฟ้าดินพลังที่มาพร้อมกับอารมณ์ที่รุนแรงดุจพายุ...ข้าได้เห็นบรรพชนของเราต้องตายเพราะความรัก ทลายเมืองเพราะความโกรธข้าจึงตระหนักได้ว่า ตราบใดที่เรายังมี 'หัวใจ' เราก็จะเป็นเพียงทาสของพลัง"


    หลินคางไห่ผายมือออกกว้างท้องฟ้าจำลองด้านบนพลันปรากฏภาพเงาของยุทธภพที่เต็มไปด้วยสงครามและการหลั่งเลือด"ข้าจึงลบเนตรแห่งอารมณ์ทิ้ง ละทิ้งความรู้สึกทั้งหมด เพื่อเข้าถึง 'มหาวัฏฏะแห่งความว่างเปล่า' ข้าเสียสละตระกูลเพื่อให้โลกนี้เข้าสู่สมดุลที่ไร้การเคลื่อนไหวไร้ความขัดแย้ง... มันคือความเมตตาที่สูงสุด ทว่าเจ้า...เจ้ากลับนำพลังแห่งความวุ่นวายนั้นกลับมา"


    "ความเมตตางั้นรึ?!" หลินเทียนตวาดก้องรังสีสังหารปะทุขึ้นจนมิติสั่นสะเทือน "การเป็นอมตะที่ไร้ความรู้สึกก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินที่ถูกสลักชื่อไว้บนหลุมศพของตัวเอง!ท่านหนีความเจ็บปวดด้วยการทำลายหัวใจทิ้ง แต่หารู้ไม่ว่า คนที่ไร้หัวใจ...ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะเรียกตัวเองว่ามีชีวิต! ข้าจะใช้อารมณ์ ความแค้นและความเจ็บปวดที่ท่านรังเกียจนี่แหละ... สับสวรรค์จอมปลอมของท่านให้แหลกเป็นผุยผง!"


    มหาสงครามเหนือมิติ


    สิ้นคำตวาดหลินเทียนไม่รอให้ศัตรูตั้งตัว เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดในชั่วพริบตา!


    "วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่เก้า: สัจธรรมมังกรพลิกฟ้า!"


    ร่างกายของหลินเทียนเลือนหายไปกลายเป็นเพียงเส้นแสงสีม่วงทองที่พุ่งตัดข้ามระยะห่างสิบวาในเสี้ยววินาทีเศษ!ความเร็วของเขาในสภาวะครึ่งก้าวผสานจิตวิญญาณนั้นทะลวงผ่านกฎของแรงต้านอากาศไปแล้วกระบี่มังกรพลิกฟ้าถูกฟาดฟันออกไปในแนวขวาง พุ่งเป้าไปที่ลำคอของจอมเทพไร้เนตรปราณกระบี่ที่แผ่ออกมาควบแน่นจนกลายเป็นมังกรอัสนีขนาดยักษ์ที่อ้าปากคำรามกึกก้องรัศมีทำลายล้างของมันมากพอที่จะผ่าภูเขาทั้งลูกให้ขาดครึ่งได้ในดาบเดียว!


    ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้หลินเทียนต้องเบิกตากว้าง


    หลินคางไห่ไม่ได้ชักอาวุธไม่ได้กางม่านพลังป้องกัน และไม่ได้หลบหลีก เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมือทั้งสองข้างไพล่หลัง แต่เมื่อคมกระบี่สีม่วงทองที่แฝงไปด้วยพลังมหาศาลฟันเข้ามาใกล้ลำคอของเขาในระยะเพียงหนึ่งชุ่น...ใบดาบกลับหยุดชะงัก!


    มันไม่ได้ถูกหยุดด้วยแรงปะทะแต่เป็นเพราะพื้นที่ระหว่างคมกระบี่กับลำคอของจอมเทพ ได้กลายเป็น "ความว่างเปล่าที่ไร้ที่สิ้นสุด" (Infinite Void) มิติถูกยืดออกอย่างไม่มีขีดจำกัดทำให้ต่อให้หลินเทียนฟันแรงแค่ไหน หรือกระบี่ยาวเท่าใดก็ไม่มีวันเข้าถึงตัวศัตรูได้ มันคืออาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ลบกลไกของระยะทางทิ้งไป


    "สัจธรรมมังกรของเจ้านั้นรุนแรง...แต่มันยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของ 'การมีอยู่'" หลินคางไห่เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ

    ครืนนนน!


    มวลอากาศรอบตัวหลินเทียนพลันบิดเบี้ยวและยุบตัวลงกลายเป็น'หลุมดำ' ขนาดยักษ์นับสิบลูกปรากฏขึ้นล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มจากทุกทิศทางแรงดึงดูดมหาศาลที่สามารถบดขยี้เกราะเพชรให้กลายเป็นฝุ่นผงเริ่มฉีกกระชากกล้ามเนื้อและกระดูกของหลินเทียนเกล็ดมังกรบนผิวหนังส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับจะแตกออกเลือดสีแดงสดซึมทะลักออกจากมุมปากและจมูก


    นี่คือความต่างชั้นของพลัง!ขอบเขตผสานจิตวิญญาณที่แท้จริงของจอมเทพไร้เนตร ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพแต่เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ของมิติขึ้นมาใหม่!


    "ข้าจะลบความทรงจำและพลังของเจ้าทิ้งหลอมรวมวิญญาณมังกรของเจ้าเข้ากับมิติแห่งนี้เพื่อให้ความว่างเปล่าของข้าสมบูรณ์แบบ..."

    หลินคางไห่ยื่นมือขวาที่ขาวซีดออกมาเบื้องหน้านิ้วมือค่อยๆ กำเข้าหากันอย่างช้าๆ หลุมดำทั้งสิบลูกเริ่มบีบอัดเข้าหากันหมายจะขยี้หลินเทียนให้อัดแน่นกลายเป็นเพียงจุดพลังงานที่ไร้ตัวตน


    ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่างกระดูกซี่โครงของหลินเทียนเริ่มปริร้าว แต่ท่ามกลางวิกฤตแห่งความตาย ดวงตาสี sapphire ของเขากลับยิ่งทอประกายดุดันและบ้าคลั่ง!


    "ความว่างเปล่าของท่าน...มันก็แค่ห้องขังที่ไร้กำแพง! ท่านคิดว่าแรงดันแค่นี้จะบดขยี้มังกรได้งั้นรึ?!"


    หลินเทียนแผดเสียงคำรามก้อง ลมปราณสีม่วงทองที่กำลังถูกดูดกลืนพลันย้อนกลับเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างรุนแรงเขาไม่ได้ใช้พลังเพื่อต่อต้านแรงดึงดูดของหลุมดำ แต่เขาใช้สัจธรรมวิชากระบี่ 'กลืนกิน' แรงดึงดูดเหล่านั้นเสียเอง!


    "กระบวนท่าลับ:หัวใจมังกรกลืนสวรรค์!"


    ชีพจรมังกรในร่างของหลินเทียนเต้นรัวด้วยจังหวะที่ขัดต่อกฎของธรรมชาติออร่าสีม่วงทองระเบิดออกกลายเป็นพายุหมุนที่บิดทวนเข็มนาฬิกามันดึงเอาพลังงานจากหลุมดำของจอมเทพเข้ามาย่อยสลายในกระบี่มังกรพลิกฟ้าใบดาบสีดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวสว่างเจิดจ้าประหนึ่งแกนกลางของดวงอาทิตย์


    "ย๊ากกกก!"


    หลินเทียนสะบัดกระบี่เป็นวงกลมรอบตัวสร้างรอยแยกมิติสีขาวที่คมกริบตัดผ่านหลุมดำทั้งสิบลูกจนแตกกระจายออกเป็นเศษแสงสีม่วงแรงระเบิดซัดร่างของเขาให้ถอยร่นไปสิบก้าว กระอักเลือดคำโตทว่าเขายังคงยืนหยัดด้วยสองขาทั้งที่สั่นเทา


    ดวงตาที่ว่างเปล่าของหลินคางไห่กระตุกเล็กน้อยเป็นครั้งแรกความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยสงบนิ่ง "เจ้าบ้าคลั่งไปแล้วหรือ...การดูดกลืนพลังแห่งความว่างเปล่าเข้าสู่เส้นชีพจรโดยตรงจะทำให้ร่างกายของเจ้าแหลกสลายจากภายใน!"


    "ฮ่าๆๆ..."หลินเทียนหัวเราะอย่างดุดันพลางเช็ดเลือดที่มุมปาก "ถ้าต้องแหลกสลายเพื่อแลกกับการลากท่านลงนรกข้าก็ยินดี!"


    ร่างจำแลงแห่งการผสานจิตวิญญาณ


    หลินเทียนไม่สนใจบาดแผลภายในที่กำลังฉีกขาดเขารู้ดีว่าเวลาของเขามีจำกัด การจะสยบศัตรูที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์มิติได้เขาต้องก้าวข้ามขอบเขตของตัวเองไปสู่สภาวะที่ไม่มีใครเคยไปถึง


    เขายกกระบี่มังกรพลิกฟ้าขึ้นจรดหว่างคิ้วหลับตาลงและปลดปล่อยพันธนาการทางจิตวิญญาณทั้งหมดพลังของผลึกวิญญาณมังกรที่ได้จากชั้นแรก ความเศร้าโศกจากชั้นที่ห้าและสัจธรรมจากชั้นที่หก ถูกนำมาหลอมรวมเข้าด้วยกันในเสี้ยววินาที


    ครืนนนน... เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!


    ท้องฟ้าจำลองในโถงดาราพิทักษ์ฟ้าเริ่มแปรปรวนสายฟ้าสีทองผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของหลินเทียนลอยขึ้นจากพื้นพื้นที่รอบตัวเขากลายเป็นอาณาเขตแห่งเทพเจ้ามังกร (DragonGod Domain) เกล็ดสีน้ำเงินเข้มที่เคยปกคลุมตามร่างกายเริ่มลอกคราบออกเผยให้เห็นผิวหนังที่ส่องประกายสีทองโปร่งแสงประหนึ่งหยกศักดิ์สิทธิ์เรือนผมสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีเงินยวงที่เปล่งแสงสีน้ำเงินจางๆยาวสยายไปตามกระแสลมปราณที่หมุนวน


    นี่คือการเข้าสู่ 'ขอบเขตผสานจิตวิญญาณ' (True Soul Merge) อย่างสมบูรณ์แบบแม้จะเป็นเพียงชั่วคราวด้วยการเผาผลาญอายุขัย แต่พลังของเขายามนี้ได้ก้าวล่วงขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว!


    เบื้องหลังของหลินเทียนปรากฏร่างเงาของ 'มังกรครามบรรพกาล' ขนาดยักษ์ที่มีความยาวนับพันวามันขดลำตัวปกคลุมไปทั่วโถงวิหารดวงตาสีทองของมันจ้องมองจอมเทพไร้เนตรด้วยความโกรธเกรี้ยวแห่งบรรพกาล


    "ร่างจำแลงวิญญาณมังกรศักดิ์สิทธิ์..."หลินคางไห่พึมพำ น้ำเสียงแฝงความตึงเครียดเป็นครั้งแรกเขาประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน พลังความว่างเปล่าระดับสูงสุดถูกดึงออกมาใช้ "มหาวัฏฏะล้างสวรรค์!"


    ปราณสีดำมืดมิดที่ไร้ซึ่งจุดจบพวยพุ่งออกจากร่างของจอมเทพมันไม่ได้มีรูปร่างเป็นอาวุธ แต่เป็นดั่งคลื่นสึนามิแห่งความมืดที่พร้อมจะกลืนกินแสงสว่างและทุกสรรพสิ่งให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่าคลื่นความมืดนั้นซัดโถมเข้าหาหลินเทียนจากทุกทิศทางบดบังภาพกาแล็กซีและหมู่ดาวจนหมดสิ้น


    หลินเทียนลืมตาขึ้นดวงตาสีทองและน้ำเงินส่องประกายทะลวงความมืด เขากำด้ามกระบี่ด้วยมือทั้งสองข้างชูขึ้นเหนือศีรษะพลังของมังกรครามยักษ์ที่อยู่เบื้องหลังหลอมรวมเข้ากับใบดาบจนสว่างจ้าประหนึ่งดวงดาวที่กำลังจะระเบิด(Supernova)


    "วิชากระบี่นิรนาม:ปฐมบทแห่งการกำเนิดใหม่!" (Nameless Sword Art: Genesis of Rebirth)


    นี่คือกระบวนท่าที่หลินเทียนบัญญัติขึ้นมาเองณ วินาทีแห่งความเป็นความตาย มันไม่ใช่วิชาที่ตกทอดมาจากตระกูลแต่เป็นวิชาที่เกิดจากการตกผลึกของชีวิตที่ผ่านทั้งความเจ็บปวดและความว่างเปล่า


    หลินเทียนฟาดกระบี่ลงมาอย่างสุดกำลัง!


    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!


    ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยเกลียวอัสนีสีทองและน้ำเงินพุ่งทะยานแหวกคลื่นความมืดมิดของจอมเทพไร้เนตรดาบนี้ไม่ได้ใช้เพื่อ 'ทำลาย' แต่ใช้เพื่อ 'สร้างกำเนิดใหม่' มันแหวกมิติที่ว่างเปล่า บังคับให้พื้นที่ที่ไม่มีอยู่จริงต้องปรากฏขึ้น!


    แคว้กกกก!


    เสียงฉีกขาดของมิติดังสนั่นแสบแก้วหูปราณกระบี่ปฐมบทแห่งการกำเนิดใหม่ฟันผ่าคลื่นความมืดของจอมเทพจนขาดเป็นสองซีกอย่างหมดจดลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าหาหลินคางไห่ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบหลีก


    จอมเทพไร้เนตรเบิกตากว้างเขาพยายามกางม่านมิติแห่งความว่างเปล่าขึ้นมาป้องกันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ สัจธรรมแห่งกระบี่ของหลินเทียนได้ผสานเข้ากับเจตจำนงที่แน่วแน่...เจตจำนงที่จะไม่ยอมให้ใครลบเลือนความทรงจำและความรู้สึกอีกต่อไป!


    "เป็นไปไม่ได้!ความว่างเปล่าของข้า... ถูกทำลายด้วยอารมณ์งั้นรึ?!"


    ฉัวะ!


    ลำแสงสีขาวทะลวงผ่านม่านป้องกันแทงทะลุหน้าอกซ้ายของจอมเทพไร้เนตรอย่างจัง!


    ความว่างเปล่าที่เคยเป็นเกราะคุ้มกันถูกเติมเต็มด้วยปราณมังกรที่ร้อนระอุ ร่างของหลินคางไห่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงเลือดสีทองที่ไม่ได้หลั่งมานับพันปีไหลซึมออกมาจากบาดแผล พลังความมืดรอบกายค่อยๆสลายตัวไปประหนึ่งหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา


    รุ่งอรุณแห่งยุคสมัยใหม่


    โถงดาราพิทักษ์ฟ้าเริ่มสั่นสะเทือนและพังทลายลงจากการปะทะกันของพลังระดับพระเจ้าเสาศิลาแก้วหักโค่น รอยร้าวลามไปทั่วพื้นผิวของกระจกกาแล็กซี


    หลินเทียนลอยตัวลงมายืนบนพื้นหอบหายใจอย่างหนักร่างกายของเขากลับคืนสู่สภาพปกติ เกล็ดมังกรและผมสีเงินจางหายไปแทนที่ด้วยรอยแผลและการบาดเจ็บที่สาหัสแทบสิ้นสติทว่าเขายังคงยืนหยัด ใช้กระบี่ปักลงพื้นเพื่อพยุงตัว


    หลินคางไห่ทรุดเข่าลงกับพื้นเลือดสีทองไหลรินอาบชุดคลุมสีขาว ดวงตาที่เคยเป็นหลุมดำว่างเปล่า บัดนี้ค่อยๆปรากฏตาดำและตาขาวขึ้นมาอีกครั้ง... ความรู้สึกนึกคิดและความเป็นมนุษย์ที่เขาฝังกลบมันไว้ถูกดาบแห่งสัจธรรมฟันจนเปิดออก


    เขาเงยหน้ามองหลินเทียนรอยยิ้มที่ฝืนทนและแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยเยือกเย็น


    "ความเจ็บปวด...ความอุ่นของเลือด... ข้าลืมมันไปนานแค่ไหนแล้วนะ..."หลินคางไห่กระซิบเสียงแผ่วเบา "ข้าคิดว่าข้าปกป้องโลกด้วยการลบความขัดแย้ง...แต่ข้ากลับเป็นคนที่ขโมย 'ชีวิต' ไปจากโลกใบนี้เสียเอง..."


    เขาไอออกมาเป็นเลือดสีทองก่อนจะมองไปที่กระบี่ในมือหลินเทียน "เจ้า... เก่งกว่าข้ามาก หลินเทียน...เจ้าสามารถแบกรับความเจ็บปวด โดยที่ไม่สูญเสียความเมตตา...นั่นคือสิ่งที่ตระกูลมังกรครามควรจะเป็น..."


    ร่างกายของจอมเทพไร้เนตรเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองและสีขาว"ฝากโลกใบนี้... และเจตจำนงของมังกร... ไว้กับเจ้าด้วย... จอมยุทธ์...พลิกฟ้า..."


    ร่างของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสลายหายไปในอากาศธาตุทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่แท้จริง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เหน็บหนาว แต่เป็นความว่างเปล่าที่รอคอยการเริ่มต้นใหม่


    ครืนนนนน! โครมมมมม!


    เมื่อผู้สร้างดับสูญหอคอยไร้เนตรทั้งเจ็ดชั้นก็ไม่อาจคงสภาพอยู่ได้อีกต่อไปโครงสร้างหินและค่ายกลเวทมนตร์ทั้งหมดพังทลายลงอย่างรวดเร็วหลินเทียนรวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย สร้างเกราะมังกรครามคุ้มกายแล้วพุ่งทะยานออกจากยอดหอคอยที่กำลังถล่มลงมาดุจอุกกาบาต

    บทสรุปและแสงแรก


    เขาตกลงมากระแทกพื้นดินบริเวณลานหินกว้างหน้าหุบเขาไร้เนตรฝุ่นควันจากการถล่มของหอคอยขนาดยักษ์ฟุ้งกระจายบดบังทัศนียภาพไปทั่วบริเวณ


    ทว่าเมื่อสายลมจากทิศตะวันออกพัดพาเอาฝุ่นควันและปราณมารที่ปกคลุมหุบเขามานับพันปีให้จางหายไป...สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน


    เมฆหมอกสีม่วงที่บดบังท้องฟ้าถูกทำลายจนหมดสิ้นแสงแดดสีทองของรุ่งอรุณแรกสาดส่องลงมาอาบไล้ไปทั่วหุบเขาและซากปรักหักพังเสียงนกป่าที่เคยหนีหายไปเริ่มส่งเสียงร้องรับวันใหม่


    หลินเทียนใช้กระบี่ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆเขามองดูซากของหอคอยไร้เนตรที่กลายเป็นเพียงกองหินธรรมดาก่อนจะแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าแสงแดดอันอบอุ่นตกกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยแผลของเขา

    สายลมพัดผ่านพัดพาเอาความทรงจำและความแค้นทั้งหมดให้ปลิวหายไปคงเหลือไว้เพียงปณิธานที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า


    "ปู่กู่...เสี่ยวหมิง... ข้าทำสำเร็จแล้ว"


    ริมฝีปากของเด็กหนุ่มขยับยิ้มบางๆเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความโศกเศร้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านหมอกครามในมือของเขา 'กระบี่มังกรพลิกฟ้า'เปล่งแสงสีครามอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบประโลมจิตใจของเจ้านาย


    มหากาพย์แห่งการชำระแค้นและตำนานการพิพากษาของกระบี่นิรนามณ หุบเขาไร้เนตร ได้ปิดฉากลงแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเดินทางโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่ายังคงรอคอยการมาเยือนของ 'ราชันมังกร' ผู้ครอบครองสัจธรรมสูงสุด

     

    นิยายแนะนำ