ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 105 ตระกูลฉินแห่งฐานที่มั่นมหานคร

            เชียนมู่เซวี่ยถือชุดเดรสยาวไว้ในมือจากนั้นก็เคลื่อนที่ออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าจางไฉ่ย่วนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าบัดนี้หญิงสาวมีเพียงแค่ชุดชั้นในตัวจิ๋วปกปิดร่างกายเท่านั้นจางไฉ่ย่วนเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วเบา ก่อนจะรับชุดเดรสมาสวมอย่างรวดเร็ว

            ทางด้านถังฮ่าวเอื้อมมือไปหยิบปืนที่ถูกเถาวัลย์พันมากระบอกหนึ่งก่อนจะวางไว้บนหลังคารถฮัมเมอร์เสริมเหล็กอย่างไม่ใส่ใจเขาเหลือบมองจางไฉ่ย่วนที่สวมชุดเรียบร้อยแล้วก็ยกยิ้มเย็นชา

            “ฐานที่มั่นมหานครที่พวกนายพูดถึงเป็นหนึ่งในสามสุดยอดฐานที่มั่นงั้นเหรอ?”

            “ใช่ใช่แล้ว! เร็วๆ นี้พวกเรากำลังจะได้เป็นฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน!พวกนายคงจะมาเข้าร่วมฐานที่มั่นของพวกเราสินะ วางใจได้เลยเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง!” ฉินเซียวกล่าวอย่างมั่นใจ

            “เข้าร่วมอย่างนั้นเหรอ?” สีหน้าของถังฮ่าวยิ่งเย็นเยียบมากขึ้น

            “อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้ก็เป็นสมาชิกของฐานที่มั่นมหานครด้วย?”

            “ใช่แล้ว!ไฉ่ย่วนเป็นสมาชิกของฐานที่มั่นพวกเรา! ไม่เพียงเท่านั้นแต่เธอยังเป็นว่าที่ภรรยาของฉันด้วย!”

            “ไอ้ฉินนายมันเลวจริงๆ! ฉันไม่เคยตกลงแต่งกับนายสักหน่อย!” จางไฉ่ย่วนตวาดด้วยความโกรธ

            “พี่ชายพี่สาว อย่าไปฟังที่ฉินเซียวพูดเพ้อเจ้อ เขา...”

            “จางไฉ่ย่วน!”ฉินเซียวเอ่ยเสียงเย็น พร้อมกับจับจ้องมองมาอย่างคุกคาม

            ร่างกายของจางไฉ่ย่วนสั่นเทิ้มบัดนี้ก็กำลังหันไปมองฉินเซียวด้วยความหวาดกลัว

            หากคนกลุ่มนี้ตั้งใจจะมาเข้าร่วมกับฐานที่มั่นมหานครจริงๆสุดท้ายก็ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของตระกูลฉินอยู่ดี แม้ว่าถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยจะดูแข็งแกร่งมากก็ตามแต่เธอก็คิดว่าต่อให้พวกเขาเก่งกาจแค่ไหน ก็คงเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการระดับ 4เท่านั้นถึงแม้ว่าผู้วิวัฒนาการระดับนี้จะค่อนข้างได้รับความสำคัญในฐานที่มั่นก็ตามแต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับอิทธิพลของตระกูลฉินได้!

            จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้จางไฉ่ย่วนรู้ดีว่าฉินเซียวคนนี้ ถ้าคลั่งขึ้นมา ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้นเมื่อครู่ที่เธอพูดออกไปเพราะความโมโหชั่ววูบ แต่พอตั้งสติได้เธอก็เสียวสันหลังวาบและมีเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มแผ่นหลัง จึงไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก

            “ไฉ่ย่วนหรือ? คุณคือคุณหนูไฉ่ย่วนที่เป็นลูกสาวคนเดียวของท่านประธานจางเทียนเหว่ยแห่งบริษัทเทียนจุ้นใช่หรือไม่?”ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

            จางอวิ๋นจือมองจางไฉ่ย่วนด้วยความตกใจ!

            หากว่ากันตามตรงแล้วพวกเธอก็ถือว่าเป็นญาติกัน แถมยังห่างกันไม่เกินห้ารุ่นด้วย!

            ทวดของจางอวิ๋นจือเป็นพี่น้องกับทวดของจางไฉ่ย่วนพวกเธอต่างก็มีบรรพบุรุษคนเดียวกัน

            แต่เพราะฐานะความเป็นอยู่ของทั้งสองฝ่ายต่างกันราวฟ้ากับเหวจึงทำให้สองตระกูลห่างเหินกัน แต่จางอวิ๋นจือก็เคยได้ยินพ่อของเธอพูดด้วยความภาคภูมิใจอยู่บ่อยครั้งว่าประธานบริษัทเทียนจุ้นเป็นญาติห่างๆของเขา

            จางอวิ๋นจือเคยเห็นรูปถ่ายของจางไฉ่ย่วนจากโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง

            “คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ?”

            “เอ่อ...พ่อของฉันกับพ่อของคุณน่าจะเป็นญาติห่างๆ กันค่ะ! ฉันชื่อจางอวิ๋นจือค่ะ!”

            “ไฉ่ย่วนใช่เธอจริงๆ เหรอ?” จู่ๆก็มีเสียงอุทานดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นจ้าวกั๋วเทาที่เดินลงมาบัดนี้ก็กำลังมองไปที่จางไฉ่ย่วนด้วยสีหน้าตกตะลึง!

            เมื่อครู่จ้าวกั๋วเทาทำตัวไม่ถูกเพราะเขาไม่อยากจ้องมองหญิงสาวที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าจนกระทั่งได้ยินชื่อของจางไฉ่ย่วนและได้ยินจางอวิ๋นจือพูดถึงบริษัทเทียนจุ้น เขาถึงสังเกตหญิงสาวที่มีใบหน้าบวมช้ำครึ่งซีกอย่างละเอียดก่อนจะจำได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือลูกสาวของจางเทียนเหว่ยที่เป็นสหายเก่า

            “ลุงจ้าว!”จางไฉ่ย่วนมองจ้าวกั๋วเทาตาโต ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะรื้นแดงก่ำขึ้นมาทันที!

            นี่คือจ้าวกั๋วเทาเขาเป็นข้าราชการระดับสูงของตระกูลจ้าวที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลซูโจว

            อิทธิพลที่แท้จริงของตระกูลจ้าวอยู่ในมหานครก่อนวันสิ้นโลกมาถึงไม่ว่าจะเป็นตระกูลจ้าวของจ้าวกั๋วเทาหรือตระกูลจางของจางไฉ่ย่วนก็ล้วนเหนือกว่าตระกูลฉินและหนึ่งในสี่อิทธิพลใหญ่ที่เป็นผู้ก่อตั้งฐานที่มั่นมหานครก็คือตระกูลจ้าว!

            จ้าวกั๋วเทาพาลูกน้องกลับมาแล้วหรือ? หรือว่าตระกูลจ้าวในฐานที่มั่นมหานครจะรับรู้ถึงวิกฤต จึงได้เรียกนายพลคนสำคัญผู้นี้กลับมา?

            บัดนี้ฉินเซียวรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยเพราะแต่เดิม จางไฉ่ย่วนและผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ของตระกูลจางต่างก็อยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลจ้าว

            พอเห็นจ้าวกั๋วเทาแล้วจางไฉ่ย่วนก็ไม่อาจเก็บความคับข้องใจไว้ได้อีกและได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เขาฟัง

            ยิ่งฟังสีหน้าของจ้าวกั๋วเทาก็ยิ่งเคร่งขรึม!

            ฉินเซียวเดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มแห้งออกมา

            “เอ่อ...สวัสดีครับลุงจ้าว ผมชื่อฉินเซียว เป็นลูกชายของฉินเหยาหมิง ลุงใหญ่ของผมคือ...”

            “ฉินเหยาจงสินะ!”จ้าวกั๋วเทาพูดขัดก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ

            “ถูกต้องถูกต้องครับ! ลุงจ้าวน่าจะรู้จักกับลุงใหญ่ของผมดีสิ่งที่ไฉ่ย่วนพูดมันเกินจริงไปหน่อย ผมชอบไฉ่ย่วนจริงๆ เดิมทีผม...”

            “พอได้แล้ว!”จ้าวกั๋วเทาตะคอกขัดคำพูดของฉินเซียวก่อนจะดึงมือของจางไฉ่ย่วนเพื่อเดินเข้าไปหาถังฮ่าว ทว่าเขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงของถังฮ่าวดังขึ้นมาก่อน

            “ลุงจ้าวเรื่องนี้ลุงตัดสินใจเลย”

            จ้าวกั๋วเทาซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งแต่ด้วยความที่เขาเป็นคนสุขุมรอบคอบจึงไม่ได้ตัดสินใจในทันที แต่หันไปมองเชียนมู่เซวี่ยและกล่าวขึ้นด้วยความเคารพ

            “คุณมู่เซวี่ยเรื่องนี้ผม...”

            ทว่าจ้าวกั๋วเทายังไม่ทันเอ่ยจบก็มีเสียงใสของเชียนมู่เซวี่ยดังขึ้นก่อน

            “เสี่ยวฮ่าวพูดแล้วว่าให้ลุงตัดสินใจเลยตราบใดที่เธอเต็มใจ พวกเราต้องยินดีต้อนรับอยู่แล้ว!” ต่อให้ไม่รู้จักกันเชียนมู่เซวี่ยก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวตรงหน้าไม่เพียงแต่เป็นญาติกับจางอวิ๋นจือเท่านั้นแต่ยังรู้จักกับจ้าวกั๋วเทาอีก แบบนี้ก็ยิ่งต้องช่วยอยู่แล้ว

            “ขอบคุณหัวหน้าขอบคุณคุณมู่เซวี่ย!” หลังจากที่จ้าวกั๋วเทาขอบคุณแล้วก็หันไปเอ่ยกับจางไฉ่ย่วน

            “ไม่ต้องกลัวนะตราบใดที่ยังมีลุงอยู่ ก็จะไม่มีใครรังแกเธอได้!”

            พอได้รับการสนับสนุนจากถังฮ่าวและเชียนมู่เซวี่ยแล้วจ้าวกั๋วเทาก็รู้สึกมั่นใจ!

            ไม่ต้องพูดถึงฐานที่มั่นมหานครที่มีตระกูลจ้าวของเขาเป็นหนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้งต่อให้ไม่ใช่ จ้าวกั๋วเทาก็มั่นใจว่าเขาสามารถช่วยจางไฉ่ย่วนได้ แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะเขามั่นใจในตัวถังฮ่าว

            ในใจของจ้าวกั๋วเทาแล้วกลุ่มคนจำนวนน้อยของถังฮ่าว ไม่สิ! เวลานี้ไม่สามารถเรียกว่าจำนวนน้อยได้อีก เพราะเพียงแค่ฐานที่มั่นย่อยเถาหยวนเขตซูโจวก็มีประชากรมากกว่าหมื่นคนแล้ว!

            ยิ่งไปกว่านั้นถังฮ่าวยังมีฐานที่มั่นอยู่ในหยุนจิงและเมืองทงอีก!

            ลูกน้องของเขาก็ล้วนแข็งแกร่งมาก!

            เป็นเพราะถังฮ่าวและคนอื่นๆค่อนข้างเก็บตัว และไม่ได้เปิดเผยระดับวิวัฒนาการของสมาชิกคนสำคัญออกมาจึงไม่เป็นที่รู้จักเท่าไร มิฉะนั้นคงไม่มีที่ยืนให้ฐานที่มั่นทหารเมืองหลวง ฐานที่มั่นมหานครแห่งเวทและฐานที่มั่นกวางตุ้งแล้ว

            เพราะกลุ่มของถังฮ่าวน่าจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังรบแข็งแกร่งที่สุดในประเทศจีน!

            ต่อให้ฉู่เจี๋ยและฉินหมิงที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ5 ร่วมมือกัน ก็ยังไม่น่าจะสู้ถังฮ่าวได้ยิ่งไปกว่านั้นรอบตัวถังฮ่าวยังมีเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง และจางเสี่ยวเหาที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5 อีก

            “ลุงจ้าวแต่ตระกูลฉินยังมีฉินหมิง...” จางไฉ่ย่วนนึกถึงฉินหมิงที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 5ของตระกูลฉินขึ้นมา จึงอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้

            “ผู้วิวัฒนาการระดับ5 เองหรือ ไม่เป็นไร!” จ้าวกั๋วเทาพูดพร้อมกับแย้มยิ้มออกมา

            เมื่อเห็นรอยยิ้มของจ้าวกั๋วเทาแล้วจางไฉ่ย่วนก็รู้สึกโล่งใจ

            “เอ่อ...หัวหน้า คุณมู่เซวี่ย ตระกูลจ้าวของผมยังพอมีอิทธิพลอยู่ในมหานคร เพราะฐานที่มั่นแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยตระกูลจ้าวของผมและอีกสามตระกูลเช่นนั้นแล้วพวกเรา...”

            “โอ้!ลุงจ้าว ไม่เลวเลย ในเมื่อตระกูลจ้าวครอบครองฐานที่มั่นมหานครถึงหนึ่งในสี่ เช่นนั้นพวกเราก็ต้องไปเยี่ยมเยียนกันสักหน่อย!”ถังฮ่าวตาเป็นประกาย

            พอมีตระกูลจ้าวที่ทรงอิทธิพลคอยสนับสนุนแล้วจะต้องสืบหาข่าวสานจากพวกเขาได้ง่ายและรวดเร็วแน่!

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน