จวนตระกูลซุน...
“ท่านพี่ดูนี่สิเ้าคะข้ามีอะไรจะอวด” ฮูหยินใหญ่ลี่เจียวเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องโถงใหญ่โดยไม่ได้ดูอารมณ์หรือสีหน้าของสามีเลยสักนิดนางแค่อยากอวดเครื่องประดับชุดใหม่ที่ใช้ตำลึงทองจำนวนมากไปซื้อมาเพราะนางรู้ว่ายารอบใหม่ที่จะส่งให้กับทางกองทัพทำเงินได้มากมายแค่ไหนนางถึงได้ใช้เงินอย่างมือเติบและผู้สามีก็เห็นดีเห็นงามและไม่เคยเอ่ยปากห้ามปรามเลยสักครั้ง ด้วยความที่ชอบอวดร่ำอวดรวยอยู่เป็ทุนเดิมประมุขตระกูลซุนก็ได้แต่ส่งเสริมให้ภรรยาและบุตรซื้อหาและใช้แต่ของที่ดีมีราคาทั้งนั้น
ซุนิมองภรรยาด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดเขาปัดเอาเครื่องประดับราคาแพงที่อยู่ในมือของนางออกอย่างแรงจนกระทั่ง อัญมณีกระจัดกระจายและแตกหักไม่เป็ชิ้นดี
เพี๊ยะ! แกร๊ก!
“ยังมีหน้าเอามาอวด!!จะไม่มีกินอยู่แล้ว หากเ้ายังใช้จ่ายอยู่แบบนี้อีกหน่อยแม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็จะไม่มี”
“ท่านพี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ” นางสุดแสนจะงวยงงก็นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่นางนำของมาอวดสามีเช่นนี้ทุกครั้งสามีก็จะออกปากชมว่านางมีสายที่แหลมคมช่างรู้จักเลือกแต่ของดี ๆ งาม ๆ ทั้งนั้น
“สัญญาซื้อขายยากับกองทัพไม่มีอีกแล้วหอยาเซียนซุนก็ไม่มีอีกแล้ว”
“อะไรนะ!จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร ก็ไหน..”
“ก็เพราะว่าเ้าคลอดบุตรเช่นนั้นออกมาอย่างไรล่ะหากไม่มีมันั้แ่แรกตระกูลซุนก็คงไม่ต้องเจอเื่ร้าย ๆ แบบนี้” ซุน ิกล่าวอย่างเดือดดาลทั้งยังโยนความผิดไปให้กับคนที่ไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไรด้วยเลย หอยาเซียนซุนเป็ทรัพย์สินอย่างเดียวที่เขาสามารถขายออกไปได้อย่างน้อย ๆ เขาจะได้ไม่ต้องใช้หนี้ก้อนโต ที่มาจากการสั่งปรุงยาในครั้งนี้
ที่หมู่บ้านตีนเขา...
“ท่านผู้ใหญ่เหอข้าเห็นนายช่างและคนงานขนอิฐขนกระเบื้องเข้ามาในหมู่บ้านของเราตั้งมากมายพวกเขาจะมาทำอะไรกันหรือท่านผู้ใหญ่”ลูกบ้านคนหนึ่งวิ่งเข้ามาถามเมื่อเห็นคนงานนับร้อยขนของและอุปกรณ์ก่อสร้างเข้ามาในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้
“ท่านแม่ทัพจะสร้างจวนใหม่แทนเรือนท้ายหมู่บ้านโน่นอย่างไรเล่าเ้าไม่รู้หรือว่าท่านแม่ทัพกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้เพิ่งจะมาถึงเมืองหูเจียงเมื่อวันก่อนนี่เอง”
“แล้วท่านแม่ทัพจะแต่งงานกับใคร เรือนหลังนั้นเป็ของคุณชายน้อยซุนหวางมิใช่หรือ”
“ฮิฮิ ข้าจะบอกให้ท่านแม่ทัพขอสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้เพื่อจะได้แต่งงานกับคุณชายน้อยซุนหวางนั่นแหละ”เขาคิดสิ่งใดไว้ไม่เคยผิดเลยจริง ๆ พวกเขาเหมือนคู่รักกันขนาดนั้นคนที่ท่านแม่ทัพจะแต่งงานด้วยจะเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากคุณชายน้อยซุนหวาง รูปทรัพย์หรือก็งามกันทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันดีแท้
“บุรุษแต่งงานกันได้ด้วยหรือ”
“ทำไมจะไม่ได้สมรสพระราชทานเชียวนา”
หนึ่งคนรู้มีหรือคนทั้งหมู่บ้านจะไม่รู้แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าการแต่งงานระหว่างบุรุษด้วยกันนั้นน่ารังเกียจสักนิด แคว้นเจียงควรจะมีงานแต่งแบบนี้ตั้งนานแล้วจะได้ไม่ต้องพากันข้ามไปแต่งที่แคว้นหนานให้เสียตำลึงทองมากมายว่าด้วยการแต่งงานระหว่างบุรุษแม้พวกเขาจะได้เข้าพิธีแต่งงานที่แคว้นหนานก็จริงแต่ก็ต้องแลกด้วยตำลึงทองนับพันเพื่อให้ได้มาซึ่งใบลงนามสมรสแม้จะเป็ของแคว้นอื่นแต่มันก็คือใบลงนามสมรส ถึงมันจะแพงแต่บุรุษหลายคู่ก็ต้องยอมหาตำลึงทองมาแลกกับมันจนได้นั่นแหละ
เรือนกลางหุบเขา…
“นี่อะไรกันหรือท่านแม่ทัพ”
“รายชื่อสินสอดขอรับ พี่ภรรยาโปรดตรวจสอบดูก่อนเถิดว่าท่านพอใจหรือไม่” ชิวหานยื่นใบรายการสินสอดม้วนใหญ่ให้กับพี่ภรรยาได้ตรวจนับดูว่าครบถ้วนและเหมาะสมมากน้อยเพียงใด
“หากถามข้าข้าก็ย่อมพอใจสินสอดยาวเหยียดขนาดนี้ มิใช่ว่าท่านขนมาทั้งหมดเลยหรือ หืม..หอยาเซียนซุนก็มีด้วยท่านคิดว่าซุนหวางจะอยากได้หรือ” ลั่วจินและหนานตงพากันสืบค้นจนรู้ความตั้งนานแล้วว่าซุนหวางมีที่มาอย่างไรแม่ทัพชิวหานก็คงจะไม่ต่างกันไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีหอยาเซียนซุนมาอยู่ในรายชื่อของสินสอดด้วยหรอก
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าซุนหวางจะอยากได้หรือไม่ให้เขาเก็บเอาไว้ก็คงไม่เป็ไรกระมัง”
“ซุนหวางเ้าคิดว่าหอยาเซียนซุนเป็อย่างไร”เมื่ออยู่ด้วยกันภายในเรือนส่วนตัว ชิวหานจึงถามความเห็นชอบจากคนรักเื่หอยาเซียนซุนที่เขาได้นำมาใส่ไว้ในรายการของสินสอด
“ท่านแม่ทัพถามข้าแบบนี้ก็รู้แล้วสินะ” ซุนหวางถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดเขาก็ไม่มีความลับใด ๆ กับท่านแม่ทัพอีกต่อไปแล้ว
“โกรธข้าหรือไม่ที่ข้าแอบสืบค้นเื่ราวของเ้าเพราะข้ายังสงสัยในชื่อสกุลก่อนของเ้า และอยากให้มั่นใจว่าเ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้วจริงๆ”
“ไม่โกรธขอรับข้าดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ต้องปกปิดท่านอีกต่อไป แต่ข้าไม่อยากได้หอยาเซียนซุนเลยนะ” ซุนหวางตอบตามความจริงเขาได้ออกมาแล้วและไม่คิดอยากเกี่ยวข้องกับคนตระกูลซุนอีก ไม่ใช่ว่าเขาจะอกตัญญูแต่สี่ห้าปีที่ผ่านมาตัวของซุนหวางก็เหมือนไร้ตัวตนสำหรับคนตระกูลซุนอยู่แล้วหากจะมีตัวตนบ้างก็ต่อเมื่อ พวกเขาอยากได้ที่ระบายอารมณ์ยามโมโหเท่านั้น
“เ้าจะปฏิเสธสินสอดจากข้าหรือเก็บเอาไว้เถอะนะให้คนอื่นมาดูแลแทนก็ได้ ข้าทำไปเพื่อช่วยพวกเขาเป็ครั้งสุดท้ายแทนเ้า”
“ก็ได้ขอรับ ที่จริงข้าก็ไม่เคยโกรธแค้นอะไรหรอกเพียงแต่ข้าไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกแล้ว”
“เ้าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกข้าสัญญา”
“ท่านแม่ทัพ”
โอ้ย!
ชิวหานบีบจมูกน้อย ๆ ของคนรักด้วยความมันเขี้ยว บีบแค่เบา ๆแต่คนงามก็ร้องเสมือนว่าเจ็บหนักหนาจมูกโด่งงามขึ้นสีแดงเล็กน้อยเพราะแรงบีบของเขาช่างน่ารังแกยิ่งนักชิวหานอดใจไม่ไหวจึงใช้ปากงับไปที่ปลายจมูกคนงามไปอีกหนึ่งที
“อ๊ะ..”
“สอนไม่จำเ้าจะเรียกชื่อข้าหรือท่านพี่ตลอดไม่ได้เลยหรือหรือจะยอมเรียกเฉพาะเวลานั้นหื้ม”
“เอ่อ..แต่งงานแล้วค่อยเรียกดีไหมให้ข้าเรียกท่านพี่ทั้งคืนก็ได้” คนงามพูดอย่างไม่คิดตอนเอ่ยออกไปก็เพียงเพื่อให้ตัวเองรอดตัวในตอนนี้เท่านั้น
“หึ ๆ เ้าพูดเองนะต่อหน้าลูกห้ามพูดปด”
“อือออ..” ซุนหวางก้มหน้าตอบรับอย่างขัดเขิน ใบหน้าก็แดงซ่านทุกครั้งเมื่อคิดถึงเื่ดีงามที่เขากับท่านแม่ทัพมักจะทำกันบ่อยๆ เมื่ออยู่ที่ลับสายตาคน ลับสายตาที่ว่าคือในห้องหอหรอกนะ
“อยากไปดูจวนหลังใหม่หรือไม่” ชิวหานเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นคนงามกำลังมีอาการขวยเขิน เขาเองก็อยากจะโอ้อวดจวนหลังใหม่ที่จะใช้เป็เรือนหอในไม่ช้านี้เหมือนกัน
“แต่พี่ใหญ่ห้ามไม่ให้ข้าลงจากเขา”
“ที่พี่ใหญ่เ้าห้ามคือไม่ให้เ้าเดินลงจากเขาต่างหากแต่ข้าจะอุ้มและพาเ้าลงเขาไปเอง”
“สองคนหนักนะขอรับท่านไหวหรือ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ต่อให้มีลูกแฝดท้องโตมากกว่านี้สามีก็ไหว”ชิวหานไม่ปล่อยให้คนท้องได้พูดอะไรอีกเขาช้อนตัวคนงามขึ้นแล้วพาะโออกไปด้วยวิชาตัวเบาซุนหวางก็ไม่ได้รู้สึกตื่นกลัวแต่อย่างใดเพราะเขาก็ได้ร่ำเรียนวิชาตัวเบากับพี่ใหญ่มาบ้างแม้จะไม่เก่งกาจแต่ก็ใช้งานได้คล่องพอตัวทีเดียว
ฟุบ ฟุบ ฟุบ… ฟุบ ฟุบ ฟุบ…
คงไม่มีแค่เขากับซุนหวางสินะที่ลงจากเขามาชิวหานรู้ตัวั้แ่แรกแล้วว่ามีคนกำลังตามมา
“เ้าตามมาทำไมเด็กน้อย” ชิวหานแปลกใจไม่น้อยที่เสี่ยวจุ้นตามมาทันบุตรชายของท่านอ๋องไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่เสียอย่างเดียวพูดมากเกินไปเมื่อใดก็ตามที่เขามาอยู่ที่นี่เ้าเด็กนี่ก็จะคอยตั้งคำถามโน่นนี่นั่นไม่เว้นแต่ละวันจนเขาแทบไม่มีเวลาจู๋จี๋กับภรรยา วันนี้บรรยากาศก็เป็ใจแท้ ๆแต่ดันมีก้างมาขวางเสียได้
“ท่านแม่ทัพ ท่านจะพาท่านน้าของข้าไปไหนขอรับ”
“ไม่ใช่เื่ของเด็ก”
“ไม่ได้ขอรับ ท่านแม่ให้ข้าคอยติดตามดูแลท่านน้ากับน้องน้อยท่านน้าไปไหนข้าย่อมไปด้วยขอรับ”
เสี่ยวจุ้นพยายามอวดอ้างคำพูดของมารดากับท่านแม่ทัพ
“ข้าเป็สามีและเป็บิดาข้าดูแลเองได้”
“ท่านก็ดูแลท่านน้าไปสิขอรับส่วนข้านั้นจะดูแลน้องน้อยเอง”
“...........” พูดเอาแต่ได้เ้าเด็กนี่ดูแลน้องน้อย พูดออกมาได้ น้องน้อยที่ว่าก็อยู่ในท้องเมียของเขาไม่ใช่หรืออย่างไร
“คิก ๆ ไปกันเถิดขอรับจะมามัวทะเลาะกันอยู่ที่นี่ข้าคงไม่ได้เห็นจวนใหม่พอดี”
ด้วยคำสั่งของเมียรักไม่ถึงหนึ่งเค่อพวกเขาก็มาถึงจวนหลังใหม่แล้วมันดูแต่งต่างจากเรือนหลังเก่ามากจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น
“ท่านซื้อที่ดินเพิ่มนี่มันไม่ใหญ่ไปหรือขอรับ” ซุนหวาง มองสำรวจไปรอบๆ มันใหญ่มากจริงๆ ใหญ่กว่าจวนของท่านเ้าเมืองเสียอีก แล้วเขาจะอยู่อย่างไรสองคนกับเสี่ยวฟงหากวันใดที่ท่านแม่ทัพไม่ได้มาอยู่ด้วยเพราะหน้าที่การงานทำให้ท่านแม่ทัพกลับบ้านได้แค่วันหยุดเท่านั้น
“อืม..ก็ข้าไม่คิดจะมีลูกแค่คนเดียวนี่ข้าจะขายจวนที่อยู่ในเมืองหูเจียงแล้วย้ายคนของข้ามาอยู่ที่นี่ทั้งหมดเ้าเห็นชอบด้วยหรือไม่”
“เอ่อ..แล้วเื่ที่ข้าเป็บุรุษต้องสาปละขอรับจะไม่ถูกแพร่งพรายหรือ” พอพูดถึงคนอื่นที่จะมาอยู่ด้วยซุนหวางก็เริ่มจะมีสีหน้าเป็กังวลขึ้นมาทันใด
“อย่ากังวลไปเลยเื่นั้นมันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คนเข้าใจหรอก ข้ากำลังรวบรวมบันทึกของจริงอยู่เท่าที่ข้ารู้ในบันทึกนั้นมันถูกเปิดเผยแค่เพียงด้านเดียวยังมีอีกด้านหนึ่งคือส่วนของบันทึกที่ขาดหายไปมันย่อมไม่ใช่เื่ร้ายแน่นอนหากเ้ายังไม่สบายใจข้าจะยังไม่ให้พวกเขามาก็ได้ แต่เว้นแม่นมไว้คนหนึ่งเถิดนะนางแก่มากแล้ว”แม่นมที่ชิวหานกล่าวถึงก็คือแม่นมเหมย ที่ยังคอยดูแลเขามาตลอดหลังจากที่มารดาได้ทิ้งเขาไปและก่อนที่ท่านอาจะมาพบเจอหากไม่ได้มีแม่นมคอยดูแล ชีวิตเขาตอนนั้นไม่รู้ว่าจะยังอยู่รอดปลอดภัยดีหรือไม่
“ได้ขอรับ”
“ท่านน้าข้าก็ชอบที่นี่จังเลยขอรับข้าไม่เคยเห็นเรือนหลังใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย ข้าจะขออนุญาตท่านแม่มาอยู่กับท่านน้าที่นี่ด้วยดีไหมขอรับ”
“ใครอนุญาต” ชิวหานตวัดเสียงถาม แต่เสี่ยวจุ้นหาได้ใส่ใจไม่เขารู้ว่าท่านแม่ทัพก็แค่หวงท่านน้ากับน้องน้อยเท่านั้นเพราะเขาเองก็หวงเช่นกันั้แ่ท่านแม่ทัพมาอยู่ด้วยเขาก็ไม่ได้ออดอ้อนท่านน้าซุนหวางอีกเลยมีแต่ท่านน้าฟงเท่านั้นที่ยังพอมีเวลามาเล่นกับเขาได้
“ท่านน้าซุนหวางให้ข้ามาอยู่ด้วยนะขอรับข้าจะมาช่วยเลี้ยงน้องตอนที่ท่านแม่ทัพไม่อยู่ดีไหมขอรับ”
“เสี่ยวจุ้นจะมาช่วยเลี้ยงน้องหรือเช่นนั้นก็ดีสิ” ซุนหวางตอบออกไปอย่างลิงโลดและรู้สึกยินดีหากได้เสี่ยวจุ้นมาอยู่ด้วยจวนใหญ่หลังนี้ก็คงจะไม่เงียบเหงาเท่าใดนัก
“ซุนหวาง” ชิวหานอยากจะขัด ไม่ใช่เพราะใจคับแคบแต่ประการใดแต่ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกหรือว่าอาการไม่ชอบเด็กของเขามันยังไม่หายดี
“ฮิฮิ ท่านแม่ทัพท่านพ่อเคยกล่าวไว้ว่า คำพูดของภรรยา คือคำที่ชี้ขาดแล้วนะขอรับ” เสี่ยวจุ้นไม่ยอมแพ้คราวนี้เขาก็ได้อวดอ้างคำพูดของบิดาออกมาบ้าง
“ดี..รอให้เ้าโตแล้วมีเมียก่อนเถอะพ่อหนุ่มน้อยแล้วอย่า มาโอดครวญให้ข้าได้ยินล่ะ”
ซุนหวางมองบุรุษต่างวัยเขม่นกันอย่างขบขันพลางคิดถึงบุตรในท้อง 'ไม่นะ..คงจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดกระมัง การคาดเดาของเขามันมักจะถูกต้องเสมอ'
จวนเ้าเมืองหูเจียง...
“ถึงขั้นบากหน้าไปขอสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ท่านแม่ทัพคิดอะไรอยู่ อยากจะยกบุรุษขึ้นเทียบกับสตรีอย่างนั้นหรือ” เจียวจิงฮูหยินของเ้าเมืองชิวเยี่ยพูดขึ้นอย่างขุ่นเคือง ขนาดนางทำทุกวิถีทางแล้วท่านแม่ทัพก็ยังไม่ชายตาแลแต่สิ่งที่นางเจ็บใจที่สุดคือต้องมาแต่งงานกับผู้เป็อาแทน ทั้งที่บุรุษที่นางอยากจะแต่งงานด้วยคือท่านแม่ทัพชิวหานแท้ๆ หาใช่บุรุษที่แก่คราวพ่อไม่ ถึงแม้ท่านเ้าเมืองจะหล่อเหลาแค่ไหนแต่อายุก็เทียบเท่ากับบิดาของนางแล้วแต่ก็นั่นแหละนางพลาดเอง
“ระวังปากเ้าบ้างนะฮูหยินหากยังอยากจะอยู่ที่จวนเ้าเมืองต่อ หรือไม่อยากอยู่แล้วก็บอกข้าจะยอมหย่าให้เ้าก็ได้” ชิว เยี่ยกล่าวกับภรรยาอย่างใจเย็นและไม่ยี่หระต่อนางสักนิด เขาช่วยหลานชายได้สำเร็จแล้วถึงเขาจะหย่ากับเจียวจิงนางก็ไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้อีกสมรสพระราชทานก็เปรียบดั่งคำประกาสิทธิ์ที่ออกมาจากพระโอษฐ์ขององค์ฮ่องเต้‘มิอาจทำลาย มิอาจขัดขวาง และแต่งได้เพียงหนึ่งเดียว’ แค่นี้หลานชายของเขาก็รอดพ้นจากสตรีพวกนั้นแล้ว
“ท่านพี่! ใครจะหย่ากับท่านกัน”เจียวจิงรีบเอ่ยขึ้นด้วยอาการร้อนรนเพราะไม่คิดว่าสามีจะเอ่ยเื่หย่าขึ้นมา หากหย่าแล้วนางจะไปทำอะไรได้จะมีบุรุษใดอยากจะแต่งงานกับสตรีหม้ายอีกเล่า และที่แน่ ๆนางไม่สามารถมีบุตรได้แล้วนะสิ ต่อให้สามีอยากจะแต่งฮูหยินรองหรือแม้แต่อนุเข้าจวนอีกสักกี่คนนางหรือจะขัดขวางเขาได้ทั้งหมดก็เป็เพราะนางทำตัวเองแท้ ๆ