Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 62 สำรวจซากอารยธรรมโบราณ

            ตอนที่ 62สำรวจซากอารยธรรมโบราณ

             

            “รายงานความคืบหน้าล่าสุดมา”แอนดรูว์บอกกับเดวิด เมื่อทั้งกลุ่มเดินไปถึงจุดพัก เสียงโมบิทจึงดังขึ้น

            “ความคืบหน้าล่าสุดชีวจักรกลที่เข้าไปสำรวจด้านใน พบภาพเขียนฝาผนังบนเศษซากเมืองที่ถูกทำลายโครงสร้างภายในบางส่วนถูกสแกนเรียบร้อย...ทำการฉายภาพ”

            เดวิดกางฝ่ามือภาพสามมิติของซากอารยธรรมโบราณบางส่วนถูกฉายออกมา

            แอนดรูว์มองภาพฉายสามมิติเขาเห็นว่ามันเป็นเหมือนโดมขนาดใหญ่ที่มีเมืองถูกสร้างไว้ด้านในซึ่งมันมีทางลงไปยังอีกชั้นหนึ่ง

            ‘ดูจากโครงสร้างมันน่าจะมีอีกหลายชั้นจุดกึ่งกลางโดมน่าจะเป็นเหมือนเสาหลัก อย่างน้อยถือว่ามีทางเข้าออกปลอดภัยที่เหลือคงต้องเข้าไปดูด้วยตัวเอง’แอนดรูว์มองภาพฉายมิติครู่หนึ่งให้พอจดจำได้ แล้วพยักหน้าให้กับเดวิด

            “ดี! เส้นทางปลอดภัย ไม่น่าจะถล่มลงมา แต่เราต้องป้องกันไว้ก่อนเพราะมันไม่มีอะไรแน่นอน” แอนดรูว์พูดจบก็หันไปบอกกับเดโม่

            “ฉันรู้ว่าแกเอามาเกินยี่สิบชิ้นเตรียมอุปกรณ์ควบคุมแรงโน้มถ่วงขนาดเล็กสองชิ้นให้พร้อมใช้งาน น่าจะช่วยให้โครงสร้างไม่พังทลายตามแรงดึงดูด”

            ขณะแอนดรูว์กำลังสั่งเดโม่วิเวียนได้มองไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีขาวเคลื่อนตัวปกคลุมพื้นดินแห้งแล้ง เธอยื่นมือไปด้านหน้าเถาวัลย์สีเขียวเส้นหนึ่งงอกออกมาจากแขนเธอและสัมผัสกับอากาศ

            “ชุ่มชื้นทำไมถึงแห้งแล้ง?” วิเวียนเกิดความสงสัยแอนดรูว์ได้ยินคำพูดของเธอดี ประจวบเหมาะกับเขาสั่งทุกอย่างเรียบร้อย จึงบอกกับเธอ

            “ที่ดวงดาวแห้งแล้งเป็นผลมาจากอารยธรรมโบราณมีเทคโนโลยีบางอย่างดูดกลืนพลังงานอยู่ใกล้แกนกลางดวงดาวมันอยู่มานานจนพลังงานรอบนอกหายไป แต่ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงไม่ดูดซับน้ำ”

            วิเวียนหันมองแอนดรูว์ด้วยความสงสัยเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แอนดรูว์ได้พูดขึ้นมาก่อน

            “ไม่ต้องคิดอะไรมากเดี๋ยวเราเข้าไปสำรวจก็รู้เอง เรื่องความปลอดภัยฉันรับประกันได้ระดับหนึ่งถึงได้เอายานหลักและยานแม่มาเตรียมพร้อม แผนการทุกอย่างรัดกุมพอสมควร”

            วิเวียนเผยรอยยิ้ม เธอเดินเข้าไปอยู่ใกล้แอนดรูว์และไม่พูดอะไรต่อส่วนเดโม่ล้วงกระเป๋าด้านหลัง หยิบแผ่นชิปทรงกลมคล้ายแผ่นดิสก์ออกมา

             

            ผ่านไปเกือบสิบนาที

            กลุ่มของแอนดรูว์ได้มายืนอยู่หน้าทางเข้าซากอารยธรรมโบราณด้านหน้ามีชีวจักรกลสองตัวที่มาสำรวจนำร่องตามคำสั่งโมบิทยืนรอเพื่อนำทาง

            แอนดรูว์ใช้สายตามองสำรวจดูว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมหรือไม่ก่อนส่งสัญญาณมือให้ชีวจักรกลเริ่มนำทาง

            “เดินทาง”

            หลังแอนดรูว์ให้สัญญาณชีวจักรกลสองตัวเปิดการทำงานโดรนสำรวจแล้วส่งสัญญาณมือให้กลุ่มของแอนดรูว์เดินตามเข้าไป

             

            เมื่อก้าวเดินเข้าสู่ทางเข้าซากอารยธรรมโบราณเส้นทางนั้นเป็นอุโมงค์ทอดยาวมีแสงไฟจากอุปกรณ์ถูกติดตั้งไว้ตามทาง ตลอดเส้นทางกลุ่มคณะสำรวจของแอนดรูว์ไม่พบอะไรผิดปกติอุโมงค์ยังกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยิ่งเข้าไปลึกขึ้น

            ‘อุโมงค์เหมือนถูกสร้างไว้นานในเส้นทางไม่พบความผิดปกติ ไม่มีร่องรอยประวัติศาสตร์และซากสิ่งชีวิตเป็นแค่อุโมงค์โบราณที่ถูกทิ้งล้างมานาน’ แอนดรูว์มองไปบนผนังแห้งมันมีรอยแตกขนาดเล็กหลายจุดและรอยแตกขนาดเท่าฝ่ามือไม่กี่แห่ง

             

            ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง

            คณะเดินสำรวจของแอนดรูว์ได้เดินมาถึงปลายทางอุโมงค์สิ่งแรกที่เห็นคือเศษซากเมืองโบราณที่ไม่เหลือเค้าโครงในอดีตรอบพื้นที่ยังถูกติดตั้งอุปกรณ์ส่องแสงให้เห็นภายในชัดเจน เหนือเศษซากเมืองมีโดรนสำรวจหลายลำบินวนเก็บข้อมูล

            ‘เหมือนจะไม่ใช่ยุคสมัยนั้น’แอนดรูว์คิด เขาส่งสัญญาณมือให้หยุดเดิน ส่วนเขานั้นแยกตัวไปดูเศษซากเมืองโบราณ

            แอนดรูว์สังเกตร่องรอยหลายแห่งและเดินดูไม่ถึงสิบนาทีก่อนจะเดินไปดูชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเป็นเพียงแผ่นหินขนาดเล็กมีรูปวาดเลือนรางจนแทบจะจางหายไปเสี้ยวหนึ่ง

            ‘หินกร่อน? ในนี้ไม่น่ามีลมหรือน้ำผ่านทางได้’ แอนดรูว์เงยหน้ามองไปยังด้านบนหลังจากสัมผัสแผ่นหินอยู่ครู่หนึ่ง

            ‘ด้านบนไม่ได้ถูกทับถมหรือเป็นถ้ำตั้งแต่แรกร่องรอยตรงขอบบางส่วนเหมือนถูกสร้างมาจากการวางซ้อน เหมือนกับว่ามันถูกบางอย่างทำลายก่อนถูกทับถมตามกาลเวลา’ แอนดรูว์สันนิษฐานพลางลุกขึ้นยืนจังหวะนั้นเองเขาได้ใช้ปลายปลอกกระบี่ล่าอสูรกดลงพื้นเพื่อยันตัวขึ้นแต่พื้นกลับยุบลงไปเพียงเล็กน้อยและไม่มีความเสียหายที่เกิดจากน้ำหนักมหาศาล

            ฮืม!

            แอนดรูว์ก้มมองพื้นเห็นร่องรอยตอนแรกเขารู้สึกว่าเผลอตัวหาเรื่องทำให้ซากอารยธรรมถล่มลงมา แต่เขาต้องแปลกใจเมื่อมันไม่เป็นอย่างที่เขาคิดพอเขาลองเอาเท้าเขี่ยพื้นกลับไม่สามารถสร้างร่องรอยอะไรได้นอกจากทำให้ฝุ่นบนพื้นกระจายตัว เผยให้เห็นพื้นสีนวลเรียบเนียน

            ‘ต้องลงไปด้านล่าง’แอนดรูว์คิดและเดินกลับเข้ากลุ่ม ก่อนจะส่งสัญญาณให้เริ่มเดินทางต่อเป้าหมายต่อไปของเขาคือเส้นทางที่เชื่อมลงไปยังด้านล่าง

             

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา

            หลังจากเดโม่ติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแรงโน้มถ่วงขนาดเล็กสองชิ้นเสร็จสิ้นคณะสำรวจของแอนดรูว์ได้เดินมาถึงปากทางลงไปยังด้านล่าง สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นสี่เหลี่ยมโบราณกว้างห้าคูณหกเมตรหนาเกือบแปดนิ้ว ถูกวางไว้ด้านข้างปากทางที่เป็นขั้นบันไดหินลงไปยังด้านล่าง

            “ปากทางถูกเปิดเมื่อสามสิบชั่วโมงห้าสิบเจ็ดนาที สามสิบห้าวินาทีก่อน ปัจจุบันลงไปสำรวจเพียงเส้นทางเบื้องต้นยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ส่องแสงให้ความสว่าง” ชีวจักรกลนำทางตัวหนึ่งรายงานให้แอนดรูว์ทราบก่อนมันจะส่งโดรนเป็นไฟนำทางลงไปยังด้านล่าง

            “ชีวจักรกลทุกตัวเตรียมโดรนให้พร้อมเมื่อลงไปด้านล่างเราจะให้พวกมันกระจายตัวเป็นไฟส่องทางส่วนแกเดโม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมแรงโน้มถ่วงในจุดสำคัญ เห็นว่าตรงไหนควรติดก็ติดไป”

            แอนดรูว์สั่งจบเขาส่งสัญญาณให้ชีวจักรกลนำทางสองตัวลงไปก่อน จากนั้นเขาจึงตามลงไปพร้อมกับวิเวียนเดโม่และเดวิด ก่อนชีวจักรกลสีแดงจะตามลงไปอย่างระมัดระวังอาวุธในมือพวกมันพร้อมใช้งานตลอดเวลา ดวงตาส่องแสงจาง ๆ คอยระวังภัยรอบด้าน

            แม้ว่าชีวจักรกลทุกตัวไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างมันก็มองเห็นผ่านความมืดได้แอนดรูว์กับวิเวียนก็เช่นกัน แต่การใช้โดรนส่องแสงนั้นมีประโยชน์อยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเหมือนดวงตาที่สองของเหล่าชีวจักรกลที่จะมองได้เกินกว่าขอบเขตการมองเห็นช่วยสำรวจและเก็บข้อมูลในจุดที่เข้าถึงได้ยาก มันยังเป็นเหมือนตัวล่อ หากมีสิ่งมีชีวิตซ่อนอยู่โดรนจะถูกโจมตีเป็นสิ่งแรกนั่นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายได้อย่างมหาศาล

            ‘วัสดุสร้างบันไดและผนังต่างจากซากเมืองสิ้นเชิงความเก่าแก่จากรูปลักษณ์ยังมีกลิ่นอายของความโบราณแฝงอยู่ ไม่มีร่องรอยของการผุพังแถมยังทอดยาวลงไป’ แอนดรูว์สำรวจตลอดทางเขาเก็บข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะได้ พลางมองลงไปด้านล่างที่โดรนส่องแสงเป็นจุดเล็กขนาดเท่าเมล็ดถั่ว

            หลายสิบนาทีผ่านไปในที่สุดแอนดรูว์ได้มาถึงด้านล่าง โดรนทุกลำต่างกระจายตัวสร้างความสว่างและเก็บข้อมูลให้มากที่สุดจนสามารถเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ชัดเจน

            แอนดรูว์ที่เห็นทุกอย่างชัดเจนยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลเพราะสิ่งที่เขาเห็นมันคือสถูปเจดีย์โบราณขนาดใหญ่พอสมควร รอบพื้นที่ยังมีเสาหินสลักอักขระโบราณให้ความรู้สึกเหมือนมีใครกำลังท่องบทสวดตลอดเวลาทั้งที่ไม่มีเสียงหรือคลื่นพลังงานใด ๆ

            “เดวิดพาพวกชีวจักรกลกระจายไปเก็บตัวอย่างรอบๆ เป็นไปได้อย่าสัมผัสเสาหินกับตัวเจดีย์ ใช้โดรนสแกนโครงสร้างก็พอ” แอนดรูว์สั่งเดวิดแล้วหันไปสั่งเดโม่

            “เดโม่ ฉันมอบงานหาเส้นทางลงไปยังชั้นต่อไปให้นายเจอแล้วให้รีบรายงาน พยายามอย่าแตะต้องอะไรโดยไม่จำเป็น”

            “รับทราบ”

            “รับทราบ”

            เดวิดกับเดโม่แยกกันไปทำหน้าที่พร้อมกับเหล่าชีวจักรกลสีแดงเหลือเพียงวิเวียนและแอนดรูว์ยืนอยู่ด้วยกัน

            “วิเวียน เธอลองมองไปตรงเสาหินต้นนั้น”แอนดรูว์ชี้ไปยังเสาต้นหนึ่งที่เขารู้สึกว่าได้ยินเสียงท่องบทสวด วิเวียนมองตามไปด้วยความสงสัยและจ้องมองด้วยความอยากรู้

            ผ่านไปครู่หนึ่งแอนดรูว์ก็ถามวิเวียน

            “เธอรู้สึกถึงอะไรรึเปล่า”

            “ไม่ค่ะ..นายท่าน”วิเวียนส่ายหัว เธอยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เพราะแอนดรูว์จ้องมองไปทีละเสาแบบไม่กะพริบตาแต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่กล้ารบกวนแอนดรูว์ด้วยการถาม และเลือกจ้องมองเสาหินตาม

            ‘คิดไปเองหรอ!’แอนดรูว์เกิดความสงสัย ก่อนเปลี่ยนไปใช้พลังจิตวิญญาณสำรวจเสาหินทีละต้นอย่างละเอียดน่าเสียดายที่เขาไม่ได้ยินเสียงบทสวดอีก ในทางกลับกันเขาเห็นด้วยจิตวิญญาณว่าอักขระโบราณนั้นมีพลังไม่ธรรมดาตัวเสาหินแต่ละเสา ยังมีรูปแบบบางอย่างซ่อนเอาไว้ เหมือนการติดตั้งเป็นรูปแบบค่ายกลโบราณคล้ายกับที่เขาเคยเห็นมาก่อนแต่มันไม่เหมือนซะทีเดียว

            “เธอรออยู่ตรงนี้ฉันจะเข้าไปดูข้างใน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นไม่ต้องตกใจ” แอนดรูว์พูดจบเขาเตรียมเดินตรงไปยังสถูปเจดีย์ทันใดนั้นวิเวียนก็ขอตามเขาไปด้วย

            “ฉันขอตามนายท่านไปด้วย”

            “ไม่ได้ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกเธอกับเดโม่ช่วยกันจัดการได้ไม่ยาก แถมยังมีเดวิดที่โมบิทสามารถเข้าควบคุมได้ตลอดเวลาปัญหาจะถูกแก้ไขได้รวดเร็วตอนฉันไม่อยู่” แอนดรูว์พูดจบเขาก็เดินต่อโดยไม่ได้บอกสิ่งหนึ่งให้วิเวียนรับรู้ก็คือ เขาไม่สามารถมองทะลุสถูปเจดีย์ได้ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาจะเห็นเพียงความมืดสลับกับแสงสีขาวไปมาตลอดเวลา

            ‘ด้านในอาจมีส่วนเชื่อมโยงบางอย่างกับสถานที่แห่งนี้ถึงจะเสี่ยงไปหน่อยแต่มั่นใจว่าไม่มีทางเกิดอันตรายกับเรา’ แอนดรูว์หยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าสถูปเจดีย์เขาย้อนหันไปมองวิเวียนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ แล้วเลื่อนสายตาไปมองเสาหินซึ่งเขาไม่พบความผิดปกติ จึงออกแรงผลักประตูทางเข้า

            เอี๊ยดดดดดดดดดดดด

            ประตูทรุดโทรมค่อย ๆเปิดออกตามแรงผลักของแอนดรูว์ ก่อนจะมีคลื่นพลังงานบางอย่างกระจายออกมาพร้อมเสียงจากด้านใน

            Let me out~

            น้ำเสียงชวนขนหัวลุกราวกับมาจากขุมนรกแผ่กลิ่นอายน่าหวาดกลัว เปลี่ยนบรรยากาศรอบด้านให้เย็นเยียบ

            ในขณะแอนดรูว์ก้าวเท้าสู่สถูปเจดีย์โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เสาหินพลันสั่นไหว ส่งเสียงหึ่ง ๆ ออกมา

            อักขระบนเสาหินส่งเสียงร้องวิ้ง ๆ เสาแสงพลันพุ่งขึ้นกลายเป็นภาพธรรมพระโพธิสัตว์ผู้เมตตาองค์หนึ่งในท่าปางสมาธิท่องบทสวดขจัดความชั่วร้าย

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน